ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานวิชาการ เกมส์ game เกม เกมส์มากมาย รวมเกมส์
ข่าว/บทความ > เรื่องราวจากสมาชิก > การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริม ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการใ


• การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริม ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการใ
+โพสต์เมื่อวันที่ : 27 ก.พ. 2556 เปิดอ่าน : 1821 / 0 ความเห็น


บทสรุปสำหรับผู้บริหาร ********************* 1.ชื่อโครงการวิจัย 1.1 ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริม ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาลวัดสระทอง 1.2 ชื่อผู้วิจัย นางขนิษฐา พันฆ้อง ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาลวัดสระทอง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 1.3 ระยะเวลาการทำวิจัย ปีการศึกษา 2554 2. ความสำคัญและที่มาของปัญหาการวิจัย การจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งเน้นให้เยาวชนทุกคนได้เรียนรู้คณิตศาสตร์อย่างเต็มความสามารถการนำความรู้ ทักษะ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ไปใช้ในการแก้ปัญหาการดำเนินชีวิต การศึกษาต่อการมีเหตุผล มีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ พัฒนาการคิดอย่างเป็นระบบ และสร้างสรรค์ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2552 : 10) โดยได้กำหนดไว้ว่าคุณภาพของผู้เรียนเมื่อจบการศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์แล้ว การที่ผู้เรียนจะเกิดการเรียนรู้คณิตศาสตร์อย่างมีคุณภาพนั้นจะต้องมีทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็น ได้แก่ ความสามารถในการแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่หลากหลาย การให้เหตุผล การสื่อสาร สื่อความหมายทางคณิตศาสตร์การนำเสนอ และการมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ ทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่นๆ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2552 : 59) ดังนั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์จึงต้องคำนึงถึงผู้เรียนเป็นสำคัญการจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมต้องสอดคล้องกับวุฒิภาวะ ความสนใจ และความถนัดของผู้เรียนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง จากการฝึกปฏิบัติ ฝึกให้คิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา นอกจากนี้กิจกรรมการเรียนรู้ต้องผสมผสานสาระทั้งด้านเนื้อหา และด้านทักษะกระบวนการตลอดจนปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยมที่ดีงาม ถูกต้อง และเหมาะสม ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้สอนควรคำนึงถึงความถนัดความสนใจของผู้เรียนและความแตกต่างของผู้เรียนเป็นสำคัญ (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 2548 : เว็บไซต์) คณิตศาสตร์จึงมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดของมนุษย์ทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ ระเบียบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ช่วยให้สามารถคาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหา และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม นอกจากนี้คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนามนุษย์ให้สมบูรณ์ มีความความสมดุลทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญาอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข (สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. 2551 : 1) ธรรมชาติของคณิตศาสตร์เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวันของมนุษย์ เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนขึ้นมาก็ดูเวลา ประมาณ หรือคะเนเวลาในการปฏิบัติภารกิจประจำวันและในการดำเนินชีวิตตลอดวันก็จะเกี่ยวข้องกับจำนวน ตัวเลข ขนาด รูปร่างของสิ่งต่างๆ ข้อมูลที่นำเสนอในรูปแบบต่างๆ (สมเดช บุญประจักษ์. 2550 : 7) นอกจากนี้คณิตศาสตร์ยังช่วยพัฒนาให้แต่ละบุคคลเป็นคนที่สมบูรณ์ เป็นพลเมืองดี เพราะคณิตศาสตร์ช่วยเสริมสร้างความมีเหตุผล ความเป็นคนช่างคิดช่างริเริ่มสร้างสรรค์ มีระบบระเบียบในการคิด มีการวางแผนในการทำงาน มีความสามารถในการตัดสินใจ มีความรับผิดชอบต่อกิจการงานที่ได้รับมอบหมาย ตลอดจนมีลักษณะของความเป็นผู้นำในสังคม (สิริพร ทิพย์คง. 2545 : 1) สื่อประสมถือว่าเป็นนวัตกรรมการศึกษาที่น่าจะมีความเหมาะสม สามารถนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่สนองการคิด การแก้ปัญหา การศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง และฝึกทักษะ ในการทำงานได้ดี สื่อเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ การพัฒนาสื่อที่ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากในยุคปัจจุบันข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ การใช้เทคโนโลยีและการสื่อสารได้ทำให้ผู้คนจำเป็นต้องพัฒนาตนเองให้สามารถรับรู้เรื่องราวใหม่ ๆ ด้วยตนเอง และพัฒนาศักยภาพทางการคิด ซึ่งได้แก่ การคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การคิดอย่างมีเหตุผล การคิดให้หลากหลาย ดังนั้นสื่อที่ดี ควรเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองอีกด้วย (กรมวิชาการ. 2545 : 213) สื่อเป็นตัวกลางหรือสิ่งที่นำเนื้อหาสาระหรือข้อมูลจากผู้ส่งไปยังผู้รับในการสื่อความหมาย (สาคร อัฒจักร. 2550 : 82) สื่อประสมถือว่าเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่น่าจะมีความเหมาะสม ที่สามารถนำไปใช้ จัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่สนองการคิดการแก้ปัญหา การศึกษาหาความรู้ ด้วยตนเอง และฝึกทักษะในการทำงานได้ดี สื่อประสมเป็นระบบการนำสื่อต่าง ๆ มาผสมผสานกันสอดคล้องกับเนื้อหาในแต่ละหน่วยการเรียน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพต่อการเรียนการสอนสูงสุด (กิดานันท์ มลิทอง. 2543 : 89) ชุดสื่อประสมที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์จะมีประโยชน์ต่อการเรียนการสอนอย่างยิ่ง คือช่วยเร้าความสนใจของนักเรียน และเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียน ได้แสดงความคิดเห็น ได้ฝึกการตัดสินใจและแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ทำให้นักเรียนได้เรียนตามความถนัดและความสนใจ (ชัยยงค์ พรหมวงค์. 2523 : 117-120) สื่อประสมเป็นสื่อที่ช่วยให้มีปฎิสัมพันธ์หรือโต้ตอบกับผู้เรียนได้ทันที สะดวกในการแก้ไข ข้อผิดพลาดของการเรียนแต่ละครั้งและแต่ละปัญหา (ไชยยศ เรืองสุวรรณ. 2551 : 3) สื่อประสม หมายถึง การนำเอาสื่อการสอนหลายอย่างหรือมากกว่า 2 ชนิดขึ้นไปมาสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่องในเวลาเดียวกันและมีคุณค่าที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันสื่อการสอนอย่างหนึ่งอาจใช้เพื่อเร้าความสนใจ ในขณะที่อีกอย่างหนึ่งใช้เพื่ออธิบายข้อเท็จจริงของเนื้อหาและอีกชนิดหนึ่งอาจใช้เพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้ง การใช้สื่อประสมจะช่วยให้ผู้เรียนมีประสบการณ์จากประสาทสัมผัสที่ผสมผสานกันได้ค้นพบวิธีการที่จะเรียนในสิ่งที่ต้องการได้ด้วยตนเองมากยิ่งขึ้น (จริยา เหนียนเฉลย. 2535 : 113) การใช้สื่อประสมในการเรียนการสอนถือว่าเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาและการสอนอย่างหนึ่งและสื่อประสมที่ครูสามารถจัดขึ้นใช้ได้เอง สะดวก ประหยัดช่วยแบ่งเบาภาระของครูในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยเท่าเทียมกัน (สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ. 2539 : 13) เพราะชุดสื่อประสมเป็นการรวบรวมเอาวัสดุอุปกรณ์เพื่อการเรียน การสอนที่ประกอบด้วยสื่อมากกว่าหนึ่งชนิดขึ้นไป มาจัดไว้อย่างเกี่ยวเนื่องกัน ในเนื้อหาวิชาเพียงเรื่องเดียวและสื่อประสมยังเป็นรูปแบบของชุด การสอนที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยเหลือครู ให้สอนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ชุดสื่อประสมจึงนับว่าเป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษาอีกรูปแบบหนึ่ง เหมาะที่จะนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โรงเรียนเทศบาลวัดสระทอง เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด เปิดทำการสอนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ปีที่ 1 จนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นโรงเรียนต้นแบบการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ผู้วิจัยในฐานะที่เป็นผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และมีหน้าที่โดยตรงในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ในระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 เพื่อพัฒนานักเรียนให้เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถทางคณิตศาสตร์ที่เพียงพอ สามารถนำความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็นไปพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้งสามารถนำไปเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และเป็นพื้นฐานการศึกษาต่อ จากข้อมูลผลการประเมินผลสัมฤทธิ์กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนเทศบาลวัดสระทอง ปีการศึกษา 2551 มีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 60.51 ปีการศึกษา 2552 มีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 57.42 ปีการศึกษา 2553 มีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 54.83 ซึ่งมีแนวโน้มของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ลดลง ควรได้รับการพัฒนาอย่างจริงจัง (โรงเรียนเทศบาลวัดสระทอง. 2553 : 25) จากผลการศึกษาเอกสาร และทฤษฎี ดังที่กล่าวมาข้างต้นแสดงให้เห็นว่าการสอนโดยใช้รูปแบบที่เหมาะสม จะเป็นประโยชน์ต่อครูผู้สอนในการออกแบบการสอน และการพัฒนาหลักสูตร อีกทั้งยังช่วยให้ครูสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตลอดจนลำดับขั้นของการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ด้วยเหตุผลดังกล่าวผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปีที่ 3 เพื่อใช้เป็นแนวทางและวิธีการให้ครูผู้สอนเลือกปรับปรุงกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญให้มีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ในการเชื่อมโยงความรู้สู่ศาสตร์อื่น และเป็นแนวทางในการพัฒนาปรับปรุงกิจกรรมการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ให้สามารถพัฒนาผู้เรียน ให้มีความรู้ความเข้าใจ และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามมาตรฐานตัวชี้วัด และให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาการจัดการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาต่อไป 3.วัตถุประสงค์ของการวิจัย การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาลวัดสระทอง มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ 1. เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2. เพื่อออกแบบและพัฒนาเครื่องมือการวิจัยรูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ E1/E2 (75/75) 3.เพื่อทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 4. เพื่อประเมินประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยมุ่งประเมินในสิ่งต่อไปนี้ 4.1 ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 4.2 ความสามารถในการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ 4.3 ความพึงพอใจของนักเรียนภายหลังได้รับการสอนด้วยรูปแบบการเรียนการสอน ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น 4.ระเบียบวิธีวิจัย การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาลวัดสระทอง โดยประยุกต์ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนคือ ขั้นตอนที่ 1 การวิจัย (Research : R1) เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน (Analysis : A) เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนา (Development : D1) เป็นการออกแบบการสร้างรูปแบบ (Design and Development : D and D) การพัฒนาและหาประสิทธิภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ขั้นตอนที่ 3 การวิจัย (Research : R2) เป็นการนำไปใช้ (Implementation : I ) การทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอน และขั้นตอนที่ 4 การพัฒนา (Development : D)2 เป็นการประเมินผล (Evaluation : E) การประเมินผลการทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 โรงเรียนเทศบาลวัดสระทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ที่กำลังเรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 จำนวน 1 ห้องเรียน รวมทั้งสิ้น 42 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการวิเคราะห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย รูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบความสามารถในการคิดวิเคราะห์ แบบทดสอบความสามารถในการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนหลังจากเรียนตามรูปแบบการเรียนการสอน การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทีแบบไม่อิสระ (t-test แบบDependent Samples) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) 5. ผลการวิจัย 5.1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานเชิงนโยบายการศึกษา แผนการศึกษาแห่งชาติ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ. 2545 พบว่า พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ. 2545 มีเจตนารมณ์ ที่ต้องการเน้นย้ำว่าการจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขโดยยึดหลักดังนี้ 1)การศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน 2) ให้สังคมมีส่วนร่วม ในการจัดการศึกษา และ 3) การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้แนวการจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด ผู้เรียนทุกคน สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ดังนั้นกระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน ได้พัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ การจัดการศึกษาทั้งสามรูปแบบในหมวด 3 ต้องเน้นทั้งความรู้ คุณธรรม และ กระบวนการเรียนรู้ ในเรื่องสาระความรู้ ให้บูรณาการความรู้และทักษะด้านต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับแต่ละระดับการศึกษา ได้แก่ ด้านความรู้เกี่ยวกับตนเองและความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับสังคม ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทย และการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา ด้านภาษา โดยเฉพาะการใช้ภาษาไทย ด้านคณิตศาสตร์ ด้านการประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข ในเรื่องการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมที่สอดคล้องกับ ความสนใจ ความถนัดของผู้เรียน และความแตกต่างระหว่างบุคคล รวมทั้งให้ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการการเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้ป้องกันและแก้ปัญหา จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนฝึก ปฏิบัติจริง ผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างสมดุล และปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ในทุกวิชา นอกจากนั้น ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ยังต้องส่งเสริมให้ผู้สอน จัดบรรยากาศ และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อและแหล่งวิทยาการประเภทต่าง ๆ จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ ทุกเวลา ทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชน รวมทั้งส่งเสริมการดำเนินงาน และการจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ การประเมินผลผู้เรียน ให้สถานศึกษาพิจารณา จากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรม และการทดสอบ ส่วนการจัดสรรโอกาสการเข้าศึกษาต่อ ให้ใช้วิธีการที่หลากหลายและนำผลการประเมินผู้เรียนมาใช้ประกอบด้วย หลักสูตรการศึกษาทุกระดับและทุกประเภท ต้องมีความหลากหลาย โดยส่วนกลางจัดทำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เน้นความเป็นไทยและความเป็นพลเมืองดี การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อและให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดทำหลักสูตรในส่วน ที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และคุณลักษณะของสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชนสังคมและประเทศชาติ สำหรับหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษาเพิ่มเรื่องการพัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูงและการค้นคว้าวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และสังคมศึกษา 5.2 ผลการวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 พบว่า หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกำลังของชาติ ให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อ โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพและมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุขทั้งในฐานะพลเมืองไทยและพลโลกดังนี้ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ 5.3 ผลการวิเคราะห์เป้าหมายการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในระดับชั้นมัธยมศึกษา พบว่า คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วน รอบคอบ ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหา และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม นอกจากนี้คณิตศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศาสตร์อื่นๆ คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์มุ่งให้เยาวชนทุกคนได้เรียนรู้คณิตศาสตร์อย่างต่อเนื่องตามศักยภาพ และหากพิจารณาถึงจุดเน้นของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 (พ.ศ.2552 – พ.ศ. 2561) พบว่า ในระดับชั้นมัธยมศึกษาที่ 1 – 3 ต้องการให้นักเรียนมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต และทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย 5.4 ผลการวิเคราะห์การจัดการเรียนการสอนของครูโรงเรียนเทศบาลวัดสระทอง จากการสัมภาษณ์ครูจำนวน 16 คน ที่มีประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอน 10 ปีขึ้นไป มีระดับการศึกษาปริญญาโท 4 คนระดับปริญญาตรี 12 คน พบว่า การจัดการเรียนการสอนของครูยังใช้รูปแบบการสอนแบบบรรยาย ให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดจากบทเรียน ไม่ค่อยใช้สื่อ แหล่งเรียนรู้ และฝึกให้ผู้เรียนคิด แก้ปัญหาได้อย่างมีเหตุผลเท่าที่ควร และวิธีการสอนส่วนใหญ่ของครูจะสอนโดยยึดครูเป็นศูนย์กลาง เน้นเนื้อหาที่มีในหลักสูตรเท่านั้น เน้นการให้ได้มาซึ่งคำตอบที่ถูกต้องโดยไม่คำนึงถึงวิธีการคิดหาคำตอบ ทำให้นักเรียนไม่มีโอกาสพัฒนาศักยภาพทางสมองเท่าที่ควรทำให้นักเรียนที่เรียนไม่เข้าใจตั้งแต่เริ่มต้นแล้วอาจจะไม่ต้องการที่จะเรียนคณิตศาสตร์ในระดับสูงขึ้น นักเรียนจึงเบื่อชั่วโมงเรียนคณิตศาสตร์ เบื่อโรงเรียน ไม่ชอบทำงานที่ยาก และงานที่ท้าทายในวิชาคณิตศาสตร์ตลอดจนขาดแรงจูงใจในการเรียนด้วย 5.5 ผลการวิเคราะห์แนวคิด ทฤษฎี วรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง กับการพัฒนารูปแบบ พบว่า แนวคิดการออกแบบรูปแบบการเรียนการสอนด้วยชุดสื่อประสม และแนวคิด 3 Phase Model ของอัตกิน และคาร์พลัส (Atkin and Karplus. 2008 : 3) ประยุกต์ร่วมกับกระบวนการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D ) ซึ่งประกอบด้วย ขั้นตอนที่ 1การวิจัย (Research : R1) เป็นการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนา (Analysis : A) ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนา (Development : D1) เป็นการออกแบบและพัฒนา (Design and Development : D and D) ขั้นตอนที่ 3 การวิจัย (Research : R2) เป็นการนำไปใช้ (Implementation : I) และขั้นตอนที่ 4 การพัฒนา (Development : D2) เป็นการประเมินผล (Evaluation : E) บาร์แมน และโคต้า (Barman and Kotar. 1989 : 29-32) มีองค์ประกอบของรูปแบบการเรียนการสอน 4 ส่วนดังนี้ 1) ขั้นสำรวจ (Exploration Phase) 2) ขั้นอธิบาย (Explanation Phase) 3) ขั้นขยายมโนทัศน์ (Expansion Phase) และ 4) ขั้นประเมินผล (Evaluation Phase) สำหรับผลการวิเคราะห์แนวคิด ทฤษฎี สาระสำคัญ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัค ติวิซึม พบว่า แนวคิดคอนสตรัคติวิซึม เชื่อว่านักเรียนทุกคนมีองค์ความรู้เป็นของตนเองการสร้างองค์ความรู้ใหม่ต้องอาศัยองค์ความรู้เดิมที่นักเรียนทุกคนมีอยู่ประกอบด้วย การเรียนวิทยาศาสตร์ โดยใช้ คอนสตรัคติวิซึม เป็นกระบวนการ ซึ่งนักเรียนจะสืบเสาะ สืบค้น และสำรวจตรวจสอบความรู้ด้วยตนเอง นักเรียนจะเข้าใจและได้รับความรู้และความสามารถสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองได้ 5.6 องค์ประกอบของรูปแบบการเรียนการสอน จากการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้รูปแบบการเรียนการสอนที่ผู้วิจัยใช้ชื่อเรียกว่า “TAP-Co Model” ซึ่งได้พัฒนาตามหลักการและแนวคิดการออกแบบรูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับกระบวนการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) และแนวคิด ทฤษฎี เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ของนักการศึกษา นักจิตวิทยา และนักวิชาการที่หลากหลาย(Good. 1973 : 1287-A ; Sun and Trowbridge. 1973 : 234 – A ; Lawon. 1995 – 424 ; Sun and Trowbridge. 1973 : 35 – 43 ; กรมวิชาการ. 2551 : 80 ; ชลสีต์ จันทาสี. 2543 : 66-67 ; มนมนัส สุดสิ้น. 2543 : 89 และบุญชม ศรีสะอาด. 2547 : 41 - 46) โดยรูปแบบการเรียนการสอนมีองค์ประกอบ คือ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการเรียนการสอน สิ่งที่ส่งเสริมการเรียนรู้ และเงื่อนไขในการใช้รูปแบบการเรียนการสอน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ องค์ประกอบที่ 1 หลักการของรูปแบบการเรียนการสอน คือ เพื่อสร้างความรู้จากการเรียนการสอนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 องค์ประกอบที่ 2 วัตถุประสงค์ของรูปแบบการเรียนการสอน คือ เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 องค์ประกอบที่ 3 กระบวนการเรียนการสอน มีส่วนประกอบดังนี้ 1) การนำเสนอแนวคิด (Thinking : T) หมายถึง นักเรียนแบ่งกลุ่มย่อยออกเป็น 3-5 คน ช่วยกันคิดวิธีหาคำตอบที่หลากหลาย โดยแสดงวิธีทำเป็นรายบุคคลและเสนอแนวคิดของตนเองต่อกลุ่มของตน 2) เลือกวิธีการหาคำตอบ (Alternative : A) หมายถึง นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายซักถามเหตุผลและที่มาของวิธีการหาคำตอบของแต่ละคนตามเงื่อนไขที่โจทย์กำหนด ช่วยกันคิดโจทย์ขึ้นใหม่ให้ง่ายต่อการหาคำตอบ ร่วมกันเลือกวิธีหาคำตอบที่ดีที่สุดตามความคิดของกลุ่ม และช่วยกันทำให้สมาชิกภายในกลุ่มมีความเข้าใจที่ตรงกัน 3) นำเสนอวิธีการหาคำตอบ (Presentation : P) หมายถึง นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอวิธีการหาคำตอบต่อกลุ่มใหญ่หน้าชั้นเรียน โดยครูช่วยตรวจสอบและให้คำแนะนำในการคิดหาคำตอบของแต่ละกลุ่ม 4) สรุปผลการคิดหาคำตอบ (Conclusion : Co) หมายถึง ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสาระสำคัญ กระบวนการคิดคำนวณในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา และบันทึกข้อสรุปลงสมุด องค์ประกอบที่ 4 สิ่งที่ส่งเสริมการเรียนรู้ คือ สมรรถนะที่เกิดขึ้นจากการสอนเพื่อให้การเรียนรู้บรรลุเป้าหมายและประสบความสำเร็จ ได้แก่ คิดด้วยตนเอง ค้นคว้าหาเหตุผล และแก้ปัญหาโดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ องค์ประกอบที่ 5 เงื่อนไขในการใช้รูปแบบการเรียนการสอน คือ การนำรูปแบบการเรียนการสอนไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ประกอบด้วย 1) สร้างสรรค์ความรู้ด้วยตนเอง 2) ปฏิสัมพันธ์กับบุคคลและสิ่งแวดล้อม 3) มีส่วนร่วมในกิจกรรม 4) กระบวนการเรียนรู้เป็นทักษะพื้นฐาน และ 5) นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ จากองค์ประกอบดังกล่าว แสดงเป็นแผนภาพของรูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับ ชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้ดังแผนภาพต่อไปนี้ รูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และ การให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนเทศบาล วัดสระทอง แผนภาพ แสดงรูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถใน การคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาลวัดสระทอง 5.7 การออกแบบและพัฒนาเครื่องมือ การพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียน การสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผล ทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีวิธีการและรายละเอียดดังนี้ 5.7.1 ผลการพิจารณาตรวจสอบความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ของรูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยสอบถามครูจำนวน 16 คน ที่ร่วมการสนทนากลุ่ม (Focused Group Discussion) พบว่า รูปแบบการเรียนการสอนโดยภาพรวมมีความเหมาะสมและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.62, S.D. = 0.54) เมื่อพิจารณารายองค์ประกอบ พบว่า ทุกองค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการเรียนการสอน สิ่งที่ส่งเสริมการเรียนรู้ และเงื่อนไขในการใช้รูปแบบการเรียนการสอน มีความเหมาะสมและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.59, 4.57, 4.68, 4.64, 4.60) ตามลำดับ 5.7.2 หาประสิทธิภาพของชุดสื่อประสม เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 แบบรายหนึ่งต่อหนึ่ง (One to one Testing) หรือ Individual Tryout โดยทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 จำนวน 3 คน ที่มีระดับความสามารถ เก่ง ปานกลาง และอ่อน อย่างละ 1 คน โรงเรียนเทศบาลวัดสระทอง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 ได้ค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 62.50/63.33 5.7.3 หาประสิทธิภาพของชุดสื่อประสม เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 แบบกลุ่มเล็ก (Small Group Tryout) โดยทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 จำนวน 9 คน ที่มีระดับความสามารถ เก่ง ปานกลาง และอ่อน อย่างละ 3 คน โรงเรียนเทศบาลวัดสระทอง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 ได้ค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 67.08/67.78 5.7.4 หาประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แบบภาคสนาม (Field Tryout) ที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขไปทดสอบนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 โรงเรียนเทศบาลวัดสระทอง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 ที่เป็นกลุ่มตัวอย่างจำนวน 42 คน ที่มีระดับความสามารถ เก่ง ปานกลาง และอ่อนคละกัน โดยนำผลจากการทดสอบย่อยระหว่างเรียน และแบบทดสอบหลังเรียน มาตรวจสอบหาประสิทธิภาพของชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้ค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 77.68/78.65 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 5.8 หลังการทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผู้วิจัยประเมินประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม โดยประเมินในสิ่งต่อไปนี้ 5.8.1 ประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ พบว่า นักเรียนกลุ่มทดลอง จำนวน 42 คน ได้ค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถในการคิดวิเคราะห์ จากการทำแบบทดสอบก่อนเรียน เท่ากับ 14.67 จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน และได้ค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถในการคิดวิเคราะห์ จากการทำแบบทดสอบหลังเรียน เท่ากับ 24.12 จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน แสดงว่า นักเรียนมีความสามารถ ในการคิดวิเคราะห์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งยอมรับสมมติฐาน การวิจัยข้อที่ 2 5.8.2 ประเมินความสามารถในการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ พบว่า นักเรียนกลุ่มทดลอง จำนวน 42 คน ได้ค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถในการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ จากการทำแบบทดสอบก่อนเรียน เท่ากับ 10.19 จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน และได้ค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถในการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์จากการทำแบบทดสอบหลังเรียน เท่ากับ 15.31 จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน แสดงว่า นักเรียนมีความสามารถในการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งยอมรับสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 2 5.8.3 ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนภายหลังได้รับการสอนด้วยรูปแบบการเรียน การสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาและความสามารถในการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ เรื่อง ระบบสมการเชิงเส้น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.53, S.D. = 0.59) ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการจัดกิจกรรมในการเรียน และด้านการประเมินผลในการเรียน รองลงมาคือ ด้านระยะเวลาในการเรียนและด้านบรรยากาศ ในการเรียน ตามลำดับ 6. ข้อเสนอแนะ ผู้วิจัยใคร่ขอเสนอแนะการวิจัยเชิงนโยบายและข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติดังนี้ 6.1 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 6.1.1 จากการเรียนการสอนคณิตศาสตร์โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุด สื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ช่วยให้นักเรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีความรู้ในสาระอื่น ๆ ที่นำมาบูรณาการการเรียนเข้ากับวิชาคณิตศาสตร์ และได้รับประโยชน์จากชุดสื่อประสม ประโยชน์จากการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ดังนั้นผู้บริหารโรงเรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการสอนวิชาคณิตศาสตร์ควรส่งเสริม กำหนดนโยบายการเรียนการสอนโดยใช้ชุดสื่อประสม เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์อย่างต่อเนื่อง 6.1.2 เนื่องจากรูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่มาจากความต้องการของนักเรียนและผู้ที่เกี่ยวข้อง ทำให้นักเรียนมีความรู้นอกเหนือจากเรียนวิชาคณิตศาสตร์ โรงเรียนจึงควรส่งเสริมให้มีการจัดพิมพ์ขึ้นใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในปีการศึกษาต่อไป 6.2 ข้อเสนอแนะในการนำผลวิจัยไปใช้ 6.2.1 จากผลการวิจัย พบว่า ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ หลังเรียนของนักเรียนที่จัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นทำให้นักเรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ แตกต่างกัน โดยหลังเรียนมีคะแนนความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้น แสดงว่า รูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เหมาะกับการเรียนการสอนรายวิชาคณิตศาสตร์ ก่อนสอนครูควรศึกษาขั้นตอน ให้ละเอียด และควรปฏิบัติกิจกรรมตามที่กำหนดไว้ 6.2.2 จากผลการวิจัย พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อยู่ในระดับมากที่สุด ในการสอนแต่ละครั้งครูควรเตรียมแหล่งข้อมูลความรู้ให้แก่ผู้เรียน ทั้งอุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอน แบบทดสอบ หรือแบบประเมินในการสอนแต่ละครั้งให้พร้อม เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเองได้ตามต้องการก่อนนำชุดสื่อประสมไปใช้จริง เพื่อความสะดวกและให้เกิดผลตามสภาพความเป็นจริง ในการจัดกลุ่มนักเรียนควรเป็นกลุ่มคละความสามารถ มีทั้งเก่ง ปานกลาง อ่อน เพื่อให้นักเรียนได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน นักเรียนที่เรียนอ่อนจะได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพส่วนนักเรียนที่เรียนเก่งก็จะได้เพิ่มทักษะ โดยการอธิบายหรือถ่ายทอดความรู้ให้กับเพื่อนในกลุ่ม 6.2.3 จากผลการวิจัย พบว่า นักเรียนมีความสนใจรูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ดังนั้นการที่จะทำให้การจัดการเรียนการสอน มีผลการเรียนรู้ที่ดีและสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน ครูผู้สอนควรสอดแทรกประสบการณ์ที่เกิดหรือเหตุการณ์จริงเข้ามาสอนในบางเนื้อหา ฝึกให้นักเรียนแต่ละคนปรับเปลี่ยนบทบาทของตนเองในการทำงานในกลุ่มให้สามารถแสดงความคิดเห็น สามารถอภิปรายร่วมกับสมาชิกคนอื่น ๆ ได้ นอกจากนี้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละชุด ไม่ควรจำกัดเวลามากเกินไป ควรมีการยืดหยุ่นตามความเหมาะสม และส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมกล้าแสดงออกเพื่อให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเต็มความสามารถและมีความสุข 6.3 ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป 6.3.1 ควรนำรูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถ ในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ไปสร้างชุดสื่อประสม ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ และในทุกระดับชั้น 6.3.2 ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการสอนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กับสื่อการสอนอื่นๆ เช่น การสอนแบบโครงงาน การสอนด้วย E – Learning เพื่อดูความแตกต่าง 6.3.3 ควรศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนหลังจากเรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กับตัวแปรอื่น ๆ เช่น เจตคติทางคณิตศาสตร์ ศึกษาความคงทนในการเรียนรู้ และความคิดสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์ 6.4 การนำไปใช้ประโยชน์ 6.4.1 การนำผลการปฏิบัติที่ดี (Best Practice) การนำรูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สู่สถานศึกษาอื่นและขยายผลการจัดการเรียนรู้ ผ่านกระบวนการกลุ่ม/เครือข่าย/ภาคี 6.4.2 การถ่ายทอดรูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับชุดสื่อประสม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้จากรูปแบบ (TAP-Co Model) ว่าประเด็นใดบ้างที่เป็นปัญหา จุดแข็ง จุดอ่อน ในการนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมและเกิดเป็นผลสำเร็จ 6.4.3 นำแนวทางการศึกษานี้มาจัดทำเป็นหลักสูตร “กลยุทธ์การพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ ตามรูปแบบการเรียนการสอน TAP-Co Model”

 
 
 

ให้คะแนนข่าว/บทความนี้

ไม่มีความเห็น
 
 

 
 
[เนื้อหาในหมวดเดียวกัน]
เผยแพร่ผลงาน รายวิชาประวัติศาสตร์ ม.1 เล่ม 6 เรื่อง ประวัติ และผลงานบุคคลสำคัญ โดย นางสาวฐปนพรรษ ฤกษ [15]
เผยแพร่ผลงาน รายวิชาประวัติศาสตร์ ม.1 เล่ม 4 เรื่อง ศิลปกรรม และภูมิปัญญาไทย โดย นางสาวฐปนพรรษ ฤกษ์เ [16]
เผยแพร่ผลงาน รายวิชาประวัติศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 เรื่อง การกำเนิดกรุงสุโขทัย นางสาวฐปนพรรษ ฤกษ์เปลี่ยน [13]
รายงานผลการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์โดยใช้กิจกรรมเกมการศึกษา ชุดคณิตศาสตร์พาเพลิน ของนักเรียนชั [11]
"โครงการพรี 7 วิชาสามัญ หรือ pre 7 Subjects รอบ2" [13]

 

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์

New Games Here!
เกมส์หมากรุกจีนnew
เกมส์หมากรุกจีน ที่มีขุนศึกที่น่าทดสอบฝีมือ ไม่แพ้กับหมากรุกไทย หรือ หมากรุกฝรั่งเลย เป็นเกมส์ที่ฝึกการวางแผน รุกรบ ให้มีไหวพริบ ดีเทียบเท่ากับ เกมส์หมากรุกทั่วๆไปเลย
เกมส์ไอ้แมงมุมnew
เกมส์ไอ้แมงมุม เกมไอ้แมงมุม มาเล่นเกมส์ไอ้แมงมุมออนไลน์กัน เป็นเกมไอ้แมงมุมชักใยไต่ไปตามเมืองต่างๆ เราต้องช่วยไอ้แมงมุมไต่ไปให้ได้น่ะครับ ลองเล่นกันดูครับ
เกมส์เป่ายิ้งฉุบnew
เกมส์เป่ายิ้งฉุบ มาแข่งกับคอมพิวเตอร์กัน ใครจะเป็นผู้ชนะครับ
เกมส์มาริโอทดสอบความจำnew
เกมส์มาริโอทดสอบความจำ มาทดสอบความจำกับมาริโอกันครับ ว่าเรามีความจำดีกันขนาดไหน มีการจับเวลาด้วยนะครับ
เกมส์ระบายสีสาวน้อยnew
เกมส์ระบายสีสาวน้อย สาวน้อยหน้าหวาน รอให้เราแต่งแต้มสีสันให้เธออยู่ อย่ามัวรอช้า..
More Games Click!!

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย



     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.

Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าใน

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com
Email2 : kroobannokdotcom@gmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม