ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ ดูทีวีออนไลน์ ทีวีย้อนหลัง   game เกมส์หลากหลาย รวมเกมส์ที่นี่
ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ก.พ.ปรับระบบเงินเดือนใหม่ จาก "ขั้น" เป็น "ช่วง"
ก.พ.ปรับระบบเงินเดือนใหม่ จาก "ขั้น" เป็น "ช่วง"
+โพสต์เมื่อวันที่ : 27 มี.ค. 2553

Share | แบ่งปันเรื่องนี้ให้เพื่อนที่

.....

นางเบญวรรณ สร่างนิทร เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กล่าวว่า ก.พ.ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฎิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญแบบใหม่เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการ โดยปรับเปลี่ยนจากบัญชีอัตราเงินเดือนแบบ "ขั้น" ไปเป็นบัญชีอัตราเงินเดือนแบบ "ช่วง" ซึ่งเป็นการขึ้นเงินเดือนโดยอาศัยหลัก "ร้อยละ" เป็นหลักยึดในการจ่ายค่าตอบแทนข้าราชการแบบใหม่

หลักเกณฑ์การขึ้นเงินเดือนข้าราชการแบบ "ช่วง" เป็นการกำหนดองค์ประกอบการประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างน้อย 2 องค์ประกอบ คือ ผลสัมฤทธิ์ของงานและพฤติกรรมการปฏิบัติราชการ และองค์ประกอบอื่นๆ ส่วนราชการนั้นๆ สามารถตกลงกันเองเพื่อกำหนดเป็นองค์ประกอบเพิ่มเติมได้ แต่ทั้งนี้ ต้องมีสัดส่วนของผลสัมฤทธิ์ของงานไม่น้อยกว่า 70% จาก 100 และมีการกำหนดระดับผลการประเมินอย่างน้อย 5 ระดับ แต่หากส่วนราชการใดๆ เห็นสมควรว่าจะมีเพิ่มมากกว่า 5 ระดับก็สามารถทำได้ ซึ่งจุดนี้จะเป็นการเพิ่มแนวทางการยืดหยุ่นของกรอบมาตรฐานให้มีมากกว่าเดิม เลขาธิการ ก.พ.อธิบาย

นางเบญจวรรณ ระบุว่า เกณฑ์การประเมินจากพฤติกรรมการทำงาน จะประเมินจากสมรรถนะ เช่น มีความตั้งใจและพยายามทำงานให้ดีตามที่ได้รับมอบหมายหรือไม่ บริการประชาชนด้วยไมตรีจิตหรือไม่ หรือทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่ ในขณะที่ในเกณฑ์ในเชิงปริมาณจะดูว่าทำได้มากน้อยเพียงใด คุณภาพของงานเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ ตลอดจนเรื่องของความฉับไวในการทำงาน การลดขั้นตอนการทำงาน รวมถึงความคุ้มค่าของการใช้ทรัพยากรขององค์กรด้วย

สำหรับกระบวนการดังกล่าวจะเริ่มต้นตั้งแต่ต้นรอบการประเมินที่กำหนดให้มีการประเมินปีละ 2 รอบ คือ รอบแรก 1 ต.ค.-31 มี.ค.และรอบสอง 1 เม.ย.-30 ก.ย.โดยมีผู้บังคับบัญชาและข้าราชการเริ่มต้นด้วยกัน ตั้งแต่การมอบหมายงาน ตกลงทำงานร่วมกันโดยมีตัวชี้วัดและเป้าหมายงาน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและสร้างผลสัมฤทธิ์ และเมื่อถึงปลายรอบ การประเมินก็จะประเมินผลงานจริงเทียบกับข้อตกลงที่ได้ตกลงกันตอนต้นรอบการประเมิน โดยจะเริ่มใช้ในเดือนเมษายน 53 ที่จะถึงนี้เลย

“การเปลี่ยนระบบเลื่อนเงินเดือนครั้งนี้ จะเป็นการเปลี่ยนการบริหารการจัดการในเรื่องของการประเมินและเป็นการกำหนดองค์ประกอบการประเมินผลงานให้มีความยืดหยุ่นต่อการนำไปปรับใช้ ซึ่งการกำหนดกรอบมาตรฐานที่เปิดแนวทางให้มีความยืดหยุ่น และให้อำนาจส่วนราชการสามารถกำหนดวิธีการประเมินได้จะเป็นการขยายแนวทาง และเชื่อว่า จะสามารถยกบทบาทผู้บังคับบัญชาการในการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการระบบใหม่ให้มีมากขึ้นกว่าเดิม ในฐานะผู้รับผิดชอบงาน และขับเคลื่อนการทำงานของส่วนราชการ ซึ่งผลการเลื่อนเงินเดือนนั้นจะขึ้นอยู่กับต้นทาง คือ ระบบการประเมินผลการปฏิบัติราชการ ซึ่งต้องสามารถวัดผลการปฏิบัติงานได้จริงและเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพื่อให้เปอร์เซ็นต์เลื่อนเงินเดือนตรงกับการทำงาน การประเมินรูปแบบนี้ ตัวค่าตอบแทนแม้จะไม่ต่างจากเดิมมากเท่าไร แต่ข้าราชการและหน่วยงาน แต่ละคนจะเห็นภาพชัดเจนว่าการทำงานของตนส่งผลต่อความสำเร็จของส่วนราชการอย่างไร ผลงานของตนมีผลกระทบต่อเป้าหมายและองค์กรอย่างไร รวมทั้งค่าตอบแทนสมน้ำสมเนื้อกับความทุ่มเทในงานหรือไม่ ทั้งการประเมินยังสามารถลดวิจารณญาณส่วนตัวของผู้ประเมิน หรือลดความเอนเอียงในการประเมินเพราะข้อตกลงเบื้องต้นร่วมกันระหว่างผู้ถูกประเมิน ซึ่งคาดว่า น่าจะทำให้ข้าราชการที่จ่อจะได้สองขั้นมีขวัญและกำลังใจกับระบบการเลื่อนเงินเดือนใหม่”


ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จำนวนงบประมาณของการเลื่อนเงินครั้งนี้มีงบประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี และได้รับการจัดสรรบริหารจัดการงบประมาณ คือ ร้อยละ 3 ของเงินเดือนราชการในแต่ละส่วนราชการ โดยเลขาธิการ ก.พ.กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมว่า ผู้บังคับบัญชาสามารถบริหารจัดการงบประมาณเพื่อเลื่อนเงินเดือนตามผลงานของข้าราชการได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องคำนึงถึงโควตา จำนวนคน “ดีเด่น” ที่จากเดิมมีอยู่ร้อยละ 15 แต่ผู้มีผลงานดีเด่น จะมีโอกาสได้เลื่อนเงินเดือนเป็นร้อยละที่มากกว่าระบบเดิม โดยเลื่อนได้สูงสุดได้ถึงร้อยละ 6 ต่อรอบการประเมินระบบเดิมเลื่อนได้สูงสุด 1 ขั้น ประมาณร้อยละ 4 ต่อรอบการประเมิน ส่วนผู้ที่มีผลการปฏิบัติงานอยู่ในเกณฑ์ลดหลั่นกันลงมา ก็จะได้เลื่อนเงินเดือนเป็นอัตราร้อยละที่ถัดลงมาเช่นกัน และหากผู้มีผลงานดีเด่นได้เลื่อนเงินเดือนในอัตราที่น้อยลง ซึ่งจะมากน้อยเท่าใด ก็เป็นสิ่งที่ผู้บังคับบัญชาจะต้องบริหารจัดการให้เหมาะสม กับวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร

 

อ่านเพิ่มเติมทั้งหมดได้จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 มีนาคม 2553
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9530000041976

 
 
 
 
ไม่มีความเห็น
 
 
 
[เนื้อหาในหมวดเดียวกัน]
สพฐ. ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการพิจารณาให้เออร์ลี่ฯ แล้ว [4749]
ก.ค.ศ.มีมติคงสิทธิ์ กรณีผู้สอบได้และขึ้นบัญชีตำแหน่งต่างๆ ของ สพท.เดิมแล้ว [2539]
ครู ค.ศ.1 เรียกร้องให้มีการทบทวนประกาศ ก.ค.ศ .ให้ครูที่บรรจุปี2548-2551ได้รับสิทธิ์ย้อนหลัง [6468]
อนุ กก.คุรุศึกษาฯ ชงครูเกษียณ 65 ปี [3677]
เงินกู้สวัสดิการ ช.พ.ค.-หลักเกณฑ์การกู้ ช.พ.ค.-กู้ 1.2ล้านคงเหลือไม่ต่ำกว่า 8 พัน [9378]

 

ความคิดเห็นที่ 1  โดยคุณ : ครูไทย

เห็นข่าวการปรับเงินเดือน หรือการเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการ ก.พ.แล้ว รู้สึก "สมเพช" กับความเป็น "วิชาชีพชั้นสูง" ของวิชาชีพครูเราจริง ๆ เมื่อก่อนเราอิงบัญชีเงินเดือน ก.พ. เขาไปเท่าไหร่ เราก็ได้เท่านั้น แต่นี่มนุษย์เป-รต ลูกคุณช่างคิด มันคิดเล็กคิดน้อย คิดมาก คิดหลายชั้น แยกบัญชีเงินเดือนครูออกมาจาก ก.พ.ปรากฏว่า ก.พ.ขยับไปฐานใหม่ตั้งแต่ 1 เมษายน 2552 ซี 7 เต็มขั้น เขาไป 36,020 บาท ครูเรายังได้ 33,450 เหมือนเดิม เอาไปคำนวณบำนาญเมื่อ 1 ตุลาคม 2552 ได้ต่ำกว่าข้าราชการบำนาญของ ก.พ.ไม่ต่ำกว่า 1,500 บาท ยังไม่เห็นหน้าไหนมันออกมาแสดงความรับผิดชอบ มาคราวนี้ ก.พ.จะขยับไปอีกก้าวแล้ว....พวก ก.ค.ศ.กำลังคิดอะไรอยู่

[27 มี.ค. 2553 เวลา 02:34 น.] [118.173.63.214]

ความคิดเห็นที่ 2  โดยคุณ : ฌ็

ศึกษาดูให้ดีก่อนว่าของ กพ. มีรายละเอียด เงื่อนไข ที่เสีย อย่างไร แล้วค่อยตามอย่าง เพราะงานครู กับ งาน กพ. ไม่เหมือนกัน

[27 มี.ค. 2553 เวลา 09:18 น.] [118.173.108.190]

ความคิดเห็นที่ 3  โดยคุณ : พิราบขาว

ทราบข่าวมาว่า(อย่างไม่เป็นทางการ)เมษายนนี้ บัญชีเงินเดือนครูจะปรับฐานเงินเดือนให้สูงขึ้น...(แต่ต้องเอาใจช่วยอย่าให้ยุบสภาเสียก่อน)

[27 มี.ค. 2553 เวลา 20:31 น.] [115.67.76.79]

ความคิดเห็นที่ 4  โดยคุณ : ธฑ

ปรับแต่ฐานเงินเดือนให้สูง เเล้วตอนหลังมาว่าครูทั้งหมด เงินเดือนสูง
แล้วให้ทำงานมากขึ้นหนักขึ้น ทางที่ดีปรับทุกคน(ทุกอัตรา) 8% ดีกว่า

[27 มี.ค. 2553 เวลา 21:08 น.] [118.173.111.148]

ความคิดเห็นที่ 5  โดยคุณ : คนไทย

ก็ดูให้เหมาะสมรอบด้าน อาชีพครูมีเกียรติก็จริง แต่ดูให้ดีครูขี้เกียจมีเป็นกระบุง พวกนี้แหละจะพลอยฟ้าพลอยฝนไปกระเขาด้วยเงินขึ้นก็ได้ขึ้น การเรียนการสอนก็แบบเดิม แผนไม่อยากทำ งานไม่อยากพัฒนา อบรมก็น่งหลับ

[27 มี.ค. 2553 เวลา 21:38 น.] [125.26.67.251]

ความคิดเห็นที่ 6  โดยคุณ : "ฑ

เขาอาจจะเงินเดือนน้อย เลยไม่มีขวัญ กำลังใจในการทำงานก็ได้
บางคนเป็นครูมาเกือบ 30 ปี ไม่เคยได้ 2 ขั้น เลยก็มี จะให้เขามีกำลังใจทำงานได้อย่างไร ทั้งๆที่เขาทำงานดีมาตลอด

[27 มี.ค. 2553 เวลา 21:56 น.] [118.173.111.148]

ความคิดเห็นที่ 7  โดยคุณ : ครูเต็มเวลา sml2552@hotmail.com

การประเมินเลื่อนเงินเดือนครูแต่ละครั้ง ร.ร.ในชนบท(อีสาน) ยึดหลักเวียนเทียน ผอ. ครู (ศน.ด้วย) ขี้เหล้า เล่นการพนัน (ใน ร.ร.) ก็มาเวียนกับเขาเหมือนกัน ครูที่ทำงานจริงๆเพื่อผลสัมฤทธิ์ของโรงเรียนจริงๆ ก็เวียนเทียน
ระบบเอื้ออาทร ทั้งนั้น แต่ถ้าประเมินผลงานจริงๆแล้ว จะมีครูที่ไม่ได้เลื่อนขั้นเยอะมากๆ ลองสุ่มไปดูแบบ สมศ.เขาสิ กล้าพอแมะ!

[28 มี.ค. 2553 เวลา 00:00 น.] [125.26.226.52]

ความคิดเห็นที่ 8  โดยคุณ : DF

การทำงานของคน ก็เปรียบเหมือนการทำงานของรถยนต์ ถ้าส่วนใหนของรถยนต์ไม่ทำงาน รถยนต์ก็แล่นไม่ได้ บางที่ยางรั่วนิดเดียวรถก็วิ่ง
ไม่ได้เเล้ว

[28 มี.ค. 2553 เวลา 09:44 น.] [118.173.106.241]

ความคิดเห็นที่ 9  โดยคุณ : ตวัน 6302

เงินเดือนเพิ่มทุกคนดีใจ แต่ความยุติธรรมจากผู้พิจารณาในสถานศึกษานั้นมีเหตุผลมากมาย มากกว่าเนื้องาน ถ้าจะให้ใครได้ก็ยกข้อดีมาอ้าง แต่ถ้าคุณจะไม่ให้ก็ยกด้านไม่ดีมาอ้าง

[28 มี.ค. 2553 เวลา 12:14 น.] [118.173.185.95]

ความคิดเห็นที่ 10  โดยคุณ : นิด

ครูรัฐบาลได้ค่าตอบแทนตามที่ กพ. กำหนด แต่ครูเอกชนเงินค่าใบประกอบวิชาชีพไม่อนุบัติให้สักทีร

[28 มี.ค. 2553 เวลา 13:55 น.] [172.16.100.70, ]

ความคิดเห็นที่ 11  โดยคุณ : TE

คุรุสภาไม่รู้ทำไมอยู่ ทำเรื่องต่อใบประกอบวิชาชีพไปเป็นปีก็ยังไม่ได้รับใบประกอบวิชาชีพ/เพื่อนบางคนทำเรื่องเทียบโอนเสียเงินเรียบร้อย 2-3 ปีแล้วยังไม่ได้ใบประกอบวิชาชีพเลย ไม่รู้จะเสียเงินเปล่าหรือเปล่า/ไม่มีการตอบรับใดๆทั้งสิ้น/ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

[28 มี.ค. 2553 เวลา 14:02 น.] [172.16.100.70, ]

ความคิดเห็นที่ 12  โดยคุณ : ครูน้อย

คนขี้เกียจเยอะแต่บางที่คนทำงานก็เยอะ
แน่จริงใครทำงนเยอะก็ให้สองขั้นทุกคนสิ
ไม่ต้องมีโควต้า ไม่ต้องมีวงเงิน

[28 มี.ค. 2553 เวลา 14:24 น.] [114.128.63.191]

ความคิดเห็นที่ 13  โดยคุณ : ครูของแผ่นดินไทย cnanrawee2009@hotmai.com

การศึกษาเป็นปัจจัยสูงสุดของการพัฒนาประเทศ พัฒนาคน พัฒนาตน พัฒนาอาชีพ ทุกชีวิต ดังนั้น ผู้แทนประชาชน/รัฐบาล/ ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับที่หนึ่ง
ครูเป็นปูชนียบุคคล ทุกสาขาอาชีพ ทุกแขนง ฉะนั้นแล้ว ควรบูชายกย่องครู
ศิษย์มีครูอยู่ได้ด้วยความเจริญก้าวหน้า เพราะเคารพครู
เงินทองของนอกกาย ควรมีบัญชีเงินเดือนที่พิเศษจากอาชีพอื่นๆ ...ขอบคุณ ...ขอบคุณ /ศิษย์ไร้ครูอยู่ใด้ไม่จีรัง อย่าโอหังลบหลู่ครูของตน.

[28 มี.ค. 2553 เวลา 16:29 น.] [118.174.41.166]

ความคิดเห็นที่ 14  โดยคุณ : ครูครับ

ฐานะของครูใคร ๆ ก็รู้ว่าด้อยหนักหนา ครูนั้นยังอุตส่าห์สั่งสอนเด็กมาเป็นหลายปี

[28 มี.ค. 2553 เวลา 22:40 น.] [118.172.180.163]

ความคิดเห็นที่ 15  โดยคุณ : ชาว รพ.ค่ายศรีสองรัก

1. เราเป็นไทยมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็ด้วยพระบารมีของพ่อหลวง
2. สถาบันหลักของชาติไทยเป็นมรดกมาจากบรรพบุรุษของเรา
3. ธงชาติไทยมี ๓ สี แต่ละสีมีความหมาย ช่วยไทยรักสามัคคี
4. เราคงสิ้นแผ่นดินถิ่นอาศัย หากสิ้นชาติ สิ้นศาสน์ สิ้นกษัตริย์
5. ชาติไทยผ่านพ้นวิกฤตมาหลายคราด้วยพระบารมีของล้นเกล้า
6. ในหลวงพระองค์ทรงงานหนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ได้มีความสุข
7. พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ
8. พระองค์ทรงเป็นมหาราชปกครองแผ่นดินโดยธรรม
9.จากความแห้งแล้งกลับกลายมาชุ่มชื้น จากผืนทรายกลับกลายเป็นดินดี ด้วยพระบารมีของทั้ง ๒ พระองค์
10. เราคนไทย เรารัก เราเทิดทูน ในหลวงของเรา
11. ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทย
12. ความจงรักภักดีต่อสถาบันอันสูงสุด ถือว่าเป็นหน้าที่หนึ่งของคนไทยทุกคน
13. สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้
14. พระบารมีอันแผ่ไพศาล ย่อมบริบาลผู้ที่มีความจงรักภักดีตลอดไป
15. ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
16. บรรพบุรุษท่านต่อสู้กอบกู้ชาติ ศาสน์ ราชัน แล้วเราเป็นใครกันไม่รักษาให้จงดี
17. ราชันราชินีบารมีคู่แผ่นดิน หากแม้นไทยเราสิ้นจะสูญสิ้นแผ่นดินธรรม
18. แหลมทองจะเป็นไฟหากชาติไทยไร้ราชัน จะมีแต่ฆ่าฟันเพื่อห้ำหั่นแย่งชิงดี
19. ในหลวงพระองค์ทรงไม่ละทิ้งประชาชนของพระองค์ แม้พระองค์จะทรงงานหนักและเหนื่อยมานาน
20. ทั่วโลกยกย่องชื่นชมยินดีกับบารมีของล้นเกล้าทั้ง ๒ พระองค์ แล้วเราคนไทยยังจะมาค้นหาคำตอบอะไรกันอีกหรือ
21. พระองค์ทรงมีแนวพระราชดำริด้านการเกษตรเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตรมากมาย
22. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ เป็นโครงการที่มีประโยชน์อย่างยิ่งของประเทศ
23. ขอให้คนไทยทุกคนมีความภาคภูมิใจ ในความเป็นพลเมืองของพระองค์
24. เรารักในหลวงเรารักประเทศไทยจงร่วมใจกันให้เป็นดินแดนที่น่า อยู่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
25.ด้วยพระบารมี เราจึงรวมกันอยู่ได้อย่างเหนียวแน่นมีชาติมีประเทศอันตั้งเป็นอิสรเสรีมาช้านาน
26. สถาบันพระมหากษัตริย์ ช่วยให้ประเทศไทยอยู่เป็นเอกราชมานานนับร้อย ๆ ปี
27. ในหลวงพระ องค์ทรงเป็นองค์ประมุขแผ่นดินทองของพระบวรพุทธศาสนาและทุกศาสนาในประเทศ
28. สถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นสถาบันหลักในผืนธงชาติไทยที่เราเคารพ
29. ในหลวงพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสให้คนในชาติมีความรักใคร่กลมเกลียวสมัครสมานสามัคคีมีความ
30. เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อันจะนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองคงความเป็นชาติไทยไว้ได้
31. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำและมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย
32. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิทรงย่อท้อเข้าไปช่วยเหลือราษฎรไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลสักเพียงใดไม่ว่าเชื้อชาติใด ศาสนาใด
33. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความละเอียดรอบคอบ ทรงคิดหาแนวทางพัฒนาเพื่อมุ่งประโยชน์ต่อ ประชาชนสูงสุด
34. เราชาวไทยควรยึดแบบอย่างเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลพระบาทนำมาปฏิบัติให้เกิดผลแก่ตนเอง สังคมและประเทศชาติ
35.ด้วยพระปรีชาญาณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้คนทั้งหลายได้ประจักษ์ว่า แนวทางพระราชดำริในพระองค์ เรียบง่าย ปฏิบัติได้ผล เป็นที่ยอมรับโดยทั่วกัน
36. พระองค์ทรงมีแนวทางพระราชดำริในการพึ่งตนเองเพื่อให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างอิสระ มั่นคงและสมบูรณ์

37. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแนวทาง ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
38. เราจงน้อมนำราชดำรัส ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ เป็น เครื่องยึด เหนี่ยว จิตใจ
39. ในหลวงพระองค์ทรงหลั่งหยาดเหงื่อเพื่อคนไทย ให้มีความผาสุก
40. ถ้าเราไม่เคารพรักในสถาบันชาติแล้ว ความปั่นป่วนระส่ำระสายก็จะเกิดตามมา
41. ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่าชาติใดขาดสามัคคีธรรมจะสูญเสียย่อยยับอับปางไปในที่สุด
42. เรารักษาเอกราชอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันและความสมัครสมานสามัคคี
43. หากเราทุกคนช่วยกันรักษาสถาบันหลักของชาติโดยทั่วกันจะช่วยให้บ้านเมืองมีความปกติเรียบร้อยได้
44. การกระทำความดี ถึงแม้จะเห็นผลช้าแต่ก็ทำให้มีความสุขสมบูรณ์ได้อย่างยั่งยืน
45. จะเป็นคนดีของชาติต้องรักเคารพยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ
46. ปัญหาของชาติ เราคนไทยทุกคนต้องร่วมใจกันแก้ มิใช่มาซ้ำเติมหรือทำลาย
47. ความเสียหายของชาติจะบานปลายถ้าคนไทยขาดความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์
48. ความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เท่านั้นที่จะทำให้ไทยได้ร่มเย็นและเป็นไท
49. หากเราเคารพยึดมั่นยึดถือในสิ่งที่ดีเราก็จะได้สิ่งดี ๆ
50. ทุกข์ของประชาชน คือ ทุกข์ของพ่อของแผ่นดินด้วย
51. ในหลวงของเราทรงเป็นมหาราชผู้ทรงธรรม ย่อมนำความเจริญร่มเย็นมาสู่ปวงชนชาวไทยผู้มีความจงรักภักดีอย่างแท้จริง
52. ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นองค์ประมุขปกครองประเทศมาช้านาน ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนทั้งชาติ
53 .ราชาวไทยจงร่วมใจกันถวายความจงรักภักดีให้กับในหลวงของเรา
54. พระคุณพ่อของแผ่นดิน ล้นเหลือสิ้นจักพรรณา
55. เราคงจะสิ้นชาติ สิ้นแผ่นดิน หากสิ้นกษัตริย์
56. พระองค์ทรงเป็นมหาราชของการปกครองแผ่นดินโดยธรรม
57. ปวงชนชาวไทยไม่ว่าเชื้อชาติใด ศาสนาใด มีสุขเสรีอยู่บนผืนแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองภายใต้ร่มพระบารมี
58. ในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ
59. พระองค์ทรงเป็นพระมหาบพิตรที่สถิตในดวงใจของปวงประชา
60. หากสิ้นชาติ สิ้นแผ่นดิน สิ้นกษัตริย์ เราจักไม่มี อะไรเหลือไว้เป็นมรดกของลูกหลานไทยเราอีกเลย
61. พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนา เพี่อให้ชาติไทยเจริญรุ่งเรือง ยั่งยืน มั่นคงสถาพรสืบไป
62. เราอยากเป็นไทด้วยความภาคภูมิใจ จงรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์
63. หนทางจะกันดารลำบากยากแค้นแดนไกลสักปานใดก็ตาม พระองค์ไม่ทรงเคยย่อท้อ ทรงเสด็จไปบำรุงสุข
64. พระองค์ทรงเป็นผู้นำตามแนวทางพระราชดำริให้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทด้วยเศรษฐกิจพอเพียง
65. หากเรารักษาสถาบันสูงสุดของเราไว้ เราก็จะรักษาแผ่นดินอันเป็นที่รักยิ่งและหวงแหน
66. โครงการพระราชดำริ ทุกโครงการเป็นโครงการที่ขจัดความเดือดร้อนและนำความผาสุกมาสู่ปวงชน
67. พระราชกรณียกิจของพระองค์เป็นที่ประจักษ์ดีกับสายตาของชาวไทยและคนทั่วโลก
68. พระองค์ทรงเปรี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ชาวประแซ่ซ้องสรรเสริญ
69. พระองค์ทรงงานหนักและเหนื่อย เพื่อให้ราษฎรของพระองค์ มีความร่มเย็นเป็นสุข
70. “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ทำให้ประชนได้รับประโยชน์มีความผาสุก มั่นคงและยั่งยืน สืบไป
71. ร้อยรัดร้อยล้านดวงใจเพื่อเทิดไท้องค์ราชัน ที่พระองค์ทรงฝ่าฟันให้ไทยนั้นได้ร่มเย็น
72. ทุกโครงการตามแนวทางพระราชดำริที่พระองค์ทรงพระราชทานล้วนแต่เป็นประโยชน์สุขแก่ปวงชนชาวไทย
73. บรรพบุรุษของไทยปกบ้านป้องเมืองมาได้ด้วยความยึดมั่นในสถาบันการปกครองซึ่งมีพระมหากษัตริย์
74. ทรงเป็นองค์ ประมุขจึงทำให้เราได้มีประเทศไทยมาจนถึงทุกวันนี้ และเราจักทำให้อนาคตจะต้องมีประเทศไทยต่อไป
75. พระองค์ทรงเป็นพระบิดาการพัฒนาทุกแขนงเพื่อให้ประเทศชาติได้มีความมั่นคงถาวรอย่างแท้จริง
76. หยาดเหงื่อพ่อไหลรินรดแผ่นดินไทยทั่วหล้า หยาดเหงื่อซับน้ำตาชาวประชาทั้งแผ่นดิน หยาดเหงื่อที่
77. ไหลรินล้วนแต่สิ้นพระเมตตา ราดรดทั่วพาราชาวประชาได้ร่มเย็น
78. ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ช่วยรัฐ – ราษฎร์สามัคคี สมัครสมานมิตรไมตรี สร้างความดีเพื่อแผ่นดิน
79. หากเราไม่ยึดมั่นรักษา เทิดทูน ไว้ซึ่งสถาบัน ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ของเราไว้บรรพบุรุษของเราจะกู่ร้องว่าอย่างไร
80. รักพ่อเชื่อฟังพ่อก็อยู่รอดโดยปลอดภัย รักไทยหวงแหนไทยรักษาชาติ ศาสน์ ราชัน
81. จงทำความดีเพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่ในหลวงของเรา โดยการกระทำความดีเสมอ พึงละเว้นการทำชั่ว
82.เพราะการทำชั่วนั้นเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้นที่พันพัว ความดีทั่วถ้วนร้อยพลอยมลาย
83.วิกฤติเศรษฐกิจของชาวไทยจักพ้นภัยได้หากเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทในเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง”
84. พระคุณพ่อนั้นล้นเหลือที่กอปรเกื้อต่อแผ่นดิน หยาดเหงื่อที่หลั่งรินทุกหยดสิ้นเพื่อปวงชน
85. โครงการพระราชดำริในการพัฒนาแหล่งน้ำ การพิทักษ์ป่า ช่วยชาวโลกในการลดภาวะโลกร้อน ช่วยชาติฟื้น
86. คืนจากวิกฤตินานาประการ “ต้นไม้จะคืนสู่ป่า ปลาจะคืนสู่หนอง”
87. “เพียงพอ” “พออยู่พอกิน” ทำให้คนไทยทุกคนได้รู้จักยืนอยู่ได้ด้วยตนเองด้วยความพอดีโดยตั้งอยู่บน ความไม่ประมาท ดังปราชญ์ท่าน กล่าวไว้ว่า “สูงนักมักจะลิ่ว ไปตามลม ต่ำนักมักจะจมลงบาดาล”
88. ในหลวงพระองค์ทรงเป็นพลังของแผ่นดินตามพระนามของพระองค์ “ภูมิพล” (“ภูมิ” หมายถึงแผ่นดิน)
89. “พล” หมายถึงกำลังหรือพลัง) เราต้องตามรอยพยุคลบาทของพระองค์ท่านเพื่อให้เกิดพลังอันยิ่งใหญ่ในการกอบกู้ชาติให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป
90. การที่เราพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติไว้นั้นมิใช่เพียงเพื่อตัวของเราเองเท่านั้น แต่เป็นการรักษา
เป็นมรดกให้กับลูกหลานของเราได้มีแผ่นดินอาศัยอยู่คู่บารมีในพระองค์ผู้ทรงธรรม
91.หากเราเดินตามรอยเบื้องพยุคลบาท เราจักไม่พลั้งพลาดในการดำรงตน
92.โครงการตามแนวทางพระราชดำริ ในการพิทักษ์รักษ์ ธรรมชาติสำคัญยิ่ง เพราะหากธรรมชาติไม่สมดุล
93. อาจจะก่อให้เกิดภัยพิบัติกับโลกอย่างใหญ่หลวง จนไม่มีสรรพสิ่งใด ๆ หลงเหลืออยู่อีกเลย
94. ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
95. เกิดทุกชาติ ขอเกิดเป็นคนไทย ใต้เบื้องพระยุคลบาท ขององค์ภูมินทร์
96. ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงพระเจริญ...ยิ่ง ๆ ขึ้นไปตราบนานเท่านาน
97.ไม่มีพระราชาชาติไหน ที่ ทรงดำเนิน ท่อง ไปตาม ภูเขา ลำเนาไพร ตามที่ทุรกันดาร ในมือซ้าย ถือแผนที่ สะพายกล้อง เพื่อเยี่ยมเยียน ราษฏร ถามถึงปัญหาสารทุกข์ ทั้งเหนือใต้ ออก ตก
98. พระบารมี มากล้น เหลือคณา ปกเกศเกล้า ชาวประชา สุขสันต์ ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ นิรันดร์ เป็นมิ่งขวัญ อันยิ่งใหญ่ ไทยทั้งมวล.
99. ดีใจมากครับที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย ปลื้มใจทุกครั้งที่ได้เห็นพระบรมฉายาลักษณ์พ่อหลวง
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
100. เพียงได้เกิดมาใต้ร่มพระบารมีก็หาสิ่งใดเปรียบมิได้แล้ว
101. ขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ พระวรกายและพระหฤทัย ยิ่งยิ่งขึ้นไป
102. เกิดมาที่แผ่นดินไทยชีวิตนี้ก็ดีใจเป็นที่สุดแล้วที่เป็นลูกของในหลวง
103.ทรงพระปรีชาสามารถหาที่สุดไม่ได้ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
104. ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเกษมสำราญมีพระมายุยิ่งยืนนานตลอดไป
105.รักในหลวงหวงลูกหลานร่วมกันต้านยาเสพติด
106.ปลูกต้นไม้ให้พ่อหลวง เพื่ออนาคตที่ยิ่งใหญ่ของประเทศชาติ
107.ร่วมใจภักดิ์ รักใหลวง
108.ทำความดีถวายในหลวง
109. ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ ทรงมีพลานามัยที่สมบรูณ์ และแข็งแรงตลอดไป

[29 มี.ค. 2553 เวลา 10:11 น.] [192.168.203.2, ]

ความคิดเห็นที่ 16  โดยคุณ : ชาว รพ.ค่ายศรีสองรัก

1. เราเป็นไทยมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็ด้วยพระบารมีของพ่อหลวง
2. สถาบันหลักของชาติไทยเป็นมรดกมาจากบรรพบุรุษของเรา
3. ธงชาติไทยมี ๓ สี แต่ละสีมีความหมาย ช่วยไทยรักสามัคคี
4. เราคงสิ้นแผ่นดินถิ่นอาศัย หากสิ้นชาติ สิ้นศาสน์ สิ้นกษัตริย์
5. ชาติไทยผ่านพ้นวิกฤตมาหลายคราด้วยพระบารมีของล้นเกล้า

[29 มี.ค. 2553 เวลา 10:16 น.] [192.168.203.2, ]

ความคิดเห็นที่ 17  โดยคุณ : ชรัลณ์ ลูกพระยา santi2550_2540@hotmail.com

ทรงได้รับการอบรมให้รู้จัก 'การให้' โดยสมเด็จย่า จะทรงตั้งกระป๋องออมสินเรียกว่า 'กระป๋องคนจน' เอาไว้หากทรงนำเงินไปทำกิจกรรมแล้ว มีกำไรจะต้องถูก 'เก็บภาษี' หยอดใส่กระปุกนี้ 10% ทุกสิ้นเดือนสมเด็จย่าจะเรียกประชุม เพื่อถามว่าจะเอาเงินในกระป๋องนี้ไปทำอะไรเช่น มอบให้โรงเรียนตาบอด มอบให้เด็กกำพร้าหรือทำกิจกรรมเพื่อคนยากจน

[29 มี.ค. 2553 เวลา 14:41 น.] [172.37.1.37, 61]

ความคิดเห็นที่ 18  โดยคุณ : ชรัลณ์ ลูกพระยา santi2550_2540@hotmail.com

ครั้งหนึ่ง ในหลวงกราบทูลสมเด็จย่าว่าอยากได้รถจักรยานเพราะเพื่อนคนอื่นๆ เขามีจักรยานกัน สมเด็จย่าก็ตอบว่า'ลูกอยากได้จักรยาน ลูกก็ต้องเก็บค่าขนมไว้สิหยอดกระป๋องวันละเหรียญ ได้มาก ค่อยเอาไปซื้อจักรยาน'

[29 มี.ค. 2553 เวลา 14:41 น.] [172.37.1.37, 61]

ความคิดเห็นที่ 19  โดยคุณ : ชรัลณ์ ลูกพระยา santi2550_2540@hotmail.com

กล้องถ่ายรูปกล้องแรกของในหลวงคือ Coconet Midget ทรงซื้อด้วยเงินสะสมส่วนพระองค์เมื่อพระชนม์เพียง 8 พรรษา

[29 มี.ค. 2553 เวลา 14:42 น.] [172.37.1.37, 61]

ความคิดเห็นที่ 20  โดยคุณ : ชรัลณ์ ลูกพระยา santi2550_2540@hotmail.com

ช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรงปั่นจักรยานไปโรงเรียนแทน รถพระที่นั่ง

[29 มี.ค. 2553 เวลา 14:43 น.] [172.37.1.37, 61]

ความคิดเห็นที่ 21  โดยคุณ : ชรัลณ์ ลูกพระยา santi2550_2540@hotmail.com

พระอัจฉริยภาพของในหลวง มีพื้นฐานมาจาก 'การเล่น' สมัยทรงพระเยาว์ เพราะหากอยากได้ของเล่นอะไรต้องทรงเก็บสตางค์ซื้อเอง หรือ ประดิษฐ์เอง ทรงเคยหุ้นค่าขนม กับพระเชษฐาซื้อชิ้นส่วนวิทยุทีละชิ้นๆ แล้วเอามาประกอบเองเป็นวิทยุแล้วแบ่งกันฟัง

[29 มี.ค. 2553 เวลา 14:44 น.] [172.37.1.37, 61]

ความคิดเห็นที่ 22  โดยคุณ : ชรัลณ์ ลูกพระยา santi2550_2540@hotmail.com

สมเด็จย่าทรงสอนให้ในหลวงรู้จักการใช้แผนที่ และภูมิประเทศของไทยโดยโปรดเกล้าฯให้โรงเรียนเพาะช่างทำแผนที่ประเทศไทย เป็นรูปตัวต่อเลื่อยเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆเพื่อให้ทรงเล่นเป็นจิ๊กซอว์

[29 มี.ค. 2553 เวลา 14:45 น.] [172.37.1.37, 61]

ความคิดเห็นที่ 23  โดยคุณ : ครูกำลังแก่

ท่านพุทธทาสกล่าวไว้ การศึกษาไทย-ใกล้หมาหางด้วน ทุกอย่างล้วนมาแต่ผู้ที่เข้าสวมตำแหน่งฝ่ายบริหารเป็นหลัก ตั้งแต่ระดับโรงเยนถึงระดับกระทรวง เพราะมีและใช้อำนาจตัดสินใจ กำหนดนโยบาย และมีอำนาจ...ฯลฯ สุดท้าย นักเรียนรับกรรมหนัก และมีครูรับกรรมรอง กรรมทั้งผองเป็นของประเทศไทย(ทั้งดีและไม่ดี)

[29 มี.ค. 2553 เวลา 19:03 น.] [125.26.165.181]

ความคิดเห็นที่ 24  โดยคุณ : ครู

ทำอย่างไรจะให้การเลื่อนขั้นยุติธรรมและไม่มีปัญหามากที่สุด เพราะทุก ๆ ครั้งการเลื่อนขั้นในแต่ละทีไม่มีความยุติธรรม ผู้บริหารไม่เห็นให้คนที่ทำงานแต่กลับไปให้ลูกน้องใกล้ชิดที่ไม่ทำงานพอมีงานก็จะวานให้น้อง ๆ ช่วยทำ แต่งานของน้อง ๆ กลับบอกว่างานของใครก็ทำเองแล้วอย่างนี้จะเรียกว่ายุติธรรมได้อย่างไร ทำไมไม่ให้งานคนที่ได้ขั้นมาก ๆ คนทำงานรู้สึกท้อแท้ ไม่มีกำลังใจ ทำงานรับผิดชอบหลายอย่าง พอผิดพลาดก็โดนว่า แล้วจะให้มีกำลังใจสอนเด็กอย่างไรได้

[29 มี.ค. 2553 เวลา 20:17 น.] [115.67.183.120]

ความคิดเห็นที่ 25  โดยคุณ : ครู

สงสัยว่า กคศ มีอำนาจนำบัญชีเงินเดือนข้าราชการพลเรือนมาใช้ขึ้นให้บุคลากรทางการศึกษาตามมาตรา38ค(2) จริงหรือ
ถ้าจริงแล้วอาศัยอำนาจอะไรไปใช้บัญชี กพ.
บัญชีเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จะต้องไปทำทำไหม ทำไหมไม่ทำเฉพาะบัญชีเงินเดือนข้าราชการครูก็จะง่ายและจบเร็ว
(ตามเข้าใจ ข้าราชการที่อยู่ สพฐ เป็นข้าราชการพลเรือน แต่เจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติหน้าที่ที่เขตเป็นข้าราชการประเภทบุคคากรทางการศึกษามาตรา 38ค (2) ซึ่งไม่ใช่ข้าราชการพลเรือน การจะใช้วิธีขึ้นเงินเดือนตามแบบ กพ.โดยอนุโลมนั้นทำได้เพราะกฏหมายมีให้ แต่การนำบัญชีเงินเดือนของ กพ.มาใช้นั้นผมสงสัย เพราะกฏหมายไม่ได้เปิดช่องให้นำมาใช้)
ขอผู้รู้ตอบด้วย

[30 มี.ค. 2553 เวลา 11:13 น.] [202.143.140.212]

ความคิดเห็นที่ 26  โดยคุณ : บ้า -

เป็นบ้ารึไง

[9 เม.ย. 2553 เวลา 15:16 น.] [61.7.150.100]

กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า 1

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์แต่งตัว เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์ยิง เกมส์เบ็นเท็น เกมส์การ์ด เกมส์ระบายสี เกมส์ต่อสู้ เกมส์ผจญภัย เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ปลูกผัก เกมส์ผี เกมส์เด็กๆ เกมส์ขายของ เกมส์จีบสาว เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ภาษา เกมส์แต่งบ้าน เกมส์วางแผน เกมส์ตลก เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ทําอาหาร เกมส์วางระเบิด เกมส์มันส์ๆ เกมส์จับคู่ เกมส์ความรู้ เกมส์กีฬา เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์ตัดผม เกมส์หมากฮอส เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกสมอง เกมส์สร้างเมือง เกมส์ยาน เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์เต้น เกมส์มาริโอ

ค้นหาข่าว/บทความ

 
สนใจระบบ e-Office ติดต่อได้ครับ 081-3431047
ระบบอีออฟฟิศ รับ-ส่งหนังสือราชการ
เหมาะสำหรับเขตพื้นที่ติดต่อกับโรงเรียน
เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดงบ
พัฒนาโดย ครูบ้านนอก.คอม

ดูหนัง ฟังเพลง ดูทีวีออนไลน์ ทีวีย้อนหลัง อ่านหนังสือพิมพ์ ข่าว นิตยสาร ออนไลน์ ที่นี่
ห้องพักครู ครูบ้านนอกดอทคอม ห้องพักผ่อนหลังจากการสอนของคุณครู เพื่อเตรียมตัว หรืออัพเดทข่าวสารต่างๆ พูดคุย สนทนากันได้ที่ห้องนี้ครับ



รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
ครูบ้านนอก gotoknow
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน
ทุนการศึกษา

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่

 

คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ
เว็บไซต์ สพป.ทั่วประเทศ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ

     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม
เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง
ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร
แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร
ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู
ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย
เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา
และเจริญก้าวหน้าในอาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
MSN : kornkham@hotmail.com

เว็บไซต์เพื่อนบ้าน
โปรดรักเพื่อนบ้านของเรา
เหมือนที่ท่านรักเรา
สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ปัจจุบัน นิสิตคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม