ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ ดูทีวีออนไลน์ ทีวีย้อนหลัง   game เกมส์หลากหลาย รวมเกมส์ที่นี่
ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ยืนยันข้อสอบโอเน็ตได้มาตรฐาน ออกตามหลักสูตร-ด้าน สพฐ.รับไม่ได้ ถ้าครูบอกข้อสอบเด็ก
ยืนยันข้อสอบโอเน็ตได้มาตรฐาน ออกตามหลักสูตร-ด้าน สพฐ.รับไม่ได้ ถ้าครูบอกข้อสอบเด็ก
+โพสต์เมื่อวันที่ : 25 ก.พ. 2553

Share | แบ่งปันเรื่องนี้ให้เพื่อนที่

.....

นางอุทุมพร จามรมาน ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยว่า กรณี นักเรียน ม.6 ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนว่า สทศ.แจ้งเปลี่ยนลักษณะข้อสอบและรูปแบบกระดาษคำตอบข้อสอบโอเน็ตกระชั้นชิด ทำให้เตรียมตัวไม่ทันนั้น สทศ.ได้ชี้แจงอย่างเป็นทางการผ่านทางเว็บไซต์ สทศ.ที่ www.niets.or.th และส่งข้อมูลให้นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ชี้แจงกระทู้สดเรื่องเดียวกันต่อสภา ยืนยันว่าทุกข้อออกตามหลักสูตรขั้นพื้นฐาน

"การเปลี่ยนรูปแบบข้อสอบจากเลือกตอบ 1 ใน 4 ตัวเลือก เป็นเลือกหลายตัวเลือกเพื่อให้การวัดผลแม่นยำขึ้นและการเดาถูกลดลง เพราะการเลือกตอบ 1 ใน 4 ตัวเลือกทำให้เด็กมีโอกาสเดาถูก 25% สทศ.ไม่ได้เปลี่ยนรูปแบบฉับพลัน แต่ค่อยๆ ปรับทีประมาณ 10-20% ของคะแนนเต็มและเปลี่ยนบางวิชาเท่านั้น และการสอบโอเน็ต ม.6 ปีหน้าก็จะดำเนินการต่อไป โดยวิชาใดที่ข้อสอบเป็นรูปแบบเดียวจะปรับเพิ่มเป็น 2 รูปแบบ ส่วนวิชาที่มากกว่า 1 รูปแบบอยู่แล้ว ก็จะคงรูปแบบเหล่านั้นและคงสัดส่วนเปอร์เซ็นต์นั้นต่อไป" ผอ.สทศ. กล่าว

 ส่วนเรื่องการทุจริตในการสอบนั้น นางอุทุมพร กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารสทศ.จะพิจารณาตัดสินในวันที่ 25 มี.ค. ว่าเข้าข่ายทุจริตหรือไม่ ส่วนกรณีอื่น ๆ หากชัดเจนก็จะตัดสินไปเลย เช่น กรณีนำโทรศัพท์มือถือเข้าห้องสอบ หรือการทุจริตโดยการส่งโพยคำตอบให้กัน ซึ่ง สทศ.จะไม่ประกาศผลในวิชานั้นให้

ด้าน ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับแต่การร้องเรียนว่ามีครูบอกคำตอบแต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน จึงได้ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ถูกร้องเรียนตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว เพราะการที่ครูบอกข้อสอบถือว่าผิดจรรยาบรรณ ซึ่งสพฐ.รับไม่ได้

อ่านเพิ่มเติมที่ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 25 กุมภาพันธ์ 2553
http://www.thairath.co.th/content/edu/67137

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันพุธ ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553
http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=42&contentID=50563

 
 
 
 
ไม่มีความเห็น
 
 
 
[เนื้อหาในหมวดเดียวกัน]
สพฐ. ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการพิจารณาให้เออร์ลี่ฯ แล้ว [4770]
ก.ค.ศ.มีมติคงสิทธิ์ กรณีผู้สอบได้และขึ้นบัญชีตำแหน่งต่างๆ ของ สพท.เดิมแล้ว [2548]
ครู ค.ศ.1 เรียกร้องให้มีการทบทวนประกาศ ก.ค.ศ .ให้ครูที่บรรจุปี2548-2551ได้รับสิทธิ์ย้อนหลัง [6474]
อนุ กก.คุรุศึกษาฯ ชงครูเกษียณ 65 ปี [3677]
เงินกู้สวัสดิการ ช.พ.ค.-หลักเกณฑ์การกู้ ช.พ.ค.-กู้ 1.2ล้านคงเหลือไม่ต่ำกว่า 8 พัน [9384]

 

ความคิดเห็นที่ 1  โดยคุณ : คิงคอง

ลงที่ครูอีกแล้ว หัดมองดูตัวเองซะมั่ง

[25 ก.พ. 2553 เวลา 10:49 น.] [118.172.146.149]

ความคิดเห็นที่ 2  โดยคุณ : ครูแก่

จำได้บ้างตามประสาครูแก่ ว่า หลักการออกข้อสอบสมัยนั้น ให้ มีทั้ง ความรู้ จำ นำไปใช้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และอะไรอีกก็จำไม่ค่อยได้แล้ว มาสมัยนี้ เน้นวิเคราะห์ มาก และเป็นวิเคราะห์ ตามแต่ผู้ออกว่าจะให้ข้อใดถูก ผิด มันเตลิดไปถึงไหนกัน ประเทศไทย สงสารเด็กจัง ให้เรียนร้อยแปดพันเก้า เอาดีไม่ได้ ซักอย่าง

[25 ก.พ. 2553 เวลา 11:04 น.] [118.175.154.163]

ความคิดเห็นที่ 3  โดยคุณ : GOO

ไช โย ได้คะแนนฟรี ๑๖ คะแนน ภาษาไทย ป๖ เดี๋ยว ขอ คณิต อีกซัก ๑๐ วิทย์ ๑๒ เฮาก็ผ่านเกณฑ์ ขั้นตำแล้ว ๕๕๕๕๕๕๕

[25 ก.พ. 2553 เวลา 11:08 น.] [118.175.154.163]

ความคิดเห็นที่ 4  โดยคุณ : GOO

ไช โย ได้คะแนนฟรี ๑๖ คะแนน ภาษาไทย ป๖ เดี๋ยว ขอ คณิต อีกซัก ๑๐ วิทย์ ๑๒ เฮาก็ผ่านเกณฑ์ ขั้นตำแล้ว ๕๕๕๕๕๕๕

[25 ก.พ. 2553 เวลา 11:08 น.] [118.175.154.163]

ความคิดเห็นที่ 5  โดยคุณ : ครูแก่

ผมว่าเรากำลังจะกลับเข้าสู่การเอาข้อสอบเข้าระดับมหาวิทยาลัยมาเป็นเกณฑ์ตัดสินอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเรานำข้อสอบ O-NET มาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินคุณภาพการศึกษาอย่างจริงจัง ผลการสอบที่ออกมามันค้านกับความเป็นจริงมากขึ้น เป็นต้นว่า เด็กเล่นฟุตบอลได้แชมป์ระดับเขตฯ สอบ O-NETพลนามัยไม่ผ่าน เด็กได้รางวัลศิลปหัตกรรมนักเรียนระดับเหรีญทองสอบ O-NET วิชาศิลปไม่ผ่าน เด็กที่ได้เป็นได้เป็นนักเรียนนิสัยดีเด่น ช่วยเหลือโรงเรียนดีเด่น สอบ O-NET สังคมไม่ผ่าน นอกจากนี้นักวิชาการหลายคนเริ่มบ่นว่านักเรียนเราหัวโต ขาแขนรีบไปทุกวัน เนื่องจากเรียนเก่งทำอะไรไม่เป็นไปทุกวัน ท่านจัดการศึกษากันแบบนี้แล้วจะมาโทษครูอย่างเราได้อย่างไร จะทำอะไรเกี่ยวกับการศึกษาก็ฟังครูบ้างเถอะ อย่าคิดว่าครูโง่นักเลย

[25 ก.พ. 2553 เวลา 12:58 น.] [119.42.88.171]

ความคิดเห็นที่ 6  โดยคุณ : ครู สอนนาน

ข้อสอบบ้าบอ เด็กตอบได้ 3 ตัวเลือก ตัวเลือกที่ 4 ตอบผิด เท่ากับผิดทั้งข้อ
รังแกเด็กแท้ๆ (แทนที่จะไ้คะแนน 3 ใน4 กลับได้ 0)ห่วยที่สุด

[25 ก.พ. 2553 เวลา 15:34 น.] [118.175.160.192]

ความคิดเห็นที่ 7  โดยคุณ : นร.ไม่เก่ง

เรียนท่าน อุทุทพร
หลักสูตรนะมี แต่ความพร้อมของ สพฐ.ไม่มี เก่งจริงสร้างสนามเทนนิสให้ทุกโรงเรียน ซิ เมื่อ ศธ.ไม่พร้อม แต่สทศ. บอกต้องพร้อม การออกข้อสอบโดยผู้ที่ไม่สอนจริง ก็วัดอะไรไม่ได้ครับคุณแม่ ครูสอนวิชาการ แต่ข้อสอบออกวิชาชีวิต ชีวิตเราก็บรรลัยใช่ไหมเพื่อน ม.6 หลักสูตรแกนกลางเราไม่ทราบ ทราบแต่ว่า โรงเรียนบ้านนอกนั้น มีแต่วิชาบังคับ เพราะไม่มีครูสอน บางวิชาเป็นบังคับเลือก เมื่อ รร. ไม่พร้อม เราก็ไม่ได้เรียน เช่นเทนนิส เป็นต้น

[25 ก.พ. 2553 เวลา 17:42 น.] [192.168.1.224]

ความคิดเห็นที่ 8  โดยคุณ : ครูผู้สอนในโรงเรียน

จากที่คุณอุทุมพร ให้สัมภาษณ์ ได้ดูในรายการ ข่าว 3 มิติ มีตอนหนึ่งกล่าวว่าการออกข้อสอบในโรงเรียน ครูสอนนักเรียน 50 คน สามารถออกข้อสอบให้เด็กคิด วิเคราะห์
และออกข้อสอบแบบอัตนัย ครูสามารถตรวจได้สบาย อยากให้คุณอุทุมพรมาสอนจังค่ะ
50 คน คือเด็ก 1 ห้องนะคะ แต่สอนจริง 5-6 ห้อง ก็ปาเข้าไป 300 คน ถ้าครูสอนหนังสือและวัดผลประเมินผลเด็กอย่างเดียวสามารถทำได้ค่ะ แต่นี่ยังมีงานสนับสนุนการสอน งานประกัน งานรับเด็ก ฯลฯ ยิ่งฟังครูก็อยากเออร์รี่ แล้วค่ะ ประเทศไทยจงเจริญ

[25 ก.พ. 2553 เวลา 19:17 น.] [58.9.49.190]

ความคิดเห็นที่ 9  โดยคุณ : ยอดทองคิด youdthong.com

ช่วงนี้ การวัดคุณภาพด้านการศึกษา ควรหาตัวชี้วัดใหม่ดีกว่า การสอบวัดนักเรียน หยุดไว้สักพักก่อนแบบไม่มีกำหนด เพราะปีหน้าท่านออกแนวอื่นอีกเด็กก็มึนต่อไปอีก วิ่งตามเงา วิ่งไม่ทันหรอก เด็กทำไม่ได้ใช่ว่าจะโง่ แต่สรุปแล้วไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก สู้เองเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า เช่น ในเรื่องสื่อ อุปกรณ์ อาคารสถานที่ ส้วม ต่าง ๆ ให้พร้อมให้เพียงพอและสวยงาม ซื้อคอมพิวเตอร์ให้พอ สร้างโรงเรียนให้ใหญ่โต มโหฬารได้ยิ่งดี มีสระว่ายน้ำ (กีฬาและทักษะชีวิต) สนามกีฬามาตรฐาน จัดครูให้เพียงพอ แล้วถ้าครูไม่ได้คุณภาพ ค่อยเชิญออก รับรองเมื่อทุกอย่างได้มาตรฐาน เด็กมาอย่างไร พัฒนาได้เต็มศักยภาพหมด ในทางตรงข้ามถ้าปัจจัยข้างต้นด้อยแล้ว เด็กได้พัฒนาอย่างไร โดยเฉพาะในชนบทยิ่งแล้ว ทุกวันนี้ยุ่งกับเรื่องซ่อมอาคาร ทาสีอาคารไม้ 100 ปี ทำส้วม เปลี่ยนหลังคา คือถ้าโรงเรียนเป็นรถยนต์ สภาพคือ สนิมเกราะทั้งคัน สีผุกร่อน วิ่งโยกเยก จะพังเหล่มิพังแหล่ แล้วผู้ปกครองจะมั่นใจได้อย่างไร ไม่ได้คะแนนเสียงแน่นอนถ้าแบบนี้ งบประมาณมหาศาลแต่ละปีน่าจะสร้างปัจจัยเหล่านี้ก่อน สร้างแล้วอีก 50- 100 ปีค่อยว่ากันใหม่ ไม่เป็นเงินหัวแตก ใช้ได้ชั่วลูกชั่วหลาน ชัดเจนเลย ถ้าเป็นไปได้กำหนดให้ชัดเจนเลย อีกไม่นาน ให้เด็กทุกคนถือ แล็ปท้อป มาโรงเรียนเลย ไม่ต้องหิ้วกระเป๋ามาแล้ว บทเรียนต่างใส่ไว้ในเครื่องให้หมด (วันนี้ดูห่างไกล แต่สักวันต้องเป็นอย่างนี้ครับ)

[25 ก.พ. 2553 เวลา 21:21 น.] [118.173.133.116]

ความคิดเห็นที่ 10  โดยคุณ : ชาวบ้านคนหนึ่ง

เห็นโจทย์คำถามข้อสอบ O-NET ม.6 แล้ว หดหู่้ใจ ยิ่งได้ฟังคุณอุทุมพรให้สัมภาษณ์ยิ่งสลดใจ เป็นไปได้ถึงเพียงนี้ ! อยากเรียกร้องผู้มีความรู้ความสามารถนักวิชาการนักวัดผลทั้งหลายแหล่อกมาแสดงความเห็นกันบ้าง เพื่อจะได้แนวคิดใหม่ ๆ ให้ชาวบ้านธรรมดาเขาได้รับทราบถึงหลักการวัดผลประเมินผลฉบับชาวบ้านบ้าง แม้จะไม่รู้สึกอะไรมากนักกับการที่จะให้เด็ก ๆ หรือครู ๆ ที่ท่านมักป่าวประกาศว่าไม่ค่อยได้เรื่อง ต้องเรียนรู้กับแนวข้อสอบที่ท่านคิดว่าดีเลิศประเสริฐศรี ต้องรู้จักคิดวิเคราะห์ คิดเชื่อมโยง (รวมทั้งคิดเพ้อเจ้อเหลวไหล และไม่มีสาระ) คิดว่าทั้งเด็กและครูที่เขามีสติปัญญาเขารับได้การลีลาของข้อสอบ แต่ที่รับไม่ได้เอามาก ๆ สลดใจเอามาก ๆ คือลักษณะเนื้อความของคำถามที่ไม่เคยพบเคยเห็น ว่าสิ่งที่ท่านถามนั้นท่านต้องการวัดอะไร มีอะไรเป็นหลักในการประเมิน เห็นโจทย์คำถามและตัวเลือกที่เด็ก ๆ รวบรวมมาให้ แล้วคิดได้อย่างเดียวว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้มีอำนาจในบ้านนี้เมืองนี้เขาเป็นอะไรไปกันแล้ว กระทรวงศึกษาธิการน่าจะได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงทำลายชาติหรือเปล่า ! ท่านช่วยทบทวนกันหน่อย นักวิชาการนักวัดผลเก่ง ๆ ช่วยให้ความกระจ่างด้วย เหมือนที่นักวิทยาศาสตร์ผู้อาจหาญกล้าตีแผ่เครื่องจีที 200 กล้าชนกับกองทัพ เมืองไทยมีแต่เรื่องน่าสงสาร น่าสมเพช และที่น่าเห็นใจมาก ๆ คือ เด็ก ๆ ของเรา ท่านว่าไหม ?

[25 ก.พ. 2553 เวลา 21:23 น.] [124.122.77.238]

ความคิดเห็นที่ 11  โดยคุณ : ครูที่สอนตรงตามหลักสูตร

อ้างถึงข้อความของ คิงคอง - 25 ก.พ. 2553 เวลา 10:49 น.
ลงที่ครูอีกแล้ว หัดมองดูตัวเองซะมั่ง

การที่ สทศ. ชี้แจงว่าออกข้อสอบตรงหลักสูตรนั้น ในฐานะที่เป็นครู อยากจะบอกว่า สทศ. หยิบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 (ปรับปรุง 2551) มาออกข้อสอบให้เด็ก ม. 6 ทำในการสอบโอเน็ตครั้งนี้ก็ผิดแล้ว เพราะเด็ก ม. 6 รุ่นนี้เรียนตามหลักสูตรฯ พ.ศ. 2544 มิได้เรียนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เลย หลักสูตร 2551 เพิ่งเริ่มใช้กับนักเรียน 500 กว่าโรงทั่วประเทศในปี 2552 เป็นปีแรกซึ่งเป็นโรงเรียนต้นแบบ ใช้เฉพาะ ม. 1 และ ม. 4 เท่านั้น ที่ออกมาบอกว่าออกตรงตามหลักสูตรตัวชี้วัดนั้น ตัวชี้วัดนี้ มันไม่ใช่หลักสูตรที่นักเรียน ม. 6 รุ่นนี้เรียนเลย ดูกันมั่งรึเปล่า เพราะหลักสูตร 2544 ไม่ได้ใช้คำว่า "ตัวชี้วัด" เขาใช้คำว่า "ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง"

[26 ก.พ. 2553 เวลา 05:32 น.] [222.123.170.134]

ความคิดเห็นที่ 12  โดยคุณ : ครูหดหู่

อยากบอกว่าเด็กๆ เครียดมากกับการสอบ และตอนนี้เด็กๆ ไม่ค่อยเห็นการสอบโอเน็ตสำคัญนักหรอก สังเกตได้ว่าวิชาแรกนักเรียนขาดสอบน้อยกว่าวิชาหลังๆ เพราะเด็กเห็นข้อสอบแล้ว เขาบอกว่าเขาไม่ใช้ผลสอบโอเน็ตหรอก เบื่อข้อสอบโอเน็ต ที่โรงเรียน วิชาแรกขาดสอบ 65 คน พอวิชาต่อมาขาดสอบเป็นร้อย และเด็กไม่ยอมเข้าห้องสอบก่อนเวลาด้วย พอถึงเวลาสอบเขายังรออยู่นอกห้อง ครูเรียกให้เข้าสอบ เขาบอกว่า เข้าช้าๆ ก็ได้ เพราะเขาเข้าช้าได้ไม่เกิน 30 นาที เพราะเข้าห้องสอบแล้วออกไม่ได้จนกว่าจะหมดเวลา เขาเบื่อที่จะต้องนั่งอยู่โดยไม่ได้ทำอะไรในห้องสอบเมื่อทำเสร็จแล้ว

[26 ก.พ. 2553 เวลา 05:48 น.] [222.123.170.134]

ความคิดเห็นที่ 13  โดยคุณ : คนทำหลักสูตร

เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ 11 หลักสูตรฯ 2551 เพิ่งเริ่มใช้กับนักเรียน ม. 1 ม. 4 ปี 2552 เป็นปีแรก นักเรียนชั้น ม. 5 และ ม. 6 ยังเรียนตามหลักสูตร พ.ศ. 2544 ทำไม สทศ. จึงออกข้อสอบโอเน็ต ตามหลักสูตร ฯ 2551 ล่ะ ลองตรวจสอบดูใหม่ดีมั๊ย มันทำให้เด็กเสียประโยชน์นะ..

[26 ก.พ. 2553 เวลา 05:55 น.] [222.123.170.134]

ความคิดเห็นที่ 14  โดยคุณ : 123 1

เรียนผู้บริหาร สทศ.
1. คุณออกข้อสอบ o-net ที่มีหลายตัวเลือกเพื่อให้เด็กคิดวิเคราะห์เป็น อยากถามว่าพวกคุณเคยมาสัมผัสการเรียนของนักเรียนบ้านนอกมั้ยว่าเด็กมีไอคิวสมองเท่าไหร่ ทุกว้นน้เด็กมันยอมเรียนหนังสือก็ดีถมไปแล้วโดยเฉพาะนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาส นักเรียนมันต้องดิ้นรนปากกัดตีนถีบ ในการดำรงชีวิต มาเรียนบ้างขาดเรียนบ้างเพื่อความอยู่รอดของชีวิตที่ขาดไม่ใช่ไปไหนไปช่วยหารายได้เลี้ยงครอบครัวของนักรียนเองนั่นแหละ เด็กพวกนี้ไม่มีทางทำขัอสอบของท่านได้แน่นอน ส่งสัยท่านอาจารย์คงไม่เคยมีชีวิตเป็นอย่างนี้เลยไม่รู้ว่าคุณภาพชีวิตเด็กพวกนี้เป็นอย่างไร ท่านอาจารย์กรุณาอย่าเอาบรรทัดฐานตัวเองเป็นที่ตั้งในการออกข้อสอบท่านมีชีวิตที่ครบทุกอย่าง ในสมัยเด็กท่านมีหน้าที่เรียนอย่างเดียวเรียนจบเมืองนอกระดับปริญญาแล้วคิดว่าเด็กนักเรียนทุกคนจะเป็นเหมือนท่าน
2.ดูจากรายการ ช่อง 3 เรื่องเล่าเช้านี้ ที่ท่านให้สัมภาสกับนักข่าวว่าเด็กเก่งสามารถทำข้อสอบของท่านได้แน่นอนแต่เด็กไม่เก่งคงทำข้อสอบของท่านไม่ได้ พร้อมทั้งบอกว่าจะนำผลสอบ o-net สามารถเข้าเรียนชั้น ม.1 ม.4 และระดับอุดมศึกษาได้(สำหรับเด็กเก่งนะ) แล้วทำไมไม่คิดละว่าเด็กที่เเรยนไม่เก่งละท่านจะจัดเค้าไว้ที่ไหนทำอะไรไม่ได้เลยปล่อยให้มันเป็นขยะสังคมเหรอ ผมว่าท่านพิจารณาตัวเองซะเถอะ
3.ทุกวันนี้การศึกษาไทยพวกบริหารสักแต่นั่งบริหารไม่เคยลงมาดูบ้างเลยว่าครู นักเรียน ผู้ปกครอง สิ่งแวดล้อมและภาระงานมันมากขนาดไหน พวกท่านไม่เคยหรอกพวกท่านเอาเวลาแต่นั่งคิดหรือเปิดงานต่างๆ ที่ถูกเชิญ ขนาดท่านจะกินข้าวยังมีคนทำให้เลยไปไหนก็มีรถประจำตำแหน่งพร้อมคนขับน้ำมันก็ไม่ต้องเติมเอง จะเข้าห้องน้ำยังมีคนถือทิชชูเดินตามหน้าห้องเพื่อรอท่านทำธุระส่วนตัวเสร็จ เลยทำให้พวกท่านขาดความรู้ว่าพวกครู นักเรียน ผู้ปกครองเขาอยู่กันอย่างไรงานเยอะขนาดไหน โดยเฉพาะครู เสาว์ อาทิตย์ก็ต้องไปทำงาน จนทุกวันนี้ไม่มีเวลาสอนลูกตัวเองแล้ว ขอให้พวกท่านมองเห็นความสำคัญของสถาบันครอบครัวบ้างนะครับโดยเฉพาะของครูนะสอนลูกคนอื่นๆได้แต่ลูกตัวเองไม่มีเวลาที่จะสอนครับสุดท้ายก็นำไปสู่ปัญหาสังคม ได้แทใจแล้วแต่บุญกรรมของใครนะ

[26 ก.พ. 2553 เวลา 21:00 น.] [110.49.68.204]

ความคิดเห็นที่ 15  โดยคุณ : outsider

การสอบมันเป็นแค่หนึ่งในวิธีประเมินผลผู้เรียน เป็นแค่ subset ครับไม่ใช่ทุกอย่าง แต่ สทศ.กำลังเอาอนาคตทุกอย่างของเด็กมารวมอยู่ในการสอบของพวกเขา

คนที่ย้ำคิดอยู่ตลอดเวลาว่าเด็กตั้งใจจะเดาข้อสอบบ้าง ทุจริตบ้าง พยายามค้นคิดหาวิธีการทุกอย่างมามาใช้ อ้างถึงความชอบธรรมที่จะไม่ให้มีสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น จนลืมไปว่าเราวัดผลเด็กเพื่ออะไร มีวิธีการศาสตร์ที่ต้องปฏิบัติอย่างไรสำหรับในแต่ละกรณี แต่ละกลุ่ม แต่ละช่วงอายุ ฯลฯ ไม่น่ามีภาวะทางจิตที่ปกติ มันแสดงให้เห็นว่าท่านไม่ได้มีความรู้ความสามารถในทางการวัดผลประเมินผลจริงๆอย่างที่ควรจะเป็น หรือไม่ท่านก็มีเจตนาบิดเบือนไปเพื่อใช้ประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งโดยไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเด็กทั้งประเทศ

การออกแบบวิธีป้องกันที่ท่านว่ามันยากเย็นอะไรเล่าครับ มันก็เหมือนที่พวก creative รายการเกมโชว์คิดสร้างขึ้นมาใช้ในรายการของพวกเขานั่นแหละ มีลูกล่อลูกชน ให้สนุกสนานเฮฮา ถูกใจคนดู ถูกใจ sponsor ไปวันๆ บอกให้เด็กชงกาแฟในสถาบันของท่านช่วยกันคิด เผลอๆจะได้อะไรที่แปลก แหวกแนวสุดๆมากกว่าพวกนักวิชาการก็ได้

ถ้าการสอบของท่านเป็นแค่เอาฮา เอามัน อย่างเดียว เด็กทั่วประเทศทั้งโรงเรียนดังทั้งเด็กด้อยโอกาสทำได้ทุกคนแหละครับผมเชื่อว่าพวกเขาใช้เวลาถอดรหัสเกมพวกคุณไม่นาน แต่เมื่อคุณออกมาใหม่ทุกครั้ง เขาก็ต้องทำความเข้าใจใหม่ทุกครั้ง และต้องใช้เวลากับการนี้พอสมควรในทุกครั้งเช่นกัน ถ้ามันเป็นแค่เกมสนุกๆ ไม่มีความกดดัน ไม่มีผลกัยชีวิตอนาคต ทุกคนก็ทำได้

แต่ถ้าสำหรับเด็กๆที่เขาคิดว่ามันเดิมพันด้วยชีวิต...มันคงเหมือนนั่งอยู่ในนรก !!!

นักวิชาการไม่รู้จักมิติของเวลา ไม่รู้จักคุณค่าของเวลา..เห็นภาพได้ชัดเจนมากจริงๆ..

ในประเทศที่เจริญแล้วคนที่ต้องทำงานสาธารณะและโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานที่อาจมีผลถึงความเป็นความตายของคนทั่วไปต้องถูกบังคับตรวจสอบสภาพจิตโดยจิตแพทย์เป็นประจำ อยากให้มีกฎหมาอย่างนี้กับบ้านเราบ้างครับ..

ตอนนี้มีข่าวออกมาว่ามีความพยายามให้ ผลสอบของ สทศ. มีผลติดตัวเด็กตั้งแต่ประถมศึกษาไปจนตาย ใครสะสมได้มากก็ได้เปรียบคนสะสมได้น้อย ต่อไปเด็กบ้านนอกจะไม่มีสิทธิ์เรียนมหาวิทยาลัยที่พวกพ่อแม่โครตเง่าเขาจ่ายภาษีตั้งขึ้นมา

..สพฐ.น่ะหรือ...หวังอะไรกับหน่วยงานที่ไร้สมองไม่เคยมียุทธศาตร์ของตัวเอง.
...ยุบไปซะพร้อมกับ สพท. บางที่อะไรๆอาจดีกว่าเก่า การศึกษาไทยอาจรุ่งเรืองอีกครั้ง

[27 ก.พ. 2553 เวลา 11:47 น.] [112.142.234.131]

ความคิดเห็นที่ 16  โดยคุณ : ผู้ปกครองนร.ม.6

สงสารนักเรียนม.6 ปีนี้มากที่สุดที่เป็นหนูทดลองให้กับนักวิชาการวิชาเกินอีกตามเคย คุณ ใช้สมองคิดบ้างไหมผลสอบโอเน็ตครั้งนี้ติดตัวนักเรียนม.6 ไปตลอดชาติเลย แน่นอนผลคะแนนจิบจ้อยแน่ ๆ เพราะผลพวงของนักออกข้อสอบ ที่หลงลำพองตนเองว่า ตูออกข้อสอบได้เลิศเลอ perfect แล้ว นักเรียนอยู่นอก ๆ เมืองออกไปล่ะ จะมีโอกาสได้รับรู้คำถามบ้าบอที่ถามในข้อสอบไหม อย่าหลงตนเองเกินไป หากเป็นลูกหลานของพวกคุณ ๆ บ้างที่เข้าสอบครั้งนี้ พันเปอร์เซนต์รับรองไม่ได้แน่นอน อย่าอ้างแต่มีในหลักสูตรหมด คิดถึงสภาพความเป็นจริงของแต่ละโรงเรียน แต่ละท้องถิ่นบ้าง อย่าหาข้ออ้างแก้ตัวไปแต่ละปีที่จัดสอบ เบื่อ! ผลสอบออกมานักเรียนม.6 ทั้งประเทศได้คะแนนน้อย ใครล่ะจะรับผิดชอบ จะอ้างอะไรอีก ขอเถอะอย่าอวดตนว่าออกข้อสอบได้ยอดเยี่ยม

[27 ก.พ. 2553 เวลา 22:03 น.] [222.123.22.172]

ความคิดเห็นที่ 17  โดยคุณ : บำนาญ pns@thaimail.com

เมื่อไรจะหมดยุคหนูทดลองเสียทีสำหรับวงการศึกษาของไทย เพื่อนบ้านใกล้เคียงเขาแซงหมดแล้ว ไม่ว่าด้านการเมือง การศึกษา การเกษตร การสอบ o-net ครั้งนี้มันสะท้อนวงการศึกษาได้ชัดเจนมาก วิเคราะห์จนออกนอกโลก มัวแต่วิเคราะห์ไม่ปฏิบัติ ไม่มองพื้นฐานของท้องถิ่น อีก 10 ชาติปฏิรูปการศึกษาก็ไม่สำเร็จ

[2 มี.ค. 2553 เวลา 20:15 น.] [125.26.211.99]

ความคิดเห็นที่ 18  โดยคุณ : เด็กภูธร

อ้างถึงข้อความของ ผู้ปกครองนร.ม.6 - 27 ก.พ. 2553 เวลา 22:03 น.
สงสารนักเรียนม.6 ปีนี้มากที่สุดที่เป็นหนูทดลองให้กับนักวิชาการวิชาเกินอีกตามเคย คุณ ใช้สมองคิดบ้างไหมผลสอบโอเน็ตครั้งนี้ติดตัวนักเรียนม.6 ไปตลอดชาติเลย แน่นอนผลคะแนนจิบจ้อยแน่ ๆ เพราะผลพวงของนักออกข้อสอบ ที่หลงลำพองตนเองว่า ตูออกข้อสอบได้เลิศเลอ perfect แล้ว นักเรียนอยู่นอก ๆ เมืองออกไปล่ะ จะมีโอกาสได้รับรู้คำถามบ้าบอที่ถามในข้อสอบไหม อย่าหลงตนเองเกินไป หากเป็นลูกหลานของพวกคุณ ๆ บ้างที่เข้าสอบครั้งนี้ พันเปอร์เซนต์รับรองไม่ได้แน่นอน อย่าอ้างแต่มีในหลักสูตรหมด คิดถึงสภาพความเป็นจริงของแต่ละโรงเรียน แต่ละท้องถิ่นบ้าง อย่าหาข้ออ้างแก้ตัวไปแต่ละปีที่จัดสอบ เบื่อ! ผลสอบออกมานักเรียนม.6 ทั้งประเทศได้คะแนนน้อย ใครล่ะจะรับผิดชอบ จะอ้างอะไรอีก ขอเถอะอย่าอวดตนว่าออกข้อสอบได้ยอดเยี่ยม

ทำไมผ้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษาที่มีหน้าท่รับผิดชอบต่อระบบการศึกษาถึงได้เพิกเฉยปล่อยใหสทศ.รังแกอนาคตของเด็กด้วยการอวดอ้างความเป็นนักวิชาการ นี่มันหมายถึงอนาคตของเด็กนับพันนับหมื่น ปล่อยให้เด็กต้องออกมาต่อส้เรียกร้องสิทธิ์เอง ดิฉันขอเรียกร้องนักสิทธิมนุษยชนทั้งหลายทำไมท่านไม่สนใจใยดีเด็กม.6ปีนี้ ทั้งๆที่เขากลายเป็นหนูทดลองและมหาลัยทั้งหลายก้รับตรงไปแทบจะไม่เหลือที่นั่งให้กับเด้กโดยเฉพาะเด็กต่างจังหวัดทำประหน่งว่าเขาเป็นพลเมืองชั้นสอง แล้วยังมาพบกับข้อสอบที่ละเมิดสิทธิ์ของผ้เรียน ฉันสรรเสริญคุณสรยุทธ์ท่ยังมองเห็นความสำคัญของเยาวชนและให้พื้นที่ในการเรียนกร้องสิทธ์แก่เด็กแล้วผ้ใหญ่คนอื่นๆล่ะท่านมัวเป็นไปทำอะไรอย่ที่ไหนรู้ไหมผ้ปกครองและน้องๆม.6ปีนี้แทบจะบ้าตาย

[5 มี.ค. 2553 เวลา 23:51 น.] [118.172.87.107]

กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า 1

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์แต่งตัว เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์ยิง เกมส์เบ็นเท็น เกมส์การ์ด เกมส์ระบายสี เกมส์ต่อสู้ เกมส์ผจญภัย เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ปลูกผัก เกมส์ผี เกมส์เด็กๆ เกมส์ขายของ เกมส์จีบสาว เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ภาษา เกมส์แต่งบ้าน เกมส์วางแผน เกมส์ตลก เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ทําอาหาร เกมส์วางระเบิด เกมส์มันส์ๆ เกมส์จับคู่ เกมส์ความรู้ เกมส์กีฬา เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์ตัดผม เกมส์หมากฮอส เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกสมอง เกมส์สร้างเมือง เกมส์ยาน เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์เต้น เกมส์มาริโอ

ค้นหาข่าว/บทความ

 
สนใจระบบ e-Office ติดต่อได้ครับ 081-3431047
ระบบอีออฟฟิศ รับ-ส่งหนังสือราชการ
เหมาะสำหรับเขตพื้นที่ติดต่อกับโรงเรียน
เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดงบ
พัฒนาโดย ครูบ้านนอก.คอม

ดูหนัง ฟังเพลง ดูทีวีออนไลน์ ทีวีย้อนหลัง อ่านหนังสือพิมพ์ ข่าว นิตยสาร ออนไลน์ ที่นี่
ห้องพักครู ครูบ้านนอกดอทคอม ห้องพักผ่อนหลังจากการสอนของคุณครู เพื่อเตรียมตัว หรืออัพเดทข่าวสารต่างๆ พูดคุย สนทนากันได้ที่ห้องนี้ครับ



รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
ครูบ้านนอก gotoknow
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน
ทุนการศึกษา

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่

 

คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ
เว็บไซต์ สพป.ทั่วประเทศ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ

     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม
เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง
ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร
แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร
ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู
ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย
เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา
และเจริญก้าวหน้าในอาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
MSN : kornkham@hotmail.com

เว็บไซต์เพื่อนบ้าน
โปรดรักเพื่อนบ้านของเรา
เหมือนที่ท่านรักเรา
สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ปัจจุบัน นิสิตคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม