ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > ปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผล ต้องตั้งต้นจากผลการประเมิน

ปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผล ต้องตั้งต้นจากผลการประเมิน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 2 พ.ย. 2558 เปิดอ่าน : 4,657 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

คอลัมน์ QA การศึกษา: ปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผล ต้องตั้งต้นจากผลการประเมิน 


ศาสตราจารย์ ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์
ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)


จากเป้าหมายในการปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผล เพื่อผลลัพธ์ปลายทางคือประเทศไทยจะมีเยาวชน บุคลากรคุณภาพมาพัฒนาประเทศชาติของเรา สิ่งนี้คือโจทย์ใหญ่ที่หน่วยงานภาคการศึกษาทุกหน่วยต้องร่วมมือร่วมแรงกันในการพัฒนา ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. มีบทบาทในการประเมินคุณภาพภายนอก ทำการติดตามตรวจสอบคุณภาพ เพื่อให้ข้อเสนอแนะกับสถานศึกษาในการนำไปใช้พัฒนาให้ได้มาตรฐานสถานศึกษา และรายงานผลการประเมินต่อหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งตลอดระยะเวลาของการดำเนินงาน สมศ. มีเป้าหมายในการสะท้อนผลการจัดการศึกษา โดยดำเนินการผ่านระบบการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ ดังนี้

1. การตรวจสอบคุณภาพผ่านตัวบ่งชี้สมศ. ได้กำหนดตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประเมินให้สอดคล้องกับกฎกระทรวง 4 มาตรฐาน โดยสถานศึกษาดำเนินงานภายใต้กรอบนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด มาตรฐานการศึกษา ครอบคลุมกระบวนการบริหารจัดการ กระบวนการการจัดการเรียนรู้ ตลอดจนศักยภาพของผู้เรียน และบริบทของสังคม

2. ประเมินสถานศึกษา และวิเคราะห์ผลการประเมิน สมศ. จะประเมินคุณภาพการจัดการศึกษา การติดตาม การตรวจสอบคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษา เพื่อยืนยันผลการดำเนินงานของสถานศึกษาตามสภาพจริง และประเมินคุณภาพการศึกษาด้วยตัวบ่งชี้ตามประเภทของสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ตามกรอบแนวทางและวิธีการที่ สมศ. กำหนดให้สอดคล้องกับระบบประกันคุณภาพภายใน

3. สะท้อนคุณภาพ เพื่อสะท้อนภาพที่แท้จริงของสถานศึกษา โดย สมศ.จะส่งผลประเมินและข้อเสนอแนะให้หน่วยงานต้นสังกัด และสถานศึกษาให้นำข้อเสนอแนะที่ได้ไปพัฒนาคุณภาพในการจัดการศึกษา เป็นยุทธศาสตร์ในการจัดการศึกษา เพื่อให้ครูผู้สอนสามารถวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็งและปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพของนักเรียน เพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ดียิ่งๆ ขึ้น

4. สถานศึกษานาผลประเมินไปพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพ หลังจากที่สถานศึกษาได้รับการประเมินแล้ว จะได้รับข้อเสนอแนะเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนา ตัวอย่างเช่น สถานศึกษาที่ผู้บริหารนำผลประเมินในรอบแรก และรอบสอง มากำหนดเป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาสถานศึกษา จนทำให้ในการประเมินฯ รอบสามที่ผ่านมา สถานศึกษาได้รับการรับรองคุณภาพระดับดีมาก และผลสัมฤทธิ์ด้านการเรียนรู้ของนักเรียนในโรงเรียนสูงขึ้นตามเช่นกัน

ดังนั้นท่านผู้อ่านคงจะทราบถึงความสำคัญของการประเมินคุณภาพการศึกษา ว่าการประเมินเปรียบเสมือนกระจกที่ช่วยสะท้อนภาพของตนเอง ทำให้ทราบถึงจุดแข็งที่ควรรักษา และจุดอ่อนที่ควรพัฒนา ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างคุณภาพให้ดีขึ้น ขณะเดียวกันการประกันคุณภาพภายในนับเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา โดยมีการประเมินคุณภาพภายนอกเป็นแรงกระตุ้นให้สถานศึกษายกระดับคุณภาพที่ดีขึ้น ทั้งยังเป็นหลักประกันให้ผู้เรียน และสังคมมีความมั่นใจว่าจะได้รับการบริการจากสถานศึกษาตามมาตรฐานที่กำหนด ดังนั้นเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในฟันเฟืองในการปฏิรูปการศึกษาที่ได้ผลนั้น คือ การนำผลการประเมินการศึกษาไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง
 

 

ที่มา มติชน วันที่ 2 พฤศจิกายน 2558

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผล ต้องตั้งต้นจากผลการประเมิน , , ปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผล , ต้องตั้งต้นจากผลการประเมิน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
Computing Science : วิชาบังคับสำหรับนักเรียน ป.1 ไทย☕ คลิกอ่านเลย
Computing Science : วิชาบังคับสำหรับนักเรียน ป.1 ไทย
เปิดอ่าน 2,993 ครั้ง
เจาะประเด็นการคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ : ธนชน มุทาพร☕ คลิกอ่านเลย
เจาะประเด็นการคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ : ธนชน มุทาพร
เปิดอ่าน 7,435 ครั้ง
การปฏิรูปการศึกษาที่ไม่ได้หัวใจครู☕ คลิกอ่านเลย
การปฏิรูปการศึกษาที่ไม่ได้หัวใจครู
เปิดอ่าน 6,577 ครั้ง
จดหมายถึงครู.... โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์☕ คลิกอ่านเลย
จดหมายถึงครู.... โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
เปิดอ่าน 31,933 ครั้ง
การใช้อินเทอร์เน็ตและผลกระทบต่อคะแนนวิทยาศาสตร์ : FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 33 (กันยายน 2561) ☕ คลิกอ่านเลย
การใช้อินเทอร์เน็ตและผลกระทบต่อคะแนนวิทยาศาสตร์ : FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 33 (กันยายน 2561)
เปิดอ่าน 27,282 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ทำไม E = mc กำลัง 2 สมการสะท้านโลกทำไม E = mc กำลัง 2 สมการสะท้านโลก
เปิดอ่าน 15,263 ครั้ง
จะให้ลูกเล่นกีฬาให้เก่ง ต้องฝึกทักษะควบคุมวัตถุ ตั้งแต่ตอน10 ขวบ จะให้ลูกเล่นกีฬาให้เก่ง ต้องฝึกทักษะควบคุมวัตถุ ตั้งแต่ตอน10 ขวบ
เปิดอ่าน 7,003 ครั้ง
การออกกำลังของผู้ที่มีโรคหัวใจการออกกำลังของผู้ที่มีโรคหัวใจ
เปิดอ่าน 9,735 ครั้ง
4 สมุนไพร สยบโรค4 สมุนไพร สยบโรค
เปิดอ่าน 15,405 ครั้ง
คุณเป็นคนหนึ่งใช่ไหมที่ชอบจอดรถใต้ต้นไม้ เพื่อไม่ให้รถร้อน ลองอ่านบทความนี้ดู !!คุณเป็นคนหนึ่งใช่ไหมที่ชอบจอดรถใต้ต้นไม้ เพื่อไม่ให้รถร้อน ลองอ่านบทความนี้ดู !!
เปิดอ่าน 16,229 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ