ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > เผยเด็กไทยเจนวายหวังรวยทางลัด หันเล่นหุ้นเหมือนเด็กจีน

เผยเด็กไทยเจนวายหวังรวยทางลัด หันเล่นหุ้นเหมือนเด็กจีน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 21 ก.ค. 2558 เปิดอ่าน : 2,375 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
เผยเด็กไทยเจนวายหวังรวยทางลัด หันเล่นหุ้นเหมือนเด็กจีน

Advertisement

นายศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พีดับบลิวซี ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในอีก 5-10 ปีจำนวนมหาเศรษฐีในเอเชียจะแซงหน้าสหรัฐอเมริกา ส่วนหนึ่งเพราะการเปลี่ยนขั้วอำนาจเศรษฐกิจของโลกมาเป็น "บูรพาภิวัฒน์’ ถือเป็นหนึ่งในกระแส "เมกะเทรนด์" ที่จะทำให้เกิดธุรกิจใหม่ๆโดยเฉพาะในฝั่งเอเชีย ขณะที่ศูนย์กลางอำนาจทางการเงินที่เริ่มย้ายฐานมาทวีปนี้ ประกอบกับจำนวนชนชั้นกลางที่มากขึ้น อำนาจในการใช้จ่ายของคนในภูมิภาคมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้นักธุรกิจฝั่งเอเชียเริ่มหันมาตั้งต้นธุรกิจและสร้างฐานะความมั่งคั่งด้วยตนเอง จากการทำธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภค-บริโภค และรองลงมาคือ เทคโนโลยี และไอที

ผลสำรวจ Billionaires: Master architects of great wealth and lasting legacies ประจำปี 2558 ซึ่งจัดทำโดย UBS AG และ พีดับบลิวซีที่พบว่า สัดส่วนของมหาเศรษฐีที่สร้างฐานะด้วยตนเองในเอเชียมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเอเชียเป็นภูมิภาคที่มีสัดส่วนของมหาเศรษฐีที่สร้างความมั่งคั่งด้วยตัวเองสูงถึง 36% ของเศรษฐีพันล้านทั่วโลก นอกจากนี้ มหาเศรษฐีในภูมิภาคนี้ถึง 25% ยังเติบโตมาจากครอบครัวที่ยากจน ถือเป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับสหรัฐที่ 8% และยุโรปเพียง 6% ขณะที่อายุเฉลี่ยของเศรษฐีระดับพันล้านชาวเอเชียก็น้อยกว่ามหาเศรษฐีจากสองทวีปถึง 10 ปี โดยมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 57 ปี

"เราเห็นเทรนด์ของคนหนุ่ม-สาวที่กลายมาเป็นมหาเศรษฐีหน้าใหม่กันตั้งแต่อายุยังน้อยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย โดยเด็กสมัยนี้หันมาเริ่มต้นทำธุรกิจหรือลงทุนกันตั้งแต่จบทำงานใหม่ๆ และส่วนใหญ่ไม่ได้เติบโตมาจากครอบครัวที่ร่ำรวย จึงไม่น่าแปลกใจที่อายุเฉลี่ยของมหาเศรษฐีในเอเชียจะน้อยกว่าฝั่งอเมริกาหรือยุโรปถึง 10 ปี"

สำหรับประเทศไทย เศรษฐีหน้าใหม่มีแนวโน้มเกิดขึ้นมากเช่นกัน หลังจากที่เด็กรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเจ็นวาย หันมาลงทุนสร้างความมั่งคั่ง ผ่านตลาดหุ้นเพิ่มขึ้น กระแสที่ต้องการ "รวยด้วยตัวเอง" หรือ "รวยทางลัด" โดยไม่ต้องอาศัยทำงานในออฟฟิศ ประกอบกับความนิยมในตัวนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ มั่งคั่งตั้งแต่อายุยังน้อย ตลาดหุ้นไทยจึงกลายเป็นแหล่งที่คนรุ่นใหม่เข้ามาแสวงหาความมั่งคั่ง อย่างไรก็ตาม มองว่า สิ่งที่ต้องปลูกฝังควบคู่ไปกับการสร้างความมั่งคั่งคือ ความรู้ทางการเงิน (Financial literacy) เพื่อสร้างความมั่งคั่ง การบริหารจัดการความเสี่ยงจากการลงทุน และการเติบโตของตลาดทุนไทยที่ยั่งยืน

นอกจากความมั่งคั่งที่สร้างจากการลงทุนในหุ้นแล้ว เทรนด์ของการตั้งธุรกิจใหม่หรือสตาร์ทอัพในบ้านเรามีให้เห็นกันมากขึ้น เด็กยุคใหม่โดยเฉพาะเจ็นวาย มีทัศนคติในการทำงานที่แตกต่างจากคนในเจ็นอื่นๆ เด็กกลุ่มนี้อยากจะมีกิจการเป็นของตนเอง อยากจะสร้างความสำเร็จด้วยมันสมองและฝีมือของตน บางรายเรียนจบแล้วก็หุ้นกับเพื่อนฝูงตั้งบริษัท บางรายก็อาจจะเริ่มทำงานเป็นพนักงานบริษัทก่อนสักสองถึงสามปี แล้วนำประสบการณ์มาดัดแปลงสร้างธุรกิจของตน ทำให้คนไทยรุ่นใหม่ๆ มั่งคั่งตั้งแต่อายุยังน้อย

ประเด็นที่น่าเป็นห่วง คือ จำนวนเศรษฐีใหม่ในจีนที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จากผลสำรวจดังกล่าวพบว่า ในช่วงปีไตรมาสแรกของปี 2558 นี้ มีเศรษฐีใหม่เกิดขึ้นในจีนแทบทุกสัปดาห์ ส่วนหนึ่งเพราะประชากรจีนหันมาลงทุนในตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่รัฐบาลจีนปฏิรูปตลาดทุนในประเทศ ส่งผลให้ชาวจีนหันมาเล่นหุ้นเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยเพียง 5 เดือนแรกของปีนี้ มีบัญชีหุ้นเปิดใหม่ทะลุ 30 ล้านบัญชี

นายศิระกล่าวต่อว่า คุณลักษณะ 3 ประการที่มหาเศรษฐีรุ่นใหม่มีคล้ายคลึงกัน และเปรียบเสมือนเป็นดีเอ็นเอของคนกลุ่มนี้ โดยอ้างอิงจากข้อมูลของผลสำรวจที่ผ่านมา ประกอบด้วย 1. บริหารความเสี่ยงอย่างชาญฉลาด 2.มีโฟกัสในการทำธุรกิจอย่างแรงกล้า 3. มีความมุ่งมั่น มองวิกฤตคือโอกาส

 

 

 

ที่มา มติชนออนไลน์ 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> เผยเด็กไทยเจนวายหวังรวยทางลัด หันเล่นหุ้นเหมือนเด็กจีน , , เผยเด็กไทยเจนวายหวังรวยทางลัด , หันเล่นหุ้นเหมือนเด็กจีน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
7 หลักเลี่ยงไขมันพอกตับ

7 หลักเลี่ยงไขมันพอกตับ
เปิดอ่าน 8,901 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
นวดหน้าลดริ้วรอย

นวดหน้าลดริ้วรอย
เปิดอ่าน 12,722 ครั้ง
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
วีดิโอสอนวิธีการดูธนบัตรปลอม☕ คลิกอ่านเลย
วีดิโอสอนวิธีการดูธนบัตรปลอม
เปิดอ่าน 8,326 ครั้ง
ดวงการเงิน 2558 ดูดวงการเงินปี 2558☕ คลิกอ่านเลย
ดวงการเงิน 2558 ดูดวงการเงินปี 2558
เปิดอ่าน 20,415 ครั้ง
รวยด้วยมรรค 8☕ คลิกอ่านเลย
รวยด้วยมรรค 8
เปิดอ่าน 7,990 ครั้ง
 ประโยชน์ของการดื่มน้ำ ☕ คลิกอ่านเลย
ประโยชน์ของการดื่มน้ำ
เปิดอ่าน 7,826 ครั้ง
เหงื่อบอกโรค☕ คลิกอ่านเลย
เหงื่อบอกโรค
เปิดอ่าน 9,127 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

คำเตือน เมนทอส กับเบียร์ อันตรายถึงชีวิตคำเตือน เมนทอส กับเบียร์ อันตรายถึงชีวิต
เปิดอ่าน 9,163 ครั้ง
"ช้างน้าว" ยิ่ง "เหลือง"พรึ่บ!! เท่าไหร่ ยิ่งรวย.."ช้างน้าว" ยิ่ง "เหลือง"พรึ่บ!! เท่าไหร่ ยิ่งรวย..
เปิดอ่าน 18,962 ครั้ง
ประวัติเครื่องหมายหาร  (÷) ประวัติเครื่องหมายหาร (÷)
เปิดอ่าน 150,322 ครั้ง
สรุปสูตรการคำนวณของสารละลาย : เคมีสรุปสูตรการคำนวณของสารละลาย : เคมี
เปิดอ่าน 171,920 ครั้ง
ลูกประคบสมุนไพร ลูกประคบสมุนไพร
เปิดอ่าน 28,137 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ