ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม > “เบญจมาศ วัยนิพิฐพงษ์” จากบัณฑิตจิตอาสาสู่ “แม่ครูของเด็กไร้รัฐ” บ่มเพาะคนดีคืนถิ่นด้วย “ความรู้” และ “ความเท่าเทียม”

✎ “เบญจมาศ วัยนิพิฐพงษ์” จากบัณฑิตจิตอาสาสู่ “แม่ครูของเด็กไร้รัฐ” บ่มเพาะคนดีคืนถิ่นด้วย “ความรู้” และ “ความเท่าเทียม”

+โพสต์เมื่อวันที่ : 8 มิ.ย. 2560 เปิดอ่าน : 6,440 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

“เบญจมาศ วัยนิพิฐพงษ์” จากบัณฑิตจิตอาสาสู่ “แม่ครูของเด็กไร้รัฐ” บ่มเพาะคนดีคืนถิ่นด้วย “ความรู้” และ “ความเท่าเทียม”

Advertisement

“ผู้ที่เป็นครูจะต้องถือเป็นหน้าที่อันดับแรก ที่จะต้องให้การศึกษา คือ สั่งสอนอบรมอนุชนให้ได้ผลแท้จริง ทั้งในด้านวิชาความรู้ ทั้งในด้านจิตใจ และความประพฤติ ทั้งต้องคิดว่างานที่แต่ละคนกำลังทำอยู่นี้คือความเป็นความตายของประเทศ เพราะอนุชนที่มีความรู้ความดีเท่านั้นที่จะรักษาชาติบ้านเมืองไว้ได้”
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เมื่อปีพุทธศักราช 2515 ที่เปรียบดั่งแสงเทียนนำทางของ “นางเบญจมาศ วัยนิพิธพงษ์” หรือ “ครูต้า” ผู้ที่ไม่เคยคิดอยากจะเป็นครู ได้กลายเป็นแม่พิมพ์เนื้อแท้ผู้ถ่ายทอดความรู้ในตำราและวิชาชีวิตให้แก่ลูกศิษย์มายาวนานถึง 30 ปี อีกทั้งยังได้ตั้งปณิธานไว้ว่า “โรงเรียนบ้านห้วยกบ” ณ อำเภอสังขละบุรีแห่งนี้ นอกจากจะเป็นโรงเรียนแห่งแรกในชีวิตความเป็นครู ที่นี่จะเป็นบ้านหลังสุดท้ายของครูต้าที่พร้อมจะบ่มเพาะเด็กด้อยโอกาสทุกชนชาติด้วยการศึกษาอย่างเท่าเทียมจนกว่าจะถึงวันเกษียณอายุราชการในอีก 8 ปีข้างหน้า

ย้อนไปปีพ.ศ.2529 โรงเรียนบ้านห้วยกบ ตั้งอยู่ชายแดนไทย-เมียนมา ไกลจากตัวเมืองกาญจนบุรีถึง 240 กิโลเมตร ด้วยความทุรกันดาร การคมนาคมที่ไม่สะดวก อีกทั้งมีการสู้รบของชนกลุ่มน้อย และการระบาดของไข้มาลาเรีย ส่งผลให้โรงเรียนเล็กๆ แห่งนี้ประสบกับความยากลำบากในการบริหารงานและการจัดการเรียนการสอน ปัญหาใหญ่คือการขาดแคลนครูมาตลอดนับตั้งแต่จัดตั้ง แต่ในที่สุดปีพ.ศ.2530 โรงเรียนก็ได้เปิดประตูต้อนรับ “ครูต้า” บัณฑิตไฟแรงจากคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งไม่เคยคิดอยากเป็นครู

“ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งเรียนจบมัธยมปลาย ไม่เคยมีความคิดอยากเป็นครูแม้แต่ครั้งเดียว เพราะจากที่ตนเองประสบมา ครูผู้ใหญ่บางคนมักสั่งให้บีบนวด หาผมขาว รูปร่างไม่คล่องตัว ส่วนครูหนุ่มสาวไฟแรงแต่งตัวสวยงาม ก็จะเปลี่ยนหมุนเวียนมาสอนแล้วย้ายจากไป บางท่านก็เหมือนมีภารกิจเร่งรีบตลอดเวลา ส่วนตัวจึงรู้สึกกลัวครู และเห็นว่าครูเป็นบุคคลที่ต้องเคารพไม่สามารถคุยเล่นด้วยได้ แต่ในช่วงที่เรียนปริญญาตรีได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมค่ายอาสาพัฒนามาโดยตลอด ก็พบว่าตนเองมีความสุขกับการช่วยสอนหนังสือให้เด็กด้อยโอกาสที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เมื่อเรียนจบจึงมุ่งมั่นสอบบรรจุเป็นข้าราชการครูได้เป็นผลสำเร็จ และเลือกมาสอนที่โรงเรียนบ้านห้วยกบทันที เพราะทราบว่าเป็นโรงเรียนชายแดนที่ขาดแคลนครู ทั้งที่ตนเองเป็นคนราชบุรี”

ครูต้าเล่าย้อนถึงบรรยากาศการสอนในปีแรกว่า เป็นช่วงที่ประสบความยากลำบากในทุกเรื่อง ในแต่ละวันจะได้ยินเสียงปืนสู้รบอยู่ตลอด ต้องรับประทานยาเม็ดใหญ่ป้องกันไข้มาลาเรีย นักเรียนก็เป็นเด็กไร้รัฐทั้งชาติพันธุ์กะเหรี่ยง มอญ และผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า ซึ่งล้วนแต่มีวิถีชีวิตประเพณีวัฒนธรรมที่หลากหลาย และเกือบทั้งหมดมาจากครอบครัวยากจน เพราะผู้ปกครองของเด็กส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้แรงงาน บางคนมีอาชีพหาของป่า ความยากลำบากที่อยู่เบื้องหน้าไม่ทำให้ท้อแท้ถอดใจ แต่กลับเป็นแรงผลักดันให้ครูต้ามุ่งมั่นในความครูยิ่งขึ้น โดยหลังจากที่สอนได้เพียง 3 ปี ครูต้าได้ลาศึกษาต่อที่คณะศิลปะศาสตร์ สาขาภาษาศาสตร์ วิชาเอกภาษาไทย ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “การใช้โครงสร้างภาษาไทยของเด็กกะเหรี่ยงโป” เพื่อหาหนทางแก้ปัญหาการใช้ภาษาไทยให้แก่เด็กๆ

“เด็กนักเรียนที่นี่มาจากหลากหลายชาติพันธุ์ ไม่ใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวัน ปัญหาเรื่องการสื่อสารจึงเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องรีบแก้ไขเป็นอันดับแรกๆ เพราะหากสื่อสารกันไม่ได้ เด็กก็จะไม่เข้าใจในสิ่งที่ครูสอน แต่ด้วยความที่ครูจบเอกภาษาไทย จึงมีเทคนิคการสอนและฝึกทักษะให้เด็กสามารถสื่อสารภาษาไทยได้ชัดเจนถูกต้องทั้งการอ่าน การเขียนและการพูด เพราะในที่สุดภาษาไทยจะเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองในวิชาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดยครูจะจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมให้แก่เด็กควบคู่ไปกับการปลูกฝังคุณธรรมที่เน้นการปฏิบัติจริงไปพร้อมๆ กัน”

เพื่อให้การศึกษาครอบคลุมถึงเด็กที่บ้านอยู่ไกลติดชายขอบและไม่สามารถไป-กลับโรงเรียนได้ใน 1 วัน ครูต้าจึงได้ผลักดันให้เกิด “ห้องเรียนสาขาบ้านปะไรโหนก” เพื่อแก้ปัญหาเด็กชั้นอนุบาลจนถึงประถมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งยังเป็นเด็กอายุน้อยที่ไม่สามารถอยู่บ้านพักในโรงเรียนได้เพราะยังเล็กและติดพ่อแม่ โดยให้ครูเดินทางข้ามภูเขาสูงชันไปสอนแทนการให้นักเรียนเดินลงมา ซึ่งปัจจุบันห้องเรียนสาขามีการจัดการศึกษาครบทุกระดับตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ถึง ป.6 ในขณะเดียวกันที่โรงเรียนยังได้จัดทำบ้านพักภายในโรงเรียนให้นักเรียนบ้านไกลได้อาศัยพักกินนอนโดยมีครูผลัดเปลี่ยนดูแลกันอย่างใกล้ชิด

“โอกาสทางการศึกษาจะช่วยให้ชีวิตของเด็กเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แต่ความยากจนคืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้เด็กหลายคนหมดโอกาสศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ครูจึงเบนเข็มให้เด็กได้มีทักษะในการดำรงชีวิตเพิ่ม โดยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาบ่มเพาะเด็กๆ ให้มีคุณลักษณะของการอยู่อย่างพอเพียง พร้อมฝึกสอนอาชีพให้เพิ่มเติม เช่น การทำเกษตรกรรม การทำไม้กวาดดอกหญ้า ฯลฯ ช่วยให้เด็กมีภูมิคุ้มกันชีวิต สามารถดำเนินชีวิตได้โดยไม่เป็นภาระสังคม และไม่ต้องระเหเร่ร่อนไปทำงานต่างถิ่น หรือถ้าเด็กคนใดมุ่งมั่นที่จะเรียนต่อแต่ครอบครัวยากจนไม่สนับสนุน ครูก็จะใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวส่งเสียให้เอง” ครูต้าอธิบาย

ด้วยจิตวิญญาณความเป็นครู ครูต้าได้ทุ่มเทชีวิตและจิตใจในการสอนทั้งด้านทฤษฎีและภาคปฏิบัติ อีกทั้งยังให้ความเมตตาศิษย์เปรียบเสมือนมารดาที่รักและดูแลเอาใจใส่ลูกอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน ไม่เลือกชนชาติ ศาสนา ด้วยความหวังว่าลูกศิษย์จะเป็นคนดี มีความรู้และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งการครองตน ครองคน และครองงานทั้งหมด ได้ปรากฏเป็นภาพชัดในสายตาของครูและลูกศิษย์หลายคน ในที่สุดแบบอย่างอันงดงามของครูต้า ได้นำพาศิษย์เก่าหลายคนกลับมาทำหน้าที่เรือจ้างลำใหม่เพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กรุ่นต่อไปเหมือนอย่างที่ตนเองเคยได้รับโอกาสนั้นมาก่อน

หนึ่งในนั้นคือ นายพอเจต จำปาทอง อายุ 33 ปี ศิษย์เก่าของโรงเรียนบ้านห้วยกบ ที่ปัจจุบันคือ “ครูเจต” ได้ถึงภาพประทับใจที่จำได้ไม่มีวันลืมว่า ครูต้าคือครูหญิงคนแรกที่ฝ่าฟันความลำบากเข้ามาสอนหนังสือให้กับตนเองและเพื่อนๆ ทุกๆ วันครูต้าจะมาถึงโรงเรียนเป็นคนแรกและกลับที่พักเป็นคนสุดท้าย ที่สำคัญคือครูต้าจะเป็นที่ปรึกษาให้กับลูกศิษย์ทุกคนไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องใดก็ตาม แต่หลังจากที่จบชั้นประถมศึกษาและได้เรียนต่อจนถึงระดับปริญญาตรีตนก็เลือกเรียนในสาขาวิชาช่างยนต์ และไม่ได้คิดว่าจะกลับมาเป็นครู

“ช่วงที่กำลังเรียนปริญญาตรีปี 3 เทอมที่ 2 ผมบังเอิญได้พบครูต้า ท่านนั่งอยู่ใต้ต้นไม้กำลังทานข้าวอยู่เงียบๆ ท่านกลางอากาศที่ร้อนมาก ซึ่งในวันนั้นครูต้าได้พาน้องๆ นักเรียนมาออกร้านจำหน่ายไม้กวาดเพื่อหารายได้พิเศษ ซึ่งจริงๆ ท่านแค่สอนหนังสืออย่างเดียวก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมาลำบากขนาดนี้ ผมจึงฉุกคิดได้ว่าท่านเป็นคนมาจากต่างถิ่นแต่กลับทุ่มเทพัฒนาลูกศิษย์อย่างเต็มที่ แล้วตนเองทำไมถึงไม่กลับไปทำประโยชน์ให้กับบ้านของตนเอง เมื่อคิดได้ดังนั้นหลังจากจบปริญญาตรีจึงได้เรียนต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพครู และกลับมาเป็นครูอัตราจ้างสอนที่สาขาปะไรโหนก และในที่สุดก็สอบบรรจุได้เป็นข้าราชครูกลับมาสอนเด็กๆ ที่บ้านห้วยกบตามที่ตั้งใจไว้ โดยมีครูต้าเป็นแบบอย่างที่ผมจะดำเนินรอยตามอย่างดีที่สุด” ครูเจตกล่าวความในใจ

ปัจจุบัน ครูต้า ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยกบมาได้ 2 ปีแล้ว ซึ่งเป้าหมายในการสอบคัดเลือกเป็นผู้บริหารนั้นไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แต่ครูต้ามีความคาดหวังสูงสุดว่า อายุราชการที่เหลือเพียง 8 ปีนับจากนี้ โรงเรียนบ้านห้วยกบจะได้รับการวางรากฐานและแนวทางการบริหารจัดการที่ดี รวมถึงแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมไว้เป็นเครื่องมือให้แก่ครูรุ่นหลังได้สืบสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกศิษย์ และในการที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นหนึ่งใน “ครูผู้สมควรได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี” ประจำปี 2560 นั้นนับเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลของตนเอง รวมถึงครูและเด็กๆ ทุกคนของโรงเรียนบ้านห้วยกบอย่างยิ่ง

“ตลอดชีวิตของการเป็นครูไปจนกว่าจะหมดลมหายใจ ครูจะบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่วงการศึกษาในทุกวิถีทางที่ทำได้ ด้วยการบ่มเพาะให้ลูกศิษย์เป็นคนดี ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รู้จักคิดและปฏิบัติอย่างพอประมาณ โดยเฉพาะเด็กไร้รัฐให้มีจิตสำนึกรักต่อแผ่นดินไทย กตัญญูรู้คุณแผ่นดินที่ตนได้อาศัยพร้อมส่งต่อแนวคิดและการปฏิบัตินี้ให้กับทุกคนในครอบครัวได้มีจิตสำนึกร่วมกัน” นางเบญจมาศกล่าว

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จากมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และ กระทรวงศึกษาธิการ นับเป็นรางวัลระดับนานาชาติเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระปรีชาด้านการศึกษา โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตตั้งนาม “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี” เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติครูผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ สร้างคุณประโยชน์ต่อการศึกษาในประเทศต่างๆ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และติมอร์ เลสเต รวม 11 ประเทศ ประเทศละ 1 รางวัล โดยจัดมอบรางวัลในทุก 2 ปี ซึ่งในปีนี้นับเป็นครั้งที่ 2 โดยจะพระราชทานรางวัลในวันที่ 11 ตุลาคม 2560
 

ขอบคุณข้อมูลจาก hommali.p@gmail.com

 

คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> “เบญจมาศ วัยนิพิฐพงษ์” จากบัณฑิตจิตอาสาสู่ “แม่ครูของเด็กไร้รัฐ” บ่มเพาะคนดีคืนถิ่นด้วย “ความรู้” และ “ความเท่าเทียม” , , “เบญจมาศ , วัยนิพิฐพงษ์” , จากบัณฑิตจิตอาสาสู่ , “แม่ครูของเด็กไร้รัฐ” , บ่มเพาะคนดีคืนถิ่นด้วย , “ความรู้” , และ , “ความเท่าเทียม” << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ประกาศผลสอบครู กทม.1/2557

ประกาศผลสอบครู กทม.1/2557
เปิดอ่าน 5,543 ครั้ง
คลิกอ่าน!
"ค่ายสู่่ฝันวันเป็นหมอ"

"ค่ายสู่่ฝันวันเป็นหมอ"
เปิดอ่าน 2,394 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
“จิรัฏฐ์ แจ่มสว่าง” ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีประจำปี 2560 เข้าใจเด็กและหัวใจของวิชา ใช้ “ไอซีที” พิชิตการเรียนรู้ไทยแลนด์ 4.0☕ คลิกอ่านเลย
“จิรัฏฐ์ แจ่มสว่าง” ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีประจำปี 2560 เข้าใจเด็กและหัวใจของวิชา ใช้ “ไอซีที” พิชิตการเรียนรู้ไทยแลนด์ 4.0
เปิดอ่าน 3,594 ครั้ง
“นฤมล แก้วสัมฤทธิ์” ครูผู้อุทิศตนเพื่อการศึกษาในผืนป่ามรดกโลก มุ่งมั่นสอนวิชา “ชีวิต” สร้าง “คนดี” นำความรู้กลับมาพัฒนาชุมชน☕ คลิกอ่านเลย
“นฤมล แก้วสัมฤทธิ์” ครูผู้อุทิศตนเพื่อการศึกษาในผืนป่ามรดกโลก มุ่งมั่นสอนวิชา “ชีวิต” สร้าง “คนดี” นำความรู้กลับมาพัฒนาชุมชน
เปิดอ่าน 908 ครั้ง
“สมจิตต์ ตีบกลาง” ครูผู้ใช้วิทยาศาสตร์สร้างโอกาสการเรียนรู้ พัฒนากระบวนการคิดผ่านโครงงาน-สู่การพัฒนาชุมชนท้องถิ่น☕ คลิกอ่านเลย
“สมจิตต์ ตีบกลาง” ครูผู้ใช้วิทยาศาสตร์สร้างโอกาสการเรียนรู้ พัฒนากระบวนการคิดผ่านโครงงาน-สู่การพัฒนาชุมชนท้องถิ่น
เปิดอ่าน 1,603 ครั้ง
ขอเชิญน้องๆ นักศึกษาระดับปริญญาตรี เข้าร่วมชิงทุนรางวัล ในโครงการ “อ่าน เขียน เรียนรู้ สู่งานวิจารณ์วรรณกรรม” ปีที่ 3 จำนวน 40 ทุน รวมมูลค่า 800,000 บ☕ คลิกอ่านเลย
ขอเชิญน้องๆ นักศึกษาระดับปริญญาตรี เข้าร่วมชิงทุนรางวัล ในโครงการ “อ่าน เขียน เรียนรู้ สู่งานวิจารณ์วรรณกรรม” ปีที่ 3 จำนวน 40 ทุน รวมมูลค่า 800,000 บ
เปิดอ่าน 456 ครั้ง
สพม.19 รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว 7 ตำแหน่ง 12 อัตรา☕ คลิกอ่านเลย
สพม.19 รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว 7 ตำแหน่ง 12 อัตรา
เปิดอ่าน 4,302 ครั้ง

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เครื่องมือวัดอุตสาหกรรม

กินหวานอย่างไรไม่อันตรายกินหวานอย่างไรไม่อันตราย
เปิดอ่าน 12,261 ครั้ง
การวัดระยะบนผิวทรงกลมการวัดระยะบนผิวทรงกลม
เปิดอ่าน 10,587 ครั้ง
แฉ! ภัยร้านซ่อมคอมพ์ที่คุณต้องรู้แฉ! ภัยร้านซ่อมคอมพ์ที่คุณต้องรู้
เปิดอ่าน 7,157 ครั้ง
ผักที่มีรูจากแมลงใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป...ผักที่มีรูจากแมลงใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป...
เปิดอ่าน 6,574 ครั้ง
วิธีทําให้ผมยาวเร็วขึ้นวิธีทําให้ผมยาวเร็วขึ้น
เปิดอ่าน 13,701 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.

    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม