ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานวิชาการ เกมส์ game เกม เกมส์มากมาย รวมเกมส์
ข่าว/บทความ > เรื่องราวจากสมาชิก > นวัตกรรมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ Best Practice


• นวัตกรรมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ Best Practice
+โพสต์เมื่อวันที่ : 2 ก.ย. 2554 เปิดอ่าน : 4480 / 0 ความเห็น


นวัตกรรมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ Best Practice ชื่อผลงาน “ดูแลภาษาไทย ใส่ใจวันละคำ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๑” ชื่อผู้เสนอผลงาน นางกิติมา สมวงษา ครูโรงเรียนพระพุทธบาทเทสรังสีวิทยา อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย e-mail tukkitima@hotmail.com tel. 084-4190471 ………………………………………………………… .....

๑. ความสำคัญของผลงานหรือนวัตกรรมที่นำเสนอ
ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและเสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารเพื่อสร้าง ความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
ภาษาไทยเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนจนเกิดความชำนาญในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร การเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อนำไปใช้ในชีวิตจริงนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๑ การอ่านออกเสียงคำ ประโยค การอ่านบทร้อยแก้ว คำประพันธ์ชนิดต่างๆ การอ่านในใจเพื่อสร้างความเข้าใจ และการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้จากสิ่งที่อ่าน เพื่อนำไป ปรับใช้ในชีวิตประจำวันเป็นระดับชั้นที่เริ่มต้นของการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒๕๕๑ สาระที่ ๑ การอ่าน และสาระที่ ๒ การเขียน
โดยเฉพาะกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๑ เป็นชั้นของการจัดการเรียนรู้ และเป็นเครื่องมือของการเรียนรู้กลุ่มสาระอื่นๆ และเป็นช่วงชั้นที่ควรพัฒนาทักษะพื้นฐานภาษาไทย โดยเน้นทักษะการอ่านและการเขียน ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้กลุ่มอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นเพื่อให้การจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๑ บรรลุผลตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ นักเรียนมีทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว จึงได้ดำเนินการ ศึกษา วิเคราะห์ และจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับความสามารถและพัฒนาการ ของนักเรียน โดยดำเนินกิจกรรม เรื่อง ดูแลภาษาไทยใส่ใจวันละคำ
ดังนั้นครูผู้สอนจึงได้จัดทำ“ดูแลภาษาไทยใสใจวันละคำ ของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ ๑/๑ โรงเรียนพระพุทธบาทเทสรังสีวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๑” ขึ้นเพื่อช่วยเหลือนักเรียนในการอ่าน และเขียนภาษาไทย ทำให้ความสามารถในการอ่านและการเขียนไม่ได้มีการพัฒนาตลอดจนการปรับปรุงคุณภาพในการอ่านออกเสียงภาษาไทย แก่นักเรียนเพื่อให้นักเรียนมีความกล้า ในการแสดงออกในทางที่ถูกต้องการเรียนการสอนเป็นกระบวนการที่สำคัญยิ่งของการศึกษาการศึกษาจะมีประสิทธิภาพเพียงใดบรรลุตามหลักการ และจุดมุ่งหมายของหลักสูตรหรือไม่ขึ้นอยู่กับกลวิธีการสอนของครู ดังนั้นครูผู้สอนจึง มีบทบาทสำคัญยิ่งในการปลูกฝังให้นักเรียนมีความรักในภาษาไทยและมีความรู้ในวิชาภาษาไทย เป็นอย่างดี แต่สภาพการณ์เท่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้หาได้เป็นเช่นนั้นไม่นักเรียนมิได้มีความรักความชื่นชมในการ เรียนภาษาไทยเท่าที่ควร ส่วนใหญ่จะเกิดความเบื่อหน่าย ไม่ใคร่อยากเรียน ในด้าน การเรียนการสอนครูภาษาไทยบางคนสอนมานานเคยใช้วิธีสอนแบบใดก็ใช้แบบนั้นไม่ยอมเปลี่ยนแปลง และไม่ใช้เทคนิคในการสอนแบบต่างๆ ครูภาษาไทยมองไม่เห็นความจำเป็นในการใช้สื่อการสอน ถือว่ามีชอล์กกับกระดานดำก็เพียงพอแล้ว หรือใช้สื่อ การสอนเฉพาะกระดานดำและรูปภาพเล็กๆน้อยๆ เท่านั้นทำให้นัก เรียนไม่สนใจ เหมือนวิชาอื่นที่มีสื่อการสอนที่แปลกใหม่น่าตื่นเต้นตลอดจนทางโรงเรียน ไม่มีงบประมาณที่จะจัดซื้อสื่อการสอน และเครื่องมือในการประดิษฐ์สื่อการสอนเพื่อใช้ประกอบ การเรียนการสอนภาษาไทย ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้จึงได้จัดทำ ดูแลภาษาไทยใส่ใจวันละคำ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๑ ที่ดำเนินอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปีและสร้างแบบฝึกเสริมทักษะ เพื่อพัฒนาการอ่านออกเขียนได้ โดยใช้สื่อการสอนที่นักเรียน สนใจ เข้าใจ และจำได้แม่นยำ เป็นการกระตุ้นหรือเร้าความสนใจ ของนักเรียนได้ดี ตลอดจนเสนอแนะวิธีทำสื่อการสอนอย่างง่าย ๆ จึงได้ทำการเปรียบเทียบการสอนโดยใช้สถานที่ห้องเรียนอัจฉริยะ ของโรงเรียนพระพุทธบาทเทสรังสีวิทยา ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพการเรียนการสอนได้ผลดียิ่งขึ้น
๒. จุดประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน
๒.๑ เพื่อช่วยเหลือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๑ ให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นด้วยการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะเพื่อพัฒนาการอ่านออกเขียนได้
๒.๒ เพื่อพัฒนาการอ่านออกเขียนได้ให้พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน ๘๐/๘๐ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๑
๒.๓ ผู้ปกครองเกิดความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและผลการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๑
๓. กระบวนการผลิตผลงานหรือขั้นตอนการดำเนินงาน
๓.๑ ศึกษาหลักสูตรกลุ่มสาระภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ตามแนวทางหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒๕๕๑ สาระที่ ๑ การอ่าน และสาระที่ ๒ การเขียน
๓.๒ วิเคราะห์เนื้อหา จุดประสงค์ เวลาเรียน สาระที่ ๑ การอ่าน และสาระที่ ๒ การเขียน
๓.๓ จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง “ ดูแลภาษาไทยใส่ใจวันละคำ ของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ ๑/๑ โรงเรียนพระพุทธบาทเทสรังสีวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๑ ”
๓.๔ ออกแบบสื่อ ชุดการเรียนรู้ เรื่องการอ่าน และ การเขียน
๓.๕ ดำเนินงานตามแผนการจัดการเรียนรู้
๓.๕.๑ นักเรียนฟังคำแนะนำการปฏิบัติกิจกรรมเรื่อง ดูแลภาษาไทยใส่ใจวันละคำ
๓.๕.๒ นักเรียนเสนอคำและแต่งประโยค วันละ ๑ คน โดยเรียงตามลำดับเลขที่
๓.๕.๓ นักเรียนผู้เสนอคำ กล่าวคำทักทาย และพูดแนะนำตนเอง ดังนี้ ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น....... โรงเรียน....... ครูประจำชั้นชื่อ.......
๓.๕.๔ นักเรียนค้นหาคำจากแบบเรียนภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๑ หรือ หนังสือนิทาน แล้วเลือกคำนำเสนอ เป็นคำที่ออกเสียง ๑ – ๒ พยางค์
๓.๕.๕ นักเรียนนำคำที่เสนอไปแต่งเป็นประโยค ที่มีความหมาย ดังนี้
ใคร....... ทำอะไร....... ที่ไหน.......
๓.๕.๖ นักเรียนนำคำและประโยคที่เสนอ เขียนบนกระดาน และนำอ่าน โดยอ่าน
สะกดคำและแจกลูก
๓.๕.๗ นักเรียนผู้นำเสนอคำ บันทึกคำและประโยคของแต่ละวันในบันทึก
“ ดูแลภาษาไทยใส่ใจวันละคำ ของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ ๑/๑ โรงเรียนพระพุทธบาทเทสรังสีวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๑ ”
๓.๕.๘ นักเรียนทุกคนคัดคำและประโยคบนกระดาน ด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดในสมุดคัดลายมือ
๓.๕.๙ นักเรียนอ่านคำและประโยคที่คัดลายมือกับครูผู้สอนเป็นรายบุคคล
๓.๖ ทำคู่มือการใช้ชุดการเรียนรู้ เรื่องการอ่าน และ การเขียน
๔. ผลการดำเนินงาน/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ
๔.๑ จากผลการดำเนินงาน ที่ผู้ศึกษาได้ทำการวิจัยครั้งนี้ สามารถสรุปผลการวิจัย ได้ดังนี้
๔.๑.๑ ผลการหาประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะทางภาษา พบว่า แบบฝึกเสริมทักษะทางภาษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๑ มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คือ มีค่าประสิทธิภาพ E๑ / E๒ เท่ากับ ๘๖.๔๓ /๙๓.๓๗
๔.๑.๒ การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทักษะทางภาษา โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะเพื่อพัฒนาการอ่านออกเขียนได้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๑ พบว่า คะแนนเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการใช้แบบฝึกสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนใช้แบบฝึก มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังจากที่เรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะเพื่อพัฒนาการอ่านออกเขียนได้สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๑
๔.๑.๒ ผลการเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทักษะทางภาษาหลังใช้แบบฝึกกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๑ ได้คะแนนเฉลี่ย คิดเป็นร้อยละ ๙๔.๙๐ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ๑.๗๙ และมีจำนวนนักเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ๒๐ คน
คิดเป็น ร้อยละ ๑๐๐ ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด แสดงให้เห็นว่า ผลการใช้แบบฝึกเสริมทักษะเพื่อพัฒนาการอ่านออกเขียนได้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนบรรลุวัตถุประสงค์ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้(นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๑ จำนวนร้อยละ ๑๐๐ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ของคะแนนเต็ม)
๔.๑.๓ ผลการสำรวจผู้ปกครองเกิดความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและผลการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๑ อยู่ในระดับดีมาก
๔.๒ ประโยชน์ที่ได้รับ
๔.๒.๑ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปี่ที่ ๑/๑ ที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้สามารถพัฒนาการอ่านออกเขียนได้โดยการ ใช้แบบฝึกเสริมทักษะเพื่อพัฒนาการอ่านออกเขียนได้ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน ๘๐/๘๐ สามารถนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้กลุ่มสาระอื่นๆ ต่อไปได้
๔.๒.๒ เป็นแนวทางสำหรับครูและผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษาในการสร้างและพัฒนา แบบฝึกเสริมทักษะเพื่อพัฒนาการอ่านออกเขียนได้ ในระดับชั้นอื่น ๆ เป็นการขยายผลต่อได้
๔.๒.๓ นักเรียน รู้จักใช้เวลาว่าง ให้เกิดประโยชน์ ชอบอ่านและชอบเขียน มีนิสัยชอบค้นคว้า ต่อไป
๕. ปัจจัยความสำเร็จ
๕.๑ บุคคลที่มีส่วนในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนประสบผลสำเร็จ คือ ผู้บริหารโรงเรียนที่มีการสนับสนุนและส่งเสริมให้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูผู้สอน นักเรียน และเพื่อนร่วมงานทุกท่านที่มีส่วนร่วม ตลอดจนชุมชนที่ให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
๕.๒ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๑ จำนวน ๒๐ คน หลังจากได้รับการพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย เรื่อง ดูแลภาษาไทยใส่ใจวันละคำ ทำให้ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
๕.๓ นักเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๑๐๐ นักเรียนเป็นที่น่าพึงพอใจ จำนวน ๑๘ คน นักเรียนมีความสามารถด้านทักษะการอ่าน โดยอ่านสะกดคำและแจกลูก อ่านเป็นคำ อ่านเป็นประโยค และ
มีความสามารถ ด้านทักษะการเขียน โดยสามารถเขียนคำและแต่งประโยคได้ มีความหมายถูกต้อง
มีทักษะด้านการฟัง การดู การพูด สามารถพูดแนะนำตนเอง พูดเสนอคำและนำคำแต่งเป็นประโยคได้มีความหมายถูกต้อง
๖. บทเรียนที่ได้รับ
๖.๑ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๑ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๑ คือ มีค่าประสิทธิภาพ E๑ / E๒ เท่ากับ ๘๖.๔๓ /๙๓.๓๗
๖.๒ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๑ สามารถอ่านและเขียนภาษาไทย ในระดับ
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๑ ได้ทุกคน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐
๖.๓ ผู้ปกครองพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและผลการเรียน ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๑ ร้อยละ ๘๓.๐๐ ระดับพึงพอใจดีมาก
๗. การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ
๗.๑ ผลงานที่เกิดกับนักเรียนที่สอน ปีการศึกษา ๒๕๕๓
- เหรียญทอง อันดับ ๑ รวมศิลป์สร้างสรรค์ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน
- เหรียญเงิน อันดับ ๒ สร้างสรรค์ภาพด้วยการปะติด งานศิลปหัตถกรรม
นักเรียน ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๓ ระดับเขตพื้นที่การศึกษาหนองคาย เขต ๑ ระหว่างวันที่
๑๘ – ๑๙พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ โรงเรียนอนุบาลหนองคาย
๗.๒ ผลงานดีเด่น
- เป็นครูส่งเสริมการอ่านในโครงการ NANMEEBOOKS READINGCLUB ปีที่ ๙
๗.๓ การเผยแพร่
- จัดนิทรรศการ แสดงผลงาน การนำวิธีการ รูปแบบและการใช้นวัตกรรม ชุดการ
สอนเผยแพร่ต่อผู้บริหาร คณะครู และนักเรียน จัดทำเอกสารแผ่นพับ ประชาสัมพันธ์
๗.๔ - ทาง http://www.kruthai.info/
- ทาง http://www.kroobannok.com/

 
 
 

ให้คะแนนข่าว/บทความนี้

ไม่มีความเห็น
 
 

 
 
[เนื้อหาในหมวดเดียวกัน]
เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ [17]
เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ [28]
จัดหนัก!! แนวข้อสอบ ธ.ก.ส. พร้อมเฉลย ตำแหน่ง Call Center ข้อสอบตำแหน่ง Call Center ธ.ก.ส. พร้อมเฉลย [32]
แนวข้อสอบกรมสรรพากร 57 ลองดูคะ แนวข้อสอบสรรพากร พร้อมเฉลย 2557 ยากกว่าที่คิด Top view แนวข้อสอบกรมสร [41]
การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่2โดยการใช้กิจกรรมที่หลากหลาย [29]
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์

New Games Here!
เกมส์เศรษฐีnew
เกมส์เศรษฐี เกมส์นี้สนุกมาก ได้วางแผน ลองเล่นกันดูนะจ๊ะ
เกมส์ราชานักเต้นnew
เกมส์ราชานักเต้น เกมส์นี้เราจะต้องยกกองทัพทั้งหมดที่ทำศึก มาเต้นกันอย่างเมามันส์ โดยต้องกดให้ตรงจังหวะ ตามเพลงที่กำหนดให้
เกมส์จับคู่ขนมปังปิ้งnew
เกมส์จับคู่ จับคู่ขนมปังปิ้ง เกมส์นี้เราจะต้องจับคู่เมนูอาหารสุดอร่อยที่เหมือนกัน ที่สามารถเชื่อมโยงกันไปหาได้ ให้หมด ในเวลาที่จำกัด
เกมส์ทำพิซซ่าnew
เกมส์ทำพิซซ่า มาเล่นเกมส์พิซซ่าออนไลน์กัน ลองหัดทำพิซซ่าทีละขั้นตอนจนเสร็จน่ะค่ะ
เกมส์ไม้กระดานnew
เกมส์เด็ก เกมส์ไม้กระดาน เกมไม้กระดาน มาเล่นไม้กระดกกันเถอะ ใช้เมาส์ในการบังคับทิศทาง บังคับทิศทางไม้กระดานเพื่อรับหนูน้อยเกมส์ไม้กระดาน เกมไม้กระดาน
More Games Click!!

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย



     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.

Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าใน

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com
Email2 : kroobannokdotcom@gmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม