ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > ห้องสมุดในมัสยิด อีกย่างก้าวของความรู้

ห้องสมุดในมัสยิด อีกย่างก้าวของความรู้

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 13 มิ.ย. 2552 เปิดอ่าน : 5,210 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

ยังจำ "โครงการวิจัยระบบหนังสือหมุนเวียนในโรงเรียนประถมขนาดเล็ก และการจัดตั้งห้องสมุดหนังสือดี 100 แห่งในเมืองหลวงกรุงเทพฯ" ได้ไหม?

บางคนอาจไม่แน่ใจ เพราะงั้นขอรื้อฟื้นกันสักนิด

โครงการที่ว่าเป็นหนึ่งในความหวังดีของคนทำหนังสือ อย่าง "สำนักพิมพ์ผีเสื้อ" นำโดย "มกุฏ อรฤดี" "มหาวิทยาลัยบูรพา" และ"สำนักพิมพ์ต่างๆ" ต่างๆ ที่หวังอยากเห็นคนไทยได้มีโอกาสอ่านหนังสือดีๆ อย่างเท่าเทียมกัน

ความตั้งใจแรกคือห้องสมุดจะอยู่ในร้านหนังสือเช่า 50 แห่ง และมัสยิดรอบกรุงอีก 50 แห่ง โดยใช้ระบบหนังสือหมุนเวียนที่เคยทดลองได้ผลมาแล้วในโรงเรียนประถมสี่แห่ง ซึ่งมกุฏมองว่าระบบนี้ควรเป็นหัวใจหลักของการจัดระบบหนังสือในประเทศยากจน (อย่างเรา) เพราะนอกจากจะทำให้เด็กๆ ได้อ่านหนังสือเพิ่มจากเดิมถึงสี่เท่าในงบประมาณเท่าเดิมแล้ว ยังเกิดกิจกรรมกระตุ้นการอ่านระหว่างกันด้วย

โดยสาเหตุที่เลือกมัสยิดเป็น "ต้นแบบ" นั้น เป็นเพราะว่ามัสยิดคือศูนย์รวมแห่งพิธีกรรม และมีธรรมชาติที่เข้มแข็งด้วยหลักทางศาสนาอิสลาม

"มัสยิดเป็นต้นแบบของชุมชนทางศาสนาที่เข้มแข็งและชัดเจน เราเห็นภาพตรงนี้ในสองศาสนาคือคริสต์กับอิสลาม ศาสนาคริสต์ก็ไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ ส่วนศาสนาอิสลามต้องทำละหมาด ซึ่งหลังจากพิธีกรรมก็จะมีการพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกัน" มกุฏอธิบาย

ทว่าเมื่อลงมือทำจริงจัง อีกความคิดก็แวบเข้ามาในทีมวิจัยว่าแล้วทำไมไม่ลองไปหาหนทางในจังหวัดที่มีความพร้อมของพื้นที่

และในวันนี้ "สตูล" ก็กลายเป็นย่างก้าวแรกของโครงการ

"ได้ไปสำรวจพื้นที่ที่สตูล สงขลา ปัตตานีมา ณ ขณะนี้ก็พบว่าที่สตูลพร้อม พร้อมทั้งในแง่ของสถานที่และแง่ของความตั้งใจของชุมชน เราไปคุยกับทางกรรมการมัสยิดมาสี่แห่ง ซึ่งกรรมการในแต่ละมัสยิดจะมีประมาณ10-15คน และเป็นผู้นำทางศาสนาและมีความรู้ บางคนเรียนจบจากเมืองนอกเมืองนาด้วยซ้ำ บางคนก็เรียนจบปริญญาตรีจากกรุงเทพฯแล้วเลือกที่จะกลับไปประกอบอาชีพที่บ้านเกิด เพราะฉะนั้นทุกคนเข้าใจและเต็มใจ และหวังอยากเห็นองค์ประกอบทางความรู้ครบถ้วน เขามีโรงเรียนปอเนาะสอนหนังสือเด็กๆ แต่สำหรับผู้ใหญ่แทบไม่มีหนังสือหรือห้องสมุดที่เป็นเรื่องเป็นราว เพียงแต่ที่ผ่านมาไม่มีใครช่วยวางระบบให้เท่านั้น"

การวางระบบที่ว่าคือความร่วมมือระหว่างกันของทีมงานและชุมชน

"เราไม่ต้องใช้พื้นที่มากมาย บางที่ถึงกับจะสร้างอาคารให้เลยหลังหนึ่ง แต่ผมบอกไปว่าไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ให้มากมาย ขอแค่ระเบียงมัสยิดแล้วเอาตู้หนังสือไปวางก็พอ เพราะสิ่งสำคัญคือหนังสือ"

โดยกระบวนการคัดเลือกหนังสือนั้น เป็นความต้องการจากทางชุมชน เพราะคนอ่านย่อมรู้ดีว่าต้องการอ่านอะไร เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตน

ส่วนใหญ่แล้วหนังสือที่แจ้งมานั้นจะเป็นด้านวิชาชีพ การเกษตร ศาสนา ปรัชญา สารคดี ความรู้สมัยไป รวมถึงงานวรรณกรรม เพียงแต่ว่าในงานวรรณกรรมนั้น จำเป็นต้องคัดกรองอย่างถี่ถ้วน เพื่อไม่ให้ขัดกับหลักศาสนารวมถึงจารีตประเพณีที่ต้องคำนึง ซึ่งหนังสือทั้งหลายนั้นก็มาจากสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่พิมพ์ "หนังสือดี"

ขณะที่บรรณารักษ์จำเป็นรวมถึงผู้บริหารห้องสมุดกลายๆ นั้น ก็คือคนในชุมชนที่ต้องดูแลและรับผิดชอบตัวเอง โดยไม่ต้องใช้ไฮ-เทคโนโลยีในการยืม-คืนหนังสือใดๆ ให้เปลืองงบประมาณ

ใช้เพียง "หัวใจของคนและเคารพหลักการของศาสนา" เท่านั้น

ถือเป็นการสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

"ถ้าเราถอนตัวออกมา เขาก็ดูแลตัวเองได้อย่างสบาย อย่าคิดไปว่าเราเก่งกว่าเขา ในหลายๆ เรื่องเขาเก่งกว่าเราด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างหมู่บ้านหนึ่ง เป็นชุมชนเล็กๆ มีชาวบ้านประมาณ1,000คน มีเงินฝากในธนาคารหมู่บ้านตั้งสามสิบล้าน ฟังแล้วรู้สึกละอายใจมาก" มกุฏกล่าวพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ

แต่จะว่าไปแล้ว เมื่อนึกถึงจังหวัดต่างๆ ที่เข้าไป รวมถึงที่กำลังจะเข้าไปอย่าง "ยะลา" แล้ว ก็อดถามไม่ได้ว่าหวั่นๆ ใจบ้างไหม ในข่าวคราวทั้งหลายที่เกิดขึ้น

"อย่ากลัวล่วงหน้าสิ" มกุฏตอบทันที ก่อนอธิบายว่า

"ความร่วมมือระหว่างเราและชุมชนไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งใดๆ เพราะทุกอย่างมีเพียงเพราะอยากให้คนไทยได้อ่านหนังสือเท่านั้น และไม่ได้มีเพียงที่นี่ด้วย เพราะหลังจากนั้นจะขยับขยายไปจังหวัดอื่นๆ ที่พร้อมต่อไป และอย่าไปอวดอ้างว่าสิ่งที่ทำนั้นดี วิเศษ เราเพียงแต่เสริมในจุดที่รัฐบาลหรือผู้ปกครองไม่เคยเหลียวแลดู"

แต่ด้วยเงินส่วนตัวที่ผีเสื้อควักมาใช้ คงจะทำได้ไม่กี่แห่ง มกุฏจึงหวังว่าถ้าไปได้สวย ความต้องการอ่านที่เกิดขึ้น อาจทำให้ทางชุมชน คนในพื้นที่ หรือจังหวัดเสนอโครงการไปยังรัฐบาลเอง ไม่ใช่การสั่งการจากส่วนกลาง

ซึ่งก็รวมถึงในกรุงเทพฯด้วย

"กำลังติดต่อทาง กทม.ว่าขอให้เป็นโครงการนำร่องได้ไหม งบประมาณที่ใช้ใน กทม.จะค่อนข้างสูงเพราะมีถึงร้อยแห่ง ปกติแล้วเงินประมาณยี่สิบล้านที่ต้องใช้ อาจสร้างห้องสมุดได้แห่งเดียวแต่นี่จะได้ถึงร้อยแห่ง"

แต่ก่อนอื่นสิงหาคมนี้ ที่สตูลคงพร้อมให้เห็นกัน

ข้อมูลจาก  มิติชนรายวัน

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ห้องสมุดในมัสยิด อีกย่างก้าวของความรู้ , , ห้องสมุดในมัสยิด , อีกย่างก้าวของความรู้ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ลายมือมหาเศรษฐี

ลายมือมหาเศรษฐี
เปิดอ่าน 12,390 ครั้ง
คลิกอ่าน!

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
ปัญหาเด็กไม่ยอมออกไปเล่นกลางแจ้งและวิธีแก้☕ คลิกอ่านเลย
ปัญหาเด็กไม่ยอมออกไปเล่นกลางแจ้งและวิธีแก้
เปิดอ่าน 9,246 ครั้ง
4 พฤติกรรม “ผู้นำ” ที่ดี☕ คลิกอ่านเลย
4 พฤติกรรม “ผู้นำ” ที่ดี
เปิดอ่าน 15,543 ครั้ง
โรคหัวใจ เลี่ยงได้ แค่เลือกอาหาร☕ คลิกอ่านเลย
โรคหัวใจ เลี่ยงได้ แค่เลือกอาหาร
เปิดอ่าน 11,087 ครั้ง
เลี้ยง-เล่นอย่างสร้างสรรค์ “สมาธิสั้น” รับมือได้☕ คลิกอ่านเลย
เลี้ยง-เล่นอย่างสร้างสรรค์ “สมาธิสั้น” รับมือได้
เปิดอ่าน 11,228 ครั้ง
เผยสูตรสร้างครอบครัว 4.0 สังคมเป็นสุข☕ คลิกอ่านเลย
เผยสูตรสร้างครอบครัว 4.0 สังคมเป็นสุข
เปิดอ่าน 9,975 ครั้ง

Advertisement
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

โลกกำลังก้าวสู่อินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยกว่าเดิม โลกกำลังก้าวสู่อินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยกว่าเดิม
เปิดอ่าน 4,483 ครั้ง
Nanmeebooks Reading Club ปีที่ 9Nanmeebooks Reading Club ปีที่ 9
เปิดอ่าน 21,732 ครั้ง
ไข่ดิบมีประโยชน์จริงหรือไข่ดิบมีประโยชน์จริงหรือ
เปิดอ่าน 6,648 ครั้ง
กังนัมอะยาย ศึกประชัน เต้นกังนัมสไตล์ ระหว่าง ยาย VS โคโยตี้กังนัมอะยาย ศึกประชัน เต้นกังนัมสไตล์ ระหว่าง ยาย VS โคโยตี้
เปิดอ่าน 8,708 ครั้ง
ชมคลิป น้องนะโม วัยแค่ 4 ขวบ สวดมนต์ยาวคล่องปร๋อชมคลิป น้องนะโม วัยแค่ 4 ขวบ สวดมนต์ยาวคล่องปร๋อ
เปิดอ่าน 5,285 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม