ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานวิชาการ เกมส์ game เกม เกมส์มากมาย รวมเกมส์
ข่าว/บทความ > เรื่องราวจากสมาชิก > รายงานวิจัยในชั้นเรียน เรื่องการศึกษารายกรณี (เด็กหนีเรียน)


• รายงานวิจัยในชั้นเรียน เรื่องการศึกษารายกรณี (เด็กหนีเรียน)
+โพสต์เมื่อวันที่ : 25 ก.ค. 2555 เปิดอ่าน : 37688 / 0 ความเห็น


รายงานวิจัยในชั้นเรียน

เรื่อง  การศึกษารายกรณี  (เด็กหนีเรียน)

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2

 โรงเรียนบ้านหนองหลอด

 

 

 

 

โดย

นางกมลวรรณ  หนูกลาง

ตำแหน่ง  ครูวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ

 

 

 

 

โรงเรียนบ้านหนองหลอด

อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี

 

สารบัญ

 

บทที่                                                                                                                                                               หน้า

1.              บทนำ.............................................................................................................        1

ภูมิหลังและความเป็นมา................................................................................        1

ความสำคัญของการวิจัย.................................................................................        2

วัตถุประสงค์ในการวิจัย.................................................................................        2

ขอบเขตของการวิจัย......................................................................................         2นิยามศัพท์เฉพาะ...........................................................................................         3

                2.    เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง.....................................................................          5

                       การศึกษารายกรณี..........................................................................................         5                       การให้คำปรึกษา............................................................................................        12

                      งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการศึกษารายกรณีและการให้คำปรึกษา......................         38            3.   วิธีดำเนินการวิจัย...........................................................................................         39

                      ประชากร........................................................................................................         39

                      กลุ่มตัวอย่าง...................................................................................................          39

                      เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล.........................................................          40

                     วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล................................................................................          41

                4.  ผลการวิเคราะห์ข้อมูล.....................................................................................          42

                5.  สรุป  อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ.................................................................         45        

       วัตถุประสงค์ในการวิจัย...................................................................................         45

                    วิธีดำเนินการวิจัย.............................................................................................          45

                     การวิเคราะห์ข้อมูล...........................................................................................         46

     ข้อเสนอแนะ.....................................................................................................        47

บรรณานุกรม..........................................................................................................       48

ภาคผนวก................................................................................................................      49

      ภาคผนวก    เครื่องมือในการเก็บข้อมูล                                                                             

 

 

 

 

กิตติกรรมประกาศ

 

                รายงานการวิจัยฉบับนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี  โดยได้รับความช่วยเหลือแนะนำอย่างดีจาก  คุณครูทศณันค์  เอบุญมา  ที่กรุณาให้คำปรึกษาเสนอแนะมาตั้งแต่ต้นจนจบ  ผู้วิจัยขอขอบพระคุณในความกรุณาของท่านไว้    โอกาสนี้

                ขอขอบพระคุณผู้บริหารโรงเรียนบ้านหนองหลอด  หัวหน้าสายมัธยมศึกษาอาจารย์ฝ่ายปกครอง  และนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองหลอด  ที่ให้ความร่วมมือการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นอย่างดี

                ผู้วิจัยหวังเป็นอย่างดี  รายงานการฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเกี่ยวข้องตลอดจนผู้สนใจต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่  1

บทนำ

 

                งานด้านการศึกษาเป็นงานสำคัญที่สุดอย่าหนึ่งของชาติ  เพราะความเจริญและความเสื่อมเสียของชาตินั้น  ขึ้นกับการศึกษาของพลเมืองเป็นข้อใหญ่  ตามข้อเท็จจริงที่ทราบกันดีอยู่แล้วระยะนี้บ้านเมืองของเรามีพลเมืองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  ทั้งมีสัญญาณบางอย่างเกิดขึ้นด้วยว่า  พลเมืองของเราบางส่วนเสื่อมทรามลงไปในความประพฤติและจิตใจ  ซึ่งเป็นอาการที่น่าวิตก  ถ้าหากยังเป็นอยู่ต่อไปเราอาจจะเอาตัวไม่รอด  ปรากฏการณ์เช่นนี้นอกจากเหตุอื่นแล้ว  ต้องมีเหตุมาจากการจัดการศึกษาด้วยอย่างแน่นอน  เราต้องจัดงานด้านการศึกษาให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น   (ขัยอนันต์  สมุทวานิช 2539 : 1  อ้างมาจากพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช)

                การศึกษาเป็นกระบวนการสำคัญที่ทำให้มนุษย์สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนอย่างเต็มศักยภาพ  ทั้งในด้านสติปัญญา  จิตใจ  ร่างกาย  และสังคมสามารถดำเนินชีวิตสังคมได้อย่างสันติสุข  และสามารถเกื้อหุนการพัฒนาประเทศได้อย่างเหมาะสม  การศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น  จึงเป็นการศึกษาที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนพัฒนาคุณภาพชีวิต  สามารถทำประโยชน์ให้กับสังคมตามบทบาทหน้าที่ของตนในฐานะพลเมืองดี  มีความรู้และทักษะเฉพาะด้าน  ตามศักยภาพเห็นช่องทางในการประกอบอาชีพ  ร่วมพัฒนาสังคมด้วยแนวทางและวิธีการใหม่ ๆ และบำเพ็ญต่อสังคม

                ในภาพรวมของการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น  มุ่งให้ผู้เรียนมีความเข้าใจในหลักการศึกษา  สามารถพัฒนาตนเองและปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

 

ภูมิหลังและความเป็นมา

                ในปีการศึกษาที่ผ่านมาพบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  โรงเรียนบ้านหนองหลอดจำนวน  12  คน  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับคุณภาพต่ำ  ทั้งนี้เนื่องจากมีนักเรียนคิดเป็นร้อยละ  12.9  ได้รับผลการเรียน  0  และ  มส  การได้รับผลการเรียน  มส  นับเป็น  1  รายวิชาถือว่าไม่จบหลักสูตรเพื่อเป็นการป้องกันการได้ระดับผลการเรียน มส   ผู้วิจัยในฐานะครูผู้สอนซึ่งถือเป็นหน้าที่สำคัญที่จะป้องกันไม่ให้ผู้เรียนได้รับผลการเรียน มส  จากประสบการณ์ที่ผ่านมาสาเหตุสำคัญสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลต่อการได้รับผลการเรียน มส  คือ  การมีพฤติกรรมเสี่ยงและการมีสมาธิสั้น

                ปัญหาเด็กสมาธิสั้นนับเป็นปัญหาหนึ่งในหลาย ๆ ปัญหา  นับว่ามีความสำคัญต่อเด็กและวัยรุ่นต่อประเทศทุกคนทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง  เร่งด่วน  และทำอย่างต่อเนื่อง  กรมสามัญศึกษาเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ตระหนักในความสำคัญของการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมนักเรียน

                จากปัญหาดังกล่าว  ผู้วิจัยในฐานะครูผู้สอนมีความสนใจและถือเป็นหน้าที่สำคัญที่จะแก้ปัญหาด้วยการศึกษาของปัญหาและการให้คำปรึกษาช่วยเหลือนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  ที่สมาธิสั้น  โรงเรียนบ้านหนองหลอด  อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี  โดยการศึกษารายกรณีเมื่อได้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้นักเรียนที่ได้รับคำปรึกษา  สามารถเรียนหนังสือได้เป็นปกติและพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเต็มศักยภาพ  เป็นข้อสนเทศและเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาเด็กสมาธิสั้นต่อไป

 

ความสำคัญของการวิจัย

1.             ทำให้ทราบสาเหตุของปัญหาเพื่อการช่วยเหลือที่ถูกวิธี  และนำผลที่ได้เป็นแนวทางใน

การป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับนักเรียนคนอื่น

2.             ได้เทคนิควิธีการให้คำปรึกษานักเรียนที่หนีเรียนเป็นประจำ  และนำเทคนิควิธีการไป

ประยุกต์ใช้ในโอกาสต่อไป

 

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

                เพื่อศึกษาสาเหตุและให้คำปรึกษานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  โรงเรียนหนองหลอด  อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี  ปีการศึกษา  2552  จำนวน   12    คน  ที่มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์คุณภาพต่ำ

 

ขอบเขตของการวิจัย

1.             ประชากร  ได้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3 โรงเรียนหนองหลอด  อำเภอเมือง 

จังหวัดอุกรธานี  ปีการศึกษา  2552  จำนวน  30  คน  ที่มีผลการเรียนอยู่ในระดับคุณภาพต่ำ

2.             กลุ่มตัวอย่าง  ได้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  โรงเรียนบ้านหนองหลอด          

อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี  ปีการศึกษา  2552  จำนวน  1  คน  ที่หนีเรียนเป็นประจำ  ได้จากการสุ่มโดยเจาะจง  จากการสังเกตและสัมภาษณ์

3.             ระยะเวลาในการให้คำปรึกษา  ตั้งแต่เดือน กรกฎาคม  2552  ถึงเดือน  กุมภาพันธ์ 

2553

 

 

 

 

 

 

นิยามศัพท์เฉพาะ

1.             การศึกษารายกรณี (CASE STUDY)  หมายถึง  กระบวนการศึกษารายละเอียดของ

นักเรียนที่ทำการศึกษารายกรณีอย่างต่อเนื่อง  ตั้งแต่ต้นภาคเรียนที่  1  -  ปลายภาคเรียนที่  2  ปีการศึกษา  2552  ด้วยเทคนิคการให้คำปรึกษาต่าง ๆ แล้วนำรายละเอียดที่ได้มาวิเคราะห์ถึงสาเหตุและให้การช่วยเหลือ  เพื่อให้นักเรียนสามารถแก้ไขและสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตเต็มศักยภาพตามกระบวนการศึกษารายกรณี  6  ขั้นตอน

ขั้นตอนที่  1  การคัดเลือกนักเรียน

ขั้นตอนที่  2  การรวบรวมข้อมูล

ขั้นตอนที่  3  การวินิจฉัยข้อมูล

ขั้นตอนที่  4  การดำเนินการช่วยเหลือ

ขั้นตอนที่  5  การติดตามผล

ขั้นตอนที่  6  การสรุปผล

 

2.             การให้คำปรึกษา  หมายถึง  กระบวนการของการให้ความช่วยเหลือซึ่งเกิดจาก

สัมพันธภาพระหว่างผู้ให้คำปรึกษาและผู้รับคำปรึกษา  ซึ่งผู้ให้คำปรึกษาเป็นผู้มีความรู้  ความสามารถ  มีประสบการณ์ในการช่วยเหลือบุคคล  เพื่อให้ผู้รับคำปรึกษารู้จักเข้าใจตัวเองยอมรับตนเองและเข้าใจสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น  สามารถนำเอาศักยภาพทั้งหมดภายในตัวออกมาใช้อย่างเต็มที่ช่วยให้เขาสามารถแก้ไขปัญหาตนเองได้และพัฒนาตนเองได้อย่างเหมาะสมมีประสิทธิภาพ

3.             นักเรียนที่หนีเรียนเป็นประจำ  หมายถึง  นักเรียนที่หนีเรียนไม่มาเรียนหนังสือเป็น

 ประจำ

                               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่  2

เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

 

การศึกษารายกรณี  (Case  Study)

ความหมายของการศึกษารายกรณี

                ประภาพิศ  สัญชาตเจตน์  (2539  :  331)  ได้ให้ความหมายของการศึกษารายกรณีไว้ว่า  การศึกษารายกรณี  เป็นวิธีการศึกษาพฤติกรรมของบุคคลเฉพาะรายอย่างละเอียด  โดยมีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลนั้น  เมื่อได้ข้อมูลมากพอสมควรแล้วจะมีการตีความหมาย  พฤติกรรมและทำการวินิจฉัยหาสาเหตุของปัญหา  แล้วจึงทำการแก้ปัญหา  ป้องกันปัญหา  หรือส่งเสริมพัฒนาการแล้วแต่กรณี  อันสุดท้ายคือ  การติดตามผลหลงจากที่ได้ให้ความช่วยเหลือเด็กผู้นั้นไปแล้ว  ซึ่งการศึกษารายกรณีที่จะทำให้ทราบข้อมูลนักเรียนโดยละเอียดเหมาะสำหรับศึกษาเด็กที่มีลักษณะพิเศษ เด็กที่มีปัญหา  โดยเฉพาะเด็กที่ผลการเรียนซ้ำชั้น  หรือเด็กที่มีปัญหาอื่น ๆ เป็นต้น  และวิธีการที่ใช้ควบคู่ไปกับการศึกษารายกรณี  ได้แก่  การทำประวัติรายกรณี (Case  History)  และการประชุมเกี่ยวกับเด็กเป็นรายกรณี  (Case Conference)  (ประภาพิศ   สัญชาตเจตน์. 2539  : 331)

                การทำประวัติรายกรณี  (Case  History)  หมายถึง  การรวบรวมและการจดบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับตัวบุคคลอย่างละเอียด  สมบูรณ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้และให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงที่สุด  โดยไม่ต้องมีการตีความหมาย  และแปรผลของข้อมูลแต่ประการใด  (ประภาพิศ  สัญชาตเจตน์. 2539 : 331)  และวัตถุประสงค์ที่สำคัญของการเก็บรวบรวมรายละเอียดข้อเท็จจริงต่าง ๆ เกี่ยวกับเด็กก็คือ                 

1.             เพื่อการศึกษาทำความรู้จักและเข้าใจเด็กแต่ละคน

2.             เพื่อนำความรู้ความเข้าใจนั้นมาใช้เป็นพื้นฐาน  สำหรับการพิจารณาช่วยเหลือหรือแนะ

แนวให้เด็กแต่ละคนสามารถแก้ไขปัญหา  ปรับตัวได้ดีและเหมาะสมต่อไป

                การทำประวัติรายกรณี  จึงเป็นการศึกษาให้เกิดความเข้าใจบุคคลแต่ละคน  เพราะเป็นการศึกษาถึงภูมิหลัง  สิ่งแวดล้อม  ความเกี่ยวข้องระหว่างบุคคลและองค์ประกอบต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาในด้านต่าง ๆ และการปรับตัวของเขาโดยที่การศึกษารายกรณีต้องอาศัยการรวบรวมข้อมูลเป็นขั้นแรกของการดำเนินงาน  ดังนั้น  การทำประวัติรายกรณีจึงเป็นส่วนสำคัญยิ่งของการศึกษารายกรณี  ส่วนการประชุมปรึกษาเกี่ยวกับเด็กเป็นกรณี  (Case  Conference)  หมายถึง  การนำเอาบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเด็กที่ทำการศึกษามาประชุมร่วมกัน  เพื่อปรึกษาหารือและวินิจฉัยเกี่ยวกับ

1.             การพิจารณาศึกษาข้อเท็จจริงของข้อมูลต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

2.             การพิจารณาตีความหมายและสังเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

 

3.  การพิจารณาหาทางช่วยเหลือ  แนะแนวเด็กเป็นราย ๆ ไป

ผู้ร่วมประชุมปรึกษาหารือเป็นรายกรณี  อาจจะเป็นครูใหญ่  ครูประจำชั้น  ครูพิเศษ  ผู้แนะ

แนว  ผู้ให้คำปรึกษา  แพทย์  พยาบาล  นักจิตวิทยา  จิตแพทย์  นักสังคมสงเคราะห์  และบิดามารดาของนักเรียนแล้วแต่กรณี  การประชุมปรึกษาเป็นรายกรณี  (Case  conference)  จัดเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการศึกษารายกรณี  (Case  Study)  ซึ่งอาจจะทำให้ในระยะหนึ่งระยะใดของการศึกษารายกรณีก็ได้ที่ผู้จัดทำคิดว่าเหมาะสม (ประภาพิศ   สัญชาตเจตน์.  2539 : 331)

 

จุดประสงค์ของการศึกษารายกรณี

                กรมวิชาการ  กระทรวงศึกษาธิการ  (2532  :  73)   ได้กำหนดวัตถุประสงค์ในการศึกษารายกรณี  ดังนี้

1.             เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมให้บุคคลพัฒนาการด้านต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น  ได้แก่  ร่างกาย 

จิตใจ  สติปัญญา  อารมณ์ และสังคม

2.             ในการศึกษาและสำรวจปัญหาของบุคคลอย่างเป็นระบบ  ทำให้ทราบข้อเท็จจริง

เกี่ยวกับบุคคลอย่างกว้างขวาง  ทำให้เข้าใจสาเหตุของปัญหา  และมองเห็นแนวทางในการให้ความช่วยเหลือแนะแนวแก่บุคคล  หรือช่วยให้หาทางคลี่คลายปัญหาที่พบอยู่ให้เบาบางลงเท่าที่จะทำได้

 
 
 

ให้คะแนนข่าว/บทความนี้

ไม่มีความเห็น
 
 

 
 
[เนื้อหาในหมวดเดียวกัน]
การเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ [40]
การเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ [30]
แนวขอ้สอบ งานราชการ ปริญญาตรี กรมทรัพยากรน้ำ ตั้งแต่: 3 – 21 พ.ย. 255 [21]
ข้อสอบ คู่มือสอบ แนวข้อสอบ กรมทรัพยากรน้ำ ทุกตำแหน่ง งานราชการ ข่าวล่า [25]
ข้อสอบ คู่มือสอบ แนวข้อสอบ กรมทรัพยากรน้ำ ทุกตำแหน่ง งานราชการ ข่าวล่า [26]
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์

New Games Here!
เกมส์แข่งรถnew
เกมส์แข่งรถ เกมส์นี้เราจะต้องเลือกรถที่จะไปวิ่งอยู่บนสนามต่างแดน แล้วซิ่งเก็บไอเท็ม โดยสามารถใช้พลังยิงรถคันหน้าได้ด้วย
เกมส์เสิร์ฟอาหารnew
เกมส์เสิร์ฟอาหาร เกมส์บริการ ทำร้านอาหาร ขายอาหาร เสิร์ฟอาหาร เกมส์ออนไลน์ เล่นเกมส์ แฟรช ทำอาหาร ขายของ เอาใจคุณหนูๆโดยเฉพาะสนุกเพลิดเพลินได้อีก
Tom and Jerry Killernew
เกมที่สนุกมากกับการ์ตูนที่คุณชื่นชอบ คุณสามารถเลือกตัวละครที่ชื่นชอบของคุณ: ทอมหรือเจอร์! แน่นอนเป็นเกมที่แตกต่างกันสำหรับตัวละครแต่ละตัวดังนั้นโดยทั่วไปมีสองเกมที่ยอดเยี่ยมในหนึ่ง ถ้าคุณตัดสินใจว่าเจอร์รี่เป็นคนที่คุณรักมากที่สุดที่คุณจะต้องช่วยให้เขาโยนชิ้นของชีสจากตู้เย็นไปเมาส์ทารกน้อยหิว อยู่ห่างจากลูกโยนโดยทอมกระสับกระส่ายแมวที่ต้องการที่จะจับเจอร์รี่ หากคุณชื่นชอบเป็นทอมแล้วสิ่งที่มีความเรียบง่ายมากเขาจะต้องดูเจอร์รี่และเพื่อนของเขาบนลวดที่ถูกยืดออกซักรีด! พวกเขาขโมยอาหารจากตู้เย็นและงานของคุณคือการหยุดพวกเขาจาก ช่วยทอมเจอร์รี่ที่จะตีด้วยลูกโป่งน้ำและหยุดเขาขโมยอาหาร Have Fun!
เกมส์ยิงผลไม้new
เกมส์ยิงผลไม้ มายิงผลไม้ที่เหมือนกันให้ได้คะแนนมากที่สุด คลิกเล่นได้เลย
เกมส์ระบายสีกบน้อยnew
เกมส์ระบายสีกบน้อย เกมส์นี้เราจะต้องระบายสีเจ้ากบน้อยที่อยู่บนใบบัว รอคอยให้เราแต่งแต้มสีสันให้สวยงามอยู่
More Games Click!!

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย



     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.

Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าใน

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com
Email2 : kroobannokdotcom@gmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม