ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานวิชาการ เกมส์ game เกม เกมส์มากมาย รวมเกมส์
ข่าว/บทความ > เรื่องราวจากสมาชิก > รายงานการเข้าค่ายพักแรม บทที่ ๑-๒


• รายงานการเข้าค่ายพักแรม บทที่ ๑-๒
+โพสต์เมื่อวันที่ : 24 ก.พ. 2554 เปิดอ่าน : 21775 / 1 ความเห็น


รายงานการเข้าค่ายพักแรม บททที่ ๑-๒.....

 

บทที่  1

 

บทนำ

 

ภูมิหลัง

                  

                   รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  2550  มาตรา  80  ได้กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้นสังคม  การสาธารณสุข  การศึกษา  และวัฒนธรรม  โดยพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาในทุกระดับและทุกรูปแบบให้สอดคล้องกับความเปลี่ยน แปลงทางเศรษฐกิจและสังคม  จัดให้มีแผนการศึกษาแห่งชาติ  กฎหมายเพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติ  ปลูกฝังให้ผู้เรียนมีจิตสำนึกของความเป็นไทย  มีระเบียบวินัย  คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม  และยึดมั่นในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  (สภาร่างรัฐธรรมนูญ.  2550  :  32-33) 

                การจัดการศึกษามุ่งเน้นความสำคัญทั้งด้านความรู้  ความคิด  ความสามารถ  คุณธรรมกระบวนการเรียนรู้  และความรับผิดชอบต่อสังคม  เพื่อพัฒนาคนให้มีความสมดุล  โดยยึดหลักผู้เรียนสำคัญที่สุด  ทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้  ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ  ให้ความสำคัญต่อความรู้เกี่ยวกับตนเอง  ความสัมพันธ์           ของตนเองกับสังคม  ได้แก่ครอบครัว  ชุมชน  ชาติ  สังคมโลก  รวมทั้งความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสังคมและระบอบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์เรื่องการจัดการ  การบำรุงรักษา  และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลยั่งยืน  ความรู้เกี่ยวกับศาสนา  ศิลปะ  วัฒนธรรมการกีฬา  ภูมิปัญญาไทย  และการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา   ความรู้และทักษะด้านคณิตศาสตร์และด้านภาษา  เน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง  ความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพ                           การดำรงชีวิตในสังคมอย่างมีความสุข

                สถานศึกษาจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการฝึกทักษะกระบวนการคิด  การจัดการ                 การเผชิญสถานการณ์  และการประยุกต์ความรู้มาใช้ป้องกันและแก้ไขปัญหา   จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง  ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้  คิดเป็น  ทำเป็น  รักการอ่านและ            เกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่องผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ  อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน  ปลูกฝังคุณธรรม  และค่านิยมที่ดีงาม  คุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้  อำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้  และมีความรอบรู้  รวมทั้งสามารถใช้การศึกษาค้นคว้า

 

2

 

เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้  โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน  และจัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลา  ทุกสถานที่

                   การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและได้ผลสำเร็จตามหลักสูตรนั้นครูผู้สอนต้องใช้เทคนิคและกลวิธีในการสอนโดยการนำสื่อเข้ามาช่วยในการสอน  เพราะสื่อเป็นตัวกลางที่ผู้สอนใช้ในการถ่ายทอดความรู้  ความคิด  ทักษะ  เจตคติ  ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ  ช่วยกระตุ้นและเร้าความสนใจทำให้กระบวนการเรียนรู้น่าสนใจมากยิ่งขึ้นเป็นการสร้างบรรยากาศการเรียนการสอน  เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสังคม  และความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ  เป็นการสร้างกลยุทธ์ใหม่ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้สามารถตอบสนองความต้องการของบุคคล  สังคมไทย  ผู้เรียนมีศักยภาพ                ในการแข่งขันและร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ในสังคมโลกเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ     แห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  2550  และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พุทธศักราช  2542  (แก้ไขเพิ่มเติม  2545)  การเรียนการสอน  ต้องให้เด็กเกิดความสนุกสนานและความเพลิดเพลินในการเรียนรู้  เปรียบเสมือนเป็นวิธีสร้างกำลังใจและเร้าใจให้เกิดความก้าวหน้า                 แก่ผู้เรียนให้ได้มากที่สุด  มีความรู้สูงสุดสำหรับผู้เรียนทุกคน  ในการจัดกิจกรรมทุกขั้นตอน              ของกระบวนการจัดการเรียนการสอน  แต่ต้องคำนึงถึงคุณภาพและความเหมาะสมกับกิจกรรม              การเรียนรู้และกลุ่มผู้เรียน  การใช้สื่อประกอบกันหลายอย่างจะช่วยให้นักเรียนสนใจกิจกรรม      การเรียนมากขึ้น

                   การเข้าค่ายพักแรมเป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ศึกษาเรียนรู้โดยตรงด้วยตนเอง  ให้ผู้เรียน สามารถเรียนรู้ได้ตามความสามารถของตนเอง  แบบเผชิญสถานการณ์  เป็นการตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  และเป็นการพัฒนาการเรียนการสอนส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงขึ้น  มีความก้าวหน้าและพัฒนาการทางการเรียนเพิ่มขึ้น

                   กิจกรรมเข้าร่ายพักแรมลูกเสือ  เนตรนารี  และยุวกาชาด   หากนำมาวิเคราะห์กระบวนการโดยรวมแล้วจะพบว่า  ขั้นตอน  พิธีการ  เป็นกระบวนการฝึกหรือสอนในลักษณะ         การปฏิบัติเผชิญสถานการณ์จริง  โดยมุ่งให้ผู้เรียนได้มีคุณลักษณะหรือพฤติกรรมที่ดีอันพึงประสงค์ของสังคม  ได้แก่  ฝึกให้มีความรับผิดชอบ  ปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย    มีความจงรักภักดีต่อชาติ  ศาสนา  พระมหากษัตริย์  มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย  ว่องไว  อดทน  ฝึกการเป็นผู้นำ  ผู้ตามที่ดี  อบรมในด้านความซื่อสัตย์ต่อตนเอง  ต่อผู้อื่น  รวมทั้งมีการฝึกสมาธิและรู้จักสำนึกในความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ  การสอนเกมต่อจากการประชุมกองจะเป็นขั้นตอนที่

 

3

 

สามารถปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม  รวมทั้งเป็นการปลูกฝังให้รักและภูมิใจในความเป็นไทยมาใช้เหมาะสมกับวัยและวุฒิภาวะ  เป็นการสร้างลักษณะนิสัยให้เกิดความรับผิดชอบ

                   กิจกรรมเข้าค่ายพักแรม  เป็นนวัตกรรมหนึ่งที่เหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนที่เหมาะสมกับความสนใจและวัยของผู้เรียน  โรงเรียนจึงได้จัดกิจกรรมเข้าค่ายพักแรม  ลูกเสือ  เนตรนารี  และยุวกาชาด  ประจำปีการศึกษา   2553    ค่ายลูกเสือ  เนตรนารี  และยุวกาชาดชั่วคราว  โรงเรียนยโสธรพิทยาสรรค์  จังหวัดยโสธร  ในวันที่  4- 5  กุมภาพันธ์  2554       

                  

วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า

 

                   1.  เพื่อพัฒนากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเกี่ยวกับการเข้าค่ายพักแรม

                   2.  เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเข้าค่ายพักแรม

 

ความสำคัญของการศึกษาค้นคว้า

 

                   ผลของการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ทำให้พัฒนากิจกรรมการเข้าค่ายพักแรมลูกเสือ  เนตรนารี  และยุวกาชาด   เพื่อประโยชน์ในการนำไปใช้ได้จริงในการดำเนินชีวิตประจำวัน 

 

ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า

 

                   ประชากรกลุ่มตัวอย่าง

                         1.  ประชากร  ได้แก่  นักเรียนโรงเรียนยโสธรพิทยาสรรค์  ที่เรียนในกิจกรรมลูกเสือ  เนตรนารี  ยุวกาชาด  ทุกชั้นปี  ในปีการศึกษา  2553  จำนวนนักเรียน  496  คน

                         2.  ระยะเวลา  ระหว่างวันที่  4-5  กุมภาพันธ์  2554   

 

นิยามศัพท์เฉพาะ

 

                   1.  กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  หมายถึง  กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ที่โรงเรียนจัดให้แก่ผู้เรียน  ได้แก่  กิจกรรมลูกเสือ  กิจกรรมเนตนารี  และกิจกรรมยุวกาชาด   

 

4

 

                   2.  การเข้าค่ายพักแรม  หมายถึง  กิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้นเพื่อสร้างประสบการณ์ตรงให้แก่ผู้เรียนหลังจากที่จัดการเรียนการสอนมาตลอดปีการศึกษาอย่างน้อยปีการศึกษาละ  1  ครั้ง  ซึ่งประกอบด้วยหลักสูตรต่าง ๆ ที่ทางโรงเรียนกำหนด  เช่น  การผจญภัย  การเดินทางไกล  การเข้าเรียนตามฐาน

                   3.  ผู้เรียน  หมายถึง  นักเรียนในโรงเรียนยโสธรพิทยาสรรค์  อำเภอเมือง  จังหวัดยโสธร

                   4.  ครู  หมายถึง  ครูโรงเรียนยโสธรพิทยาสรรค์  ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้กำกับ  ลูกเสือ  เนตรนารี  และผู้นำยุวกาชาด  รวมทั้งสิ้น  39  คน

                   5.  วิทยากร  หมายถึง  บุคลากรที่โรงเรียนเชิญร่วมจัดกิจกรรมให้แก่ผู้เรียนในวันเข้าค่ายพักแรม  ประจำปีการศึกษา  2553  จำนวน  3  คน  คือ  นายอภิศักดิ์  เพชรพวงพิพัฒน์   นางบุญตาม  ใจงาม  และนางหัชยานันท์  เทือกเทพ

                   6.  กิจกรรม  หมายถึง  กิจกรรมที่ผู้กำกับและผู้นำ  ของแต่ละกิจกรรมได้จัดให้แก่ผู้เรียน  เช่น  กิจกรรมเดินทางไกล  ผจญภัย  การเข้าเรียนตามฐาน

                   7.  ความพึงพอใจ  หมายถึง  ความพึงพอใจของผู้เรียนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมค่ายพักแรมที่โรงเรียนจัดประสบการณ์ให้แก่ผู้เรียน  ระหว่างวันที่  4-5  กุมภาพันธ์  2554

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่  2

 

เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

 

                   การรายงานผลการจัดกิจกรรมเข้าค่ายพักแรม  กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนทั้ง 3  กิจกรรม  ได้แก่  กิจกรรมลูกเสือ  กิจกรรมเนตรนารี  และกิจกรรมยุวกาชาด   กลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  โรงเรียนยโสธรพิทยาสรรค์  ได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง  ดังนี้

                         1  หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  2551

                         2.  กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

                         3.  ความพึงพอใจ

                         4.  งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

                                4.1  งานวิจัยในประเทศ

                                4.2  งานวิจัยในต่างประเทศ

 

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  2551

 

1. หลักการ

     เพื่อให้การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นไปตามแนวนโยบายการจัดการศึกษาของประเทศจึงกำหนดหลักการของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไว้ดังนี้

    1. เป็นการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มุ่งเน้นความเป็นไทยควบคู่กับความเป็นสากล

    2. เป็นการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชนทุกคนจะได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาคและ            เท่าเทียมกัน โดยสังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา

    3. ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาและเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตโดยถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ

    4. เป็นหลักสูตรที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นทั้งด้านสาระ เวลา และการจัดการเรียนรู้

    5. เป็นหลักสูตรที่จัดการศึกษาได้ทุกรูปแบบ ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ และประสบการณ์

 

 

 

 

6

 

2. จุดหมาย

     หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์                       เป็นคนดีมีปัญญา มีความสุข และมีความเป็นไทย มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ    จึงกำหนดจุดหมายซึ่งถือเป็นมาตรฐานการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดังต่อไปนี้

     1. เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยในตนเอง ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ มีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมอันพึงประสงค์

     2. มีความคิดสร้างสรรค์ ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน รักการอ่าน รักการเขียน และรักการค้นคว้า

     3. มีความรู้อันเป็นสากล รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงและความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ มีทักษะและศักยภาพในการจัดการ การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยี ปรับวิธีการคิดวิธีการทำงานได้เหมาะสมกับสถานการณ์

     4. มีทักษะและกระบวนการ โดยเฉพาะทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ทักษะการคิด           การสร้างปัญญา และทักษะในการดำเนินชีวิต

     5. รักการออกกำลังกาย ดูแลตนเองให้มีสุขภาพและบุคลิกภาพที่ดี

     6. มีประสิทธิภาพในการผลิตและการบริโภค มีค่านิยมเป็นผู้ผลิตมากกว่าเป็นผู้บริโภค

     7. เข้าใจในประวัติศาสตร์ของชาติไทย ภูมิใจในความเป็นไทย เป็นพลเมืองดียึดมั่น                ในวิถีชีวิตและการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

     8. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ภาษาไทย ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี กีฬา ภูมิปัญญาไทย ทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาสิ่งแวดล้อม

     9. รักประเทศชาติและท้องถิ่น มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามให้สังคม

 

3.โครงสร้างของหลักสูตร

   หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กำหนดโครงสร้างของหลักสูตรไว้ดังนี้

    1. ระดับช่วงชั้น

         กำหนดหลักสูตรเป็น 4 ช่วงชั้น ตามระดับพัฒนาการของผู้เรียน ดังนี้

ช่วงชั้นที่ 1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3

ช่วงชั้นที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6

ช่วงชั้นที่ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3

ช่วงชั้นที่ 4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 – 6

 

7

 

 2. สาระการเรียนรู้

      กำหนดสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตร ซึ่งประกอบด้วยองค์ความรู้ ทักษะหรือ

กระบวนการเรียนรู้ และคุณลักษณะหรือค่านิยม คุณธรรม จริยธรรมของผู้เรียนเป็น 8 กลุ่ม                  ดังนี้

2.1 ภาษาไทย

2.2 คณิตศาสตร์

2.3 วิทยาศาสตร์

2.4 สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

2.5 สุขศึกษาและพลศึกษา

2.6 ศิลปะ

2.7 การงานอาชีพและเทคโนโลยี

2.8 ภาษาต่างประเทศ

สาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มนี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่ผู้เรียนทุกคนต้องเรียนรู้โดยจัดเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มแรก ประกอบด้วย ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เป็นสาระการเรียนรู้ที่สถานศึกษาต้องใช้เป็นหลักในการจัดการเรียนการสอน เพื่อสร้างพื้นฐานการคิดและเป็นกลยุทธ์ในการแก้ปัญหาและวิกฤตของชาติ

กลุ่มที่สอง ประกอบด้วย สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ กางานอาชีพและเทคโนโลยี และ ภาษาต่างประเทศ เป็นสาระการเรียนรู้ที่เสริมสร้างพื้นฐานความเป็นมนุษย์และสร้างศักยภาพในการคิดและการทำงานอย่างสร้างสรรค์

3. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

    เป็นกิจกรรมที่จัดให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถของตนเองตามศักยภาพมุ่งเน้นเพิ่มเติมจากกิจกรรมที่ได้จัดให้เรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่ม การเข้าร่วมและปฏิบัติกิจกรรมที่เหมาะสมร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุขกับกิจกรรมที่เลือกด้วยตนเองตามความถนัดและความสนใจอย่างแท้จริง การพัฒนาที่สำคัญที่สุด ได้แก่ การพัฒนาองค์รวมของความเป็นมนุษย์ให้ครบทุกด้าน ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคม โดยอาจจัดเป็นแนวทางหนึ่งที่จะสนองนโยบายในการสร้างเยาวชนของชาติให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย และมีคุณภาพเพื่อพัฒนาองค์รวมของความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคม ซึ่งสถานศึกษาจะต้องดำเนินการอย่างมีเป้าหมาย มีรูปแบบและวิธีการเหมาะสม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ

8

 

                  3.1 กิจกรรมแนะแนว

                  3.2 กิจกรรมนักเรียน

4. มาตรฐานการเรียนรู้

    หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้              8 กลุ่ม ที่เป็นข้อกำหนดคุณภาพผู้เรียนด้านความรู้ ทักษะ กระบวนการ คุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมของแต่ละกลุ่มเพื่อใช้เป็นจุดมุ่งหมายในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์          ซึ่งกำหนดเป็น  2  ลักษณะ คือ

                    4.1 มาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน

เป็นมาตรฐานการเรียนรู้ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ เมื่อผู้เรียนเรียนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน

                    4.2 มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น

 เป็นมาตรฐานการเรียนรู้ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ เมื่อผู้เรียนเรียนจบในแต่ละช่วงชั้น คือ ชั้นประถมศึกษาปีที่

 
 
 

ให้คะแนนข่าว/บทความนี้

ไม่มีความเห็น
 
 

 
 
[เนื้อหาในหมวดเดียวกัน]
รายงานการใช้แบบฝึกเทคนิคการเรียนศัพท์ภาษาอังกฤษ (Vocabulary Learning Technique Exercises) [66]
รายงานการใช้แบบฝึกเทคนิคการเรียนศัพท์ภาษาอังกฤษ (Vocabulary Learning Technique Exercises) [59]
การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โดยใช้บทเรียน [56]
งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 64_นักบินน้อย สพฐ. ร่อนนาน 31 วินาที ใครอยากมีต้นแบบยกมือขึ้น! [91]
รายงานการใช้และพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปประกอบการ์ตูน กลุ่มสาระการเรียนรู้ [55]

 

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์

New Games Here!
เกมส์เลี้ยงผึ้งnew
เกมส์เลี้ยงผึ้ง มาเลี้ยงผึ้งเพื่อเก็บน้ำผึ้งกันใน 30 วัน น้องๆ จะได้น้ำผึ้งกันเยอะมั๊ย ลองดูนะ
เกมส์ปลูกผลไม้new
เกมส์ปลูกผลไม้ มาปลูกผลไม้ไว้กินในบ้านกันเถอะ ทำตามขั้นตอนให้ถูกต้อง เราจะได้ผลไม้ไว้ทานตลอดปี
เกมส์สามก๊กnew
เกมส์สามก๊ก น้องๆ จะต้องวางแผนการการสู้รบกับศัตรูฝ่ายตรงข้าม
เกมส์ยิง Puppy Rednew
เกมส์ยิง เกมส์ Puppy Red น้องๆ มาช่วย Puppy Red จัดการกับเหล่าปีศาจ โดยใช้บับเบิลกันในการยิงนะครับ
เกมส์จับคู่ภาพเหมือนnew
เกมส์จับคู่ภาพเหมือน มาฝึกสายตากับการจับคู่ภาพเหมือน ให้ได้เยอะที่สุด เร็วที่สุด ภายในเวลาที่จำกัดกัน เกมส์คลายเครียด น่าเล่นอีกเกมส์นึง น้องๆ ลองเล่นกันดูนะครับ ฝึกสมองและสายตาได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ
More Games Click!!

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย



     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.

Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าใน

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com
Email2 : kroobannokdotcom@gmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม