ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานวิชาการ เกมส์ game เกม เกมส์มากมาย รวมเกมส์
ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ใบประกอบวิชาชีพครู เป็นจิตและวิญญาณของครูหรือ?


• ใบประกอบวิชาชีพครู เป็นจิตและวิญญาณของครูหรือ?
+โพสต์เมื่อวันที่ : 12 ก.ย. 2556 เปิดอ่าน : 15193 / 34 ความเห็น


ยังคงต้องถกกันต่อไปในเรื่องที่ว่า “ ครูที่จะมาสอนเด็กนักเรียนได้ต้องมีใบประกอบวิชาชีพครู” เสมือนหนึ่งว่า “ใบประกอบวิชาชีพครู”คือ “ จิตและวิญญาณของผู้เป็นครู” ที่ หากใครไม่มี ชีวิตจะไม่เป็นชีวิต

ย้อนอดีตนับไปเมื่อ สี่สิบห้าสิบปีที่ผ่านมาแล้ว คนที่จะเป็นครูได้ ทางคุรุสภาจะต้องให้มี ใบสำคัญแสดงความเป็นครูเสียก่อน ลักษณะของใบสำคัญใบนี้เป็นเล่มสีเหลือง ขนาดเท่าๆกับ พาสปอร์ตในสมัยโบราณเหมือนกัน ซึ่งตอนนั้น ไม่มีใครรู้สึกว่าจะต้องเดือดร้อนแต่อย่างไร เพราะเป็นเรื่องที่ถูกปฏิบัติกันมานานจนกลายเป็นความเคยชิน แต่ต่อๆมา อยู่ๆ ใบสำคัญใบนี้ก็หายไปเฉยๆ จนหมดความสำคัญ แบบว่า “ใบสำคัญของการจะเป็นครูใบนี้” ไม่ได้เป็น “เวทมนต์”ที่ทำให้คนเป็นครู จะต้องเป็นครูที่ดี ไร้ความเสื่อมเสียแต่อย่างไร ยิ่ง ครูมีพฤติกรรม หรือ อุปนิสัย “ไม่ดี”มากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึง “ความไม่ศักดิ์สิทธิ์”ของ ใบสำคัญของการเป็นครูใบนี้มากยิ่งขึ้น...การยกเลิกใบประกอบวิชาชีพครูใบนี้ไป จึงไม่ทำให้เกิด ความวิตกกังวล ในแวดงวงการศึกษา ทางด้าน “ความเป็นครู” แต่อย่างไร กลับรู้สึกว่า “ดีเสียอีก” ที่ สามารถหาคนเป็นครูได้ง่ายขึ้น

แล้วจู่ๆ ใบประกอบวิชาชีพครูก็เกิดขึ้นมา พร้อมกับ มี ปริมาณของคนที่มาทำหน้าด้านนี้เพิ่มขึ้น แล้ว เสียงปัญหาในสังคมก็เกิดขึ้นตลอดมา ทั้งเรื่องของ ความไม่พร้อม การฉ้อฉล และ เหลี่ยมเล่ห์เพื่อให้การเข้าเป็นครูต้องผ่านกลุ่มคนมากขึ้น

วันนี้ วันที่ คุณ จาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บอกว่าจะปลดล็อก ใบประกอบวิชาชีพครูออกไป ก็เท่ากับว่า จะยกเลิกการต้องมีใบสำคัญของการเป็นครูใบนี้เสีย จึงไม่มีภาพหลังซับซ้อนอะไรว่า คุณ จาตุรนต์ กำลังแสวงหาประโยชน์อะไรจากนี้ กลับมองให้เห็นว่า ความ ยุ่งยากในการแสวงหาใบสำคัญใบนี้จะได้จบลงเสียที

เนื่องจาก “จิตวิญญาณ”ของความเป็นครู มันไม่ได้อยู่ที่ “รูปธรรม”ของกระดาษแผ่นเดียว แต่ “จิตวิญญาณ”ของความเป็นครู มันเป็น “นามธรรม” ที่ฝังอยู่ในตัวของ “มนุษย์”ที่มีความเป็นมนุษย์แท้ๆ”

ดังนั้นผมคนหนึ่งละที่ขอสนับสนุนแนวคิดของ คุณจาตุรนต์ และ ขอเสริมให้ คุณ จาตุรนต์ยกเลิกใบประกอบวิชาชีพครูออกไป แล้ว ช่วยนำเอา “คุณธรรมและจริยธรรม”ของครูกลับมา เพื่อให้ครู เป็น ปูชณียบุคคล ที่เรากราบไหว้ไหว้ได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจดีกว่า

ชนิตร ภู่กาญจน์

 

 

ที่มา แนวหน้า วันพฤหัสบดี ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556

 
 
 

ให้คะแนนข่าว/บทความนี้

ไม่มีความเห็น
 
 

 
 
[เนื้อหาในหมวดเดียวกัน]
ศธ.เสนอ 9ประเด็นปัญหา 3รมต.ศึกษาดำเนินการแก้ไขเร่งด่วน [2214]
ศธ.จี้ไอซีทีตรวจสอบเว็บทำการบ้าน ขู่มีความผิดอาญา [232]
กกอ.เดินสายติดตามการสอนปริญญาเอก ย้ำทำเพื่อคุณภาพไม่ได้จ้องจับผิด [797]
ชี้ปฏิรูปการศึกษา ได้ผล ต้องให้อิสระโรงเรียน [1848]
คุรุสภาเปิดรับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นอนุกรรมการผู้แทนคุรุสภาใน อ.ก.ค.ศ.ที่ก.ค.ศ.ตั้งในส่วนราชก [1029]

 
ความคิดเห็นที่ 1  โดยคุณ : พันธ์ -
ต่อไป ใครจะมาเป็นครูก็ได้ ไม่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพครู โอ้ วิชาชีพชั้นสูง กำลังจะถึงกาลอวสานแล้วหรือเนี่ย

[12 ก.ย. 2556 เวลา 09:50 น.] ไอพี [182.53.234.239]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 2  โดยคุณ : สมจุ้ย -chanwan567@hotmail.com
--อยากเป็นครู ก็ต้องเรียนครู ถูกต้องแล้ว เพราะต้องส่งเสริมเกีรติความเป็ครูต่อไป
--ส่วนผู้เชียวชาญ หรือผู้เรียนไม่ตรงสาขา ถ้าจะเบนเข็มมาเป็นครู ก็ต้อง มาเรียนครูเพิ่ม หรือสอบเที่ยบโอน..ก็จะถูกต้อง เพราะต้องส่งเสริมเกีรติความเป็ครูต่อไปอีกนั้นละ
--ถ้าผู้เชียวชาญ ไม่มีวุฒิการศึกษา ก็ให้เป็นคุณครูสอนเสริม หรือวิทยากรเสริม
--การ สอบคัดเลือก ก็ต้องดูแลเรื่องความยุติธรรม ไม่ใช่ผู้ใหญ่เองที่ เอาเฉลย เอาข้อสอบมาขาย เอาเงินกับเด็กๆ เด็กๆอยากเป็นก็ซื้อ บ้างก็จ้างขบวนการโกงข้อสอบต่างๆนาๆ คนดีคนเก่งตั้งใจจริงก็สู้ไม่ได้ ประเทศเลยไม่ได้ครูเก่งๆจริงๆไปดูแลเด็ก ...(.คงสำคัญเรื่องผิดไป )

[12 ก.ย. 2556 เวลา 10:09 น.] ไอพี [122.155.44.244]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 3  โดยคุณ : หัวใจครู stsw_pa@hotmail.com
ฉันเคยเป็นครูที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพมา 7 ปี พอฉันได้ไปเรียนวิชาชีพครูฉันจึงรู้ว่าสิ่งสำคัญของการเป็นครูไม่ได้สอนแค่ให้เด็กฉลาดเรื่องวิชาการอย่างเดียวแต่มันมีอะไรมากกว่านั้นทุกวันนี้ฉันภูมิใจในความเป็นครูของฉัน และฉันก็ยังยืนยันว่าการมีใบประกอบวิชาชีพหรือคนที่เรียนครูมาส่วนมากย่อมเข้าใจอาชีพนี้มากขึ้น

[12 ก.ย. 2556 เวลา 10:38 น.] ไอพี [202.29.189.253]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 4  โดยคุณ : ต่อ napatson_to@hotmail.com
ทุกสาขาอาชีพก็เป็นอาชีพชั้นสูงเหมือนกันนั่นละครับ ไม่มีอาชีพไหนที่ต่ำหรือสูงทุกสิ่งล้วนแต่มนุษย์เรามโนขึ้นมาเอง สร้างกฏกติกาขึ้นมาเอง ในเมื่อแต่ก่อนมันไม่มี ปัจจุบบันมี อย่างคำที่บอกว่า สูงสุดสู้สามัญ ทุกคนก็ไม่ต่างจากการแสดงละครในเรื่องๆหนึ่งนั่นเองครับ เปฺดใจกว้างๆ ฟังเหตุผลคนที่เห็นต่างแล้วค่อยมาตัดสินใจว่ามันเกิดจากอะไร

[12 ก.ย. 2556 เวลา 10:54 น.] ไอพี [49.48.139.251]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 5  โดยคุณ : สุจริยา sujariya@hotmail.com
"ใบประกอบ" โดยคุณค่าของมันเอง ตั้งขึ้นมาเพื่อมุ่งประโยชน์ และให้เกิดผลดีกับวงการศึกษา ...ตรองดูให้ดีสักนิด...ปัญหาทุกวันนี้มันมาจาก "ใบประกอบ" หรือเปล่า
และมีกี่เปอร์เซ็นต์กันแน่
ก่อนหน้านั้น...เราส่งเสริมกำลังคนจากสาขาที่ขาดแคลน
โดยการให้เรียนต่อ ป.บัณฑิต เพื่อให้มีคุณสมบัติครบทั้งความรู้และประสบการณ์
มุ่งหวังให้ อาจารย์ในมหาวิทยาลัยจะสามารถสร้าง หรือจุดประกายคนเหล่า
ที่ไม่เคยสัมผัส "วิชาชีพครู" มาก่อนเลย "มีจิตวิญญาณ" "หรือลมหายใจ" แห่งความเป็นครู ไม่มากก็น้อย "แค่จุดประกาย" ก็ดีแล้ว
เพียงเพราะมีมหาวิทยาลัย ที่ผลิต "ตั๋วครูเถื่อน" ไม่ใช่หรือ
เพียงแค่ปลาเน่าตัวเดียวของ "มหาวิทยาลัย"
ที่ทำให้ ทั้งระบบต้องยกเลิก การเรียน "ป.บัณฑิต"
...ตรองดูดีๆสักนิด...
แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์หรือที่ "ใบประกอบ" เป็นปัญหา
ถ้าอย่างนั้นเราควรยกเลิก "รถยนต์" ไปเลย "ขี่ควาย" น่าจะปลอดภัยกว่า
เพราะถ้าท่านคิดว่า "ใบประกอบ" เป็นสาเหตุนำมาซึ่งความเสียหายของวงการศึกษา
"รถยนต์" ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากมาย ก็เป็นปัญหาของสังคมเช่นกัน
ทั้งๆที่ความจริง "รถยนต์" เป็นเพียงพาหนะที่ทำให้เราทำอะไรได้สะดวกและดีขึ้น
แต่ "ผู้ขับขี่" ต่างหากที่นำมาซึ่งปัญหาเหล่านั้น
"ยกเลิกใบประกอบซะ" แล้วอย่าลืม "ยกเลิกการผลิตและนำเข้ารถยนต์" ในประเทศไทยซะด้วย แล้วมา "เดิน" หรือ "ขี่ควาย ขี่ม้า" แทน
"ดีซะอีก" จะได้ไม่มีปัญหารถชนกัน คนตายกลาดเกลื่อนอยู่ทุกวัน...
ดีไหมท่าน?

[12 ก.ย. 2556 เวลา 10:58 น.] ไอพี [203.172.248.1]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 6  โดยคุณ : มล kamon_krukamon@hotmail.com
เอาสมองส่วนไหนคิด ทำไมไม่คิดว่าคนที่เขาตั้งใจจะเป็นครู เขาสอบเข้าเรียนตั้งแต่ต้นแล้ว แต่คุณมองไม่เห็นความตั้งใจของเขา แต่คนที่เขาจะมาเป็นครูทีหลัง เพราะว่าเขาไม่มีทางไป ไม่มีงานทำ เข้าใจใหม ท่านคิดแล้วคิดใหม่อีกที แล้วครูจะเป็นวิชาชีพชั้นสูงได้อย่างไร ใครก็เป็นได้ ห่วยจริงจริง

[12 ก.ย. 2556 เวลา 11:00 น.] ไอพี [182.53.118.89]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 7  โดยคุณ : ปี้ -
ใบประกอบวิชาชีพครู เป็นสิ่งการันตี

ให้เจ้าของข่าว ไปอ่าน เหตุผลในการประกาศใช้ พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 และรัฐธรรมนูญ 2540 มาตรา 81 ดูนะ
ว่า ทำไมจึงต้องมีการยก ครู ให้เป็นวิชาชีพควบคุมและเป็นวิชาชีพชั้นสูง จากคำพูดของท่าน บ่งบอกได้ว่า ท่านไม่เข้าใจอะไรเลย กับคำว่า วิชาชีพครู


แล้วต้องขอโทษด้วยนะครับ คำว่า จิตวิญญาณ มีใครรับรองว่า คุณมีจิตวิญญาณ ถ้าคุณอยากให้เขารู้ว่า คุณมีจิตวิญญาณ คุณก็ต้องพิสูจน์ให้เขาเห็นสิ
ปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพ ทำได้ไหม แล้วที่คุณเขียนข่าว ลักษณะนี้ มันกำลังบ่งบอกว่า ใบประกอบวิชาชีพ วัดความเป็นครูไม่ได้ วัดจิตวิญญาณไม่ได้



แล้วขอบอกอะไรไว้อย่างนะครับ คำว่า " จรรยาบรรณ " เขาใช้กับ ผู้ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเท่านั้น คนทั่วไปไม่มีสิทธิใช้คำนี้ เพราะทุกสภาวิชาชีพ ไม่ว่า จะเป็นแพทย์ พยาบาล ฯลฯ สิ่งที่เขาจะต้องมีเหมือนกัน คือ มาตรฐานการปฏิบัติตน หรือที่เราเรียกว่า จรรยาบรรณวิชาชีพ
และจะต้องมีการออกข้อบังคับจรรยาบรรณวิชาชีพ เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ " ผู้มีใบประกอบวิชาชีพ " ถือปฏิบัติ โดยแบ่งเป็น 5 ด้าน 9 ข้อ


สมมติว่า มีหมอคนหนึ่งเป็นหมอยาประจำหมู่บ้าน ประชาชนให้ความเคารพนับถือ รักษาคนในหมู่บ้านแทบทุกคน แต่โดนตำรวจจับ เพราะเป็นหมอเถื่อน ชาวบ้านบอกว่า อย่าจับท่านหมอไปเลย เขาเป็นคนที่ทำประโยชน์มากกว่าหมอจริง ๆ เสียด้วยซ้ำ แต่ไงได้ล่ะครับ วิชาชีพควบคุม ไม่มีใบประกอบวิชาชีพก็ผิดกฎหมาย แล้วต่อมาเกิดมีไอเดียบรรเจิด บอกว่า หมอยาที่เก่งทุกคนไม่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ แล้วถามว่า ชีวิตคนที่จะรักษาก็เท่ากับแขวนอยู่บนเส้นด้ายใช่หรือไม่ เปรียบเหมือนกับชีวิตของนักเรียนที่แขวนอยู่กับครู แล้วสภาหมอ เขาจะยอมหรือเปล่าล่ะครับ

จริงอยู่สอนไม่ดี ไม่มีใครตาย แต่ชีวิตทั้งชีวิตของเขา ซึ่งถูกปลูกฝังผ่าน บุคลิกภาพ เจตคติ ความคิด อารมย์ ค่านิยม ของคนที่เป็นครู ฆ่าเขาทางอ้อม และจะกลายเป็นพวกปัญหาสังคมในที่สุด

และสิ่งที่ท่านกำลังพูด เท่ากับว่า คุรุสภาทำงานล้มเหลว และใบประกอบวิชาชีพ เป็นสิ่งที่ " ประกันคุณภาพ " วิชาชีพนั้น ๆ ถ้าไม่มี ก็แสดงว่า " ไม่มีใครรับประกัน " และจะเป็นเรื่องตลกมากที่ มีสภาวิชาชีพ มีกฎหมายใบประกอบวิชาชีพ แต่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ และหากยกเลิกใบประกอบวิชาชีพครู ใบประกอบวิชาชีพบุคลากรทางการศึกษาก็ต้องยกเลิกเหมือนกัน

[12 ก.ย. 2556 เวลา 12:04 น.] ไอพี [122.155.44.222]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 8  โดยคุณ : เจษ jepanacham@gmail.com
วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง คำว่า วิชาชีพชั้นสูง นั้น มีผู้ให้ความหมายไว้มากมาย ซึ่งพอจะสรุปได้คือ
1. จะต้องเป็นวิชาชีพที่บริการสังคม และมีลักษณะเฉพาะเจาะจงไม่ซ้ำซ้อนกับวิชาชีพอื่นๆ เช่น แพทย์ วิศวกร พยาบาล ฯลฯ
2. จะต้องใช้ความรู้ สติปัญญารวมทั้งทักษะประสบการณ์เฉพาะ ตลอดจนแนวคิด ทฤษฎีที่ได้ศึกษามาโดยตรง จึงจะประกอบอาชีพหรือบริการแก่สังคมได้
3. ต้องใช้ระยะเวลาอันยาวนานพอสมควร เพื่อศึกษาอบรมให้มีความรู้อย่างกว้างขวาง ลึกซึ้ง จึงจะเกิดปัญญาความรู้เฉพาะทาง และนำไปใช้บริการสังคมได้ ซึ่งควรไม่น้อยกว่า 4 ปี
4.สมาชิกของวิชาชีพชั้นสูงจะต้องมีเสรีภาพในการใช้วิชาชีพนั้นๆ ตามมาตรฐานของวิชาชีพ และคเป็นเสรีภาพในการให้บริการโดยปราศจากการแทรกแซงจากบุคคลภายนอก
5.วิชาชีพชั้นสูงจะต้องมีจรรยาบรรณ ซึ่งใช้เป็นแนวทางของการปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพ ผู้ที่ละเมิดจรรยาบรรณจะต้องได้รับการลงโทษ ในกรณีร้ายแรงอาจถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้
6. วิชาชีพชั้นสูงจะต้องมีสถาบันวิชาชีพเป็นแหล่งกลางในการสร้างสรรค์ จรรโลงมาตรฐานของวิชาชีพ เช่น แพทยสภา คุรุสภา เป็นต้น
ดังนั้น การที่จะให้ใครก็ได้มาเป็นประกอบวิชาชีพครู โดยไม่ผ่านกระบวนการและขั้นตอนที่ถูกต้อง จึงเป้นแนวคิดที่ไม่สร้างสรรค์ แต่กลับทำลายองค์กรวิชาชีพครูให้แตกสลายลงไป
ขอวอนผู้อยากประกอบวิชาชีพครูทุกคน กรุณาเดินตามขั้นตอน กระบวนการที่เขากำหนดไว้ให้แล้วจะดีกว่า และฝากท่านผู้มีอำนาจทั้งหลาย ได้โปรดอย่าคิดมาทำลายองค์กรวิชาชีพครูของพวกเราเลยครับ ถ้าใครจบปริญญาตรีทุกสาขา สามารถเป็นครูได้ ก็ต้องเป็นหมอได้ เป็นวิศวกรได้ เป็นตำรวจ ทหาร อัยการ ผู้พิพากษาได้ บ้านเมืองคงวุ่นวายพิลึกน่าดู

[12 ก.ย. 2556 เวลา 14:03 น.] ไอพี [180.183.178.85]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 9  โดยคุณ : มง rungbu@hotmail.com
ก่อนสอบบรรจุ >> อยากให้มีใบประกอบวิชาชีพ คู่แข่งน้อย โอกาสบรรจุมาก
สอบบรรจุได้รับราชการครู >> เลิกเถอะ ไม่มีประโยชน์อะไรเลย เสียเงินค่าต่อใบประกอบวิชาชีพทุก 4 ปี เงินที่เสียไป ไม่ทำให้ผมเป็นคนดีขึ้นเลย

[12 ก.ย. 2556 เวลา 15:20 น.] ไอพี [203.146.37.38]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 10  โดยคุณ : ttt -
เห็นด้วยกับความเห็นที่ 5 6 7 และ 8

[12 ก.ย. 2556 เวลา 16:59 น.] ไอพี [125.25.228.18]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 11  โดยคุณ : alchatraz27 alchatraz_2347@hotmail.com
น่าสงสารครูจริงๆ ใครไปใครมา ก็มาปั่นแต่ครู พอเถอะมันดีไม่ดีก็ให้เวลากันหน่อย สิบปี ยี่สิบปี ก็ว่ากันไป ดีก็ทำต่อไม่ดีก็ค่อยๆเปลี่ยน ที่ทำๆกันมาคิดว่าครูไม่มีจิตใจหรือไง ถึงได้ยัดเยียดกันจัง ความดีความถูกต้องที่ครูของทุกๆ คนพร่ำสอน เอามาใช้บ้างเถอะ...คนเกิดก่อนเขาตายไปหลายรุ่นแล้ว

[12 ก.ย. 2556 เวลา 17:57 น.] ไอพี [49.0.119.125]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 12  โดยคุณ : จี -jiratee_25@hotmail.co.th
รู้สึกว่าการศึกษาไทยมันยิ่งทำก็ยิ่งเละ คนที่ทำงานในวงการศึกษาก็ไร้สิทธิไร้เสียงลงไปทุกทีที่อยู่ได้ก้ไหวลู่ลมไปตามกระแสของนักการเมืองและเมื่อคนนอกเข้ามาบริหารระบบการศึกษา โดยที่ไม่เข้าใจ คุณค่า วัฒนาธรรม ความศรัทธา ความศักดิ์สิทธิ์ ของเหล่าบูรพาจารย์แต่เก่าก่อน ตั้งแต่การคัดเลือกคนเข้ามารับราชการครู หรือการคัดเลือกคนเข้ามาบริหารระบบการศึกษา ที่ไม่มีควมเข้าใจระบบการศึกษาของไทยอย่างถ่องแท้ เมื่อเข้ามาก็เอา สิ่งต่างๆมายำใส่ระบบการศึกษาไทย จนหาความมั่นคงและเอกลักษณ์การศึกษาของไทยไม่เจอ และหน่วยงานการศึกษาไทยกลับกลายเป็นบ่อเงินบ่อทองของคนหลายกลุ่ม ต่างก็เกาะกินและหาผลประโยชน์จากระบบการศึกษาไทย ในรูปแบบต่างๆ สังคมครูจึงมีแต่ความวุ่นวาย ข้าราชการครูจึงเดือดร้อนไปทั่วทุกหย่อมหญ่า ส่งผลให้ผู้ที่ได้รับการศึกษาก็รับกรรมจากสิ่งที่เกิดขึ้นไปด้วย สุดท้ายก็คือภาพรวมของประเทศ ที่การศึกษาไทยตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย ถึงเวลาแล้วกระมั่งที่การศึกษาไทยคงต้องหลุดพ้นจากการ บริหารจากนักการเมือง และมีความเป็นเอกเทศมากขึ้น และมีอำนาจในการบริหารงานตนเองเสียที จากครูสู่บริหารงานโดยครูไปสู่การศึกษาของประเทศเสียที่ เพราะครูด้วยกันถึงจะรู้ว่าครูต้องการอะไร เด็กต้องการอะไร และข้าราชการก็ไม่จำเป็นต้องไปเลียขาเลียแข็งนักการเมืองอีกต่อไป เมื่ออำนาจการบริหารคือครูด้วยกัน ความวุ่นวายแบบนี้จะได้จบเสียที เอาความเป็นครูที่หายไปกลับคืนมา สู่สังคมไทยเสีย

[12 ก.ย. 2556 เวลา 19:19 น.] ไอพี [203.172.201.82]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 13  โดยคุณ : ปี้ -
ผมถามว่า จะมี รมต. กี่คน ที่มีความรู้ตรงกับตำแหน่งที่ตนรับผิดชอบ บางคนบอกว่า รมต. ไม่จำเป็นต้องเคยเป็นครูหรือเคยทำงานด้านการศึกษามาก่อน ผมบอกได้เลยว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่คนที่จะมาบริหารกระทรวงต้องเป็นคนที่มีความรู้ด้านการศึกษา จบการศึกษาทางการศึกษา แล้วที่รู้คือ รมต.คนปัจจุบัน จบการศึกษาทางด้านเศรษฐศาสตร์

[12 ก.ย. 2556 เวลา 21:21 น.] ไอพี [1.2.168.45]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 14  โดยคุณ : Bee Bee_lermkhwan@hotmail.co.th
คุณโปรดเข้าใจว่าการเป็นครูมันไม่ได้ขึ้นกับใบประกอบวิชาชีพก็จริง แต่การที่เรามีใบประกอบวิชาชีพมันจะเป็นสิ่งเดียวที่การันต์ตรีว่าคุณสามารถมาเป็นครูได้ หากว่ายกเลิกไป ใครก็ได้มาเป้นครู เชื่อเหลือเกินว่า จะไม่ได้ครูที่ดีแน่เนื่องจาก คนที่ได้ใบประกอบวิชาชีพจะต้องผ่านการฝึกฝนอะไรมากมาย หากคนที่เป็นครูเฉยๆ โดยไม่เคยสอนว่าเชื่อแน่ว่าคุณสอนกันไม่เป็นแน่ นั้นอย่ายกเลิกเด็กขาด

[13 ก.ย. 2556 เวลา 09:52 น.] ไอพี [182.93.187.120]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 15  โดยคุณ : ice evilice1@hotmail.com
ขอให้ท่านคิดดูใหม่นะคะการที่จะยกเลิกใบประกอบวิชาชีพครูมันสมควรแล้วหรือคนเรียนเรียนมาแทบตาย

[13 ก.ย. 2556 เวลา 12:36 น.] ไอพี [180.183.215.50]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 16  โดยคุณ : ปี้ -
เรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่าย ๆ เพราะอำนาจเต็มเรื่องใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เป็นของสภาวิชาชีพ และ รมต. ก็ไม่ใช่ประธานคุรุสภา และ กคศ. ก็ไม่ได้มีอำนาจในเรื่องใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งคณะกรรมการคุรุสภาประกอบด้วยกรรมการจากหลายส่วน ซึ่งกรรมการในส่วนของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา กรรมการจากผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ หรือการศึกษา และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นหรือเคยเป็นครู ผู้บริหารสถานศึกษา หรือ
ผู้บริหารการศึกษา คาดว่าจะไม่เห็นด้วยแน่นอนกับแนวความคิดนี้

[13 ก.ย. 2556 เวลา 14:02 น.] ไอพี [122.155.44.97]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 17  โดยคุณ : Anan Anan2522@hotmail.com
จะมีใบประกอบวิชาชีพก็ได้ แต่ต้องไม่เก็บเงินได้ไหม ที่เรียกร้องว่าต้องมีเพราะเป็นวิชาชีพชั้นสูง นั่นคือพวกที่อยากสูบเงินจากครู ลองออกโดยไม่ต้องเก็บเงินซิครับ ดูซิหน้าไหนจะยังเรียกร้องให้มีอีก อยากเห็นหน้าจริงๆๆ

[13 ก.ย. 2556 เวลา 18:47 น.] ไอพี [171.6.36.74]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 18  โดยคุณ : เอ็กซ์ xff_2527@hotmail.co.th
ผมไม่เห็นด้วย..ครับ...ลูกท่านหลานเธอก็สบายครับ..ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ..จะเข้าจะออกตอนไหนก็ง่ายปานปลอก(ลอก)โอ้ๆๆๆ..กล้วยเข้าปาก...มีงานทำก็ลาออก..ไม่มีงานทำก็มาเป็นครู(นะลูก)เป็นอาชีพสุดท้ายๆๆๆ
แถม..ไปตัดคำว่าครู...ออกจากวิชาชีพชั้นสูง....ก็ได้ครับ...และ..ค.บ...5ปี..ก็สมควรยกเลิกไป..ไม่จำเป็น..ต้องไปเรียน..ก็ได้เป็นครู....และวัดความเป็นครูหรือหน่วยกิต..ที่ครูเขาจะต้องเรียนรู้..ก็ไม่ต้องเรียน....ผมว่ายิ่งจะมั่วไปกันใหญ่...เอาเอกที่ไม่ตรงกับวิชาที่สอนเข้ามาสอน...พัง..ครับ...งานนี้....คนเก่งไม่มีความเป็นครู..หรือถ่ายทอดไม่เป็น...ตาย...เลยครับงานนี้.. คิดว่า..ครูหรือ..ผู้บริหาร..คงรู้ดีเหมือนผมครับ...ขนาดได้เอกสุขศึกษา..มาสอนเอกที่ตนไม่ถนัด..ก็ตายแล้วครับ..นี่จะเจอ..เอกอะไรบ้างนี่....พังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

[13 ก.ย. 2556 เวลา 19:04 น.] ไอพี [1.2.175.83]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 19  โดยคุณ : เอ็กซ์ xff_2527@hotmail.co.th

ความคิดเห็นที่ 9 โดยคุณ : มง rungbu@hotmail.com
ผมไม่เห็นด้วยครับนะครับ......

คุณเก็บเงิน..4-5ปี..น่าจะต่อใบประกอบวิชาชีพ((((ชั้นสูง))))ได้นะครับ..ถ้าคิดกับเงิน..ตกปีละ 100..บาทเองครับ..เพื่อแลกกับผู้ประกอบวิชาชีพที่คุณ..อยากสอบมาเป็นครู..ครับ...
ถ้าไม่มีเงินต่อใบ..ก้น่าจะควรคิดว่า..ให้ลดค่าต่อใบประกอบวิชาชีพให้เหลือ...50 บาท...พอครับ...จะได้มีเงินต่อ

[13 ก.ย. 2556 เวลา 19:16 น.] ไอพี [1.2.175.83]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 20  โดยคุณ : aotto earth12130@hotmail.com
จากความคิดของท่านจาตุรนต์ก็สมควรแล้วที่เขาประเมินว่าการศึกษาของไทยอยู่อันดับเกือบสุดท้ายของชาติอาเซียน คนที่อยากเป็นครูก็ต้องไปเรียนทางสายครูมาซิครับ ถึงจะมีความสามารถในการสอนเด็กได้ดีเพราะเรียนความรู้เกี่ยวกับการสอนมาโดยตรง แต่จากความคิดของท่านจบวิชาเอกอะไรมาก็ได้หรือไปทำงานที่อื่นไม่ได้ก็มาสมัครเป็นครูก็ได้ยั่งงั้นเหรอครับ ความรู้ความเชี่ยวชาญในการสอนจะมีมากกว่าคนที่เรียนจบครูมาโดยตรงเหรอครับ อย่างน้อยใบประกอบวิชาชีพครูมันก็เป็นตัวการันตีว่าเราเรียนจบมาเพื่อเป็นครูโดยแท้จริงไม่ว่าจะเป็นครูโรงเรียนรัฐบาลหรือของเอกชน อย่างน้อยผู้ปกครองนักเรียนที่เขาส่งลูกหลานมาเรียนหนังสือเขาก็ยังคงพอมั่นใจได้ว่าคนที่จะสอนลูกหลานเขานั้นคือครูที่แท้จริงไม่ใช่ของปลอมครับ

[13 ก.ย. 2556 เวลา 21:45 น.] ไอพี [49.49.144.167]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 21  โดยคุณ : หงิม somngim4@hotmail.com
อยากให้มีมหาวิทยาลัยครู สอนคนที่จะเป็นครูโดยเฉพาะ ไม่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพครู ใบปริญญาที่จบก็เปรียบเสมือนใบประกอบวิชาชีพ เดี๋ยวนี้มหาลัยราชภัฏก็เปิดสอนมั่วไปหมดไม่ได้คนที่มีจิตวิญญาณของความเป็นครู ถึงได้ก็ได้น้อย ดูอย่างการสอบครูยังไม่ได้เป็นครูก็ทุจริตเสียแล้ว การศึกษาไทยทุกวันนี้ต่ำลงต่ำลง สาเหตุต้องโทษผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้คิดแต่เรื่องตนเอง เรื่องตำแหน่ง แนวทางการจัดการศึกษากลับไปกลับมา จนตามแทบไม่ทัน เอาเด็กมาเป็นหนูทดลอง

[14 ก.ย. 2556 เวลา 11:56 น.] ไอพี [171.4.224.7]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 22  โดยคุณ : มง rungbu@hotmail.com
ยกเิลิกใบประกอบวิชาชีพครู ไม่ได้หมายถึง เอาใครก็ได้มาเป็นครู คนที่จะมาเป็นครู ก็ต้องมีวุฒิที่เกี่ยวข้องเหมือนเดิม (เช่น ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์) ไม่ดีหรือไง ไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าต่อใบประกอบวิชาชีพ ว่ากันไป ว่ากันมา เดาทางได้ตั้งแต่ต้นว่า "ยังไงก็ไม่มีทางยกเลิก" เงินครูเข้ากระเป๋า(กระเป๋าใครไม่รู้นะ) เฉลี่ยคนละ 100 ต่อ ปี ครูมี เกือบล้าน ตก 100 ล้านต่อปี เงินไปไหน ใครจะยอมให้ยกเลิก

[14 ก.ย. 2556 เวลา 14:42 น.] ไอพี [171.4.209.160]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 23  โดยคุณ : โน๊ต -CHA.-9@hotmail.com
หากตีความว่าคนที่เรียนครูมา แต่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครูก็เป็นครูหรือสอบบรรจุครูได้ และยกเลิกใบประกอบวิชาชีพครูไปก็โอ เคนะ แต่ต้องคงไว้ซึงอาชีพครู คนที่จะประกอบอาชีพครูต้องจบครูมาน่าจะถูกต้องที่สุด

[14 ก.ย. 2556 เวลา 14:57 น.] ไอพี [10.33.214.109, ]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 24  โดยคุณ : ปี้ -
เข้าใจว่า รัฐมนตรีหวังดีต่อการศึกษาไทย ต้องการคนเก่งที่หลากหลายเข้ามาเป็นครู แต่ขอบอกท่านว่า ครู ณ ปัจจุบัน ต่างจากก่อนสมัยที่ยังไม่เป็นวิชาชีพมาก และครูเองที่ต้องการเรียกร้องให้ครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง ท่านจาตุรนต์ต้องเข้าใจว่า การเป็นครูสมัยก่อนกับสมัยนี้มันไม่เหมือนกัน ผมว่า คุรุสภาเดินทางมาถูกทางแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรครู 5 ปี การให้ครูจะต้องรู้วิชาครูด้วยนอกจากวิชาการ ถ้าอยากให้คนที่ไม่ได้เรียนรู้วิชาทางการศึกษามาเป็นครูอาจจะได้ไม่คุ้มเสียนะครับ ประเด็นผมว่า มันไม่ได้อยู่ที่คนเรียนครูเป็นคนไม่เก่ง
แล้วสมัยนี้คนเลือกเรียนครูมากกว่าสมัยก่อนนะครับ เป็นคณะยอดนิยมไปแล้ว ผมว่า ใจเย็น ๆ อย่าใจร้อน เดี๋ยวทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทาง รอให้เด็กรุ่นใหม่เข้ามา พวกครูเก่า ๆ เดี๋ยวก็หายไปจากระบบเองครับ

ถ้าท่านอยากแสดงความตั้งใจที่จะพัฒนาการศึกษาจริง ๆ การบ้านแรกของท่าน คือ ทุจริตสอบบรรจุครูนี่แหละครับ ทำให้สังคมยอมรับ ศรัทธาต่อวิชาชีพครูอีกครั้ง

[14 ก.ย. 2556 เวลา 20:20 น.] ไอพี [1.2.175.35]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 25  โดยคุณ : นายหัวเห็ด -
ท่าน รมต. ศึกษา แต่ละท่านที่เข้ามา สงสัยจะกลัวถูกกล่าวหาว่าไม่มีความคิด ไม่มีนโยบาย เสนอโน่นนี่นั่น แต่ทำแล้วไม่เกิดผลดีซักเท่าไหร่ ผมว่าประเทศเราเรื่อการทุจริตนี่แหล่ะเรื่องใหญ่ที่ต้องแก้ เพราะถ้ามีเรื่องนี้ วิชาชีพไหนก็พลอยเน่าไปทั้งหมด ตั้งแต่สอบบรรจุ ทำเลื่อนวิทยฐานะ โยกย้าย ใช้คำว่าปลดล็อค มันไม่น่าจะใช่ แต่ถ้าอยากเป็นครูแต่ไม่ได้เรียนครู ก็น่าจะมีบททดสอบว่าคนเหล่านั้นสามารถเป็นครูได้ เช่น สอบเทียบโอน ให้เรียนเพิ่มอีกซํกปีสองปี ทดลองสอนแล้วประเมิน (แต่ต้องโปร่งใสนะ) ถ้าผ่านก็ค่อยมาสอบเป็นครู แล้วก็ให้ใบประกอบวิชาชีพ ครูในทุกๆวันนี้ ก็ล้วนมีใบประกอบวิชาชีพกันทั้งนั้น แต่ได้มาคนละอย่าง ทั้งเรียนครู เรียน ป.บัณฑิต เหมือนผมก็เรียนวิทย์ แล้วค่อยมาเรียนครู เป็นยุคเริ่มต้นของครู 5 ปี มีใบประกอบวิชาชีพครู ก็ใช่ว่าจะสอบได้เป็นครูทุกคนนี่ครับ มันก็หลายแง่ หลายมุม

[15 ก.ย. 2556 เวลา 12:33 น.] ไอพี [203.172.198.155]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 26  โดยคุณ : อี๊ด wichet_101@yahoo.com
ก็พวกท่านบังคับให้เรามีใบประกอบมิใช่เหรอ บอกว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้ พวกเราก็ปฏิบัติตาม ทั้งมีการประเมินบ้าง สอบบ้าง กว่าจะได้บางคนก็บ่นว่ายาก แต่ต่อมาบอกว่าจะยกเลิก เหนื่อยใจครับ กับนโยบายครับ

[15 ก.ย. 2556 เวลา 12:56 น.] ไอพี [1.4.129.33]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 27  โดยคุณ : TNSP thant.sp@gmail.com
โอ้พระเจ้า...เอาอีกแล้ว คิดได้ไงเนี่ย เราเคยพบปัญหานี้มานานแล้วนะกับการที่ไม่มีคนเก่งมาเรียนครู ขณะนี้เรากำลังต้องการคนเก่งมาเรียนครูซึ่งกำลังไปได้ดีอยู่เลยนะครับผู้บรรลุธรรมทั้งหลาย จะให้ปัญหาดังกล่าวกลับมาอีกแล้วหรือครับ ต่อไปจะพบปัญหาเมื่อ หลายสิบปีก่อนคือ ไปสอบอะไรไม่ได้ลองมาสอบครูดีกว่าเผื่อฟรุ๊ก ไปเรียนอะไรไม่ได้ไปเรียนครูดีกว่า เดี๋ยวคนเก่งก็จะหายจากวงการครูไปเลยใช่มั้ย หรือต้องการให้เป็นเช่นนั้นหรือครับ การมีใบประกอบวิชาชีพเป็นสิ่งที่ดีมาก ถ้าต้องการสาขาที่เก่ง เช่นวิศวะ แพทย์ หรืออะไรก็ตามแต่ ก็หาวิธีให้เขาโดยเฉพาะสิครับ เช่นสอบ หรืออบรมวิชาชีพให้กับเขาก็เท่านั้นแหละไม่เห็นจะยากเลยขอเพียงให้วิจารณยาณในการคิดก็พอแล้ว

[16 ก.ย. 2556 เวลา 10:18 น.] ไอพี [202.143.130.66]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 28  โดยคุณ : ยุติธรรม joy_love079@hotmail.com
เอาเวลาไปคิดเรื่องพัฒนาประเทศจะดีกว่ามั้ยค่ะ เอาล่ะหนูในฐานะที่เป็นนักศึกษาเรียนครู 5 ปี อยากจะถามคุณว่า ยุบคณะครุศาสรต์เลยมั้ยค่ะ ไปเรียนอย่างอื่นสบายๆ แล้วมาสอบครูดีกว่ามั้ย ? จรรยาบรรณอะไรไม่ต้องสร้างมันละ ก้อเหมือน ความยสอนควาย ประเทศคงจะเจริญดีนะค่ะ ? :D

[16 ก.ย. 2556 เวลา 14:57 น.] ไอพี [171.5.236.71]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 29  โดยคุณ : ยุติธรรม joy_love079@hotmail.com
มีหลายคนอยากเรียนครูมาก แต่เขาไม่มีโอกาสได้เป็น เพราะเขาสอบไม่ติด และหนูเปนคนนึงที่สอบติดครู อยากบอกให้รู้ว่า มันยากเย็นแค่ไหน เราทำต้องเกรดให้ดี ต้องเดินทางมาสอบ จากแม่ฮ่องสอน มาอสบที่ลำปาง ไป กลับตั้งหลายรอบ สร้างโครงการต่างๆช่วยเหลือเด็ก ไปสอนเด็ก ถามหน่อย คุณเอาเวลาเหล่านั้นมาพัฒนาการศึกษาที่ด้อยการพัฒนาจะดีกว่าไหม

[16 ก.ย. 2556 เวลา 15:00 น.] ไอพี [171.5.236.71]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 30  โดยคุณ : ยุติธรรม joy_love079@hotmail.com
มีความสามารถจริง แล้วทำไมไม่มาสอบเรียนครูตั้งแต่แรก หรือสอบไม่ได้ หรือไม่มีงานทำ ?

[16 ก.ย. 2556 เวลา 15:03 น.] ไอพี [171.5.236.71]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 31  โดยคุณ : ยุติธรรม joy_love079@hotmail.com
แน่ใจครูขาดแคลน รับบรรจุให้หมดสิ ประเด็นแค่นี้แหละ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! มาอ่านบ้างนะค่ะ ท่านจะได้รู้ !!!!

[16 ก.ย. 2556 เวลา 15:07 น.] ไอพี [171.5.236.71]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 32  โดยคุณ : เทือง -
การที่พวกคุณออกมาต่อต้านกันเนี่ยผมมองเห็นเพียงแค่การที่พวกคุณรักษาหรือเสียผลประโยชน์ของกลุ่มพวกคุณ ไม่ได้มองผลประโยชน์ที่แท้จริงของประเทศชาติ เยาวชนและนักเรียนที่ได้รับจากการสอนของบุคคลที่จบมาจากสายวิชาชีพนี้ที่ไม่มีคุณภาพ และยังเป็นวิชาชีพที่มีคนเก่งเข้ามาสอบแข่งขันน้อยอยู่ และผมขอบอกว่าการศึกษาไทยระดับคุณภาพตกต่ำลงก็เพราะมีครูและบุคคลาดรที่ไม่มีคุณภาพอย่างพวกคุณนี่แหละมันถึงไม่ไปไหนสักที ลองไปดู สิงคโปร์ ญี่ปุ่นดู เค้าพัฒนาไปถึงไหนละ อีกอย่างใบประกอบวิชาชีพครูอย่าคิดเอาไปเทียบกีับ ใบประกอบวิชาชีพวิศวกร แพทย์ พญาบาล เพราะจุดมุงหมายในการมีไว้ต่างกัน โดยเขามีไว้เพื่อรักษาความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินของคน และหน่วยงาน แต่ใบประกอบวิชาชีพครูผมมองไม่ออกเลยว่ามีไว้เพื่อไร เพื่อยกระดับหน้าตา หรืออาชีพของตนงั้นหรอ

[17 ก.ย. 2556 เวลา 11:09 น.] ไอพี [182.93.147.253]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 33  โดยคุณ : ต่อ tanwatanu@yahoo.com
ผมขอแสดงความคิดเห็นครับ
1.ข้าราชการครูบุคลากรทางการศึกษา พนักงานราชการ อัตราจ้างที่ทำงานอยู่ในสถานศึกษา หน่วยงานทางการศึกษาดำรงตำแหน่งปัจจุบันท่านผู้มีอำนาจบอกว่าจะยกเลิกใบประกอบวิชาชีพ ไม่ต้องยกเลิกก็ได้ครับแต่ให้ทำแบบตลอดชีพไปเลยครับทำครั้งเดียวจบ
2.ครูห้าปีที่กำลังศึกษาอยู่พอท่านจบก็ได้สิทธิต่อใบประกอบวิชาชีพแบบตลอดชีพเหมือนกันครับ
3.ครูสี่ปีที่ท่านจบมานานแล้วแต่ท่านไม่ได้สอนหนังสือในสถานศึกษาแต่วันหนึ่งท่านอยากเป็นครูอยากเข้ามาสอนในโรงเรียนท่านก็มีสิทธิที่จะต่อใบประกอบวิชาชีพได้เช่นกัน
4.ส่วนคนที่จบปริญญาตรีสี่ปีแต่ไม่มีวุฒิครูก็เปิดโอกาสให้เขาไปเรียนต่อป.บัณฑิต จบแล้วถ้าอยากเป็นครูก็สามารถขอใบประกอบวิชาชีพได้เช่นกันครับ ตามแนวคิดของท่านจาตุรนที่อยากได้คนเก่งแต่ไม่ได้จบครูมาเป็นครูครับ อย่าแบบเดิมที่เคยทำมาไม่มีวุฒิครูให้ไปสอบก่อนพอได้แล้วค่อยไปเรียน ดูเหมือนจะเอาเปรียบน้องที่เค้าเรียนห้าปีนะครับ
ผมคิดว่ามันน่าเป็นทางออกที่ดีนะครับ ปลดล็อคป.บัณฑิตซะน่าจะดีครับ
ถ้ากระทบต่อความรู้สึกใครก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ

[17 ก.ย. 2556 เวลา 17:12 น.] ไอพี [101.51.123.88]
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม กรุณาคลิกปุ่มนี้ครับ

กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า 1

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์

New Games Here!
เกมส์หมากฮอสnew
เกมส์หมากฮอส เกมส์กระดานที่ใครๆก็รู้จัก เกมส์นี้เราจะต้องเดินเพื่อพัฒนาร่าง สามารถเดินยาวๆ และ ชนะคู่แข่งได้
เกมส์จักรยานเสือภูเขาnew
เกมส์จักรยานเสือภูเขา เกมส์รถสนุกๆ อีกเกมส์ วิวสวยมากครับ ทำคะแนนกันเยอะๆ นะ
เกมส์จับคู่ภาพเหมือนnew
เกมส์จับคู่ภาพเหมือน มาฝึกสายตากับการจับคู่ภาพเหมือน ให้ได้เยอะที่สุด เร็วที่สุด ภายในเวลาที่จำกัดกัน เกมส์คลายเครียด น่าเล่นอีกเกมส์นึง น้องๆ ลองเล่นกันดูนะครับ ฝึกสมองและสายตาได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ
เกมส์จอดรถnew
เกมส์จอดรถ เกมส์นี้เราจะต้องบังคับทิศทางของรถยนต์ที่จะเข้าสู่ลานจอดรถ ให้ลงจอดได้ปลอดภัย เลี้ยวรถ เบรครถ ไม่ให้ชนกับรถคันอื่นๆ
เกมส์พาเพื่อนข้ามน้ำnew
เกมส์พาเพื่อนข้ามน้ำ ลองคิดดูนะครับ ว่าจะใช้วิธีไหน ที่จะพาเพื่อนๆ ข้ามน้ำไปอีกฝั่ง ได้ เงื่อนไข ผู้หญิงจะทำร้ายเด็กชายถ้าผู้ชายไม่อยู่ ผู้ชายจะทำร้ายเด็กหญิงถ้าผู้หญิงไม่อยู่ โจรจะทำร้ายทุกคนถ้าตำรวจไม่อยู่ เด็กข้ามพร้อมกันสองคนไม่ได้ ต้องไปกับผู้ใหญ่
More Games Click!!

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย



     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.

Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าใน

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com
Email2 : kroobannokdotcom@gmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม