ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่

????????????????? ???????????? ??????????????? ??????????????? ??????????????? ???????????? ???????????????????? ????? ?????????????
หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > สุขศึกษาและพลศึกษา > โรคของเส้นผม ขน และเล็บ

✎ โรคของเส้นผม ขน และเล็บ

+โพสต์เมื่อวันที่ : 16 ก.ย. 2552 เปิดอ่าน : 11,662 ครั้ง
Advertisement
☰แชร์เลย >  
  Share on Google+   LINE it!  
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอโดย >> ทีมงานครอบครัวครูบ้านนอกดอทคอม

Advertisement

ของเส้นผม ขน และเล็บ โดย นายแพทย์สร เมตติยวงศ์

ในกลุ่มนี้โรคที่พบบ่อยที่สุดคือ ผมร่วง ผมหงอก และศีรษะล้านโดยไม่เกิดเป็นแผลเป็นที่บนศีรษะ และในกรณีที่ผมร่วงหรือศีรษะล้านโดยทั่วๆ ไปก็ย่อมจะมีหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น กรรมพันธุ์เป็นมาแต่กำเนิด การบกพร่องในโภชนาการ โรคของต่อมไร้ท่อ ยา สารเคมีบางชนิด และพิษไข้ เป็นต้น

ที่จริงผมร่วงธรรมดาๆ นั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามธรรมชาติ เมื่อทารกแรกเกิดย่อมมีผมขึ้นเป็นปกติ จะหนาจะบางแล้วแต่ทารกแต่ละคน แต่ในอีก ๖-๑๒ สัปดาห์ถัดมามีผมร่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแถวท้ายทอย ซึ่งชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า "ผ้าอ้อมกัด" เพราะเห็นศีรษะถูไถอยู่กับหมอนหรือเบาะอยู่เสมอและหลังจาก ๖ เดือน ไปแล้วก็จะมีเส้นผมเกิดขึ้นมาแทนที่ใหม่
ผมที่ร่วงจนศีรษะล้านตามแบบฉบับของบุรุษเพศที่เห็นๆ กันอยู่ เป็นธรรมดานั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการด้วยกันคือ อายุ เมื่อผ่านวัยหนุ่มไปสู่วัยผู้ใหญ่แล้ว ส่วนใหญ่เมื่ออายุเลย ๓๐ ปีขึ้นไป ก็เริ่มเข้าสู่กลไกของความชราภาพ ซึ่งจะช้าหรือเร็วย่อมแล้ว แต่ดินฟ้าอากาศ กรรมพันธุ์ฮอร์โมนเพศชายที่เรียกว่า แอนโดรเจน และเชื้อชาติ เช่น ในชาวตะวันออก และพวกนิโกร ศีรษะจะล้านน้อยว่าชาวคอร์เคเชียน (Caucasian) ความเคร่งเครียดทางด้านจิตใจก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ศีรษะล้านเร็วขึ้น

ผมที่ร่วงทำให้ศีรษะล้านตามแบบของบุรุษเพศนี้ จะไม่ร่วงทั่วไปหมดทั้งศีรษะในโอกาสเดียวกัน แต่จะ เริ่มเป็นเฉพาะแห่งก่อน เช่น ที่หน้าผาก หรือสองข้างหน้าขมับซึ่งจะค่อยๆ เว้าเข้าไปอย่างที่เรียกกันว่า "หัวล้านง่ามถ่อหรือง่ามกีบโค" เมื่ออายุสูงขึ้นที่กลางศีรษะก็จะเริ่มล้านด้วย อย่างไรก็ดี เส้นผมจะไม่ล้านจนเกลี้ยงศีรษะเลยทีเดียว จะยังคงมีเหลืออยู่บ้างทางด้านหลังของศีรษะจากหลังหูข้างหนึ่งไปถึงอีกข้างหนึ่ง

ในสตรีเพศเองก็มีผมร่วงตามแบบฉบับนี้เช่นกันแต่จะไม่ถึงกับศีรษะล้านเหมือนในผู้ชาย เพียงแต่มักจะมีผมบางลงไปมาก เหนือเชิงผมตอนหน้าผากเข้าไปหรือตรงกลางๆ ศีรษะ ส่วนใหญ่ผู้ที่ทำผมเกล้ามวย และดึงจนตึง มักจะมีผมบางเป็นหย่อมเช่นนี้ได้ง่าย

 

ผมร่วงเป็นหย่อม

โรคนี้เป็นในเพศและวัยใดก็ได้ สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบ ถึงแม้จะมีผู้อ้างอิงถึงการกระทบกระเทือนทางจิต และการเกิดขึ้นพร้อมหรือร่วมกับโรคอื่นๆ อีกมากมายด้วยกัน

ผู้ป่วยมักจะไม่มีอาการอะไร นอกจากมีผมร่วงเป็นหย่อมอย่างชัดเจน หรือแม้แต่หนวดหรือขนคิ้วก็เป็นได้
โดยมากจะเป็นหย่อมเดียวขนาดกว้างประมาณ ๒-๓ เซนติเมตร และอาจขยายกว้างขึ้นหรือมีหย่อมใหม่เกิดขึ้นติดๆ กัน และขยายออกมารวมกันกับหย่อมแรก และในเวลาเพียง ๒-๓ สัปดาห์อาจร่วงเป็นบริเวณกว้างใหญ่ได้

ในระยะแรกๆ หนังศีรษะบริเวณนั้นอาจบวมและเจ็บได้เล็กน้อย แต่ต่อๆ ไปจะยุบลง และเห็นผิวหนังเรียบเกลี้ยงเกลาทีเดียว
ในบางราย โรคนี้อาจเกือบหายได้เองในระยะเวลาอันรวดเร็ว ตอนแรกมักจะมีเส้นผมละเอียดอ่อนขึ้นมาก่อน แล้วจึงมีเส้นผมที่หยาบและใหญ่อย่างปกติขึ้นมาแทนที่

สตรีบางคนอาจมีผมดกผิดธรรมดาในตำแหน่งที่บุรุษเขามีกัน เช่น ที่ใบ หน้า แขนขา และลำตัว ทำให้รู้สึกน่าเกลียด และเป็นผลให้กระเทือนทางจิตใจได้

ส่วนใหญ่จะไม่พบอะไรผิดปกติในผู้ป่วยเหล่านี้แต่มีบ้างที่มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยทางฮอร์โมน เช่น ภายหลังการหมดประจำเดือนแล้ว หรือภายหลังการผ่าตัดเอารังไข่ออก ในการใช้ยาบางชนิดโดยเฉพาะพวกสตีรอยด์
ในรายที่เป็นไม่รุนแรงนักจะมีแต่เพียงขนเส้นหยาบหนา สีเข้มที่เหนือริมฝีปากบน หรือคางด้านข้างของใบหน้า เต้านม และหน้าอก
ที่เหมือนบุรุษเพศทีเดียวนั้น นอกจากมีขนขึ้นดกในบริเวณดังกล่าวแล้ว ยังมีขึ้นที่ขอบสะดือ โคนขา หน้าแขน และแขนด้วย
การที่จะหาสาเหตุของสภาพเช่นนี้เป็นของยากมาก และก็มีเพียงน้อยรายเท่านั้นที่ต้องรับการรักษาโดยเฉพาะ
เส้นผมที่มีสีซีดขาวหรือเรียกกันว่า "หงอก" นั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาในผู้สูงอายุจากการเสื่อมของเซลล์ที่ผลิตเม็ดสีเมลาโนไซต์ (melanocyte) แต่ถ้าผมหงอกก่อนวัยสมควร เช่น เกิดขึ้นเมื่ออายุต่ำกว่า ๒๐ ปี อาจต้องนึกถึงโรคบางโรคที่เป็นร่วมด้วยเช่น โรคด่างขาวและเลือดจาง เป็นต้น


เล็บ

ในผู้ที่มีสุขภาพปกติ เล็บจะงอกยาวออกมาประมาณ ๐.๑ มิลลิเมตรต่อวัน ฉะนั้นเมื่อเล็บถูกถอดออกหรือเป็นอันตรายเสียไป จะใช้เวลาประมาณ ๑ ปีที่จะงอกออกยาวสู่สภาพเดิม และจะงอกช้าลงตามอายุที่สูงขึ้น

เด็กบางคนหรือแม้แต่ผู้ใหญ่มักมีนิสัยชอบกัดเล็บเป็นประจำจนกุดกร่อน เด็กๆ มักจะเลิกไปเองในสองหรือสามปี
สตรีที่ให้มือเปียกน้ำอยู่เป็นประจำ เช่น ซักผ้าล้างจาน มักจะมีเล็บเปราะแล้วแตกหรือแยกออกได้เช่นเดียวกับผู้ที่ต้องสัมผัสกับเคมีวัตถุบางชนิดบ่อยๆ

การที่มือเปียกอยู่เสมอเช่นนี้ จะทำให้เชื้อโรคเกิดขึ้นที่ผิวหนังบริเวณรอบๆ เล็บได้ง่าย โดยเฉพาะเชื้อแคนดีดา อัลบิชแคนส์ ทำให้เกิดการอักเสบ บวม และเล็บขรุขระ

นอกจากนี้การผิดปกติของเล็บยังอาจเกิดขึ้นในโรคผิวหนังอีกหลายชนิด เช่น เอ็กซีมา โซริอาซิส และโรคเชื้อราอื่นๆ เป็นต้น

 

ที่มา สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 10

Advertisement

กดติดตามข่าวการศึกษาจากเราบนเฟซบุ๊ค


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> โรคของเส้นผม ขน และเล็บ , , โรคของเส้นผม , ขน , และเล็บ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
โอเมก้า 3 ใน ปลา ก็มีโทษ
โอเมก้า 3 ใน ปลา ก็มีโทษ
เปิดอ่าน 9,704 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
การบริหารกล้ามเนื้อตา
การบริหารกล้ามเนื้อตา
เปิดอ่าน 10,715 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
กีฬาวิ่ง 31 ขา สามัคคี
กีฬาวิ่ง 31 ขา สามัคคี
เปิดอ่าน 11,807 ครั้ง
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡

จุฬาฯวิจัยสารสกัดดอกสะเดา มีฤทธิ์ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่☕ คลิกอ่านเลย
จุฬาฯวิจัยสารสกัดดอกสะเดา มีฤทธิ์ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่
เปิดอ่าน 4,112 ครั้ง
10 ข้อดี ฝึกโยคะตอนเช้า☕ คลิกอ่านเลย
10 ข้อดี ฝึกโยคะตอนเช้า
เปิดอ่าน 1,933 ครั้ง
"ผักชี" ผักพิฆาตอธรรม☕ คลิกอ่านเลย
"ผักชี" ผักพิฆาตอธรรม
เปิดอ่าน 2,468 ครั้ง
ไขข้อข้องใจ กินเห็ดมีประโยชน์จริงหรือ?☕ คลิกอ่านเลย
ไขข้อข้องใจ กินเห็ดมีประโยชน์จริงหรือ?
เปิดอ่าน 2,579 ครั้ง
ย่านางแดง พืชน่าสนใจ มีสรรพคุณอย่างไรบ้าง☕ คลิกอ่านเลย
ย่านางแดง พืชน่าสนใจ มีสรรพคุณอย่างไรบ้าง
เปิดอ่าน 714 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

วิธีคั้นมะนาวให้ได้น้ำมาก-ไม่ขมวิธีคั้นมะนาวให้ได้น้ำมาก-ไม่ขม
เปิดอ่าน 4,848 ครั้ง
เทคโนโลยี มีกี่ระดับอะไรบ้าง เทคโนโลยี มีกี่ระดับอะไรบ้าง
เปิดอ่าน 64,793 ครั้ง
อาหารก่อมะเร็งอาหารก่อมะเร็ง
เปิดอ่าน 3,776 ครั้ง
พระกฤษณะ พระกฤษณะ
เปิดอ่าน 7,807 ครั้ง
ถึงเวลาปฏิวัติการสอน ความท้าทายของครูในศตวรรษที่ 21ถึงเวลาปฏิวัติการสอน ความท้าทายของครูในศตวรรษที่ 21
เปิดอ่าน 11,190 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด
27 พ.ค. 2559 เวลา 08:49 น. : 12 ปี ยังเรียนฟรี

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.

Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม