ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานวิชาการ เกมส์ game เกม เกมส์มากมาย รวมเกมส์
ข่าว/บทความ > เรื่องราวจากสมาชิก > จิตวิทยาพัฒนาการ


• จิตวิทยาพัฒนาการ
+โพสต์เมื่อวันที่ : 31 ต.ค. 2556 เปิดอ่าน : 2037 / 0 ความเห็น


จิตวิทยาพัฒนาการ
 
จิตวิทยาพัฒนาการชีวิตทุกช่วงวัยของมนุษย์เป็นศาสตร์ที่มีความสลับซับซ้อน จากการที่ต้องศึกษาการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์ในด้านต่าง ๆ ในลักษณะองค์รวม ทั้งที่สามารถมองเห็นได้ง่าย ชัดเจน และมองเห็นได้ยาก ไม่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้ในเรื่องจิตวิทยาพัฒนาการถือเป็นเรื่องสำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษา ช่วยให้ผู้ศึกษาเกิดความรู้ ความเข้าใจลักษณะธรรมชาติของมนุษย์ การทราบถึงองค์ประกอบต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย ส่งผลให้ผู้ศึกษาเกิดการยอมรับ เข้าใจตนเองและผู้อื่น จะได้ประสานความต้องการของบุคคลแต่ละช่วงวัย ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจกันได้ดีขึ้น สามารถปรับตัวเข้าหากัน ทำให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นโต้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
การศึกษาจิตวิทยาพัฒนาการของมนุษย์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยให้ผู้ศึกษาเกิดความเข้าใจบุคคลในลักษณะองค์รวมทั้งที่เป็นส่วนบุคคลและการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มสังคม เพื่อให้เข้าใจถึงสาเหตุของพฤติกรรมปัญหา เข้าใจถึงระดับสติปัญญา ลักษณะอารมณ์ ความต้องการของบุคคลแต่ละวัย นอกจากนี้การเข้าใจธรรมชาติของบุคคลแต่ละวัยช่วยให้เกิดการประสานงานกันอย่างราบรื่น และช่วยให้บุคคลปรับตัวเข้ากันได้ดีขึ้น
ขั้นแห่งพัฒนาการของมนุษย์
          นักจิตวิทยาได้แบ่งขั้นพัฒนาการของมนุษย์ออกตามระดับอายุและวุฒิภาวะ
1.       ระยะก่อนเกิด คือ ระยะตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิจนกระทั่งคลอด รวมระยะเวลาประมาณ 280
มีการเปลี่ยนแปลงเป็น 3 ระยะ
1.1   ระยะที่ไข่ผสมแล้วเป็น Zygote เริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงปลายสัปดาห์ที่ 2
1.2   ระยะที่เป็นตัวอ่อน มีระยะตั้งแต่หลังสัปดาห์ที่ 2 ถึงปลายสัปดาห์ที่ 10
1.3   ระยะที่เป็นตัวเด็ก มีระยะตั้งแต่ปฏิสนธิแล้ว 3 เดือน จนกระทั่งคลอด
พัฒนาการระยะก่อนคลอด
-          โครงสร้างของร่างกายและอวัยวะต่าง ๆ ก่อตัว
-          มีการพัฒนาทางกายเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงอื่น ของชีวิตทุกช่วง
-          มีความไวในการได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม
2.       วันทารก เริ่มตั้งแต่เกิดจนอายุ 2 ปี แบ่งเป็น 2  ระยะ คือ
2.1   วัยแรกเกิด เป็นระยะที่ทารกเริ่มคลอดจากครรภ์ จนถึงปลายสัปดาห์ที่ 2
2.2   วัยทารก มีระยะตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 จนถึง 2 ปี
 พัฒนาการวัยทารก
-          เด็กเกิดใหม่ยังช่วยตัวเองไม่ได้ เรียกร้องสิ่งที่ต้องการได้
-          ประสาทความรู้สึกต่าง ๆ ทำงานได้ทันทีเมื่อคลอด
-          การพัฒนาการทางกายและทักษะการเคลื่อนไหวต่าง ๆ เจริญรวดเร็วมาก
-          มีความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และการจดจำแม้ในระยะอาทิตย์เต็ม ๆ หลังคลอด
-          มีความผูกพันกับพ่อแม่
-          ความสำนึกรู้เกี่ยวกับตนเอง
-          ความเข้าใจภาษาและภาษาพูดพัฒนาเร็วมาก
-          เริ่มมีความสนใจเด็กอื่น ๆ
3.       วัยเด็ก เริ่มตั้งแต่อายุ 2-12 ปี แบ่งออกเป็น
3.1   วันเด็กตอนต้น ตั้งแต่อายุ 2-5 ปี
3.2   วัยเด็กตอนกลาง ตั้งแต่อายุ 6-9 ปี
3.3   วัยเด็กตอนปลาย ตั้งแต่อายุ 10-12 ปี
พัฒนาการวัยเด็ก
-          ครอบครัวยังมีความสำคัญต่อเด็ก แต่เด็กเริ่มคบเด็กอื่น ๆ เป็นเพื่อนเล่น
-          ทักษะในการใช้กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กพัฒนาขึ้น เด็กจะแข็งแรงมากขึ้น
-          รู้จักช่วยตัวเอง ควบคุมตัวเอง และดูแลตัวเองเพิ่มขึ้น
-          พัฒนาการทางด้านการคิดนึกยังไม่สมบูรณ์ทำให้เข้าใจโลกและความเป็นจริงต่าง ๆ แต่เพียงบางส่วน
-          ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง
-          เริ่มเข้าใจความต้องการของคนอื่น ๆ บ้าง
-          เพื่อนร่วมวัยมีความสำคัญ
-          เริ่มคิดเป็นเหตุผลได้ แต่ส่วนใหญ่เป็นด้านรูปธรรม
-          มีความจำและความสามารถทางความคิดทำให้เรียนวิชาต่าง ๆ ในโรงเรียนได้
-          มีการพัฒนาความคิดนึกเกี่ยวกับตนเอง
-          การพัฒนาการทางกายค่อนข้างช้า
4.       วัยย่างเข้าสู่วัยรุ่น ปกติหญิงเฉลี่ยอายุเข้าสู่วัยรุ่นเมื่ออายุ 12 ปี ชายเฉลี่ยอายุย่างเข้า 14 ปี
5.       วัยรุ่น แบ่งออกเป็น
5.1   วัยรุ่นตอนต้น ตั้งแต่อายุ 13-15 ปี
5.2   วัยรุ่นตอนปลาย ตั้งแต่อายุ 15-18 ปี
5.3   วัยรุ่นตอนปลาย ตั้งแต่อายุ 18-21 ปี
พัฒนาการวัยรุ่น
-          มีการเปลี่ยนแปลงทางกายที่รวดเร็ว และมีผลทางสังคมและจิตวิทยาต่อตัวเด็ก
-          เริ่มวัยเจริญพันธุ์
-          การค้นหาตัวเองเป็นแรงจูงใจที่สำคัญ
-          เพื่อนร่วมวัยมีอิทธิพลต่อเด็กในด้านต่าง ๆ
-          เริ่มคิดได้ในรูปแบบของความคิดเชิงนามธรรมและแบบวิทยาศาสตร์ได้กว้างและลึก
-          ยังถือตัวเองเป็นใหญ่ในบางแง่มุม
-          อาจมีช่องว่างระหว่างวัยกับผู้ปกครอง
6.       วัยผู้ใหญ่ ตั้งแต่อายุ 21-40 ปี
พฤติกรรมวัยผู้ใหญ่
-          เริ่มแสวงหามิตรสนิทคู่ใจอย่างจริงจัง
-          คนส่วนมากแต่งงาน มีบทบาทเป็นสามี –ภรรยา และพ่อแม่
-          พัฒนาทางกายสมบูรณ์ถึงขีดสูงสุด และจะเริ่มลดความเข้มแข็งในตอนท้ายของวัย
-          การตัดสินใจเกี่ยวกับอาชีพ อาจมีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้งจนกว่าจะลงตัว
-          รู้จักตนดีขึ้นกว่าวัยรุ่น
-          รู้จักคิดอย่างซับซ้อนขึ้น
7.       วัยกลางคน ตั้งแต่อายุ 40-60 ปี
พฤติกรรมวัยกลางคน
-          แสวงหาความหมายของชีวิต
-          มีความเสื่อมทางกายในด้านต่างๆ
-          การเคลื่อนไหวต่าง ๆ เชื่องช้าลง
-          หญิงจะหยุดวัยเจริญพันธุ์และจะมีประสบการณ์เปลี่ยนวัยช่วงหมดประจำเดือน ประสบการณ์ชีวิตทำให้มีความเฉลียวลาด รู้จักคิดหลายแง่มุม
-          มีความรอบคอบและการไตร่ตรองเพิ่มขึ้นแต่ศักยภาพแต่ทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้อยลง
-          มีความรับผิดชอบสูงขึ้น ทั้งการดูแลลูกวัยรุ่นและพ่อแม่ผู้ชรา
-          เริ่มนึกถึงเวลาที่เหลืออยู่ขอองชีวิต
-          ลูก ๆจะออกจากบ้านเพื่อประกอบอาชีพต่างถิ่นหรือแต่งงาน
-          ปรับตัวกับบทบาททางเพศใหม่ และปรับตัวด้านความสัมพันธ์ระหว่างสามี ภรรยา พ่อ แม่ ลูก
-          บางคนต้องเผชิญสภาพปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต
-          เตรียมตัวเข้าสู่วัยสูงอายุ
8.       วันชรา ตั้งแต่อายุ 60 ปี ขึ้นไปจนตาย
พฤติกรรมวัยชรา
-          สมรรถภาพทางกายเริ่มเสื่อมอย่างเห็นได้ชัด
-          บางคนจะมีอนามัยดีและกระฉับกระเฉง ถ้ามีการเตรียมตัวมาด้วยดี
-          สติปัญญาและความจำอาจเริ่มเสื่อม แต่คนที่มีอนามัยดีและพัฒนาทางสติปัญญาความจำจะยังคงอยู่หรือพัฒนาได้อีกต่อไป
-          ต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวกับการสูญเสียต่าง ๆ เช่น ความเสื่อมทางพละกำลัง การออกจากงาน ความเจ็บไข้ การตายจากของผู้เป็นที่รัก การทำงานได้น้อยลง การมีรายได้น้อยลง
-          การรู้จักใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์
-          ปรับตัวใหม่ต่อสัมพันธ์ระหว่างสามี ภรรยา
-          เผชิญความตายของผู้ที่เป็นที่รัก
 
          พัฒนาการทางกาย
          ทารกแรกเกิด จะมีน้ำหนักตัวโดยเฉลี่ย 3,000 กรัม ลำตัวยาวประมาณ 45-50 เซนติเมตร น้ำหนักและความยาวของลำตัวทารกเพศชายจะมากกว่าทารกเพศหญิงเล็กน้อย ระยะนี้เป็นช่วงของการปรับตัว น้ำหนักของทารกจะลดลงเล็กน้อย แต่จะเพิ่มขึ้นเมื่อทารกเริ่มปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ สัดส่วนร่างกายของทารกยังไม่ดีนัก การเคลื่อนไหวจะมีลักษณะเป็นปฏิกิริยาสะท้อน (reflex) เช่น การจาม การดูด หรือการหาวนอน เป็นต้น ระยะแรกทารกไม่อาจควบคุมกล้ามเนื้อได้ สายตาทำงานไม่ประสานกัน การมองเห็นสิ่งต่าง ๆ เป็นไปอย่างไร้จุดหมาย ไม่สามารถจับจ้องสิ่งใดได้จนกว่าจะมีอายุ 7 วัน ต่อมน้ำตายังไม่ทำงานในระยะแรก เวลาทารกร้องไห้จึงยังไม่มีน้ำตาออกมา การได้ยินเสียงจะเกิดขึ้นก่อนการมองเห็นสีต่าง ๆ การลิ้มรส ทารกจะตอบสนองต่อรสหวานในทางบวก และตอบสนองรสเค็ม ขม เปรี้ยวในทางลบ ระยะเวลาส่วนใหญ่ของทารกจะใช้ในการนอนหลับถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ตื่นเพียง 1-2 ชั่วโมงต่อวัน สายสะดือที่ตัดไว้จะค่อย ๆ แห้งและหลุดออกไปเองภายใน 7-10 วัน
          วัยทารกตอนปลาย จะมีพัฒนาการด้านโครงสร้างของร่างกายและการทำหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ เจริญเติบโตดำเนินไปอย่างรวดเร็วในช่วง 6 เดือนแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบกล้ามเนื้อและระบบประสาทสัมผัส ในขวบปีแรกน้ำหนักของทารกจะเพิ่มตามสัดส่วนมากกว่าความสูง ในระยะปีที่สองความสูงจะเพิ่มมากกว่าสัดส่วนของน้ำหนัก
พัฒนาการของวัยเด็กตอนต้น พัฒนาการทางกายของเด็กวัยนี้จะเป็นไปอย่างช้า ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับวัยทารก การเจริญเติบโตจะเป็นไปในลักษณะเพื่อให้อวัยวะต่าง ๆ สามารถทำงานได้เต็มที่ตามหน้าที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัตราการเจริญเติบโตทางด้านน้ำหนักและส่วนสูง การเพิ่มของน้ำหนักเกิดจากการเจริญเติบโตของกระดูกและกล้ามเนื้อ ซึ่งต่างจากวัยทารกที่การเพิ่มน้ำหนักเกิดจากเนื้อเยื่อไขมัน ประกอบกับเด็กวัยนี้จะรับประทานอาหารได้น้อย และเลือกรับประทานอาหารเฉพาะที่ชอบเท่านั้น
พัฒนาการของวัยเด็กตอนปลาย การเจริญเติบโตด้านร่างกายของเด็กวัยนี้มีลักษณะค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้า ๆ สม่ำเสมอ มีการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อและระบบประสาทซึ่งทำงานประสานกันได้ดีขึ้น การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของอวัยวะภายในเกือบทุกระบบ การเปลี่ยนแปลงด้านน้ำหนัก การเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน และการขยายออกของร่างกายซึ่งเปลี่ยนไปในด้านส่วนสูงมากกว่าส่วนกว้าง โดยความสูงจะเพิ่มขึ้น 2-3 นิ้วต่อปี
พัฒนาการวัยรุ่น มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกถึงการพ้นระยะการเป็นเด็ก คือการเปลี่ยนแปลงร่างกายภายนอกและการมีวุฒิภาวะทางเพศ เช่น ความสูง น้ำหนัก การเริ่มมีลักษณะทางเพศ ได้แก่ การมีหน้าอกในวัยรุ่นหญิง   การมีหนวดและการเปลี่ยนแปลงของเสียงในวัยรุ่นชาย ขณะเดียวกันก็มีการเปลี่ยนแปลงในพัฒนาการด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น ความสนใจในเพศตรงข้าม การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และสังคม
พัฒนาการวัยผู้ใหญ่ตอนต้น บุคคลในวัยผู้ใหญ่ตอนต้นมีการพัฒนาทางร่างกายอย่างเต็มที่ทั้งเพศหญิงและเพศชาย ร่างกายสมบูรณ์ มีการพัฒนาความสูงมาจากวัยรุ่นและจะมีความสูงที่สุดในวัยผู้ใหญ่ตอนต้นนี้ รวมทั้งกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อไขมัน มีการพัฒนาอย่างเต็มที่เช่นกัน เมื่อเพศชายอายุประมาณ 20 ปี ไหล่จะกว้าง มีการเพิ่มขนาดของต้นแขนและมีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมากขึ้น ในเพศหญิงเต้านมและสะโพกมีการเจริญเต็มที่ ในวัยนี้ร่างกายจะมีพลัง คล่องแคล่วว่องไว การรับรู้ต่าง ๆ จะมีความสมบูรณ์เต็มที่ เช่น สายตา การได้ยิน ความสามารถในการดมกลิ่น การลิ้มรส จนกระทั่งเข้าสู่วัยกลางคนความสามารถต่าง ๆ เหล่านี้จะลดลง
พัฒนาการวัยกลางคน ทั้งเพศชายและเพศหญิงร่างกายจะเริ่มมีความเสื่อมถอยในเกือบทุกระบบของร่างกาย ผิวหนังจะเริ่มเหี่ยวย่น หยาบ ไม่เต่งตึง ผมเริ่มร่วงและมีสีขาว น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจากการสะสมไขมันใต้ผิวหนังมากขึ้น ระบบสัมผัส ได้แก่ ความสามารถในการมองเห็นเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่สายตาจะยาวขึ้น บางคนจะมีอาการหูตึงเนื่องจากความเสื่อมของเซลล์ การลิ้มรสและการได้กลิ่นเปลี่ยนแปลงไป
พัฒนาการวัยสูงอายุ ในวัยสูงอายุร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงในทุกระบบในลักษณะเสื่อมถอย การเปลี่ยนแปลงภายนอกคือ ผมเปลี่ยนเป็นสีขาวมากขึ้น หรือที่เรียกว่าผมหงอก มีรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า หลังโกง กล้ามเนื้อหย่อนสมรรถภาพ เคลื่อนไหวร่างกายช้าลง การทรงตัวไม่ดี การได้ยินเสื่อมลง การเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายที่สำคัญคือ ความยืดหยุ่นตัวของเส้นเลือดลดลง มีการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ต่างๆ   มีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนใน ร่างกาย
 
พัฒนาการทางอารมณ์
          วัยแรกเกิด ระยะแรกคลอดทารกจะมีอารมณ์ตื่นเต้นเพียงอย่างเดียว จากนั้นจะมีพัฒนาการทางอารมณ์ดังนี้
1. อารมณ์พอใจ แจ่มใส ดีใจ จะเกิดเมื่อทารกถูกสัมผัสตัวเบา ๆ เมื่อได้รับความอบอุ่นด้วยการกอดเมื่อได้ดูดนม หรือได้รับการเห่ไกว เป็นต้น
2. อารมณ์ไม่พอใจ จะเกิดขึ้นเมื่อทารกถูกจับไม่ให้เคลื่อนไหว ถูกเปลี่ยนท่าอย่างรวดเร็ว ไม่ได้รับการอุ้มชู ได้ยินเสียงดังทันที หรือเมื่อมีความเจ็บป่วย เป็นต้น
อารมณ์ทั้งสองลักษณะของทารกจะเกิดขึ้นสลับกันไป ขึ้นอยู่กับประสบการณ์การเลี้ยงดูที่ได้รับ หากได้รับการเลี้ยงดูที่เหมาะสม จะช่วยให้ทารกมีความรู้สึกมั่นใจ อบอุ่น มีอารมณ์แจ่มใส และมองโลกในแง่ดีต่อไป
วัยทารกตอนปลาย อารมณ์ของวัยนี้เป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาอารมณ์ของวัยต่อไป ทารกจะมีการพัฒนาอารมณ์มากขึ้นตามลำดับของวุฒิภาวะและประสบการณ์การเรียนรู้ที่ได้รับจากการเลี้ยงดู ลักษณะอารมณ์ที่พัฒนาขึ้นในระยะนี้มีดังนี้
1. อารมณ์โกรธ    เกิดจากการที่ทารกไม่ได้รับการตอบสนอง   หรือถูกขัดขวางความต้องการ อารมณ์โกรธพบได้บ่อยและปรากฏชัดเจนเมื่ออายุ 6 เดือน จะแสดงออกด้วยการส่งเสียงร้องอย่างไม่สบอารมณ์ ร้องกรี๊ด นอนบนพื้น ถีบขาไปมา ขว้างปาทำลายข้าวของ ทำร้ายตนเอง อารมณ์โกรธอาจเกิดจากการเลียนแบบพ่อแม่ หรือผู้เลี้ยงดู หากอารมณ์โกรธเกิดสม่ำเสมอ ทารกจะพัฒนาเป็นบุคคลที่มีบุคลิกลักษณะก้าวร้าว รุนแรง
2. อารมณ์กลัว เกิดขึ้นได้เมื่ออายุ 6 เดือน เกิดจากการเรียนรู้ ทารกวัยนี้จะกลัวคนแปลกหน้า สถานที่แปลกใหม่ สิ่งที่มีเสียงดัง กลัวสัตว์แปลก ๆ ที่ยังไม่เคยเห็น ความมืด ความสูง จะแสดงออกด้วยการหลบหลีก ร้องไห้ หันหน้าหนี การแอบหลังผู้ใหญ่ บางครั้งความกลัวอาจเป็นสิ่งกระตุ้นให้ทารกเกิดความอยากรู้อยากเห็นได้
3. อารมณ์อิจฉาริษยา เกิดจากการรวมเอาอารมณ์โกรธและกลัวเข้าด้วยกัน มักเกิดได้ง่าย เมื่อมีน้องและพ่อแม่เอาใจใส่น้องเป็นพิเศษ ทำให้ตนขาดวามสำคัญ นอกจากนี้อาจเกิดจากการที่พ่อแม่ไม่ได้อธิบายให้บุตรเข้าใจภึงสภาพเป็นจริง และทำให้ทารกขาดความอบอุ่นก็เป็นได้
4. อารมณ์อยากรู้อยากเห็น มักพบเสมอใน 2-3 เดือนแรก ระยะนี้หากทารกได้รับสิ่งเร้าที่รุนแรงก็จะรู้สึกสนใจขึ้นมา ทารกมักจะอยากเห็นสิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ ความกลัวก็เป็นลักษณะหนึ่งที่ช่วยให้ทารกเกิดความอยากรู้อยากเห็นได้
5. อารมณ์ดีใจ เป็นอารมณ์แห่งความรื่นรมย์ มีความสุข มักเกิดขึ้นกับทารกที่มีสุขภาพดี ในระยะ 2-3 เดือนหลังคลอด ทารกจะรู้จักยิ้มหรือหัวเราะเมื่อมีความพอใจ เมื่อทารกอายุได้ประมาณ 2 ปี จะรู้จักยิ้มกับผู้อื่น หรือร่วมหัวเราะไปกับผู้อื่นได้เมื่อรู้สึกพอใจ
6. อารมณ์รัก ทารกจะแสดงความรักด้วยการกอดรัด ความรักจัดเป็นอารมณ์ที่รื่นรมย์สำหรับทารกที่ได้รับการเอาใจใส่อย่างดี ทารกจะเริ่มรักตัวเองก่อน ต่อมาจึงจะเริ่มรักผู้อื่น สิ่งของของตน หรือรักสัตว์เลี้ยงก็ได้
วัยเด็กตอนต้น เด็กวัยนี้จะมีพัฒนาการการแสดงออกด้านอารมณ์ที่ชัดเจน เปิดเผย อิสระ ทั้งอารมณ์พึงพอใจและไม่พึงพอใจ มักจะเป็นคนเจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจตัวเอง ดื้อรั้น หงุดหงิด โมโหร้าย ชอบปฏิเสธ อารมณ์ในทางลบที่เด็กแสดงออกจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อเด็กต้องเข้าสังคมในกลุ่มเพื่อน อย่างไรก็ตาม เด็กวัยนี้สามารถสร้างความรักและความผูกพันกับบุคคลอื่นได้ เช่น เพื่อนสนิท ผู้เลี้ยงดู เพื่อให้เกิดความรู้สึกปลอดภัยทางอารมณ์ สำหรับลักษณะอารมณ์เด่น ๆ ที่มักเกิดขึ้นในเด็กวัยนี้คือ
1. อารมณ์โกรธ เด็กวัยนี้จะโกรธง่ายจากการต้องการเป็นตัวของตัวเอง บางครั้งอาจโกรธตัวเองหรือโกรธบุคคลที่เกี่ยวข้อง อารมณ์โกรธเกิดเมื่อเด็กไม่ได้รับการตอบสนองในสิ่งที่ต้องการ แสดงออกโดยการร้องไห้ดิ้นกับพื้นเสียงดัง ทิ้งตัวลงนอน กรี๊ด ทุบตีสิ่งของต่าง ๆ ทำร้ายตัวเอง เป็นต้น
2. อารมณ์รัก เด็กวัยนี้จะรักบุคคลที่ให้การตอบสนองในสิ่งที่เขาต้องการ แสดงอารมณ์รักอย่างเปิดเผย   เช่น การกอดจูบบุคคลหรือสิ่งของที่รัก
3. อารมณ์กลัว อารมณ์กลัวเกิดจากการได้พบสิ่งแปลกใหม่ หรือกลัวในสิ่งที่จินตนาการไปเอง เช่น กลัวความมืด กลัวผี และมักเลียนแบบความกลัวจากผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิด จะแสดงออกโดยการหลบซ่อน วิ่งหนี วิ่งเข้าหาผู้ใหญ่ และจะค่อยลดลงหากได้รับการอธิบายและให้เด็กเกิดความรู้สึกคุ้นเคยกับสิ่งนั้น ๆ
4. อารมณ์อยากรู้อยากเห็น วัยนี้จะเป็นวัยช่างซักถาม   เด็กจะสงสัยทุกเรื่องและถามได้ตลอดเวลา ไม่สิ้นสุด   จะตั้งคำถามมากจนตอบไม่หมด หากเด็กไม่ได้รับการตอบสนองที่ถูกต้องจะทำให้ความอยากรู้อยากเห็นลดลงน้อยกว่าเด็กวัยเดียวกัน
5. อารมณ์อิจฉาริษยา มักจะเกิดขึ้นเมื่อรู้สึกว่าตนด้อยกว่าผู้อื่น หรือกำลังสูญเสียความสนใจที่ตนเคยได้รับถูกแบ่งปันให้บุคคลอื่น เช่น การมีน้องใหม่ อิจฉาพี่น้องคนอื่น มักแสดงออกคล้ายกับอารมณ์โกรธ หรืออาจแสดงภาวะถดถอยกลับไปสู่ความเป็นทารกอีกครั้ง เช่น ปัสสาวะรดที่นอนบ่อย การดูดมือ ดื้อดึง ร้องไห้ง่าย งอแง เป็นต้น
 6. อารมณ์ร่าเริง ดีใจหรือสนุกสนาน อารมณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเด็กได้รับการตอบสนองตามที่ตนต้องการทันเวลา   สม่ำเสมอ   หรือประสบความสำเร็จในการทำกิจกรรมต่าง ๆ แสดงออกด้วยการหัวเราะ ส่งเสียงดัง ยิ้ม ปรบมือ กระโดดโลดเต้น เป็นต้น
          วัยเด็กตอนปลาย พัฒนาการทางอารมณ์ของเด็กวัยนี้จะมีลักษณะเป็นกลาง ๆ คือ ไม่ดีหรือร้ายจนเกินไป เด็กวัยนี้มีความคิดที่ละเอียดอ่อนมากขึ้น สามารถเข้าใจอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้ดีขึ้น ควบคุมอารมณ์ของตนได้ เรียนรู้ที่จะแสดงอารมณ์ได้เหมาะสมในรูปแบบที่สังคมยอมรับได้ ดังนี้
1. อารมณ์โกรธ เด็กวัยนี้สามารถควบคุมและระงับความโกรธได้ดีขึ้น ไม่โกรธง่ายและหายเร็วนัก พัฒนาการการแสดงออกจะเปลี่ยนไป จากเดิมที่แสดงออกด้วยการร้องไห้ดิ้นกับพื้นเสียงดัง ทิ้งตัวลงนอนเมื่อได้รับการตอบสนองในสิ่งที่ต้องการ ก็จะเปลี่ยนเป็นการคิดแก้แค้นในใจแต่ไม่ทำจริงดังที่คิด หรือการหลีกเลี่ยงจากสถานการณ์ที่ไม่พึงใจในทันที ไม่มีพฤติกรรมแบบต่อสู้โดยใช้กำลัง
2. อารมณ์รัก เด็กวัยนี้จะแสดงออกในด้านความรักด้วยการมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น ร่าเริงแจ่มใส อารมณ์ดี จะระมัดระวังไม่ทำให้ผู้อื่นเสียใจหรือกระทบกระเทือนใจ โดยเฉพาะขณะอยู่ในกลุ่มเพื่อน สังคม ต้องการความรัก ความอบอุ่นมั่นคงในครอบครัวและหมู่คณะ
 3. อารมณ์กลัว เด็กวัยนี้จะเลิกกลัวสิ่งที่ไม่มีตัวตน พิสูจน์ไม่ได้ อารมณ์กลัวของเด็กวัยนี้เกิดจากประสบการณ์ การเรียนรู้ที่ได้รับมา สิ่งที่เด็กวัยนี้กลัวมากที่สุดคือ กลัวไม่เป็นที่ยอมรับของกลุ่ม กลัวไม่มีเพื่อน ไม่ชอบการแข่งขัน ไม่ต้องการเด่นหรือด้อยกว่ากลุ่ม ชอบการยกย่องแต่ไม่ชอบการเปรียบเทียบ นอกจากนี้เด็กยังกลัวอันตรายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับตนและบุคคลที่รัก การตอบสนองความกลัวจะเป็นลักษณะ การต่อสู้ การถอยหนี และการทำตัวให้เข้ากับสิ่งนั้น ๆ   ความกลัวของเด็กจะเริ่มลดลงเรื่อย ๆ พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย เด็กจะเปลี่ยนจากความกลัวเป็นความกังวลเรื่องรูปร่างของตนเองแทน คือ กังวลจากความต้องการให้ตนมีรูปร่างที่แข็งแรงสวยงาม
พัฒนาการของวัยรุ่น อารมณ์ของวัยรุ่นเป็นอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงง่าย อ่อนไหวง่าย เจ้าอารมณ์ มีอารมณ์รุนแรง การควบคุมอารมณ์ยังไม่สู้ดี บางครั้งเก็บกด บางคราวมั่นใจสูง บางครั้งพลุ่งพล่าน ลักษณะอารมณ์เหล่านี้เรียกกันว่า พายุบุแคม
พัฒนาการวัยผู้ใหญ่ตอนต้น วัยผู้ใหญ่จะมีการควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น มีความมั่นคงทางจิตใจดีกว่าวัยรุ่น คำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่น รู้สึกยอมรับผู้อื่นได้ดีขึ้น มีพัฒนาการด้านอารมณ์รัก ได้ในหลายรูปแบบ เช่น รักแรกพบ หรือรักแบบโรแมนติก ในวัยผู้ใหญ่ตอนต้นนี้จะมีความรู้สึกแตกต่างจากในวัยรุ่น โดยจะมีความรู้สึกที่จะปรารถนาใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน มีการใช้กลไกทางจิตชนิดฝันกลางวัน การเก็บกด น้อยลง แต่จะใช้การตอบสนองด้วยเหตุผลทั้งกับตนเองและผู้อื่นมากขึ้น
พัฒนาการผู้ใหญ่วัยกลางคน ในบุคคลที่ประสบกับความสำเร็จในชีวิตการทำงานจะมีอารมณ์มั่นคง รู้จักการให้อภัย ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน มีความพึงพอใจในชีวิตที่ผ่านมา ลักษณะบุคลิกภาพค่อนข้างคงที่ บางคนจะมีอารมณ์เศร้าจากการที่บุตรเริ่มมีครอบครัวใหม่ การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก เช่น บิดา มารดา หรือคู่สมรส หรือผิดหวังจากบุตร เป็นต้น
พัฒนาการวัยสูงอายุ อารมณ์ของผู้สูงอายุยังคงมีอารมณ์รัก ในบุคคลอันเป็นที่รักโดยเฉพาะสมาชิกใน   ครอบครัว ได้แก่ คู่สมรส บุตร หลาน และเมื่อเกิดการสูญเสีย ผู้สูงอายุจะมีความเศร้าโศกอย่างมาก จะมีผลกระทบต่อจิตใจ สุขภาพกาย และพฤติกรรมของผู้สูงอายุค่อนข้างมาก  มีอารมณ์เหงา ว้าเหว่ บางรายอาจรู้สึกว่าคุณค่าของตนเองลดลงเนื่องจากต้องพึ่งพาบุตรหลานในเรื่องการประกอบกิจวัตรประจำวัน ค่าใช้จ่าย ค่ารักษาพยาบาล รู้สึกว่าตนเองเป็นภาระของคนอื่น มักแสดงอาการหงุดหงิด น้อยใจ ต่อบุตรหลาน 

 
 
 

ให้คะแนนข่าว/บทความนี้

ไม่มีความเห็น
 
 

 
 
[เนื้อหาในหมวดเดียวกัน]
[Download แนวข้อสอบ ธ.ก.ส. Callcenter 2558] รวมแนวข้อสอบ Callcenter ธ.ก.ส. พร้อมเฉลยและอธิบายเฉลยอย่ [12]
ผลงานวิจัยการพัฒนาการอ่านของเด็กปฐมวัย [16]
ลองดูคะ แนวข้อสอบกรมสรรพากร พร้อมเฉลย 57 Top view แนวข้อสอบกรมสรรพากร ฟรี ที่ถามหา ยากกว่าที่คิด แนว [22]
มีคำถาม สมัครสอบธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 2558 เมื่อไร อัพเดต สอบ ธกส 58 เลย หาคำตอบ สมัค [20]
เปิดสอบ แนวข้อสอบ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เปิดรับสมัครงาน 5 ตำแหน่ง 14 อัตรา 28 ตุลาคม ถึง 6 พ [32]

 

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์

New Games Here!
เกมส์ก้านกล้วย 2new

ผู้เล่น 1:

W - Up.
S - Down.
D - Run Elephant.

ผู้เล่น 2:
Up Arrow Key - Up.
Down Arrow Key - Down.
Left Arrow Key - Run Elephant.

เกมส์ตัดผมสาวน้อยnew
เกมส์ตัดผมสาวน้อย ทุกคนคงต้องชอบเกมส์นี้แน่นอน เกมส์นี้เราจะต้องทำผมให้กับสาวน้อยที่มีนัดเดทที่ห้างสรรพสินค้า ช่วยกันออกแบบให้น่ารัก โดนใจหนุ่มๆ ในห้างกันเลย
เกมส์จับผิดภาพหนูน้อยหมวกแดงnew
เรื่องราวการผจญภัยของหนูน้อยหมวกแดงกับเจ้าหมาป่า ซึ่งแตกต่างจากที่เคยได้ฟังมาแต่ก่อนค่ะ เรื่องราวจะเป็นยังไง ถ้าอยากรู้ก็ต้องเล่นให้ผ่านแต่ละด่านให้ได้
เกมส์ทอดไข่new
เกมส์ทอดไข่ เป็นเกมส์ทําอาหาร เกมส์นี้เราจะต้องวางกะทะ ใส่น้ำมัน ตอกไข่ ปิดกะทะ แล้วจัดใส่จาน ให้ทันเวลา
เกมส์นั่งเรือตกปลาnew
เกมส์นั่งเรือตกปลา มานั่งเรือตกปลากันนะครับ เกมส์นี้สนุก ฝึกฝีมือกันด้วยนะ
More Games Click!!

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย



     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.

Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าใน

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com
Email2 : kroobannokdotcom@gmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม