ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > มติ ครม. 28 พฤษภาคม 2556 ที่เกี่ยวข้องกับ ศธ.

มติ ครม. 28 พฤษภาคม 2556 ที่เกี่ยวข้องกับ ศธ.

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 29 พ.ค. 2556 เปิดอ่าน : 6,448 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
มติ ครม. 28 พฤษภาคม 2556 ที่เกี่ยวข้องกับ ศธ.

Advertisement

สรุปมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2556 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 3 เรื่อง คือ 1) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิทยาลัยชุมชน 2) เห็นชอบโครงการความร่วมมือจัดทำข้อเสนอนโยบายด้านการศึกษาของประเทศไทยโดย UNESCO ร่วมกับ OECD 3) รับทราบการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ จังหวัดและสถาบันอุดมศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556

►เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิทยาลัยชุมชน

ครม.มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิทยาลัยชุมชน พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป

สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ

1) กำหนดให้สถาบันเป็นนิติบุคคลและเป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ซึ่งจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาโดยวิทยาลัยชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การศึกษา ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อสร้างความเข้มแข็งของท้องถิ่นและชุมชน ตอบสนองและสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นและชุมชน

2) กำหนดให้สถาบันแบ่งส่วนราชการ ออกเป็นสำนักงานสถาบันวิทยาลัย ส่วนราชการอื่นๆ และให้การจัดตั้ง การรวม การโอนหรือการยุบเลิกวิทยาลัย หรือส่วนราชการอื่นจัดทำเป็นกฎกระทรวง เว้นแต่การแบ่งส่วนราชการภายในให้ทำเป็นประกาศสถาบัน

3) กำหนดให้สถาบันมีรายได้นอกจากเงินที่กำหนดไว้ในงบประมาณแผ่นดิน ได้แก่ เงินผลประโยชน์ ค่าธรรมเนียม เบี้ยปรับ ค่าปรับ และค่าบริการต่าง ๆ ของสถาบันเงินอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือเงินอุดหนุนอื่นที่สถาบันได้รับเพื่อใช้ในการดำเนินกิจการของสถาบัน เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้ เป็นต้น และให้รายได้ของมหาวิทยาลัยไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

4) กำหนดให้มีสภาสถาบัน ประกอบด้วยนายกสภาสถาบัน กรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการซึ่งเลือกจากผู้แทนภาคเอกชน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กำหนดคุณสมบัติหลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งนายกสภาสถาบันและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและภาคเอกชนเป็นไปตามที่กำหนด และให้สภาสถาบันมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด

5) กำหนดให้มีสภาวิชาการ สภาวิทยาลัย และคณะกรรมการส่งเสริมกิจการวิทยาลัย โดยมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด และให้จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง ตลอดจนการประชุมเป็นไปตามที่กำหนด

6) กำหนดให้มีผู้อำนวยการสถาบันเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารงานของสถาบัน กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน และให้ผู้อำนวยการมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด

7) กำหนดให้วิทยาลัยซึ่งเป็นส่วนราชการในสถาบันมีหน้าที่จัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญา และฝึกอบรมด้านวิชาการหรือด้านวิชาชีพ และให้วิทยาลัยบริหารและจัดการศึกษาบนพื้นฐานของการประสานความร่วมมือระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน ตลอดจนการระดมทรัพยากรและการสนับสนุน

8) กำหนดห้ามมิให้วิทยาลัยปฏิเสธการรับบุคคลเข้าศึกษาในวิทยาลัยหรือยุติหรือชะลอการศึกษาของนักศึกษาด้วยเหตุเพียงว่าผู้นั้นขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมการศึกษา สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณาว่านักศึกษาผู้ใดเป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้เป็นไปตามระเบียบที่สภาสถาบันกำหนด

9) กำหนดให้มีผู้อำนวยการวิทยาลัย ซึ่งแต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนด หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาเป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และให้ผู้อำนวยการมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด

10) กำหนดบทเฉพาะกาล เกี่ยวกับการโอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณฯ การโอนบรรดาข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างของส่วนราชการ การดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการต่าง ๆ การได้รับอนุปริญญาและประกาศนียบัตร ตลอดจนกฎกระทรวง กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ


--------------------------------------------------------------------------------

►เห็นชอบโครงการความร่วมมือจัดทำข้อเสนอนโยบายด้านการศึกษาของประเทศไทยโดย UNESCO ร่วมกับ OECD

ครม.มีมติเห็นชอบตามที่ ศธ.เสนอ ดังนี้

1. เห็นชอบในหลักการโครงการความร่วมมือจัดทำข้อเสนอนโยบายด้านการศึกษาของประเทศไทย โดยองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ร่วมกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยจ่ายค่าตอบแทน สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจำนวน 10,400,000 บาท หรือ 252,000 ยูโร (อัตราแลกเปลี่ยน 39.98 บาท ต่อ 1 ยูโร) ให้เบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา แผนงานสร้างและกระจายโอกาสทางการศึกษาให้ทั่วถึงและเป็นธรรม ผลผลิตนโยบายและแผนด้านการศึกษา งบรายจ่ายอื่น รายการค่าใช้จ่ายในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย ยุทธศาสตร์ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของชาติที่ดำเนินการบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว และยังมีเงินคงเหลือเพียงพอไปดำเนินการ

2. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หรือผู้ที่รัฐมนตรีมอบหมาย เป็นผู้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ กับองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)

สาระสำคัญของเรื่อง

1) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้จัดทำโครงการความร่วมมือ ข้อเสนอนโยบายด้านการศึกษาของประเทศไทย โดยองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ร่วมกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและประสิทธิภาพการศึกษาให้ได้มาตรฐานสากล การเรียนรู้อย่างเท่าทันต่อสภาวการณ์ปัจจุบัน และอนาคต โดยดำเนินงานให้มีความสอดคล้องกับนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาล และแนวนโยบายแห่งรัฐ

2. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้ดำเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำร่างยุทธศาสตร์การศึกษา พ.ศ. 2556-2558 เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและประสิทธิภาพการศึกษาให้ได้มาตรฐานสากล รวมทั้งการติดตามประเมินผลใน 4 ภูมิภาค ในช่วง เดือนมกราคม – มีนาคม 2556 และได้มีการปรึกษาหารือกับองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในการจัดทำข้อเสนอนโยบายด้านการศึกษาของประเทศไทย และร่างข้อตกลงในความร่วมมือในการจัดทำข้อเสนอนโยบายการศึกษาของประเทศ โดยมีขอบเขตและระเบียบวิธีดำเนินการ ดังนี้

2.1 ขอบเขตการจัดทำข้อเสนอนโยบายด้านการศึกษาของประเทศไทย ประกอบด้วยประเด็นสำคัญ 5 เรื่อง ดังต่อไปนี้

2.1.1 การประเมินระบบการศึกษาโดยรวม เน้นเรื่องคุณภาพ ความเสมอภาค และการปฏิรูป นโยบาย กฎ ระเบียบ โครงสร้าง นโยบายพิเศษ และแนวทางการปฏิบัติ เพื่อปรับปรุงการศึกษาในประเทศให้สอดคล้องกับนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาล แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11

2.1.2 นโยบายด้านครู และการเสริมสร้างความสามารถของครูและผู้บริหารโรงเรียน โดยการวิเคราะห์ทรัพยากรที่มีอยู่ รวมทั้งประเมินโอกาสเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ (การเสริมสร้างความสามารถของครู การเลื่อนวิทยฐานะ การยกระดับให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง การเป็นผู้นำในโรงเรียน การมีส่วนร่วมในสังคม การเรียนการสอนในพหุวัฒนธรรม ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียน)

2.1.3 การพัฒนาหลักสูตร เน้นความสามารถด้านภาษา ความเป็นพลเมืองโลก ความมีขันติธรรม และพลเมืองศึกษา

2.1.4 นโยบายด้านการวัดและประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ได้แก่ PISA, O-Net และตัวชี้วัดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษา

2.1.5 การเรียนโดยใช้สื่อเคลื่อนที่ (Mobile Learning) เน้นการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการศึกษาและฝึกอบรมครู

2.2 ระเบียบวิธีดำเนินการ โครงการจัดทำข้อเสนอนโยบายด้านการศึกษาของประเทศไทยจะใช้ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ได้แก่

2.2.1 รายงานภูมิหลังการศึกษาของประเทศ จัดเตรียมโดยคณะของประเทศไทย (แต่งตั้งโดยหน่วยงานระดับชาติ) ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์เกี่ยวกับคุณภาพและความเสมอภาคด้านการศึกษา รวมทั้งความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในประเทศ

2.2.2 ข้อมูลที่ใช้เป็นมาตรฐานและเทียบเคียง ซึ่งให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับระบบการศึกษาของประเทศเปรียบเทียบกับของประเทศอื่นๆ

2.2.3 ศึกษาและทบทวนวรรณกรรม (Literature Review) ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายด้านการศึกษาของประเทศ พร้อมด้วยข้อมูลจากองค์การระหว่างประเทศ

2.2.4 การเดินทาง 3 ครั้ง (กำหนดขอบเขต สืบค้น ข้อมูลและตีความ ตรวจสอบความถูกต้อง) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานระดับชาติและคณะจากนานาชาติที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ (ที่ปรึกษาและเจ้าหน้าที่) ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนโยบายซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการปรับปรุงคุณภาพการศึกษา

2.3 การดำเนินงาน

2.3.1 ทบทวนรายงานภูมิหลังด้านการศึกษาของประเทศ (Country Background Report) ที่จัดทำโดยคณะของประเทศไทย และให้ข้อคิดเห็นร่วมกับคณะของ OECD

2.3.2 จัดทำข้อเปรียบเทียบระบบการศึกษาของประเทศไทยกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค ส่วน OECD จะวิเคราะห์ผล PISA ของประเทศไทย

2.3.3 จัดทำ literature review งานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร ความสามารถด้านภาษา ความเป็นพลเมืองโลก ความมีขันติธรรม พลเมืองศึกษา การเรียนรู้ด้วยอุปกรณ์เคลื่อนที่ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการศึกษาและฝึกอบรมสำหรับครู และประสานข้อคิดเห็นจาก OECD

2.3.4 ให้ข้อคิดเห็นต่อ literature review ของ OECD เรื่องการประเมินผลครูและนักเรียน

2.3.5 จัดทำการประเมินภาพรวมระบบการศึกษาของประเทศไทยในเรื่องคุณภาพ ความเสมอภาค ประสิทธิภาพ เพื่อ OECD ให้ข้อคิดเห็น

2.3.6 เข้าร่วมในการหารือและประชุมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องระดับชาติ (National Stakeholders) ที่ทางรัฐบาลจัด เป็นผู้นำในการสนทนาในเรื่องการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ด้วยอุปกรณ์เคลื่อนที่

2.3.7 ยกร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ในหัวข้อเรื่องการพัฒนาหลักสูตร ความสามารถด้านภาษา ความเป็นพลเมืองโลก ความมีขันติธรรม พลเมืองศึกษา การเรียนรู้ด้วยอุปกรณ์เคลื่อนที่ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการศึกษาและฝึกอบรมสำหรับครู และประสานข้อคิดเห็นจาก OECD

2.3.8 ให้ข้อคิดเห็นต่อรายงานฉบับสมบูรณ์ในส่วนที่ร่างโดย OECD เรื่องการประเมินผลครูและนักเรียน

2.3.9 ดำเนินการปรับแก้ให้สอดคล้องและปิดเล่มรายงานฉบับสมบูรณ์ร่วมกับ OECD

2.3.10 ดำเนินการในกิจกรรมเผยแพร่รายงานซึ่งอาจร้องขอโดยรัฐบาล




--------------------------------------------------------------------------------

►รับทราบการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ จังหวัดและสถาบันอุดมศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556

ครม.มีมติรับทราบ เห็นชอบและอนุมัติตามที่สำนักงาน ก.พ.ร.เสนอ ดังนี้

1. รับทราบผลการประเมินการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ (รอบ 12 เดือน) เบื้องต้นของส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 (ตามมติ ก.พ.ร. ครั้งที่ 2/2556 วันที่ 27 มีนาคม 2556) เมื่อสำนักงาน ก.พ.ร. ได้รับผลการประเมินที่ครบถ้วนและสมบูรณ์แล้ว ขออนุมัติเป็นหลักการในการปรับปรุงแก้ไขผลคะแนนให้มีความครบถ้วน เพื่อนำไปใช้จัดสรรเงินรางวัลประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ให้กับส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษาต่อไป

2. เห็นชอบการขอรับการสนับสนุนเงินงบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 1,400 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการจัดสรรเป็นเงินรางวัลประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ให้กับส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา ที่ได้จัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการและประเมินผลการปฏิบัติงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ

3. อนุมัติให้ส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา ที่มีเงินงบประมาณเหลือจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ซึ่งเป็นเงินงบประมาณที่ได้รับอนุมัติให้กันไว้เบิกเหลื่อมปี สามารถโอนเปลี่ยนแปลงรายการเงินงบประมาณเหลือจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ไปตั้งจ่ายในงบบุคลากร รายการเงินรางวัลสำหรับผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงานที่มีผลการปฏิบัติงานดี เพื่อเบิกจ่ายเป็นเงินรางวัลสำหรับผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 โดยไม่ต้องขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณเป็นรายๆ ไป ทั้งนี้ เป็นการผ่อนผันวิธีปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ.2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

หลักการจ่ายเงินรางวัลประจำปี การจัดสรรเงินรางวัล เป็นการจ่ายค่าตอบแทนตามผลงาน (Performance Pay) ซึ่งเป็นค่าตอบแทนที่ไม่มีผลผูกพันระยะยาว เพื่อจูงใจให้ข้าราชการสร้างสรรค์ผลงานโดยยึดโยงกับเป้าประสงค์ขององค์กรเป็นสำคัญ ซึ่งส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา ที่ได้ดำเนินการจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการและมีผลการประเมินการปฏิบัติราชการตามคำรับรองประจำปีผ่านเกณฑ์ในระดับมาตรฐานหรือบรรลุค่าเป้าหมาย คือ ตั้งแต่ระดับคะแนน 3.0000 คะแนนขึ้นไปจึงมีสิทธิได้รับการจัดสรรเงินรางวัลประจำปี และจำนวนเงินรางวัลที่ส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษาได้รับขึ้นอยู่กับผลการประเมินการปฏิบัติงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของส่วนราชการจังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา

 

 

ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2013/may/167.html

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> มติ ครม. 28 พฤษภาคม 2556 ที่เกี่ยวข้องกับ ศธ. , , มติ , ครม. , 28 , พฤษภาคม , 2556 , ที่เกี่ยวข้องกับ , ศธ. << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ผลการประชุม ก.ค.ศ.ครั้งที่ 2/2558 เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2558☕ คลิกอ่านเลย
ผลการประชุม ก.ค.ศ.ครั้งที่ 2/2558 เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2558
เปิดอ่าน 10,452 ครั้ง
มติ ครม.(1 พฤศจิกายน 2556) ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ☕ คลิกอ่านเลย
มติ ครม.(1 พฤศจิกายน 2556) ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 12,333 ครั้ง
ผลประชุมคณะทำงานสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (Human Capital Development) ครั้งที่ 8/2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุมคณะทำงานสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (Human Capital Development) ครั้งที่ 8/2559
เปิดอ่าน 4,828 ครั้ง
Roadmap  ปฏิรูปการศึกษา☕ คลิกอ่านเลย
Roadmap ปฏิรูปการศึกษา
เปิดอ่าน 10,485 ครั้ง
3 กิจกรรมสำคัญที่ ศธ.กำหนดจัดภายในเดือนสิงหาคม 2557☕ คลิกอ่านเลย
3 กิจกรรมสำคัญที่ ศธ.กำหนดจัดภายในเดือนสิงหาคม 2557
เปิดอ่าน 7,113 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ฮวงจุ้ยบ้านของคนเกิดปีต่าง ๆฮวงจุ้ยบ้านของคนเกิดปีต่าง ๆ
เปิดอ่าน 8,756 ครั้ง
กรมแพทย์แผนไทยเผย 6โรคห้ามนวดกรมแพทย์แผนไทยเผย 6โรคห้ามนวด
เปิดอ่าน 12,620 ครั้ง
สุภาษิต หรือ ภาษิต  สุภาษิต หรือ ภาษิต
เปิดอ่าน 32,414 ครั้ง
สังเคราะห์ยาเสพติดรูปแบบใหม่ขึ้นอีก แรงกว่ากัญชา 5 เท่า สังเคราะห์ยาเสพติดรูปแบบใหม่ขึ้นอีก แรงกว่ากัญชา 5 เท่า
เปิดอ่าน 9,222 ครั้ง
หลักเกณฑ์การอยู่เวรรักษาการณ์หลักเกณฑ์การอยู่เวรรักษาการณ์
เปิดอ่าน 66,820 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ