ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > เตือนอย่าทดลองแมงมุมหม้ายดำ รักษานกเขาไม่ขัน

เตือนอย่าทดลองแมงมุมหม้ายดำ รักษานกเขาไม่ขัน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 27 ม.ค. 2552 เปิดอ่าน : 6,978 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
เตือนอย่าทดลองแมงมุมหม้ายดำ รักษานกเขาไม่ขัน

Advertisement

ชายเสื่อมสมรรถภาพทางเพศมีเฮ แพทย์อิสราเอลเร่งวิจัยสกัดพิษแมงมุมแม่หม้ายดำ รักษาโรค "นกเขาไม่ขัน" หลังพบออกฤทธิ์ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวในเหยื่อที่ถูกกัด หมอไทยเตือนอย่าริทดลองใช้สัตว์มีพิษเองเพราะอันตรายถึงตาย

ขณะที่ประเทศไทยกำลังตื่นตัวกับการแพร่พันธุ์ของแมงมุมแม่หม้ายน้ำตาล (Brown Widow Spider) ซึ่งมีพิษร้ายแรงกว่างูเห่าถึง 3 เท่าและร้ายแรงกว่าพิษแมงมุมแม่ม่ายดำ (Black Widow Spider) จากการออกมาเปิดเผยของ "ประสิทธิ์ วงษ์พรม" ผู้เชี่ยวชาญภาควิชากีฏวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแมงมุมในประเทศไทย โดยพบแล้วที่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม และตามลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

อย่างไรก็ตาม ด้วยความร้ายกาจของแมงมุมสายพันธุ์นี้ทำให้เว็บไซต์แห่งหนึ่งอ้างว่า เมื่อสมัยสงครามเย็นประมาณปี 1953 กองทัพสหรัฐเคยมีโครงการสกัดพิษจากแมงมุมแม่ม่ายดำมาทำเป็นอาวุธชีวภาพด้วย เนื่องจากแมงมุมแม่ม่ายดำมีความร้ายกาจเป็นลักษณะพิเศษที่ใครๆ ก็ต้องพิศวง เนื่องจากมีคนเคยพบพฤติกรรมของมันเวลากัดคนที่เป็นผู้ชาย โดยเหยื่อที่โดนพิษร้ายของแม่ม่ายดำเข้าไปจะเสียชีวิตด้วยความทุกข์ทรมานสุดๆ แถมเป็นอาการที่ไม่มีโรคร้ายใดๆ ในโลกนี้จะเลียนแบบได้ก็คือ อวัยวะเพศของเหยื่อผู้ชายรายนั้น จะแข็งตัวค้างเติ่งเป็นเวลาหลายวัน จนเหยื่อค่อยๆ หมดลมหายใจ

ผู้ที่เห็นประโยชน์ของพิษร้ายในแง่บวกก็คือ คณะนักวิจัยซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบทางเดินปัสสาวะจากโรงพยาบาลรัมบัม (Rambam Hospital) ประเทศอิสราเอล ที่ตัดสินใจศึกษาหาวิธีสกัดพิษจากแมงมุมแม่หม้ายดำมารักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2550 โดยคัดสรรตัวทดลองเป็นแมงมุมแม่หม้ายดำที่สั่งตรงมาจากทวีปแอฟริกา อเมริกาใต้ หากตัวไหนดุขนาดกินตัวผู้เป็นอาหารหลังจากผสมพันธุ์เสร็จจะได้รับพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ โดยแพทย์กลุ่มนี้เชื่อว่าหากงานวิจัยประสบความสำเร็จจะช่วยชีวิตลูกผู้ชายหลายล้านคนทั่วโลก ให้กลับมามีชีวิตที่สมภาคภูมิอีกครั้งหนึ่ง

แต่นี่ไม่ได้เป็นครั้งแรกที่มีผู้พยายามนำพิษของแมงมุมแม่หม้ายดำ มาช่วยรักษาอาการนกเขาไม่ขัน แต่เมื่อปี 6 ปีที่แล้วสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า คณะนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยลา ฟรอนเตรา (University La Frontera) ของประเทศชิลี ก็เคยพยายามผลิตยาสูตรนี้ขึ้นมารักษาอาการตายด้านของผู้ชายมาแล้วครั้งหนึ่ง

โดยคณะนักวิจัยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องเล่าพื้นบ้านที่บอกต่อๆ กันว่ามีชาวบ้านบางรายจับแมงมุมแม่หม้ายดำมากัดตัวเองนิดหน่อยพอเป็นพิธี แล้วค่อยมีเพศสัมพันธ์ แต่หลายคนไม่เชื่อว่าจะเป็นจริง เพราะโอกาสเสี่ยงตายจากพิษร้ายมีมากกว่า อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ชิลีได้ศึกษาเรื่องนี้เป็นเวลานานกว่า 7 ปี จึงพบข้อมูลเบื้องต้นว่า พิษจากแมงมุมแม่หม้ายดำมีคุณสมบัติสำคัญ 2 ประการ คือ ช่วยกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ และทำให้อสุจิมีปริมาณน้อยลง หมายความว่าคู่รักที่ได้รับยานี้ไม่ต้องกังวลว่าจะตั้งครรภ์อีกต่อไป

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ข้างต้นได้รับเงินสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยและรัฐบาลชิลีแล้วประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกับเงื่อนไขว่าต้องเป็นยาที่ผลิตโดยมีคุณสมบัติไม่แพ้ยาไวอากร้า และต้องไม่มีผลข้างเคียงด้วย โดยเฉพาะอาการที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วเกินไป ตั้งแต่นั้นมาเรื่องการนำพิษของแมงมุมแม่หม้ายดำมาสกัด เพื่อช่วยรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในผู้ชายจึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อีกต่อไป เมื่อบริษัทผลิตยาเอกชนแห่งหนึ่งของชิลีตกลงใจให้การสนับสนุนโครงการนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพเพศชายระบุว่า ชายไทยร้อยละ 50 มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือที่เรียกว่าโรคอีดี (Erectile Dysfunction) โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 40-70 ปี หรือประมาณ 4 ล้านคน แต่มีเพียงร้อยละ 1 เท่านั้นที่กล้ามาพบแพทย์เพื่อรักษา อย่างไรก็ตาม คงไม่มีชายไทยใจกล้าพอที่จะเสี่ยงตายให้แมงมุมแม่หม้ายกัด เพื่อทดสอบฤทธิ์เดชที่กล่าวถึง

นพ.พนิตย์ จิวะนันทประวัติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทางเพศ ประจำเว็บไซต์ชื่อดังคลินิกรักดอทคอม clinicrak.com ให้สัมภาษณ์ "คม ชัด ลึก" ว่า ทุกวันนี้มีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับการพยายามนำพิษของสัตว์มาช่วยเรื่องเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เช่น พิษงู พิษแมลงต่างๆ แต่ก็ไม่เคยพบว่าได้รับการรับรองอย่างถูกต้องทางวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่

ส่วนเรื่องการนำพิษของแมงมุมแม่หม้ายดำมาทดลองในระดับห้องแล็บของมหาวิทยาลัยนั้น นพ.พนิตย์ บอกว่า ไม่ทราบรายละเอียด หากเป็นเรื่องจริงก็ต้องรอดูผลการทดลองอีกหลายปีว่าจะใช้ได้จริงหรือไม่ เพราะตอนนี้ยาแก้อาการนกเขาไม่ขัน ที่ได้รับการยอมรับจากแพทย์ทั่วไปนั้น มีแต่ยาที่เกิดจากการสกัดของสารเคมี ดังนั้น จึงอยากเตือนผู้ชายที่มีปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ อย่าหลงไปทดลองใช้พิษสัตว์เด็ดขาด เนื่องจากอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ขอบคุณที่มา คมชัดลึก

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> เตือนอย่าทดลองแมงมุมหม้ายดำ รักษานกเขาไม่ขัน , , เตือนอย่าทดลองแมงมุมหม้ายดำ , รักษานกเขาไม่ขัน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ดูลายมือ "เส้นวาสนา"☕ คลิกอ่านเลย
ดูลายมือ "เส้นวาสนา"
เปิดอ่าน 16,884 ครั้ง
13 นิสัย (เสีย ๆ) ที่ทำให้ปวดหลังไม่เลิกรา☕ คลิกอ่านเลย
13 นิสัย (เสีย ๆ) ที่ทำให้ปวดหลังไม่เลิกรา
เปิดอ่าน 9,084 ครั้ง
พบ ยีน ต้นเหตุชายโตเร็วกว่าหญิง แต่ส่งผลอายุขัยสั้นกว่า!☕ คลิกอ่านเลย
พบ ยีน ต้นเหตุชายโตเร็วกว่าหญิง แต่ส่งผลอายุขัยสั้นกว่า!
เปิดอ่าน 8,195 ครั้ง
ชีวิตยิ่งใช้ ยิ่งได้กำไรกลับคืน☕ คลิกอ่านเลย
ชีวิตยิ่งใช้ ยิ่งได้กำไรกลับคืน'
เปิดอ่าน 6,181 ครั้ง
เล็กๆ น้อยๆ เรื่องการนอน☕ คลิกอ่านเลย
เล็กๆ น้อยๆ เรื่องการนอน
เปิดอ่าน 11,058 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

15 วิธีการเลือกรถยนต์มือสองด้วยตัวเอง15 วิธีการเลือกรถยนต์มือสองด้วยตัวเอง
เปิดอ่าน 11,821 ครั้ง
10 สายพันธุ์สุนัขที่ฉลาดที่สุดในโลก10 สายพันธุ์สุนัขที่ฉลาดที่สุดในโลก
เปิดอ่าน 11,846 ครั้ง
ความผิดปกติที่เกิดจากการนอนส่งผลต่อสุขภาพมากกว่าที่คุณคิดความผิดปกติที่เกิดจากการนอนส่งผลต่อสุขภาพมากกว่าที่คุณคิด
เปิดอ่าน 21,690 ครั้ง
การพิมพ์ TILDE ( ~ ) ใน Windows 7การพิมพ์ TILDE ( ~ ) ใน Windows 7
เปิดอ่าน 9,435 ครั้ง
Windows 7 RC พร้อมให้ทดสอบแล้วWindows 7 RC พร้อมให้ทดสอบแล้ว
เปิดอ่าน 6,580 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ