ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > การประชุมชี้แจง ผอ.สพท.การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

การประชุมชี้แจง ผอ.สพท.การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 23 มี.ค. 2559 เปิดอ่าน : 8,099 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
การประชุมชี้แจง ผอ.สพท.การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

Advertisement

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พ.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และนายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ร่วมประชุมชี้แจงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา/มัธยมศึกษา 225 เขตพื้นที่การศึกษา เกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 10/2559 และ 11/2559 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2559 ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวในเรื่องดังกล่าว เมื่อวันอังคารที่ 22 มีนาคม 2559

 

รมว.ศึกษาธิการ ได้กล่าวย้ำว่า คำสั่งทั้ง 2 คำสั่งที่ออกมา ไม่ได้เป็นการยุบสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพราะได้กระจายการจัดการศึกษาไปยังพื้นที่ทุกจังหวัดทุกภูมิภาคของประเทศ ดังนั้นทุกคนจะต้องช่วยกันทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เขต 1 ของทุกจังหวัดที่ได้รับมอบหมายหน้าที่เพิ่มเติมในตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัดและเลขานุการของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ด้วย จึงต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจเพิ่มขึ้น และจะต้องเร่งสื่อสารให้ครูและบุคลากรในพื้นที่ตนเองมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด รวมทั้งสื่อสารกับผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างต่อเนื่องด้วย

ทั้งนี้ ถือเป็นเรื่องที่มีความท้าทายเป็นอย่างมาก เพราะมีเงื่อนไขเวลาในการดำเนินงานตาม Roadmap การปฏิรูปอีกเพียง 1 ปีครึ่งเป็นตัวกำหนด ประกอบกับการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ของกระทรวงศึกษาธิการจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับทัศนคติของผู้บริหารที่จะส่งผลต่อการปฏิบัติงานในแต่ละพื้นที่ หากทุกคนมองว่าเรื่องนี้มีความท้าทาย ก็จะต้องเดินหน้าสู้กับงานที่จะต้องขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กันให้ได้

พ.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ชี้แจงสรุปถึงความจำเป็นในการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ตามคำสั่งดังกล่าวใน 5 ประเด็น ได้แก่ เหตุผลความจำเป็น, การใช้อำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในการแต่งตั้งคณะกรรมการ, การใช้อำนาจของคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค, แผนการดำเนินงาน และการขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วนตามประเด็นปฏิรูปการศึกษา

 

ในส่วนของการขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วนตามประเด็นปฏิรูปนั้น ได้กล่าวย้ำถึงโครงการสำคัญที่จะต้องเร่งดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม มีสาระสำคัญสรุปดังนี้

1) ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ทั้งในส่วนที่ดำเนินการแล้ว จะต้องมีการทบทวนว่าที่ผ่านมาดำเนินการกิจกรรมส่งเสริมผู้เรียนครบทั้ง 4H อย่างสมดุลหรือไม่ ต้องเพิ่มกิจกรรมใดบ้างในปีต่อไป พร้อมทั้งจะต้องจัดเตรียมโรงเรียนที่จะต้องขยายโครงการเพิ่มเติมด้วย

2) การคืนครูสู่ห้องเรียน หมายถึงการดำเนินการให้มีครูครบชั้น ครูตรงสาขา จำนวนนักเรียนต่อห้อง ให้มีความเหมาะสม ซึ่งรวมไปถึงการดำเนินการในโรงเรียนขนาดเล็กด้วย โดยกระทรวงศึกษาธิการเตรียมที่จะดำเนินโครงการคืนครูผู้ทรงคุณค่าแห่งแผ่นดิน เพื่อเป็นตัวช่วยในการบริหารจัดการในเรื่องนี้ ซึ่งผลที่ออกมาอาจจะเห็นผลช้าหรือเร็วก็แล้วบริบทของแต่ละพื้นที่ แต่ก็จะมีทิศทางและแนวทางการทำงานที่มีความชัดเจนมากขึ้น

3) การผลิตและพัฒนาครู กระทรวงศึกษาธิการดำเนินโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นรองรับในเรื่องนี้ไว้แล้ว จำนวน 4,000 คนต่อปี เพื่อให้ทุนเรียนครูและบรรจุในภูมิลำเนาของตนเอง โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จะทำงานร่วมกันในเรื่องนี้ และขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภายังได้อนุมัติให้ผู้เรียนจบปริญญาตรีใน 3 สาขาขาดแคลน คือสาขาวิทยาศาสตร์ สาขาคณิตศาสตร์ และสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถเรียนครูหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) เพื่อมาเป็นครูได้

4) การจัดการเรียนการสอนสะเต็มในสถานศึกษา ขณะนี้ รมว.ศึกษาธิการได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษาในสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ประกอบด้วย 3 คณะ เพื่อทำหน้าที่กำหนดคำนิยามความหมายของสะเต็มศึกษาที่ตรงกัน มีการจัดระดับการเรียนการสอนสะเต็มในโรงเรียนที่ดำเนินการอยู่แล้ว มีแผนดำเนินงานในแต่ละระยะที่มีเป้าหมายและการประเมินผลที่ชัดเจน เพื่อให้การขับเคลื่อนในสถานศึกษามีความเป็นเอกภาพมากขึ้น ทั้งนี้ สพฐ.จะจัด Smart Trainer เข้าไปช่วยดำเนินการในแต่ละพื้นที่ด้วย

5) การยกระดับความรู้ภาษาอังกฤษ ขอให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาช่วยขยายผลโครงการและการดำเนินงานต่างๆ ด้วย เช่น การฝึกภาษาอังกฤษจากแอพพลิเคชั่น Echo English, การจัดเตรียมแผนรองรับการขยายผลของครูแกนนำ (แม่ไก่) ด้านการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ หลักสูตร Boot Camp ด้วยรูปแบบของค่ายพัฒนาครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ จำนวน 350 คน ที่จะลงไปช่วยถ่ายทอดเนื้อหาจากการอบรมและเทคนิคการสอนภาษาอังกฤษให้ครูในเขตพื้นที่ต่างๆ รวมทั้งจัดหาครูที่จะเข้าร่วมการอบรมหลักสูตร Boot Camp ในรุ่นต่อไปด้วย

6) การอ่านออกเขียนได้ แม้ว่าตอนนี้นักเรียนชั้น ป.1 ที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้จะลดลงแล้ว แต่ต้องการให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาขยายเป้าหมายการดำเนินโครงการไปถึงนักเรียนช่วงชั้นที่ 1 ด้วย หมายความว่าต้องการให้ตั้งเป้าหมายใหม่ โดยให้นักเรียนที่ขึ้นไปเรียนชั้น ป.4 ทุกคนจะต้องอ่านออกเขียนได้ หากจะต้องเพิ่มเติมอัตราครูภาษาไทยก็จะต้องดำเนินการต่อไป นอกจากนี้จะต้องมีการพัฒนาในเรื่องของการอ่านเพิ่มเติม ที่มิใช่อ่านออกเขียนได้เท่านั้น แต่นักเรียนจะต้องอ่านเข้าใจด้วย เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องตั้งรับให้ดี

7) ทวิภาคี ทวิศึกษา

8) อาชีวศึกษาเป็นเลิศ กล่าวรวมในสองประเด็นข้างต้น เพื่อต้องการให้ช่วยเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษาในแต่ละจังหวัด เพราะประเทศกำลังต้องการกำลังคนด้านอาชีวะจำนวนมาก ดังนั้น ขอฝาก ผอ.สพป.ในฐานะศึกษาธิการจังหวัด ช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กเลือกเรียนอาชีวะเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องมีความสมดุลของผู้เรียนระหว่างสถานศึกษาของอาชีวะและโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายของรัฐ ที่จะไม่ทำให้เกิดการแย่งผู้เรียนกัน รวมทั้งจะต้องศึกษาข้อมูลรายละเอียดของโครงการอาชีวศึกษาเป็นเลิศให้มีความรู้ความเข้าใจว่ามีความเกี่ยวข้องในส่วนใด อย่างไร

9) มหาวิทยาลัยอุดมศึกษาพี่เลี้ยง เรื่องนี้มีความสำคัญมาก เพราะที่ผ่านมามีนโยบายจากส่วนกลางไปแล้ว แต่พบว่ามีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในบางจังหวัดเท่านั้น เช่น ขอนแก่น เชียงราย จึงขอให้ ผอ.สพป. ได้หารือในเรื่องนี้กับผู้แทนของอุดมศึกษาที่อยู่ใน กศจ.ด้วย โดยในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการก็จะหารือกับ สกอ. เพื่อหาแนวทางในการดำเนินงานของที่จะไม่เป็นการข้ามเส้นหรือก้าวก่ายหน้าที่กัน

10) โครงการประชารัฐ ขอให้ ผอ.สพป.ติดตามการดำเนินงานของคณะทำงานประชารัฐในด้านการศึกษาพื้นฐานและพัฒนาผู้นำ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงด้วย

11) การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารในสถานศึกษา ซึ่งมีเสียงสะท้อนจากภาครัฐและภาคเอกชนถึงจุดหักเหในเรื่องของคุณภาพการศึกษาว่าอยู่ที่ผู้อำนวยการโรงเรียน จึงมีแนวคิดที่จะดำเนินการเพื่อพัฒนาการบริหารจัดการในสถานศึกษาให้ดีขึ้นหลายส่วน อาทิ มอบให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.) จัดทำแนวทางการเข้าสู่ตำแหน่งของผู้อำนวยการสถานศึกษา, การนำผลการทดสอบ O-Net มาใช้พัฒนาปรับปรุงการเรียนการสอนในสถานศึกษาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการชี้ให้เห็นวิชาที่เป็นจุดอ่อนในแต่ละโรงเรียน, เด็กชั้นใดอ่อนวิชาอะไร, ผลการจัดการเรียนการสอนของครูแต่ละคน เป็นต้น


 

ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 23 มีนาคม 2559

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> การประชุมชี้แจง ผอ.สพท.การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค , , การประชุมชี้แจง , ผอ.สพท.การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ประกาศผลครูสอนดี ครูดีที่ชุมชนยกย่อง 18,871 คน☕ คลิกอ่านเลย
ประกาศผลครูสอนดี ครูดีที่ชุมชนยกย่อง 18,871 คน
เปิดอ่าน 22,479 ครั้ง
"ยุวภูมินทร์"  หนังสือวันเด็กแห่งชาติประจำปี ๒๕๕๔☕ คลิกอ่านเลย
"ยุวภูมินทร์" หนังสือวันเด็กแห่งชาติประจำปี ๒๕๕๔
เปิดอ่าน 5,536 ครั้ง
แนวทางการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครู☕ คลิกอ่านเลย
แนวทางการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครู
เปิดอ่าน 10,585 ครั้ง
มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ (16 พ.ค.2559)☕ คลิกอ่านเลย
มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ (16 พ.ค.2559)
เปิดอ่าน 13,281 ครั้ง
มติ ครม. 18 กันยายน 2555 ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา☕ คลิกอ่านเลย
มติ ครม. 18 กันยายน 2555 ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
เปิดอ่าน 9,401 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

สูตรการจัดทำเกณฑ์ความสำเร็จ สูตรการจัดทำเกณฑ์ความสำเร็จ
เปิดอ่าน 15,115 ครั้ง
ข้าวโพดสีม่วง ช่วยต้านมะเร็งข้าวโพดสีม่วง ช่วยต้านมะเร็ง
เปิดอ่าน 12,514 ครั้ง
เมื่อรู้สึกว่าอ้วนเกินไป ทำยังไงดีเมื่อรู้สึกว่าอ้วนเกินไป ทำยังไงดี
เปิดอ่าน 13,201 ครั้ง
บัญญัติ 10 ประการ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพบัญญัติ 10 ประการ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
เปิดอ่าน 8,684 ครั้ง
แตงโมเจลลี่ หวานฉ่ำสีสันสดใส ทำง่ายนิดเดียวแตงโมเจลลี่ หวานฉ่ำสีสันสดใส ทำง่ายนิดเดียว
เปิดอ่าน 8,531 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ