ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > ผลประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก กระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 7/2559 วันที่ 6 กรกฎาคม 2559

ผลประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก กระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 7/2559 วันที่ 6 กรกฎาคม 2559

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 7 ก.ค. 2559 เปิดอ่าน : 8,979 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ผลประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก กระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 7/2559 วันที่ 6 กรกฎาคม 2559

Advertisement

ศึกษาธิการ - พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ครั้งที่ 7/2559 เมื่อวันพุธที่ 6 กรกฎาคม 2559 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ โดยมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งผู้บริหารฝ่ายการเมือง และผู้บริหารระดับสูงขององค์กรหลักและหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมประชุม

 

เรื่องในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้นำเรื่องจากการประชุมคณะรัฐมนตรี มาแจ้งให้ที่ประชุมองค์กรหลักได้รับทราบในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ เช่น

  • การจัดทำคลิปวีดิทัศน์สั้นๆ ของหน่วยงานต่างๆ ให้น่าสนใจต่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
  • การวางแผนประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0) หรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจ ไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Value-Based Economy) ซึ่งได้ฝากให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ไปวางแผนการจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) และเป้าหมายในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล
  • โครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ให้สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) พิจารณารวบรวมการจัดทำโครงการหรือการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี โดยขอให้ดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสมพระเกียรติ
  • การดำเนินการต่อยอดนโยบาย Boot Camp ครูผู้สอนภาษาอังกฤษ ซึ่งจะขยายการอบรมครูในภูมิภาค 4 ศูนย์ทั่วประเทศในเทอมหน้า โดยขอให้ชี้แจงความก้าวหน้าให้สาธารณชนรับทราบด้วย
  • การแจกจ่ายมติคณะรัฐมนตรีภายหลังการประชุม โดยขอให้ สป. และสำนักงานรัฐมนตรี (สร.) วางระบบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบมติ ครม. โดยเร็ว เพื่อเร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป


ความก้าวหน้าการขับเคลื่อนงานตามนโยบายขององค์กรหลักและหน่วยงานต่าง ๆ

1) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

  • การเสริมสร้างรายได้ผู้เรียนอาชีวศึกษาให้มากขึ้น ที่ประชุมได้หารือแนวทางการเสริมสร้างรายได้ให้แก่ผู้เรียนอาชีวศึกษา ซึ่งที่ผ่านมานอกเหนือจากรายได้ที่ได้รับจากการฝึกงานในระบบทวิภาคีแล้ว ยังมีรายได้อื่น ๆ แต่อาจจะยังไม่ถูกกฎระเบียบมากนัก เช่น รับจัดงานเลี้ยง เปิดร้านกาแฟภายนอกสถานศึกษา ฯลฯ โดยเจตนารมณ์ของ รมว.ศึกษาธิการ ต้องการให้เด็กอาชีวะมีรายได้จากการรับงานภายนอกได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวศึกษา และเป็นการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานด้วย จึงเห็นว่าควรวางระบบให้มีการพัฒนาทักษะฝีมือผู้เรียนอาชีวะ การปรับตารางเวลาเรียน ฯลฯ ให้เด็กสามารถทำงานนอกเวลาเรียนหรือวันหยุดราชการได้ โดยจะนำเรื่องรายได้เหล่านี้ไปหารือกับกรมบัญชีกลางต่อไป
  • การวางแผนจัดสอบครูผู้สอน ขอให้ สอศ. ได้วางแผนพัฒนาครูผู้สอนในสังกัด เช่นเดียวกับนโยบายการจัดสอบครูวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ชั้น ม.3 ซึ่งจะเริ่มในเดือนมีนาคม 2560 โดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกันจัดสอบเพื่อให้ครูได้รับการส่งเสริมพัฒนาตามความต้องการจำเป็น โดยไม่ได้นำคะแนนไปอบรมพัฒนาเท่านั้น แต่จะแยกพิจารณาเป็นรายคน เช่น ครูคนนี้เก่งฟิสิกส์ อ่อนชีววิทยา ก็จะได้เติมเต็มครูในส่วนที่ขาด เป็นต้น ซึ่งโดยหลักการพัฒนาครู จำเป็นจะต้องดูเรื่องที่สอดคล้องกับความต้องการของครูด้วย

2) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)

  • การใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา เมื่อข่าวนี้เผยแพร่ออกไป สถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ที่มีปัญหา รวมทั้งมหาวิทยาลัยทั่วไป ได้ให้ความสำคัญในเรื่องธรรมาภิบาลมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ปัญหาเกิดจาก 3 เรื่อง คือ การพิจารณาหลักสูตร สภามหาวิทยาลัยกับฝ่ายบริหาร และบุคลากรกับฝ่ายบริหาร
  • การจัดสอบ TU-STAR (TU Standardized Test of Aptitude Requirement) โดย สกอ.ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบการจัดสอบดังกล่าว ซึ่งเป็นระบบการทดสอบแบบใหม่เพื่อการรับตรงของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีโครงสร้างการสอบ 3 ส่วนหลัก คือ 1) ทักษะและความพร้อมสำหรับอุดมศึกษา (Aptitude for Higher Education) 2) ความรู้ทางวิชาการระดับมัธยมศึกษา (Academic Performance) 3) ความถนัดทางวิชาชีพ (Aptitude for Specific Professions) ผลคะแนนสอบ TU-STAR มีอายุ 2 ปี นับแต่วันที่สอบ โดยกำหนดจัดสอบ 8 ครั้งต่อปีการศึกษา สอบครั้งแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งมีจำนวนผู้สมัครสอบรวมทั้งสิ้น 20,602 คน

- ประเด็นนี้ รมว.ศึกษาธิการ เห็นว่าแนวคิดของนโยบายการศึกษาของรัฐบาล คือ ต้องการลดภาระของผู้เรียน สร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้กับเด็กยากจนหรือด้อยโอกาส ซึ่งการเปิดสอบกรณีนี้ ทำให้เด็กมีรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องรับฟังแนวคิดของสถาบันอุดมศึกษาด้วย จึงขอให้ สกอ.เชิญสถาบันอุดมศึกษาที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาหารือเพื่อรับฟังแนวคิด เหตุผลความจำเป็น เพื่อจะได้รับทราบแนวทางที่หลากหลายและวิธีที่ดีที่สุดที่จะตอบโจทย์จากทุกฝ่ายทั้งในส่วนของสถาบันอุดมศึกษาและเด็กนักเรียน

3) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)

การจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.2560-2574) สกศ.รายงานว่าขณะนี้ได้ดำเนินการตามปฏิทินตามข้อแนะนำของสภาการศึกษา ซึ่งสัปดาห์นี้จะได้รวบรวมรายละเอียดข้อคิดเห็นต่าง ๆ จากกรรมการสภาการศึกษาชุดเดิมก่อนที่จะหมดวาระ เพื่อนำมาจัดทำ (ร่าง) แผนการศึกษาแห่งชาติให้เสร็จสิ้น เพื่อนำเสนอ รมว.ศึกษาธิการ และให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

4) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

  • การซ่อมแซมบ้านพักครูที่ชำรุดทรุดโทรม สพฐ.รายงานความก้าวหน้าการซ่อมแซมบ้านพักครูที่ชำรุดทรุดโทรมทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 13,000 หลัง จากจำนวนบ้านพักครูทั้งหมดทั่วประเทศที่มีอยู่กว่า 40,000 หลัง ในจำนวนนี้ได้ซ่อมเสร็จไปแล้วกว่า 2,300 หลัง ส่วนที่เหลือ สพฐ.ได้ตั้งงบประมาณซ่อมแซมให้เสร็จสิ้นในปี 2560 ไว้แล้วจำนวน 1,395 ล้านบาท ส่วนงบประมาณปี 2561 จำนวน 695 ล้านบาท อาจจะต้องเสนอขอแปรญัตติการใช้จ่ายงบประมาณต่อไป
  • การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก สพฐ.ได้นำเรื่องนี้ไปหารือในที่ประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัด 77 จังหวัดทั่วประเทศ พบว่าขณะนี้มีโรงเรียนขนาดเล็ก (จำนวนนักเรียนต่ำกว่า 120 คน) จำนวนทั้งสิ้น 15,537 โรงเรียน โดยแบ่งโรงเรียนออกเป็นกลุ่มตามความจำเป็นในการบริหารจัดการ เช่น กลุ่มที่มีคุณภาพสูง ซึ่งต้องดำเนินการต่อไปเพราะเป็นที่ยอมรับของชุมชน 30 โรงเรียน กลุ่มที่คงสภาพอยู่ เพราะตั้งอยู่ในถิ่นทุรกันดารหรือพื้นที่สูง 336 โรงเรียน กลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลเกิน 6 กิโลเมตรกับโรงเรียนอื่น ซึ่งอาจทำให้เด็กเดินทางไปเรียนลำบากหากไม่มีโรงเรียนเหล่านี้ตั้งอยู่ 3,295 โรงเรียน รวมโรงเรียนที่ต้องคงสภาพอยู่จำนวนทั้งสิ้น 3,661 โรงเรียน ส่วนโรงเรียนที่จำเป็นต้องบริหารจัดการในขณะนี้มีจำนวน 10,976 โรงเรียน ในจำนวนนี้มีโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 20 คน จำนวน 1,050 โรงเรียน ซึ่งต้องพิจารณาบริหารจัดการก่อนเป็นลำดับแรก โดยแนวทางการบริหารจัดการต้องสนับสนุนความต้องการของชุมชน และไม่เกิดความขัดแย้งกับชุมชน
  • การบริหารจัดการโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา รมว.ศึกษาธิการ เห็นว่ามีโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นที่เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา (ตั้งขึ้นมาในขณะที่สังกัด สปช.) หลายแห่งที่ตั้งอยู่ติดกับโรงเรียนมัธยมศึกษา ส่งผลให้โรงเรียนขยายโอกาสฯ หลายแห่งมีจำนวนนักเรียนเหลือน้อยลงมากขึ้นทุกปี ประกอบกับจำนวนเด็กเกิดลดลง จึงควรพิจารณาหาแนวทางบริหารจัดการเพื่อให้เกิดคุณภาพต่อนักเรียนมากขึ้น
  • การศึกษาเด็กปฐมวัย ปัจจุบันการรับเด็กเข้าเรียนอนุบาลทั้งสถานศึกษาเอกชนหรือรัฐบาล แม้จะใช้เกณฑ์การนับอายุเหมือนกัน แต่สถานศึกษาเอกชนจัดเป็น 3 ระดับชั้น คือ ระดับอนุบาลปีที่ 1 ระดับอนุบาลปีที่ 2 และระดับอนุบาลปีที่ 3 แต่สถานศึกษาของรัฐมี 2 ระดับ คือ ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 และระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 จึงขอให้ สพฐ.ไปพิจารณาหารือเพื่อจัดระบบการศึกษาให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน หรืออาจศึกษาแนวคิดหลักในการจัดการศึกษาของต่างประเทศว่าเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ทั้งนี้ รมว.ศึกษาธิการเห็นว่าเด็กปฐมวัยเป็นวัยที่ต้องได้รับการพัฒนาสูงสุด ในขณะที่เงินรายหัวมีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด ในขณะเดียวกันขอให้มีการอบรมพัฒนาและพิจารณาสัดส่วนครูผู้สอนเด็กปฐมวัยในปัจจุบันซึ่งมีจำนวนประมาณ 9,000 คนให้เหมาะสม ซึ่งจะต้องวางแผนพัฒนาให้เป็น Demand Side และพิจารณาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงมหาดไทยในการดูตัวเลขอัตราการเกิดของประชากรไทยประกอบด้วย
  • เด็กออกกลางคัน ในการประชุมศึกษาธิการจังหวัด 77 จังหวัดทั่วประเทศ เห็นพ้องร่วมกันว่าจะนำ "สตูลโมเดล" เป็นแนวทางดำเนินการ โดย รมว.ศึกษาธิการ ย้ำว่าจะต้องนำไปพิจารณาให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของแต่ละจังหวัดด้วย

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.)

  • การแก้ไขหลักเกณฑ์ฯ นำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น ตำแหน่งครูผู้ช่วย สพฐ. โดยได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบว่า ได้ยกเลิกการกำหนดวิธีการสอบข้อเขียนแบบปรนัยและการสอบสัมภาษณ์แล้ว และให้ กศจ.พิจารณาดำเนินการได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความโปร่งใส เป็นธรรม และเสมอภาค ทั้งนี้ อายุการขึ้นบัญชีให้มีอายุบัญชีเท่าเดิม
  • การบริหารงานบุคคลของ กศจ. ซึ่งเห็นชอบให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ดำเนินการสรรหากรรมการใน กศจ. ในส่วนของผู้แทนครูในท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนภาคประชาชนในท้องถิ่นให้เสร็จสิ้นภายใน 45 วัน
  • การสรรหาผู้อำนวยการสถานศึกษา ได้หารือในประเด็นนี้อย่างกว้างขวาง เช่น ความเหมาะสมคุณสมบัติ วิธีการที่จะเข้าสู่ตำแหน่ง ปัญหาที่ผู้บริหารทิ้งภาระเอาไว้ที่สถานศึกษาเมื่อย้ายออกไป วุฒิภาวะ ความรู้ความสามารถ คุณธรรมจริยธรรม ภาวะผู้นำ ฯลฯ ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการ ย้ำว่าการจะปรับปรุงหลักเกณฑ์แก้ไขใดๆ โดยหลักการจะต้องรับฟังความเห็นและการยอมรับร่วมกันของ Stakeholder ก่อน

สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.)

  • การส่งเสริมการอ่านหนังสือของประชาชน ให้สำนักงาน กศน.เดินหน้าเต็มตัวในเรื่องนี้ เพราะเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยให้พิจารณาวางแผนขับเคลื่อนการทำงาน และนำเสนอ รมว.ศึกษาธิการ โดยเร็ว
  • การยกระดับการศึกษาสำหรับพนักงานรักษาความปลอดภัย 270,000 คน ซึ่งจะมีทั้งส่วนของการพัฒนายกระดับการศึกษาและการเทียบโอนการศึกษา

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)

  • การจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนเอกชน ซึ่ง สช.ได้รายงานว่ามีโรงเรียนเอกชนเข้าร่วมโครงการแล้ว 35 โรงเรียน โดย สช.จะสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งในการอบรมพัฒนาครู
  • การจัดสอบครูผู้สอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ชั้น ม.3 โดย สช.พร้อมที่จะดำเนินการตามนโยบายนี้ร่วมกับ สพฐ. และ สสวท. ต่อไป

สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.)

  • การสร้างความเข้าใจในการพิจารณาเรื่องร้องเรียนของนิติกร ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเสนอให้นิติกรทั้งกระทรวงได้มาประชุมหารือร่วมกัน เพื่อพิจารณาถึงมาตรฐาน จรรยาบรรณ การดูแลคดีความของงานนิติการ เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าในการพิจารณาคดีต่าง ๆ ที่ค้างอยู่เป็นจำนวนมากในกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการ เห็นด้วยและขอให้สร้างความเข้าใจในการพิจารณาร่วมกัน ส่วนบางงานอาจต้องดำเนินการในรูปแบบ Task Force

 

 

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน/ถ่ายภาพ
6/7/2559 

 

ที่มา กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 6 กรกฎาคม 2559

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ผลประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก กระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 7/2559 วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 , , ผลประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก , กระทรวงศึกษาธิการ , ครั้งที่ , 7 , 2559 , วันที่ , 6 , กรกฎาคม , 2559 << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ยุทธศาสตร์พัฒนาเด็กปฐมวัย☕ คลิกอ่านเลย
ยุทธศาสตร์พัฒนาเด็กปฐมวัย
เปิดอ่าน 6,660 ครั้ง
พ.ร.บ.เงินเดือนฯ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผ่าน 3 วาระรวด☕ คลิกอ่านเลย
พ.ร.บ.เงินเดือนฯ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผ่าน 3 วาระรวด
เปิดอ่าน 26,653 ครั้ง
มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ☕ คลิกอ่านเลย
มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 11,470 ครั้ง
มติ ครม. 18 มิถุนายน 2556 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ☕ คลิกอ่านเลย
มติ ครม. 18 มิถุนายน 2556 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 6,778 ครั้ง
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ  3/2558☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 3/2558
เปิดอ่าน 7,353 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

คืนผิวหน้าสวยด้วยฟักทองคืนผิวหน้าสวยด้วยฟักทอง
เปิดอ่าน 10,974 ครั้ง
ฟินแลนด์ vs ไทย อะไรคือกุญแจแห่งความสำเร็จทางการศึกษาฟินแลนด์ vs ไทย อะไรคือกุญแจแห่งความสำเร็จทางการศึกษา
เปิดอ่าน 12,203 ครั้ง
ชาวเน็ตควรรู้ไว้ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มีผล 4 ส.ค. แชร์ภาพผู้อื่นต้องระวังให้ดีชาวเน็ตควรรู้ไว้ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มีผล 4 ส.ค. แชร์ภาพผู้อื่นต้องระวังให้ดี
เปิดอ่าน 8,621 ครั้ง
เลิกโทษเด็กนักเรียนได้ไหม? คอลัมน์สุจิตต์ วงษ์เทศเลิกโทษเด็กนักเรียนได้ไหม? คอลัมน์สุจิตต์ วงษ์เทศ
เปิดอ่าน 26,364 ครั้ง
ทำงานเกินกำลัง...ทำให้ป่วยทำงานเกินกำลัง...ทำให้ป่วย
เปิดอ่าน 6,908 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ