ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ชู มข.แบบอย่างปฎิรูปการศึกษา

ชู มข.แบบอย่างปฎิรูปการศึกษา

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 24 เม.ย. 2561 เปิดอ่าน : 3,732 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ชู มข.แบบอย่างปฎิรูปการศึกษา

Advertisement

รมว.ศึกษาธิการ ย้ำแนวทางปฎิรูปการศึกษา ชูมหา’ลัยจอนแก่น แบบอย่างการปฎิรูปการศึกศาที่เห็นเป็นรูปธรรมจากการจัดโครงการ เปิดงาน Smart Learning Expo นวัตกรรมการศึกษา

วันนี้ (23 เม.ย) ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น (KICE) มหาวิทยาลัยขอนแก่น นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวบรรยายพิเศษตอนหนึ่งหัวข้อ “การปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อมุ่งสู่วิสัยทัศน์ THAILAND 4.0" ในงาน Smart Learning Expo ครั้งที่ 1 ว่า การปฎิรูปการศึกษาจะประสบความสำเร็จได้ต้องเกิดความร่วมมือจากหน่วยงานทุกภาคส่วนไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ซึ่งการปฎิรูปการศึกษาไม่ใช่เรื่องของจินตนาการหรือการปรับโครงสร้างแต่การปฎิรูปการศึกษาควรเป็นการนำข้อผิดพลาดของการศึกษาว่าอยู่ตรงจุดไหนแล้วมาช่วยกันแก้ไข และการปฎิรูปการศึกษาจะต้องทำในสิ่งที่ทำได้ไม่ใช่คิดแผนงานกันแบบลอยๆเหมือนนามธรรมจับต้องไม่ได้ ซึ่งที่สำคัญเมื่อปฎิรูปการศึกษาแล้วเราจะต้องมีการวัดและประเมินผลด้วยว่าสิ่งที่เราดำเนินการมาถูกทิศทางจนสามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาได้หรือไม่ ทั้งนี้ที่ผ่านมาการปฎิรูปการศึกษาของโลกก็เกิดวิกฤตเช่นกัน แต่การแก้ปัญหาของประเทศต่างๆจะต้องนำหน่วยงานภายนอกเข้ามาช่วยกระตุ้น โดยเฉพาะโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (พิซา) มาช่วยวัดทักษะและจัดลำดับคุณภาพการศึกษาของแต่ละโรงเรียนให้ ซึ่งศธ.ก็มีการทำเช่นนั้นควบคู่ไปกับการปฎิรูปการศึกษาจากภายในศธ.ไปด้วย เพราะการปฎิรูปการศึกษาจะต้องทำให้ประชาชนเห็นการเปลี่ยนแปลงว่าลูกหลานเข้าสู่ระบบการเรียนแล้วมีความสุขในห้องเรียนหรือไม่

“ที่ผ่านมาการปฎิรูปการศึกษาของเรามีแต่โครงการต่างๆและคำสั่งที่มาจากส่วนกลาง ดังนั้นเราจะใช้ขอนแก่นเป็นโมเดลสำคัญของการปฎิรูปการศึกษา เพราะมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดโครงการ KKU Smart Learning ขึ้น ซึ่งถือโครงการพัฒนาสมรรถนะนักเรียนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นการจัดห้องเรียนเทคโนโลยี เนื้อหาหลักสูตรแบบออนไลน์ คู่มือการจัดการเรียนสำหรับครู นำร่องระดับมัธยมศึกษาใน 3 วิชา ได้แก่ วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ซึ่งผมขอให้เพิ่มวิชาภาษาไทยเข้าไปด้วย ทั้งนี้ผมจะให้มีการขยายโครงการนี้ไปยังโรงเรียนมัธยมศึกษาระดับอื่นๆที่ด้อยโอกาส และในอนาคตจะต้องยกระดับไปทุกระดับชั้น ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค ซึ่งมหาวิทยาลัยอื่นๆควรนำไปศึกษา เพื่อพัฒนาให้เหมาะสมตามตามสภาพของโรงเรียนในแต่ละพื้นที่ด้วย ซึ่งถือว่ามหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นแบบอย่างของการปฎิรูปการศึกษามี่เป็นรูปธรรม เพราะนี่คือศาตร์แห่งการยกระดับคุณภาพการศึกษาที่หลากหลายคณะในมหาวิทยาลัยช่วยกันทำ ดังนั้นเราไม่จำเป็นจะต้องยึดติดกับคณะศึกษาศาตร์เพียงอย่างเดียว” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

ด้าน รศ.ดร.กิตติชัย. ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กล่าวว่า มข. โดยฝ่ายวิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยี และโครงการพัฒนาสมรรถนะนักเรียนระดับมัธยมศึกษาด้วยนวัตกรรม KKU Smart Learning ได้จัดงาน Smart Learning Expo ครั้งที่ 1 มหกรรมการเรียนรู้แบบสมาร์ท ครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งโครงการ KKU Smart Learning เริ่มต้นในปี 2560 เน้นการถ่ายทอดนวัตกรรมการเรียนการสอนที่เกิดจากการวิจัยของ อาจารย์มข.สู่การใช้จริงในพื้นที่ ซึ่งเน้นการพัฒนาความรู้นักเรียนในวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และส่งเสริมทักษะนวัตกรรมและการเรียนรู้ ทักษะด้านสื่อ สารสนเทศและเทคโนโลยี รวมทั้งทักษะด้านชีวิตและอาชีพ ทั้งนี้ หลักสำคัญของ KKU Smart Learning คือ ในการนำไปสู่สมรรถนะที่คาดหวัง ผู้เรียนจะต้องได้รับความรู้ในเนื้อหาของหลักสูตรในระดับชั้นที่เรียน ได้รับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้โดยผ่านกระบวนการเรียนการสอนที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ การเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านสื่อและเทคโนโลยี และชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมสอดคล้องกับเนื้อหา และสอดคล้องกับโปรแกรมการวัดสมรรถนะของพิซ่า ซึ่งเป็นจุดเด่นของ KKU Smart Learning ที่ช่วยให้ก้าวข้ามข้อจำกัดในด้านการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ ห้องปฏิบัติการ ห้องทดลอง โดยสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้แบบเสมือนจริง

นายกิตติชัย กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบัน มข.กำหนดดำเนินการโครงการ KKU Smart Learning ระยะเวลา 3 ปี โดยในปีแรก ปีการศึกษา 2560 มีเป้าหมายดำเนินงานเป็นชั้นม.1 ใน 45 โรงเรียน เขตจังหวัดขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม และกาฬสินธุ์ มีครูเข้าร่วมโครงการ 270 คน และนักเรียนจำนวน 6,000 คน ปีการศึกษา 2561 ขยายโครงการครบคลุม 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 195 โรงเรียน นักเรียน 31,200 คน และจนครบเป้าหมายโครงการจะมีครูเข้าร่วมโครงการ 4,050 คน นักเรียน 81,000 คน โดย มข.ได้มีการลงนามความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 19-33


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 23 เมษายน 2561

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ชู มข.แบบอย่างปฎิรูปการศึกษา , , ชู , มข.แบบอย่างปฎิรูปการศึกษา << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
"เสมา 1" เล็งสะกัดครูไม่ให้ก่อหนี้เกินหลักล้าน วางเพดานกู้ไม่เกิน 5เท่าของเงินเดือน☕ 27 ม.ค. 2563
"เสมา 1" เล็งสะกัดครูไม่ให้ก่อหนี้เกินหลักล้าน วางเพดานกู้ไม่เกิน 5เท่าของเงินเดือน
เปิดอ่าน 1,853 ครั้ง
ขีดเส้น! ก.พ.นี้เห็นทางแก้หนี้ครู☕ 27 ม.ค. 2563
ขีดเส้น! ก.พ.นี้เห็นทางแก้หนี้ครู
เปิดอ่าน 737 ครั้ง
กมว.กลับลำวางเกณฑ์คุมเข้ม ป.บัณฑิตแทนยกเลิก☕ 27 ม.ค. 2563
กมว.กลับลำวางเกณฑ์คุมเข้ม ป.บัณฑิตแทนยกเลิก
เปิดอ่าน 356 ครั้ง
ประธาน ชมรมผอ.สพท. พอใจแผนปรับโครงสร้างศธ. ☕ 27 ม.ค. 2563
ประธาน ชมรมผอ.สพท. พอใจแผนปรับโครงสร้างศธ.
เปิดอ่าน 681 ครั้ง
เด็กนักเรียนหนุนสอบ TGAT ลดการกวดวิชา☕ 27 ม.ค. 2563
เด็กนักเรียนหนุนสอบ TGAT ลดการกวดวิชา
เปิดอ่าน 134 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เหงื่อบอกโรคเหงื่อบอกโรค
เปิดอ่าน 8,618 ครั้ง
การใช้ลายมือชื่อผู้รับเงินด้วยลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ในใบเสร็จฯในการเบิกเงินสวัสดิการการศึกษาบุตรการใช้ลายมือชื่อผู้รับเงินด้วยลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ในใบเสร็จฯในการเบิกเงินสวัสดิการการศึกษาบุตร
เปิดอ่าน 17,526 ครั้ง
ชมย้อนหลังวอลเล่ย์บอลสาวไทยชนะญี่ปุ่น 3-1เซตเมื่อ 16ก.ย.56ชมย้อนหลังวอลเล่ย์บอลสาวไทยชนะญี่ปุ่น 3-1เซตเมื่อ 16ก.ย.56
เปิดอ่าน 9,391 ครั้ง
คลิปผู้โดยสารโวยเมล์ 156 รอนาน ปะทะ "กระเป๋าฮาเฮ" คลิปผู้โดยสารโวยเมล์ 156 รอนาน ปะทะ "กระเป๋าฮาเฮ"
เปิดอ่าน 10,468 ครั้ง
บอกเล่า"ปาฏิหาริย์" สมเด็จพระสังฆราชบอกเล่า"ปาฏิหาริย์" สมเด็จพระสังฆราช
เปิดอ่าน 14,617 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ