ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > ไทยมีสิทธิ์เจอ แผ่นดินไหวเกิน 6 ริกเตอร์

ไทยมีสิทธิ์เจอ แผ่นดินไหวเกิน 6 ริกเตอร์

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 1 ก.ค. 2553 เปิดอ่าน : 8,687 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ไทยมีสิทธิ์เจอ แผ่นดินไหวเกิน 6 ริกเตอร์

Advertisement

เมืองกาญจน์อันตรายสุด เผยข้อมูลใหม่ "ฉีกตำรา" ประเทศไทยเกิดแผ่นดินไหวแค่ 6 ริกเตอร์ เชื่ออนาคตอันใกล้ประเทศไทยมีสิทธิ์แผ่นดินไหวเกิน 7 ริกเตอร์แน่ จี้ภาครัฐบูรณาการให้ความรู้และหาวิธีป้องกันก่อนประเทศไทยต้อง "จมอยู่ใต้น้ำ"...

ภายหลังจากออกมาเปิดเผยข้อมูลของนักธรณีวิทยาว่าทุกๆ เขื่อนในประเทศไทยสร้างคร่อมรอยเลื่อนเปลือกโลก โดยเฉพาะเขื่อนที่จังหวัดกาญจนบุรี นอกจากนี้ ล่าสุด กรมทรัพยากรธรณีได้เปิดแผนที่หมู่บ้านเสี่ยงแผ่นดินไหว พบ 1,406 แห่งใน 22 จังหวัดที่น่าเป็นห่วงสร้างความตื่นตระหนก และสับสนให้กับประชาชนมากมาย

เรื่องนี้ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง รศ.ดร.มนตรี ชูวงษ์ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแผ่นดินไหว และสึนามิแนะนำว่า อย่าเพิ่งตื่นตระหนก พร้อมทั้งอธิบายว่า การสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ เช่น เขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ก็มักจะเลือกในบริเวณที่มีความสำคัญกับธรณีวิทยาทั้งนั้น ดังนั้นประเด็นที่ว่าเขื่อนในประเทศไทยเกือบทุกแห่งสร้างคร่อมรอยเลื่อนเปลือกโลกนั้น จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจ

แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกับสถานการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทยก็คือ วันนี้ประเทศไทยมีรอยเลื่อน ซึ่งรอยเลื่อนต่างๆ นั้น ยังมีพลังงาน ซึ่งยังกระจายตัวอยู่มาก โดยเฉพาะรอยเลื่อนที่วิกฤติมากที่สุดคือ รอยเลื่อนที่ จ.กาญจนบุรี, ด่านเจดีย์ 3 องค์ และรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ ที่มีการพูดถึงมากที่สุด แต่วันนี้ผมยังเชื่อว่าถ้าเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7 ริกเตอร์ มันก็ยังไม่สามารถทำอะไรเขื่อนได้ เพราะว่าการสร้างสิ่งปลูกสร้างใหญ่ๆ อย่างเขื่อน และอ่างเก็บน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต และกรมชลประทานจะมีทีมที่ทำการประเมินว่าจะมีอัตราเสี่ยงขนาดไหน

"พูดว่าเขื่อนตั้งอยู่บนรอยเลื่อนใครๆ ฟังก็เสียว แต่ถ้ามองลึกในระดับวิชาการจริงๆ ไม่น่าเป็นห่วง เพราะการสร้างเขื่อนคร่อมรอยเลื่อนเปลือกโลกเป็นเรื่องธรรมดา เพราะมันต้องสัมพันธ์กับโครงสร้างทางธรณีวิทยา ต้องมีแม่น้ำสายหลักไหลผ่าน ซึ่งแม่น้ำสายหลักส่วนใหญ่มันก็จะพัฒนาการอยู่บนรอยเลื่อน มันถึงจะเป็นที่แม่น้ำจะสามารถนำพาน้ำมาเป็นอ่างเก็บน้ำได้ ไม่ว่าจะเป็นรอยเลื่อนเล็กหรือรอยเลื่อนใหญ่ มันมีความสัมพันธ์ไม่ต้องตกใจ"

รศ.ดร.มนตรี ยังกล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่าการสร้างความตื่นตระหนก กับข่าวว่าพบรอยเลื่อนใหญ่แห่งใหม่อยู่ใต้กรุงเทพฯว่า จริงแล้วก่อนหน้านี้นักธรณีวิทยาพบมานานมากแล้ว ซึ่งฟังแล้วอาจจะตกใจแต่หลังจากที่มีคนไปตรวจสอบแล้วปรากฏว่ารอยแยกดังกล่าวอยู่ลึก แล้วมีตะกอนดินไปปิดทับอยู่พอสมควร ถามว่ารอยเลื่อนนี้อยู่ตำแหน่งไหนของกรุงเทพฯ บอกไม่ได้ เพราะคงต้องรอดูจากผลการวิจัย แต่ถ้าเกิดแผ่นดินไหวแล้วเชื่อว่าคนกรุงเทพฯ จะโดนกันหมด

"ถามว่าวันนี้ประเทศพร้อมรับกับแผ่นดินไหวไหม ก็ยังไม่ 100% เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่ มันต้องพร้อมทุกๆ อย่าง อีกทั้งต้องสร้างนักวิชาการเพิ่มขึ้นเยอะ ถ้าเกิดเรื่องแผ่นดินไหวขึ้นมาตูมก็ต้องวิเคราะห์กัน ก่อนที่จะประกาศขึ้นมาสู่สาธารณชนว่าจุดไหนมีผลกระทบบ้าง นี่คือความพร้อมระดับหนึ่งที่ต้องทำ"

ส่วนการป้องกันหลังผลกระทบไม่น่าห่วง เนื่องจากเราเจอมาแล้ว ดังนั้นการเยียวยาเราพอรับมือได้ แต่ก่อนเหตุการณ์เรายังไม่พร้อม นอกจากนี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงหลังจากเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาก็คือ เรื่องสึนามิ ที่จะต้องเกิดขึ้นแน่นอน แต่อาจจะไม่ร้ายแรงเท่ากับปี 2547 แต่ถ้าเกิดขึ้นน่าจะสร้างความเสียหายให้กับคนไทยได้ไม่น้อย เนื่องจากหอเตือนภัยไม่พร้อมแน่นอน ยังไม่ทั่วถึงเพราะผมไปพื้นที่ประจำเจอหลายจุดที่ไม่รู้เรื่องราว แถว จ.ระนอง, พังงา และกระบี่ ยังมีหลายจุดที่สัญญาณเตือนภัยยังไปไม่ถึง บางที่สายไฟหายบ้าง มีแต่หอคอยไม่มีลำโพง ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมาดูแล"

ทั้งนี้ อาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา ฝากถึงภาครัฐด้วยว่า ความสำคัญกับข้อมูลเรื่องนี้ไม่มีใครพูดเท่าไหร่เรื่องน้ำหนักของข้อมูลที่เราควรจะเชื่อถือบางที่ปล่อยข่าวออกมา มันไม่มีมูลทำให้คนตกใจ แล้วก็กลายเป็นว่าภาครัฐกลายไปช่วยประโคมข่าวตรงนั้นด้วย ดังนั้นวันนี้หน่วยงานไหนก็ได้ออกมาช่วยกลั่นกรองข้อมูลก่อนปล่อยออกมา เช่น สึนามิจะเกิดวันนั้นวันนี้ แผ่นดินไหวจะเกิดวันนั้นวันนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะพูดออกมาเป็นเรื่องที่ต้องไตร่ตรองพอสมควร

ด้าน รศ.ดร.สัมพันธ์ สิงหราชวราพันธ์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญเรื่องแผ่นดินไหว แสดงความคิดเห็นไม่แตกต่างไปจากข้อมูลข้างต้นและกล่าวย้ำถึงพื้นที่อันตรายด้วยว่า นอกจาก 8 จังหวัดภาคเหนือ และแถบตะวันตกแล้ว จ.กาญจนบุรีถือว่าเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดในเมืองไทย

"ก่อนหน้านี้เราจะพบที่ จ.กาญจนบุรีแล้วหลายครั้งแต่สูงที่สุด คือ 6 ริกเตอร์บ้าง ซึ่งจากข้อมูลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตระบุว่าเขื่อนศรีนครินทร์รับแรงสั่นสะเทือนได้มากที่สุดถึง 7 ริกเตอร์ ซึ่งผมก็มีคำถามว่า ถ้าเกิด 7 ริกเตอร์จริง แต่เกิดใกล้กับตัวเขื่อน ถามว่าคนที่บอกว่าทนได้ 7 ริกเตอร์มีความมั่นใจแค่ไหน"

แม้ว่าตามข้อมูลการวิจัยจะพบว่าในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยยังไม่มีแผ่นดินไหวมากกว่า 6 ริกเตอร์ก็ตาม แต่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแผ่นดินไหว จาก มช. บอกว่า จากการศึกษา ของเราที่ จ.กาญจนบุรี และ 8 จังหวัดทางภาคเหนือ โดยที่ จ.เชียงใหม่มันมีรอยเลื่อนหลายตัวที่มีศักยภาพทำให้แผ่นดินไหวมากกว่า 6 ริกเตอร์ ซึ่ง 6 ริกเตอร์ อาจทำให้บ้านที่สร้างไม่ดีก็จะพังทลายในพริบตา ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมากๆ

"ถามว่าวันนี้ระบุเป๊ะๆ ว่าที่เมืองกาญจน์ หรือภาคเหนือจะเกิดแผ่นดินไหวเมื่อไหร่ ไม่รู้ ระบุตายตัวไม่ได้ แม้กระทั่งอเมริกาก็ยังคาดการณ์ไม่ได้ หรืออย่างที่จีนมันจะอ้างผลวิจัยแผ่นดินไหวจะต้องวัดจากงูปกติมันจะจำศีล พอแผ่นดินจะไหว งูมันจะเลื่อยขึ้นมาแล้วแข็งตายเลย หรือทฤษฎีที่สัตว์ในสวนสัตว์จะตื่นตระหนกก่อนจะเกิดแผ่นดินไหว เอาเข้าจริงมันไม่เวิร์ก ฉะนั้นก็ยังไม่มีวิธีไหนที่บอกว่าถึงเหตุแผ่นดินไหวได้แม่นยำ สิ่งที่ดีที่สุดก็คือขอให้ทราบว่าแผ่นดินไหวแรงที่สุดของบริเวณนี้กี่ริกเตอร์ จะเกิดเมื่อไหร่ไม่ต้องสนใจแค่รู้ และก็หาทางรับความรุนแรงตามริกเตอร์นั้นได้ ดังนั้นอาคารไหนที่มีคนอยู่เยอะๆ ต้องมั่นใจว่าเกิด 7 ริกเตอร์ว่าต้องอยู่ได้ อย่างน้อยครึ่งชั่วโมงก็ยังดี ไม่ใช่ว่าเขย่าแล้วโครมเดียวเหมือนจีน นี่คือมาตรฐานที่เขาทำกัน เหมือนกับที่อเมริกาแล้วก็ญี่ปุ่นที่เกิดแผ่นดินไหวไม่ค่อยมีคนตายเท่าไหร่"

คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ ม.เชียงใหม่ กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือวันนี้ประเทศไทยไม่พร้อมกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดเกินกว่า 7 ริกเตอร์แน่นอน ที่สำคัญวันนี้คนก็ยังไม่มีความรู้เพียงพอ แถมวันดีคืนดี ก็มีผู้เชี่ยวชาญบางท่านโผล่ออกมาบอกว่าวันนั้นวันนี้จะเกิดแผ่นดินไหว ขนาดนี้คนตายเกลื่อนเมือง หรือวันดีคืนดีมีหมอดูมาฟันธงว่าจะเกิดสึนามิผมบอกว่าไม่เชื่อ ดังนั้นข้อมูลที่เผยแพร่ต้องกลั่นกรองให้ดีส่วนวิธีป้องกันเมื่อเกิดแผ่นดินไหวแรงๆ สิ่งที่ทำได้ก็คือคนที่อยู่ในอาคารใหญ่ห้ามวิ่งหนีแบบสะเปะสะปะให้วิ่งไปที่มุมห้อง แล้วเอาโต๊ะ-เก้าอี้ที่แข็งแรงมาช่วยบังเอาไว้เป็นวิธีที่ดีที่สุด"

ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า สถานทีที่น่าเป็นห่วงตอนนี้ก็คือ ภาคเหนือ และ จ.กาญจนบุรี โดยเฉพาะเขื่อนศรีนครินทร์

"วันนี้ผมไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะพูดมากแล้วก็โดนด่า แต่ก็อยากให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีรอยเลื่อนของเปลือกโลกพาดผ่านให้คอยฟังข้อมูลเรื่องแผ่นดินไหวเอาไว้ตลอดเวลา".

 

ที่มา ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/edu/91693

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ไทยมีสิทธิ์เจอ แผ่นดินไหวเกิน 6 ริกเตอร์ , , ไทยมีสิทธิ์เจอ , แผ่นดินไหวเกิน , 6 , ริกเตอร์ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
รวมเมนูอาหารเจ

รวมเมนูอาหารเจ
เปิดอ่าน 11,131 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
อาหารที่เป็นตัวการทำลายสุขภาพผิว☕ คลิกอ่านเลย
อาหารที่เป็นตัวการทำลายสุขภาพผิว
เปิดอ่าน 12,129 ครั้ง
แกัวมังกร สุดยอดผลไม้เพื่อสุขภาพ☕ คลิกอ่านเลย
แกัวมังกร สุดยอดผลไม้เพื่อสุขภาพ
เปิดอ่าน 12,910 ครั้ง
การเลือกซื้อเครื่องอิงค์เจ็ตพรินเตอร์☕ คลิกอ่านเลย
การเลือกซื้อเครื่องอิงค์เจ็ตพรินเตอร์
เปิดอ่าน 12,196 ครั้ง
"หมอช้าง" แนะวิธีไหว้เจ้าให้เฮงๆ พร้อมข้อห้ามในวันตรุษจีน☕ คลิกอ่านเลย
"หมอช้าง" แนะวิธีไหว้เจ้าให้เฮงๆ พร้อมข้อห้ามในวันตรุษจีน
เปิดอ่าน 8,217 ครั้ง
เชื่อหรือไม่? ดื่มน้ำวันละ 3ลิตรแล้วหน้าเด็ก☕ คลิกอ่านเลย
เชื่อหรือไม่? ดื่มน้ำวันละ 3ลิตรแล้วหน้าเด็ก
เปิดอ่าน 11,665 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

กำหนดมาตรฐานใหม่เครื่องชาร์จ ครอบจักรวาล ใช้ได้ทุกยี่ห้อกำหนดมาตรฐานใหม่เครื่องชาร์จ ครอบจักรวาล ใช้ได้ทุกยี่ห้อ
เปิดอ่าน 7,258 ครั้ง
รสชาติแบบไหนดีต่อสุขภาพรสชาติแบบไหนดีต่อสุขภาพ
เปิดอ่าน 9,345 ครั้ง
การถ่ายภาพอาหารด้วยสมาร์ทโฟนช่วยลดน้ำหนักได้การถ่ายภาพอาหารด้วยสมาร์ทโฟนช่วยลดน้ำหนักได้
เปิดอ่าน 8,089 ครั้ง
เคล็ดลับการเรียนเก่งด้วยตัวเองเคล็ดลับการเรียนเก่งด้วยตัวเอง
เปิดอ่าน 9,444 ครั้ง
วิธีปฐมพยาบาลข้อต่อเคล็ดหรือแพลงวิธีปฐมพยาบาลข้อต่อเคล็ดหรือแพลง
เปิดอ่าน 75,407 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ