ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานวิชาการ เกมส์ game เกม เกมส์มากมาย รวมเกมส์
ข่าว/บทความ > เรื่องราวจากสมาชิก > แบบสรุปผลงานการพัฒนานวัตกรรม “อ่านเขียนได้ ง่ายนิดเดียว” นวัตกรรมการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได


• แบบสรุปผลงานการพัฒนานวัตกรรม “อ่านเขียนได้ ง่ายนิดเดียว” นวัตกรรมการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได
+โพสต์เมื่อวันที่ : 23 มิ.ย. 2555 เปิดอ่าน : 18912 / 0 ความเห็น


 

แบบสรุปผลงานการพัฒนานวัตกรรม

ชื่อ นามสกุล    นางนันทิยา  นนท์อาสา                                         โรงเรียนบ้านโจดหนองแกหนองสิม

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ขอนแก่น เขต 3                 ชื่อผลงาน อ่านเขียนได้ ง่ายนิดเดียว

ประเภท แบบฝึกทักษะ  ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6                     สอนซ่อมทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้

                .................................................................................................................................................

1.  ที่มา ปัญหา

จากนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต 3  เน้นให้โรงเรียนในสังกัดแก้ปัญหาการอ่านของนักเรียนในโรงเรียน    จากการสำรวจสภาพปัญหาการอ่านของนักเรียนที่เรียนในกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี  จากชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 -6  และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3  พบว่านักเรียน ประถมศึกษาปีที่ 4 -6  มีปัญหาในการอ่านโดยอ่านไม่ได้คิดเป็นร้อยละ 6.0     อ่านไม่คล่อง  ร้อยละ 22.45   สาเหตุหนึ่งมาจากผู้ปกครองนักเรียนส่วนใหญ่มีฐานะปานกลาง จนถึงยากจน  และมีอาชีพรับจ้าง  นักเรียนส่วนมากจะอาศัยอยู่กับปู่ย่าตายาย  ซึ่งไม่สามารถ ฝึกทักษะด้านต่างๆแก่ผู้เรียนได้ ทำให้ผู้เรียนขาดการฝึกอย่างต่อเนื่อง และปัญหาอีกประการหนึ่งคือนักเรียนไม่ชอบอ่านในหนังสือเรียน  แต่ชอบที่จะอ่านในใบงาน ใบความรู้ หรือนวัตกรรม ที่ครูสร้างขึ้น    จึงทำให้นักเรียนขาดทักษะด้านการอ่านซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญในการใช้ภาษาไทย  ใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้วิชาต่างๆ และการติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน  

    จากปัญหานักเรียนอ่านเขียนไม่ได้และอ่านเขียนไม่คล่อง เกิดปัญหาต่อเนื่องอีกหลายประการ  เช่น เรียนไม่ทันเพื่อน  ไม่ทำงานส่ง  ไม่อยากเรียน ในชั่วโมงเรียนไม่ทำงานชอบรังแกเพื่อน   โดดเรียนและขาดเรียนบ่อยๆ  เพื่อนไม่ให้เข้ากลุ่มเรียนด้วย  เกิดความรู้สึกว่าตนเองมีปมด้อย และทำให้ความรู้ไม่เหมาะสมกับชั้นเรียน                                                                                                                                        

จากปัญหาดังกล่าว  ครูพยายามคิดหาวิธีให้นักเรียนอ่านเขียนได้คล่อง  เพื่อแก้หรือลดปัญหาต่างๆดังกล่าว   ให้นักเรียนมีความสุขในการเรียน  จึงได้สร้างแบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียน  ชุด อ่านเขียนได้ ง่ายนิดเดียว จำนวน  12  ชุด เป็นการฝึกทักษะการอ่านและการเขียนเป็นชุดของสระต่างๆ  ซึ่งพื้นฐานนักเรียนมีความรู้เรื่องพยัญชนะดีแล้ว  แต่ไม่สามารถอ่านได้เนื่องจากไม่รู้จักสระบางตัว  การฝึกทักษะนี้ใช้กระบวนการฝึกตามลำดับจากง่ายไปหายากต่อเนื่องสัมพันธ์กัน   และใช้การฝึกซ้ำๆหลายครั้ง  ด้วยการทดสอบความรู้พื้นฐานก่อนฝึกทักษะ และทดสอบหลังการฝึกทักษะ การสร้างชุดฝึกทักษะการอ่านและการเขียนชุดนี้  จะทำให้นักเรียนอ่านได้ เขียนได้ และคล่องขึ้น  ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการอ่านการเขียนนักเรียนมากยิ่งขึ้น

2. วัตถุประสงค์                                                                                                                                                                           

1. เพื่อแก้ปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โรงเรียบ้านโจดหนองแกหนองสิม                                                                                                                     

 2. เพื่อเป็นแนวทางการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ในระดับชั้นและโรงเรียนอื่นๆ

3. แนวคิดและทฤษฎีที่ใช้

                   ได้ศึกษาเอกสารต่างๆเกี่ยวกับการแก้ปัญหาการอ่าน  โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์ ที่เชื่อว่าการเรียนรู้เกิดจากความเชื่อมโยงระหว่าสิ่งเร้ากับการตอบสนอง  ผู้วิจัยจึงสร้างนวัตกรรมที่ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยอาศัยกฎการเรียนรู้ของธอร์นไดค์ คือ กฎแห่งความพร้อม, กฎแห่งการฝึกหัดกฎแห่งการใช้, กฎแห่งผลที่พึงพอใจ   กุศยา แสงเดช (2545 : 5) ได้ให้ความหมายของแบบฝึกว่า แบบฝึก คือ สื่อการเรียนการสอนอย่างหนึ่งที่ใช้ฝึกทักษะให้กับผู้เรียนหลังจากจบเนื้อหา เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้มีทักษะ สามารถเข้าใจบทเรียนได้ดียิ่งขึ้นจากการศึกษาข้อมูลดังกล่าว จึงสรุปได้ว่า แบบฝึกทักษะหมายถึง สื่อในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดทักษะความรู้ ความเข้าใจและฝึกฝนความชำนาญ กระบวนการคิดจากประสบการณ์    ทีได้จากกิจกรรมการเรียนการสอน 

4. ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การปรับประยุกต์ดัดแปลง

                   การแก้ปัญหานักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้  ได้ดำเนินการทุกปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548   โดยการสอนซ่อมในชั่วโมงเรียนบ้าง ชั่วโมงซ่อมเสริมบ้าง และในชั่วโมงว่าง  โดยให้นักเรียนนำหนังสือที่นักเรียนชอบมาอ่านให้ครูฟัง คำไหนอ่านไม่ได้ครูอ่านแจกลูกให้ฟังให้อ่านตาม แล้วจึงอ่านเอง  แต่นักเรียนเลือกหนังสือไม่เหมาะและอ่านไม่ได้  ต่อมาครูถ่ายเอกสารและทำเป็นใบงานให้นักเรียนฝึกอ่านและฝึกเขียน  นักเรียนชอบอ่านและชอบเขียนมากขึ้น   โดยให้เพื่อนช่วยฝึกให้ก่อนมาอ่านกับครู และได้บันทึกความก้าวหน้าในการอ่านของนักเรียน ให้คำชมเชย  ยกย่องให้กำลังใจ 

                   จากการที่ถ่ายเอกสารและใบงานเป็นชิ้น  บางครั้งนักเรียนฝึกอ่านฝึกเขียนแล้ว   ก็ทำหาย หรือฉีกขาด  เมื่อจะนำมาฝึกทบทวนทำให้ไม่มีเอกสารและใบงาน  ครูจึงคิดว่า ควรจะทำเป็นรูปเล่มและกำหนดเนื้อหาว่านักเรียนมีปัญหาการอ่านในเรื่องใด  จึงได้ศึกษา วิเคราะห์จากนักเรียนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้  มีปัญหาเรื่องการสะกดคำประสมสระ จึงได้สร้างนวัตกรรม ชุดฝึกทักษะการอ่านสะกดคำประสมสระ อ่านเขียนได้  ง่ายนิดเดียว

5. กระบวนการพัฒนา

                เมื่อแจ้งให้นักเรียนทราบว่า ครูจะสอนซ่อมนักเรียนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้โดยทดสอบพื้นฐานการอ่านและการเขียนของนักเรียนก่อน  และจากสอบถามครูประจำแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้รายชื่อนักเรียนเพื่อดำเนินการพัฒนาการฝึกทักษะการอ่านการเขียน ครั้งแรกให้นักเรียนนำหนังสือที่นักเรียนชอบมาอ่านให้ครูฟัง คำไหนอ่านไม่ได้ครูอ่านแจกลูกให้ฟังให้อ่านตาม แล้วจึงอ่านเอง  แต่มีปัญหาคือนักเรียนเลือกหนังสือไม่เหมาะและอ่านไม่ได้  ไม่ชอบมาอ่าน ส่วนมากจะเป็นนักเรียนที่อ่านได้คล่องแล้วมาขออ่านให้ครูฟัง   ดังนั้นครูจึงพัฒนารูปแบบให้การดำเนินการพัฒนาการฝึกทักษะการอ่านการเขียนให้มีประสิทธิภาพดังนี้                                                                                                                       

    พัฒนารูปแบบการดำเนินการ

จากการที่นักเรียนเลือกหนังสือไม่เหมาะสม  ครูก็หาแบบฝึกถ่ายเอกสารและทำเป็นใบงานให้นักเรียนฝึกอ่านและฝึกเขียน  นักเรียนชอบอ่านและชอบเขียนมากขึ้น ส่วนนักเรียนที่อ่านได้คล่องมาขออ่านให้ครูฟังนั้น  ให้เป็นพี่เลี้ยงช่วยเพื่อนที่อ่านไม่ออก พาเพื่อนอ่านสะกดคำ  ช่วยฝึกให้เพื่อนอ่านก่อนมาอ่านกับครู( หลังจากที่นักเรียนเก่งทำงานเสร็จแล้ว)  และได้บันทึกความก้าวหน้าในการอ่านของนักเรียน ให้คำชมเชย  ยกย่องให้กำลังใจ  โดยจะใช้เวลาในชั่วโมงเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี  และในชั่งโมงซ่อมเสริม  จากการที่ถ่ายเอกสารและใบงานเป็นชิ้น  บางครั้งนักเรียนฝึกอ่านฝึกเขียนแล้ว   ก็ทำหาย หรือฉีกขาด  เมื่อจะนำมาฝึกทบทวนทำให้ไม่มีเอกสารและใบงาน  ครูจึงคิดว่า ควรจะทำเป็นรูปเล่มและกำหนดเนื้อหาว่านักเรียนมีปัญหาการอ่านในเรื่องใด  จึงได้ศึกษา วิเคราะห์จากนักเรียนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้  มีปัญหาเรื่องสระ จึงได้จัดสร้างนวัตกรรม ชุดแบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำประสมสระ อ่านเขียนได้  ง่ายนิดเดียว                                         

  การพัฒนาเครื่องมือในการดำเนินการ

                   ในระยะแรกของการแบบฝึกทักษะการอ่าน  มีหนังสือ แบบเรียน หนังสือการ์ตูน  หนังสือพิมพ์ และหนังสือประเภทต่างที่นักเรียนชอบอ่าน แต่มีเนื้อเรื่อง  การใช้คำ  และภาพที่ไม่เหมาะสม  ครูจึงได้จัดหาและจัดทำเป็นลักษณะใบงานสำหรับฝึกทักษะการอ่าน  ต่อมาในปีการศึกษา 2552 ได้จัดสร้างเครื่องมือในการฝึกทักษะการอ่านคือ                                                                                                                                                   

  1. แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำประสมสระ อ่านเขียนได้  ง่ายนิดเดียวจำนวน  12  ชุด     

  2. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน

  3. แบบตารางบันทึกการให้คะแนนในการอ่านสะกดคำ

   4. คู่มือการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำประสมสระ อ่านเขียนได้  ง่ายนิดเดียว

 

การพัฒนาวิธีการให้บริการ

        ในปีการศึกษา 2552 ให้นักเรียนหาหนังสือที่นักเรียนชอบมาอ่านให้ครูฟัง  ถ้าอ่านไม่ได้ครูพาสะกดคำ  การให้บริการแบบนี้ทำให้เสียเวลาเพราะต้องอ่านทีละคน บางคนก็ใช้เวลามาก เพราะไม่ได้ทดสอบความรู้พื้นฐานในการอ่านของนักเรียน  ทำให้การดำเนินการฝึกทักษะการไม่มีประสิทธิภาพเท่าทีควร  ในปีการศึกษา  2553 ได้พัฒนารูปแบบคือ มีการทดสอบความรู้พื้นฐานในการอ่านของนักเรียนก่อน  แล้วแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 

1.        นักเรียนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้

2.        นักเรียนที่อ่านไม่คล่องเขียนได้บ้าง

                   วิธีการฝึกทักษะการอ่านสะกดคำประสมสระ 

1. นักเรียนทั้ง 2 กลุ่ม  ทดสอบก่อนฝึกทักษะ โดยอ่านคำจากแบบทดสอบก่อนเรียน

แล้วบันทึกคะแนนแต่ละคน ในแบบตารางบันทึกการให้คะแนนในการอ่านสะกดคำ

                   2. ครูจะพานักเรียนทั้งสองกลุ่ม อ่านสะกดคำประสมสระ  พร้อมกัน

                   3.  กลุ่มที่ 1  ฝึกอ่านตามแบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำประสมสระ อ่านเขียนได้  ง่ายนิดเดียว  เป็นรายบุคลกับครู  สำหรับกลุ่มที่ 2  จะฝึกอ่านกับนักเรียนเก่ง ที่อาสาสมัครเป็นเป็นพี่เลี้ยง  แล้วจึงมาอ่านกับครู เป็นรายบุคคลเช่นกัน

                   4. ฝึกทักษะการอ่านสะกดคำประสมสระ อ่านเขียนได้  ง่ายนิดเดียวจนครบทุกชุดตาม กำหนดตารางฝึกทักษะการอ่านสะกดคำประสมสระอ่านเขียนได้ ง่ายนิดเดียว  โดยสามารถฝึกได้ทั้งในชั่วโมงเรียน  ชั่วโมงซ่อมเสริม  นอกเวลาเรียน  ทั้งในโรงเรียนหรือที่บ้าน  คือฝึกได้ทั้งทุกเวลา ทุกสถานที่

5. นักเรียนทั้ง 2 กลุ่ม  ทดสอบก่อนฝึกทักษะ โดยอ่านคำจากแบบทดสอบหลัง

เรียน แล้วบันทึกคะแนนแต่ละคน ในแบบตารางบันทึกการให้คะแนนในการอ่านสะกดคำ เปรียบเทียบการพัฒนาทักษะการอ่าน        ของนักเรียน

                   6.  นักเรียนสามารถฝึกทักษะการอ่านได้ตลอดเวลา  ฝึกบ่อยๆ เพราะ แบบฝึกทักษะมีความสำคัญต่อผู้เรียนไม่น้อยในการที่จะช่วยเสริมสร้างทักษะให้กับผู้เรียน ได้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจได้เร็วขึ้น ชัดเจนขึ้น กว้างขวางขึ้น

การพัฒนาเอกสาร

        ในปีการศึกษา 2554  ได้จัดทำเอกสารเพิ่มเติมดังนี้

                   1. แบบฝึกทักษะการอ่านการเขียนเกี่ยวกับสระต่างๆ อ่านเขียนได้  ง่ายนิดเดียว จำนวน         12  ชุด

2.        แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน  จำนวน  12  ชุด

                   4. แบบตารางบันทึกการให้คะแนนในการอ่านสะกดคำ

                   5. คู่มือการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำประสมสระอ่านเขียนได้ง่ายนิดเดียว         

6. ผลดำเนินการ

                   1. นักเรียนที่ อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โรงเรียนบ้านโจดหนองแกหนองสิม  เมื่อฝึกทักษะการอ่านสะกดคำประสมสระ มีคะแนนเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ  97.91

                   2.   คุณครูท่านอื่นสามารถนำแบบฝึกทักษะการอ่านการเขียน อ่านเขียนได้  ง่ายนิดเดียวแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3  และระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3                                                                                                      

                   3.  นักเรียนทำงานส่งทันเพื่อน  

                   4. มีความภาคภูมิใจในตนเอง เพราะสามารถอ่านได้

                   5. ชอบเรียนมากขึ้น ไม่โดดเรียน  ไม่รังแกเพื่อน  เพื่อนให้เข้ากลุ่มทำงานด้วย

                   6.  เป็นการสร้างนิสัยรักการอ่าน

                   7. มีเจตคติในการอ่านและการเขียน

7. เหตุผลที่สมควรนำไปเผยแพร่ในวงการวิชาชีพครู               

                   1. เป็นวิธีการที่ง่าย ไม่ซับซ้อน อ่านออกเขียนได้จริง

                   2.  สามารถฝึกอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา 

                   3.  ประหยัดในการสร้างแบบฝึกทักษะ เรื่องสระต่างๆ โดยนำไปใช้กับนักเรียนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 

                   4. นำไปใช้ได้กับทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้

8. รายละเอียดเพิ่มเติม

                   เผยแพร่ใน  http://nuntiyaooy.wordpress.com/wp-admin/

        

                                                                                ลงชื่อ

                                                                                                   ( นางนันทิยา  นนท์อาสา)

                                                                                                 ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ

                                                                                                                ผู้เสนอนวัตกรรม

                                                                               

                                                                       ลงชื่อ

                                                                                                      ( นายวิโรจน์  เดชพละ)

                                                                     ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโจดหนองแกหนองสิม

                                                                                                                ผู้รับรองข้อมูล

 

 
 
 

ให้คะแนนข่าว/บทความนี้

ไม่มีความเห็น
 
 

 
 
[เนื้อหาในหมวดเดียวกัน]
เผยแพร่ผลงาน [20]
เผยแพร่ผลงาน [13]
เผยแพร่ผลงาน [12]
เผยแพร่ผลงาน [17]
ติวเข้ม SAT [18]

 

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์

New Games Here!
เกมส์รถไฟฟ้ามาหานะเธอnew
เกมส์รถไฟฟ้ามาหานะเธอ เกมส์นี้น้องๆ จะต้องหาวิธีทำให้คนที่แออัดยัดเยียดในรถไฟฟ้าให้ลงจากรถไปให้ได้ เพื่อที่น้องๆ จะได้มีที่นั่งสบายๆไงล่ะ
เกมส์นั่งเรือตกปลาnew
เกมส์นั่งเรือตกปลา มานั่งเรือตกปลากันนะครับ เกมส์นี้สนุก ฝึกฝีมือกันด้วยนะ
เกมส์บิงโกnew
เกมส์บิงโก เกมส์นี้เราจะต้องเลือกขนมชนิดเดียวกัน เรียงติดกันให้ครบ 5 อัน ระบบจะแสดงผลว่า BinGo สะสมคะแนนไปเรื่อยๆ
เกมส์จับผิดภาพnew
เกมส์จับผิดภาพ สวนหน้าบ้านมหาสนุก ลองสังเกตดูซิว่าระหว่าง 2 ภาพ แตกต่างกันยังไง
เกมส์นวดแผนไทยnew
เกมส์นวดแผนไทย มาฝึกนวดแผนไทย เพื่อช่วยให้ลูกค้าได้ผ่อนคลายกันนะจ๊ะ
More Games Click!!

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย



     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.

Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าใน

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com
Email2 : kroobannokdotcom@gmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม