ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม > ปิดเทอมสร้างสรรค์ด้วย “นิทานสร้างสุข” ในโรงเรียนตาดีกา เรียนรู้และเข้าใจในความต่าง เสริมจินตนาการ-สร้างสันติภาพ

ปิดเทอมสร้างสรรค์ด้วย “นิทานสร้างสุข” ในโรงเรียนตาดีกา เรียนรู้และเข้าใจในความต่าง เสริมจินตนาการ-สร้างสันติภาพ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 22 ก.ค. 2561 เปิดอ่าน : 3,102 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ปิดเทอมสร้างสรรค์ด้วย “นิทานสร้างสุข” ในโรงเรียนตาดีกา เรียนรู้และเข้าใจในความต่าง เสริมจินตนาการ-สร้างสันติภาพ

Advertisement

เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีการดำเนินชีวิตและสภาพเศรษฐกิจของผู้คนในพื้นที่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบไปถึงเรื่องของสภาพจิตใจ การขาดโอกาสในการเรียนรู้ รวมไปถึงการขาดพื้นที่เพื่อทำกิจกรรมสร้างสรรค์ของเด็กๆ ในพื้นที่อีกด้วย
 
“กลุ่มลูกเหรียง” หรือ “สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้” ที่ทำงานด้านการปกป้อง คุ้มครองช่วยเหลือเยียวยาพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้มานานกว่า 15 ปี จึงใช้โอกาสในช่วงปิดเทอมเข้าไปเปิดพื้นที่การเรียนรู้ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างจิตนาการผ่านกิจกรรม “นิทานยุติความรุนแรงสัญจรในโรงเรียนตาดีกา” ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายกิจกรรมดีๆ ที่ถูกจัดขึ้นทั่วประเทศเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะชีวิตในด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้กิจกรรม “ปิดเทอมสร้างสรรค์” ที่ทาง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดขึ้น

 ภาพของเด็กๆ เกือบ 100 คนแต่งกายด้วยเสื้อภาษสีสันสดใสที่มายืนรอพี่ๆ อาสาสมัครจากกลุ่มลูกเหรียงอย่างใจจดใจจ่ออยู่ที่ โรงเรียนตาดีกาบ้านบานา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ยืนยันได้เป็นอย่างดีถึง “โอกาส” ที่พวกเขาไม่ค่อยได้รับ แม้ว่าภาษามลายูท้องถิ่นที่ถูกสื่อสารออกมาอาจจะฟังไม่เข้าใจสำหรับคนนอกพื้นที่ แต่สีหน้าและแววตา รวมถึงอากัปกิริยาของเด็กๆ ที่แสดงออกมานั้น สื่อให้เห็นได้ถึงความตื่นเต้นและดีใจที่เขาจะได้สัมผัสกับกิจกรรมสนุกๆ และเรื่องราวดีๆ จากนิทานต่างๆ ในไม่อีกอึดใจข้างหน้า

 

หลังจากพี่ๆ อาสาสมัครช่วยกันเปลี่ยนห้องเรียนให้กลายเป็นเวทีการแสดงขนาดย่อม การแสดงละครประกอบการเล่านิทานก็เริ่มต้นขึ้นโดยการใช้ภาษาไทยสลับกับภาษามลายูเพื่อสร้างความน่าสนใจควบคู่ไปกับการอธิบายความหมายให้เด็กๆ เกิดความเข้าใจมากขึ้น “มดน้อยกับช้างใหญ่” เป็นนิทานเรื่องแรกที่ถูกนำมาเล่าเป็นเรื่องราวของช้างเกเรเจ้าป่าที่ต้องยอมสยบกับการรวมพลังของเหล่ามดจนเกิดเป็นข้อตกลงของการอยู่รวมกันอย่างสันติสุขโดยไม่ใช้ความรุนแรง ต่อด้วยนิทานเรื่อง “เจ้าเป็ดกับเจ้าไก่สุขได้บนความหลากหลาย” ที่สอดแทรกให้เห็นคุณค่าและเคารพในความแตกต่างอย่างคนไทยพุทธและคนไทยมุสลิมที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขและ “นิทานเศรษฐกิจพอเพียง” ที่สอนให้เด็กๆ รู้จักกับความพอเพียงและความประหยัด เป็นต้น

นายสุไลมาน เจะอุบง ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาเด็กและเยาวชนกลุ่มลูกเหรียงเล่าว่า ลูกเหรียงเติบโตมาพร้อมกับการใช้นิทานเป็นเครื่องมือพัฒนาเด็กๆ ในพื้นที่ โดยมีนิทานเรื่องมดน้อยกับช้างใหญ่ ที่เด็กๆ ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงสร้างขึ้นมาจากความรู้สึกจริงๆ ของพวกเขา และผลลัพธ์ที่เขาอยากจะได้รับในชีวิตจริง ซึ่งคำตอบอยู่ในนิทานเรื่องนี้แล้ว คืออยากให้ทุกอย่างจบลง ไม่อยากให้ใช้ความรุนแรง ดังนั้นนิทานเรื่องนี้นั้นเป็นนิทานง่ายๆ สำหรับเด็กที่สามารถใช้ได้มาตลอดจนถึงทุกวันนี้ เพราะเด็กแต่ละคนมีปัญหาชีวิตที่ต้องเจอในแต่ละวันที่แตกต่างกัน ดังนั้นนิทานก็จะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการเยียวยา อย่างน้อยก็ทำให้เขารู้สึกสนุก พอรู้สนุกและหัวเราะแล้วมันก็เป็นเหมือนยารักษาอย่างหนึ่งให้เขารู้สึกผ่อนคลาย มีพลัง และมีความสุข

“นิทานเป็นเหมือนการปลูกฝังจิตสำนึก ซึ่งเด็กๆ บางคนก็อาจจะอยากเป็นช้าง บางคนก็อยากเป็นมด ซึ่งเขาก็สามารถเป็นได้ทังสองอย่าง แต่หน้าที่ของเราก็คือทำอย่างไรให้ความคิดเหล่านั้นมันคลี่คลายลง ว่าถ้าเป็นช้างตัวใหญ่มีพลังมากก็จริงแต่สิ่งที่เราไม่ควรทำคืออะไร และสิ่งที่เราควรทำคืออะไร นิทานเรื่องตอบโจทย์ได้ว่า ช้างเคยรังแกคนอื่น เราไม่ผิดที่ครั้งหนึ่งเราเคยแกล้งเพื่อน แต่วันหนึ่งเราก็คิดได้ว่าการแกล้งเพื่อนเป็นสิ่งไม่ดีไม่ถูกต้อง ซึ่งหลังจากฟังนิทานเรื่องนี้เค้าจะรู้ว่าการเป็นช้างมันดียังไง แล้วส่งผลเสียกับคนอื่นๆ อย่างไร ได้เรียนรู้ว่าการเป็นช้างและเป็นช้างที่ดีนั้นเป็นยังไง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราอยากสื่อสารให้กับเด็กๆ ผ่านกิจกรรมนี้”

นางสาวนษมา เสกหวัง นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี อาสาสมัครกลุ่มลูกเหรียงผู้เล่านิทานเรื่องเจ้าเป็ดกับเจ้าไก่สุขได้บนความหลากหลายกล่าวว่า นิทานเรื่องนี้จะสอนให้รู้จักที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นที่มีความแตกต่างกันเหมือนเป็ดที่ว่ายน้ำเก่งกับไก่ที่ว่ายน้ำไม่เป็น แต่ทั้งสองก็สามารถทำกิจกรรมร่วมกันและมีความสุขด้วยกันได้

“ในระหว่างการเล่านิทานและชวนน้องๆ หาบทสรุปในท้ายเรื่อง เราก็จะเปรียบเทียบให้เด็กๆ เห็นถึงความแตกต่างทั้งเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา การศึกษา วัฒนธรรม สีผิว เพศ แต่ทุกคนก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขด้วยการหาจุดร่วมและการปรับตัวเข้าหากัน เป็นการเปิดมุมมองของน้องๆ ให้เห็นและเข้าใจในความต่างว่าไม่ว่าจะเป็นคนไทยพุทธหรือคนไทยมุสลิมเราก็สามารถเป็นเพื่อนกันได้และอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข”

นายฟุรกอน หิมมะ เยาวชนจิตอาสาเล่านิทานกลุ่มลูกเหรียง ผู้เล่านิทานเศรษฐกิจพอเพียง เล่าให้ฟังว่า นิทานเรื่องนี้จะสอนให้น้องๆ รู้จักกับความพอเพียงโดยการเลี้ยงสัตว์ ปลูกผักกินเองที่นอกจากประหยัดและยังปลอดภัยด้วย โดยให้เด็กๆ มาแสดงเป็นตัวละครสมมุติในเรื่อง เพื่อสร้างความสนใจจากเพื่อนๆ ที่คอยชมอยู่ในห้อง

“ในการเล่านิทานก็จะใช้ภาษามลายูเพื่อดึงดูดความสนใจของเด็กๆ แล้วก็ทำให้เด็กๆ เข้าใจในรายละเอียดและเนื้อหาที่จะสื่อสารออกไปได้ง่ายและมากขึ้น ซึ่งคำตอบที่ได้รับจากเด็กๆ เป็นเสียงเดียวกันภายหลังจบนิทานก็คือทุกคนพูดว่า เราสามารถที่จะปลูกผักกินเองได้โดยไม่ต้องไปซื้อที่ตลาดซึ่งปลอดภัยและปลอดสารพิษ”

นายซาหดัม แวยูโซ๊ะ เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดอบรมกลุ่มลูกเหรียง ผู้รับผิดชอบกิจกรรมปิดเทอมสร้างสรรค์ กล่าวถึง“นิทานยุติความรุนแรงสัญจรในโรงเรียนตาดีกา” ว่ามีเป้าหมายที่จะไปเล่านิทานให้น้องๆ ในโรงเรียนสอนศาสนาจำนวน 20 แห่งในช่วงปิดเทอมนี้ โดยให้เหตุผลว่าในช่วงปิดเทอมพ่อแม่ผู้ปกครองก็จะพาบุตรหลานมาเรียนในโรงเรียนตาดีกา จึงนำกิจกรรมนี้มาส่งเสริมให้เด็กๆ เข้าถึงภาษาไทยให้มากขึ้น ให้เขารักและรู้จักการอ่านเพราะเจริญเติบโตของเด็กๆ ควรได้รับคุณภาพทั้งในเรื่องของคุณภาพชีวิตและภาษาด้วย โดยจะมีการนำหนังสือนิทาน อุปกรณ์กีฬาไปแจก เพราะโรงเรียนตาดีกาหลายแห่งไม่ได้ค่อยได้รับการสนับสนุนจากบุคคลภายนอก อีกทั้งหนังสือที่เรียนก็ไม่มีตัวอักษรภาษาไทย เราจึงอยากให้เขาได้อ่านหนังสือภาษาไทย ได้ทบทวนภาษาไทยบ้าง

“เด็กๆ ในพื้นที่มีปัญหาเรื่องภาษาไทยมาก บางทีอ่านไม่ออก สะกดคำไม่ได้ ตรงนี้คิดว่าเป็นเพราะครอบครัวไม่ได้ใส่โดยเฉพาะในชนบท เพราะพ่อแม่มีภาระที่ต้องหาเช้ากินค่ำ มีหน้าที่ส่งลูกไปเรียน ผลการเรียนแย่ก็แค่ส่งไปเรียนโรงเรียนศาสนา ซึ่งเป็นปัญหาหนึ่งของการศึกษาของเด็กๆ ใน 3 จังหวัด ที่ส่งผลต่อการเรียนต่อและการทำงาน ซึ่งการที่เราเอาเรื่องของนิทานเข้ามาก็เพราะว่าจริงๆ แล้วเราอยากให้เด็กได้เกิดจินตนาการในโลกของเด็กๆ เอง เพราะเชื่อว่าที่บ้านของเขาพ่อแม่เขาคงแทบจะไม่ได้อ่านนิทานให้เขาฟัง เราจึงอยากเป็นตัวเชื่อมโยงตรงนี้เพื่อให้เขาได้มีโลกของเขา มีจินตนาการของเขา สร้างเสียงหัวเราะ สร้างให้เขาจินตนาการว่าฉากต่อไปเรื่องราวต่อไปจะเป็นอย่างไร ทำให้เขาสนุกและมีความสุข อย่างน้อยวันนี้เมื่อกลับไปเขามีความสุข มาเติมเต็มในสิ่งที่พ่อแม่และผู้ปกครองที่ไม่มีโอกาสทำให้พวกเขา” อดัมกล่าวสรุป

กิจกรรมนิทานยุติความรุนแรงสัญจรในโรงเรียนตาดีกาของกลุ่มลูกเหรียงจึงเป็นมากกว่าความสนุก แต่เป็นความสุขจากการเรียนรู้ในเรื่องราวใหม่ๆ ด้วยการเติมเต็มโลกของจินตนาการที่ขาดหายไป พร้อมกับสอดแทรกเป้าหมายยิ่งใหญ่ก็คือ การปลูกต้นสันติภาพให้เข้าไปหยั่งรากลึกในหัวใจของเด็กๆ ทุกคน.

 

คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ปิดเทอมสร้างสรรค์ด้วย “นิทานสร้างสุข” ในโรงเรียนตาดีกา เรียนรู้และเข้าใจในความต่าง เสริมจินตนาการ-สร้างสันติภาพ , , ปิดเทอมสร้างสรรค์ด้วย , “นิทานสร้างสุข” , ในโรงเรียนตาดีกา , เรียนรู้และเข้าใจในความต่าง , เสริมจินตนาการ-สร้างสันติภาพ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
กศจ.ตราด เปิดครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ ครั้งที่ 2/2560 27 อัตรา☕ คลิกอ่านเลย
กศจ.ตราด เปิดครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ ครั้งที่ 2/2560 27 อัตรา
เปิดอ่าน 4,097 ครั้ง
สถาบันขงจื้อ มบส. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เป็นเจ้าภาพจัดประชุมสถาบันขงจื้อในเขตทวีปเอเซีย หัวข้อ "The Belt and Road"☕ คลิกอ่านเลย
สถาบันขงจื้อ มบส. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เป็นเจ้าภาพจัดประชุมสถาบันขงจื้อในเขตทวีปเอเซีย หัวข้อ "The Belt and Road"
เปิดอ่าน 3,856 ครั้ง
สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ครูไทย สสอค. รับสมัครสมาชิกและสมาชิกสมทบ(คู่สมรสสมาชิก) อายุไม่เกิน60☕ คลิกอ่านเลย
สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ครูไทย สสอค. รับสมัครสมาชิกและสมาชิกสมทบ(คู่สมรสสมาชิก) อายุไม่เกิน60
เปิดอ่าน 15,592 ครั้ง
สถาบันวิทยาลัยชุมชนรับข้าราชการ จำนวน 55 อัตรา☕ คลิกอ่านเลย
สถาบันวิทยาลัยชุมชนรับข้าราชการ จำนวน 55 อัตรา
เปิดอ่าน 9,060 ครั้ง
ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 10 จังหวัดอุบลราชธานี เปิดรับสมัครพนักงานราชการ หมดเขต 8 พ.ย.59 นี้☕ คลิกอ่านเลย
ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 10 จังหวัดอุบลราชธานี เปิดรับสมัครพนักงานราชการ หมดเขต 8 พ.ย.59 นี้
เปิดอ่าน 11,836 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ผอมสวยด้วยสมุนไพร..อันตรายที่ควรระวังผอมสวยด้วยสมุนไพร..อันตรายที่ควรระวัง
เปิดอ่าน 9,831 ครั้ง
10 สุดยอดความรู้วิทย์ เทคนิคสอนเด็กให้สนุก10 สุดยอดความรู้วิทย์ เทคนิคสอนเด็กให้สนุก
เปิดอ่าน 12,895 ครั้ง
"ผลสอบ" วัดความสามารถ การทำงานได้จริงหรือ ?"ผลสอบ" วัดความสามารถ การทำงานได้จริงหรือ ?
เปิดอ่าน 9,251 ครั้ง
หนุ่มสาวออฟฟิศ ระวังหมอนรองกระดูกเสื่อมเร็วหนุ่มสาวออฟฟิศ ระวังหมอนรองกระดูกเสื่อมเร็ว
เปิดอ่าน 7,844 ครั้ง
ท่าบริหารไหล่และแขนคนทำงานท่าบริหารไหล่และแขนคนทำงาน
เปิดอ่าน 16,272 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ