ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ตามไปดูการศึกษานอกหลักสูตร : แนวคิดของ รมช.กระทรวงศึกษา ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน

ตามไปดูการศึกษานอกหลักสูตร : แนวคิดของ รมช.กระทรวงศึกษา ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 23 มิ.ย. 2559 เปิดอ่าน : 4,956 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

เมื่อวันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน 2559 ที่ห้องประชุมสำนักงานวิทยทรัพยากร อาคารมหาธีรราชานุสรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการจัดงานเสวนาวิชาการ 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย :หลักสูตรบัณฑิตศึกษาสู่อนาคต ในงานนี้ เราได้ฟัง นพ.ธีระเกียรติเจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “บัณฑิตศึกษากับการพัฒนาประเทศสู่อนาคต” ซึ่งมีเนื้อหาที่น่าสนใจอย่างมากทีเดียว

จากเนื้อหาในการพูดทั้งหมด มีหลายช่วงตอนที่ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงความสำคัญของ “บัณฑิตศึกษา” โดยเฉพาะระดับปริญญาเอก ว่า บัณฑิต ในระดับนี้ ควรเป็น Research Degree คือ ควรเป็นผู้ชำนาญการในการทำวิจัยที่เชี่ยวชาญ และคิดในเรื่องที่ไม่มีคนคิด เพราะคุณค่าของทรัพยากรบุคคลในระดับนี้ จะมีผลกับการพัฒนาประเทศในอนาคตอย่างสูง ดังนั้นสถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่งจึงต้องตั้งความคาดหวังในการผลิต และพัฒนาการศึกษาตามบริบทของตนเอง ไม่จำเป็นต้องจัดการศึกษาเหมือนกันหมด ทุกมหาวิทยาลัยไม่จำเป็นต้องเป็นแบบจุฬาฯ ส่วนจุฬาฯ ก็ไม่ต้องเป็นแบบ MIT แต่ทุกสถาบันควรกำหนดความคาดหวังและมุ่งไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ให้ได้ พร้อมทั้งจัดระบบตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ามุ่งไปสู่เป้าหมายอย่างมีคุณภาพจริงๆ โดยสถาบันแต่ละแห่งควรเป็นผู้กำหนดคุณภาพเอง และให้หน่วยงานต่างๆ ภายนอกเป็นเพียงหน่วยสนับสนุนการประเมินผลภายหลังการดำเนินงานมิใช่ให้ สมศ. หรือ สกอ.มาเป็นผู้กำหนดและตรวจสอบการดำเนินการอย่างนั้นอย่างนี้ ส่วนการเปิดหลักสูตรครู เห็นว่าไม่ควรนำนักการศึกษามาสอนครู เพราะครูไม่ใช่นักการศึกษาบางคนจบปริญญาเอกด้านประเมินผล แต่ทั้งชีวิตไม่เคยเป็นครูเลยทำให้มีหลักสูตรในสาขาวิชาที่ไม่จำเป็นจำนวนมาก และเห็นด้วยว่าการศึกษาระดับปริญญาเอก ไม่ควรมีการเรียนนอกเวลา

แนวคิดจากการพูดของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการในครั้งนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “นี่คือส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษาของประเทศที่ต้องทำ” ซึ่งมีอยู่ในจิตวิญญาณของ นักการศึกษาทุกคน ทั้งที่เป็นผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงาน แต่ไม่ผู้ใดนำออกมาใช้ให้เป็นรูปธรรม ซึ่งอาจจะเป็นเพราะ ไม่อยากเหนื่อย หรือขัดกับผลประโยชน์ของตัวเอง ก็ยากที่จะคาดเดาได้

สำหรับในเรื่องการสร้างมนุษย์ในสังคมให้ กลายร่างจาก คนธรรมดา เป็น ทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า รมช.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า ต้องการให้สถานศึกษาทุกสังกัด สร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์ กล่าวคือ ควรมีทั้งเรื่องของจิตใจ จิตวิญญาณ คุณธรรม หรือหมายถึงการเป็นคนดี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงต้องการให้สถาบันการศึกษาสร้างคนดีให้บ้านเมืองมากๆ คำว่า“ความดี หรือ Goodness” แปลว่า “คุณธรรมพร้อมกับคุณประโยชน์” การที่คนจะมีประโยชน์ได้ต้องมีวิทยาการมีความรู้ ดั่งเช่นพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

ได้มีการยกตัวอย่างเพื่อให้มองเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ว่า ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในอินเดีย ที่ตนได้ไปดูงานเมื่อเร็วๆ นี้ พบว่าได้มีการพัฒนารูปแบบสัดส่วนการเรียนการสอนมาเป็นเวลากว่า 35 ปีแล้ว โดยมีสัดส่วนเวลาเรียนด้านวิชาการ 60% วัฒนธรรม 10% อารมณ์ 10% การบริการ10% และพลศึกษา 10% และได้บูรณาการความเป็นเลิศทางวิชาการและคุณธรรมในระดับสูง โดยเน้นการวิจัยและมีความร่วมมือในด้านการพัฒนาสังคม มีความเชื่อมโยงงานวิจัยกับนักศึกษาด้วย

และที่ควรจะเน้นเสียงให้หนักแน่นที่สุดที่จะทำให้คนฟังทั้งห้องต้องปรบมือกันสนั่นไหวคือ คำพูดที่ กล่าวว่า ที่มหาวิทยาลัยของอินเดียแห่งนี้ สิ่งที่สำคัญคือให้เรียนฟรี จึงมีผลทำให้อัตราการแข่งขันสูง ไร้ระบบอุปถัมภ์ในการฝากเข้าเรียน เขามีอำนาจในการกำหนดรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่เน้นทั้งด้านสติปัญญาและความมีคุณธรรมในระดับสูง พร้อมทั้งส่งเสริมให้มีความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคม โดยนักศึกษาทุกคนต้องมีส่วนร่วมกิจกรรมรับใช้ชุมชนหรือหมู่บ้านต่างๆ เช่น การดูแลสุขภาพ สนับสนุนอาหาร การซ่อมแซมบ้านเรือน ดังเช่นอาชีวะอาสาของไทย และจากการที่ได้พบเห็นมาตนจึงมีแรงบันดาลใจที่จะตั้งมหาวิทยาลัยรูปแบบเดียวกับอินเดียในประเทศไทย เพื่อผลิตผู้นำที่ดีให้กับประเทศ และเพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ดีของมหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่สามารถนำแนวคิดของมหาวิทยาลัยในอินเดียไปปรับใช้ตามบริบทที่เหมาะสมได้

และทั้งหมดนี้ คือ ส่วนหนึ่งของ ผู้บริหารประเทศในขณะนี้ควรทำเป็นที่สุดจากอำนาจในการปกครองที่ท่านมีอยู่ในเวลานี้ เพราะหากไม่ใช่ท่านแล้ว ก็คงมองไม่เห็นว่า อนาคตจะมีผู้ปกครองประเทศคนใดกล้าที่จะออกมาปฏิรูปบ้านเมืองได้เช่นทุกวันนี้

 

ที่มา: http://www.naewna.com และเว็บไซต์ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ตามไปดูการศึกษานอกหลักสูตร : แนวคิดของ รมช.กระทรวงศึกษา ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน , , ตามไปดูการศึกษานอกหลักสูตร , : , แนวคิดของ , รมช.กระทรวงศึกษา , ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
"สมคิด"เยี่ยม ศธ.ปลื้มเดินหน้าทำ Bigdata ชี้ผู้บริหารต้องเข้มแข็งเสนอเรื่องที่มีประโยชน์ ไม่ใช่ใช้เวลาส่วนใหญ่เอาใจรัฐมนตรี☕ 23 พ.ค. 2562
"สมคิด"เยี่ยม ศธ.ปลื้มเดินหน้าทำ Bigdata ชี้ผู้บริหารต้องเข้มแข็งเสนอเรื่องที่มีประโยชน์ ไม่ใช่ใช้เวลาส่วนใหญ่เอาใจรัฐมนตรี
เปิดอ่าน 823 ครั้ง
"สมคิด"ชูการศึกษาสร้างคนคุณภาพมีคาแรคเตอร์☕ 23 พ.ค. 2562
"สมคิด"ชูการศึกษาสร้างคนคุณภาพมีคาแรคเตอร์
เปิดอ่าน 1,060 ครั้ง
"สุเทพ"จับงานแรก แก้ปัญหา "สังคมก้มหน้า"เด็กนักเรียน☕ 22 พ.ค. 2562
"สุเทพ"จับงานแรก แก้ปัญหา "สังคมก้มหน้า"เด็กนักเรียน
เปิดอ่าน 4,851 ครั้ง
สพฐ.แจก 1 ล้าน ทุกเขตพื้นที่ ยกระดับคุณภาพการศึกษา☕ 22 พ.ค. 2562
สพฐ.แจก 1 ล้าน ทุกเขตพื้นที่ ยกระดับคุณภาพการศึกษา
เปิดอ่าน 3,362 ครั้ง
ห่วงแบ่งกลุ่มโรงเรียนรับเด็กยิ่งเหลื่อมล้ำ☕ 22 พ.ค. 2562
ห่วงแบ่งกลุ่มโรงเรียนรับเด็กยิ่งเหลื่อมล้ำ
เปิดอ่าน 1,484 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ภาษาฝรั่งเศสภาษาฝรั่งเศส
เปิดอ่าน 12,270 ครั้ง
ขับรถอย่างฉลาด ปลอดภัย และประหยัดน้ำมัน ขับรถอย่างฉลาด ปลอดภัย และประหยัดน้ำมัน
เปิดอ่าน 6,924 ครั้ง
"สธ."เตือนอย่าให้เด็กกิน "คลอโรฟิลล์""สธ."เตือนอย่าให้เด็กกิน "คลอโรฟิลล์"
เปิดอ่าน 17,594 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษา คือ รากฐานของการปฏิรูปประเทศ โดย รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ปฏิรูปการศึกษา คือ รากฐานของการปฏิรูปประเทศ โดย รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์
เปิดอ่าน 7,028 ครั้ง
ทดสอบความทนทาน"ไอโฟน 5" พัง-ไม่พัง แตก-ไม่แตกทดสอบความทนทาน"ไอโฟน 5" พัง-ไม่พัง แตก-ไม่แตก
เปิดอ่าน 5,133 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม