ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ผลักดันการศึกษา 4.0 กูรูแนะเด็กไทยเร่งผลิตนวัตกรรม

✎ ผลักดันการศึกษา 4.0 กูรูแนะเด็กไทยเร่งผลิตนวัตกรรม

+โพสต์เมื่อวันที่ : 15 ก.พ. 2560 เปิดอ่าน : 17,420 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ผลักดันการศึกษา 4.0 กูรูแนะเด็กไทยเร่งผลิตนวัตกรรม

Advertisement

การนำประเทศไทยก้าวสู่ยุค 4.0 มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเตรียมคนให้พร้อม ซึ่งแน่นอนว่าต้องย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของการสร้างคนนั่นคือ การศึกษา ที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เป็นการศึกษา 4.0 ด้วย

วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จึงร่วมกับ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา และศูนย์หนังสือจุฬาฯ จัดเสวนาเรื่อง "การศึกษา 4.0 เป็นยิ่งกว่าการศึกษา" โดยมี รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีกิตติคุณ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์, ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา และ ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ อาจารย์อาวุโส วิทยาลัยครุศาสตร์ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นวิทยากรในการประมวลแนวคิดแนวปฏิบัติ และทิศทางการดำเนินงานของการศึกษา 4.0 ในประเทศไทย

 

หวังลดความเหลื่อมล้ำ

"รศ.ดร.วรากรณ์" ให้ข้อมูลว่า ไทยแลนด์ 4.0 เป็นโมเดลพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ต้องการสื่อให้เห็นว่าประเทศกำลังก้าวสู่เศรษฐกิจแบบใหม่ที่ทำให้มีรายได้ต่อหัวสูงให้เกิดขึ้นภายใน5-6ปีดังนั้นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจให้กลายเป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ด้วยการเร่งพัฒนาวิทยาการ ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรม แล้วต่อยอดสู่กลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเป้าหมาย

"คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าการศึกษา 4.0 คือการศึกษาที่ทันสมัย หรือหากมองในมิติของการพัฒนาคนคือการสร้างคนให้มีสมรรถนะ มีแคแร็กเตอร์ และคุณสมบัติอื่น ๆ สอดรับกับศตวรรษที่ 21 ผมจึงอยากให้มองในแง่ของการพัฒนาคนให้มีคุณภาพมากกว่าการผลิตคนออกมาเป็นวัตถุดิบทางเศรษฐกิจ"

อาจกล่าวได้ว่าสังคมต้องมองถึงความหมายของการศึกษา4.0ในภาพกว้างว่าสามารถเป็นเครื่องมือปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมเพื่อสร้างคนที่มีคุณภาพ และสามารถอยู่ดีกินดีได้ ซึ่งทำให้เกิดความสมดุลในการเปลี่ยนแปลงทางสังคม หากการศึกษาสามารถแก้ปัญหาสังคมได้ จะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้การศึกษา 4.0 เป็นมากกว่าการศึกษา

ตั้งโจทย์พัฒนาประเทศ

ขณะที่ฝั่งของผู้เกี่ยวข้องกับนโยบายการศึกษา"ดร.กมล"กล่าวว่าได้นำเรื่องไทยแลนด์4.0 มาเป็นตัวตั้งในการวางแผนยุทธศาสตร์ ซึ่งแบ่งเป็น 2 มิติ คือ แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี และภารกิจเร่งด่วนที่เกี่ยวข้องกับ 5 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ 1) คนที่มีความสามารถพิเศษ (Gifted) ผลักดันให้เกิดการสร้างผลิตภาพและนวัตกรรมใหม่ ๆ 2) อาชีวศึกษาต้องพัฒนาคนกลุ่มนี้ให้มีทักษะที่สามารถทำงานจริงได้ทันที และสอดรับกับคุณลักษณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมต้องการ

3) มหาวิทยาลัย ต้องมีการวิจัยและพัฒนา สร้างคนที่มีคุณภาพ และผลิตงานวิจัยที่สร้างประโยชน์สู่การสร้างประเทศไทยในยุคของนวัตกรรม 4) ผู้สูงอายุ คนกลุ่มนี้ยังสามารถใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์มาพัฒนาประเทศ และต้องดูแลตัวเองให้ได้ ซึ่งในต่างประเทศมีหลายหลักสูตรสำหรับสนับสนุนผู้สูงอายุให้มีความรู้ความสามารถ และอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ และ 5) แรงงานขั้นต่ำ รัฐต้องยกระดับสมรรถนะ และฝีมือแรงงานคนกลุ่มนี้ให้มีคุณภาพ

"กลุ่ม Gifted เรามีการจัดระบบข้อมูลผู้มีความสามารถพิเศษ และนำพวกเขามาอบรม พัฒนาให้มีขีดความสามารถขั้นสูง แล้วมอบหมายโครงงานสร้างนวัตกรรมตามความต้องการของประเทศ พร้อมจัดระบบสนับสนุนอย่างชัดเจน ส่วนกลุ่มอาชีวะจะเปิดหลักสูตรที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน เน้นการเรียนรู้ที่นำไปสู่การเป็นผู้ประกอบการ และผู้ปฏิบัติงานในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นฐานผลิตใหม่ของประเทศ"

สำหรับกลุ่มมหาวิทยาลัย "ดร.กมล" บอกว่า ได้มีการวางไว้ว่าให้มหาวิทยาลัยหาจุดเด่นของตัวเอง เพื่อเป็นแกนกลางในการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยมหาวิทยาลัยต้องเตรียมความพร้อม และรับผิดชอบความต้องการของพื้นที่นั้น ๆ ในการพัฒนาจังหวัดให้มีประสิทธิภาพและเข้มแข็ง

กระตุ้นผู้เรียนสร้างผลผลิต

ในมุมมองของ"ศ.ดร.ไพฑูรย์"ได้แนะนำสถานศึกษาถึงการศึกษา4.0ว่าควรเน้นให้เด็กเติบโตตามศักยภาพ และสามารถสร้างผลผลิต หรือแนวคิดที่เกิดประโยชน์เชิงนวัตกรรม ซึ่งการศึกษาของไทยต้องเป็นการสอนให้เด็กมีความรู้และความเข้าใจ สามารถวิเคราะห์ได้และทำงานเป็น โดยเด็กแต่ละคนควรสร้างผลผลิตให้ได้ตามความเหมาะสมกับระดับการเรียนรู้ของเขาผ่านกระบวนการสืบค้นหรือวิจัยแล้วเกิดการปฏิบัติที่นำไปสู่การสร้างผลผลิตออกมาใช้ประโยชน์อันเป็นจุดเริ่มต้นของการมีนวัตกรรมใหม่ๆ

"เราต้องให้โอกาสเด็กได้พิจารณาดูว่าสิ่งที่เขาเห็นนั้นจะสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ได้อย่างไร โดยต้องเสริมสร้างหลักการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงมี Productive Mind ที่เด็กสามารถเรียนรู้กระบวนการสร้างงาน เพราะการทำให้เกิดการศึกษา 4.0 แนวทางสำคัญคือการเตรียมคน ครูจึงต้องผลักดันให้เด็กได้คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ เริ่มด้วยการสำรวจตัวเอง เรียนรู้ และสร้างผลผลิต"

"ศ.ดร.ไพฑูรย์" เสนอว่าผู้สอนต้องเปลี่ยน Mindset ว่าการศึกษาไม่ใช่การเรียนเพื่อให้เด็กสอบได้คะแนนสูง เพราะเป็นกรอบความคิดที่ทำให้เด็กอยู่ในที่จำกัด โดยต้องเปิดโอกาสให้เด็กมีเสรีภาพในการแสดงออกตามความถนัดของตัวเอง แล้วครูต้องส่งเสริมศักยภาพนั้น ๆ อันนำไปสู่การสร้างผลผลิต ทั้งนั้น ผู้สอนต้องสร้างให้เด็กวิเคราะห์ สร้างสรรค์ และมีความรับผิดชอบต่อสังคมไปพร้อมกันด้วย

จึงจะทำให้การศึกษาไทยก้าวสู่ยุค 4.0 อย่างแท้จริง

 

ขอบคุณที่มาจาก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 15 ก.พ. 2560

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ผลักดันการศึกษา 4.0 กูรูแนะเด็กไทยเร่งผลิตนวัตกรรม , , ผลักดันการศึกษา , 4.0 , กูรูแนะเด็กไทยเร่งผลิตนวัตกรรม << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
ว่าด้วยหนังสืออนุญาตให้บุคคลประกอบวิชาชีพครู โดยไม่มีใบประกอบวิชาชีพ☕ 24 มี.ค. 2560
ว่าด้วยหนังสืออนุญาตให้บุคคลประกอบวิชาชีพครู โดยไม่มีใบประกอบวิชาชีพ
เปิดอ่าน 12,788 ครั้ง
ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว1782 การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปี พ.ศ.2560☕ 24 มี.ค. 2560
ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว1782 การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปี พ.ศ.2560
เปิดอ่าน 12,125 ครั้ง
ได้เวลาสรรหาตัวจริง“บิ๊กสกสค.-คุรุสภา”☕ 24 มี.ค. 2560
ได้เวลาสรรหาตัวจริง“บิ๊กสกสค.-คุรุสภา”
เปิดอ่าน 4,614 ครั้ง
คุรุสภาชี้แจงกรณี กศจ. เปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตมีสิทธิสมัครสอบแข่งขันครูผู้ช่วยได้☕ 24 มี.ค. 2560
คุรุสภาชี้แจงกรณี กศจ. เปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตมีสิทธิสมัครสอบแข่งขันครูผู้ช่วยได้
เปิดอ่าน 25,303 ครั้ง
เลื่อนเงินเดือนครูฯเป็นเปอร์เซ็นต์เริ่ม 1 ตุลานี้☕ 24 มี.ค. 2560
เลื่อนเงินเดือนครูฯเป็นเปอร์เซ็นต์เริ่ม 1 ตุลานี้
เปิดอ่าน 75,376 ครั้ง

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เรียนรู้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แหล่งเรียนรู้ด้านสารสนเทศสภาฯ
เครื่องมือวัดอุตสาหกรรม

พระอุมา พระอุมา
เปิดอ่าน 8,748 ครั้ง
กาฬโรคปอด Pneumonic Plagueกาฬโรคปอด Pneumonic Plague
เปิดอ่าน 10,962 ครั้ง
"เด็กรุ่นใหม่" ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด?"เด็กรุ่นใหม่" ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด?
เปิดอ่าน 7,811 ครั้ง
มาตรฐานโทรศัพท์มือถือยุคที่ 3มาตรฐานโทรศัพท์มือถือยุคที่ 3
เปิดอ่าน 6,735 ครั้ง
เรื่องของคาราโอเกะเรื่องของคาราโอเกะ
เปิดอ่าน 21,036 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.

Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม