ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม

การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 11 ก.ค. 2558 เปิดอ่าน : 7,389 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม

Advertisement

 

การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม

โดย เพชร เหมือนพันธุ์

นับถอยหลัง เหลือเวลาอีกเพียง 6 เดือน หรือ 180 วัน สนามแข่งขัน 10 ประเทศเวทีอาเซียนจะถูกเปิดรั้วประเทศขึ้นในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 กระแสคลื่นของมนุษย์จะเกิดการไหลเวียนขึ้น แผ่นดินใดที่เป็นที่ลุ่มต่ำหรือเป็นที่อุดมสมบูรณ์กว่าก็จะไหลมารวมกัน ณ ที่แหล่งนั้น "น้ำมาปลาก็มา" "ปลามางูก็จะตามมา" ประเทศไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ประชากรจากเพื่อนบ้านหลายประเทศหมายตาจะเข้ามาแสวงโชค มาหาอาชีพ มาหาโอกาส เพราะประเทศเรามีค่าจ้างแรงงานสูง มีค่าครองชีพสูงกว่าหลายประเทศ โอกาสที่จะดึงดูดให้แรงงานจากต่างชาติไหลเข้ามาในประเทศจึงมีสูง โลกในทศวรรษหน้า ต้นศตวรรษที่ 21 กำลังจะเป็นโลกแห่งการแข่งขันอย่างแท้จริง โอกาสและภัยร้ายแรงก็จะแฝงกายตามเข้ามาด้วย ชาติไทยเราเตรียมพร้อมเพียงใดครับ ถามทุกคน ถามทั้งโค้ช ถามทั้งผู้เล่น ถามทั้งผู้ชม

หันไปดูทีมคู่แข่ง สิงคโปร์ มาเลเชีย บรูไน มีทั้งความมั่นคงทางการเมือง ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ มีวัฒนธรรมทางสังคม เศรษฐกิจการเมืองที่มั่นคง นิสัยการเป็นผู้ประกอบการ การใฝ่แสวงหาความรู้ การสืบค้นหาข้อมูลความรู้ มีอยู่ในตัวตนของประชากรเขาทุกคน ทรัพยากรบุคคลของเขามีศักยภาพสูงกว่าเราไปแล้วหลายช่วงตัวครับ

ประเทศที่มีศักยภาพใกล้เคียงกันกับไทย ณ วันนี้คือ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย โอกาสที่เขาจะแซงหน้าเรายังมีอยู่มาก ผู้นำเขามีวิสัยทัศน์ การเมืองมั่นคง ส่วนประเทศที่ตามหลังเราอยู่คือ เวียดนาม ลาว เขมร พม่า ยังวางใจไว้ไม่ได้นาน คนของเขาวันนี้คือกลุ่มที่ไหลเข้ามาทำงานในประเทศไทยค่อนข้างสูงมาก

แต่หลังเข้าสู่อาเซียน เขามีความมุ่งมั่นที่จะแซงหน้าเราให้ได้ ดูจากกีฬาซีเกมส์คราวที่แล้ว เหรียญทองเวียดนามนำหน้าไทยอยู่หลายวัน สร้างความภาคภูมิใจให้คนเวียดนามอย่างเต็มที่ เขาพร้อมจะแซงเราในอนาคต ฟุตบอลทีมชาติเวียดนามเคยชนะไทยครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีมาแล้ว เขาถึงกับปิดประเทศฉลองกันสามวันสามคืน จับตามองเวียดนามให้ดีครับ ทุกวันนี้ประเทศเวียดนามไม่ได้มองไทยเป็นคู่แข่งของเวียดนามแล้วครับ เขามองข้ามไทยไปที่สิงคโปร์แล้ว

หนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับหนึ่งลงข่าวว่ามาตรฐานการศึกษาของเวียดนามชนะอเมริกาแล้ว จากการรายงานของโต๊ะข่าวเออีซีของหนังสือพิมพ์ดังกล่าว แจ้งว่าสำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ในการทดสอบมาตรฐานการศึกษาในโปรแกรม PISA : Program for International Student Assessment ครั้งล่าสุดในปี 2555 (มีนักเรียน 510,000 คน จาก 65 ประเทศ ซึ่งจัดขึ้นทุก 3 ปี คราวต่อไปจะทดสอบในเดือนกรกฎาคม 2558 นี้) ปรากฏว่าเด็กนักเรียนอายุ 15 ปีจากเวียดนาม ซึ่งส่งเข้าร่วมสอบเป็นปีแรก ได้คะแนนวิชาการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ สูงกว่านักเรียนจากประเทศพัฒนาแล้วจำนวนมาก ผลการทดสอบใน 3 รายวิชา ปรากฏว่าวิชาคณิตศาสตร์ได้ที่ 17 วิชาวิทยาศาสตร์ได้ที่ 8 วิชาการอ่านได้ที่ 19 ซึ่งสูงกว่าเด็กอเมริกันทุกรายวิชา เด็กอเมริกันสอบวิชาคณิตศาสตร์ได้ที่ 36 วิทยาศาสตร์ได้ที่ 28 และการอ่านได้ที่ 23 และข้อมูลล่าสุด ประกาศจากโออีซีดี เมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 ปรากฏว่าการศึกษามาตรฐานของเวียดนามวัดผลจาก 2 รายวิชา คือ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ อยู่ในลำดับที่ 12 ขณะที่สหรัฐอเมริกาอยู่ลำดับที่ 28

ปัจจัยที่บีบีซีระบุว่าทำให้เวียดนามมีมาตรฐานคุณภาพการศึกษาสูง

มีอยู่ 3 ปัจจัย คือ

1) ความมุ่งมั่นของผู้นำประเทศ
2) หลักสูตรที่เจาะลึก และ
3) ครูที่มีคุณภาพ

ขยายความว่าผู้นำระดับสูงของประเทศให้ความสำคัญต่อการศึกษาของคนรุ่นใหม่อย่างจริงจัง เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีผู้นำมองการณ์ไกลและมุ่งมั่นในการเตรียมคนรุ่นใหม่ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการและฝึกอบรมของเวียดนามมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้จากประเทศที่มาตรฐานการศึกษาสูง และทุ่มเทงบประมาณอย่างฉลาดในการพัฒนาการศึกษาของประเทศ หลักสูตรยังมีการออกแบบให้นักเรียนได้รู้ลึกในแก่นความคิดและทักษะของแต่ละรายวิชา การสอบวัดผล เด็กเวียดนามจะสอบด้วยการเขียนตอบ (Written Examination) มากกว่าการกา ก ข ค และ ง ในคำตอบที่ครูจัดสรรมาไว้ให้เลือก เด็กเขาจึงต้องอ่านมาก เฉลี่ย 60 เล่ม/ปี/คน ฝึกเขียนมาก เพราะต้องฝึกเขียนคำตอบบรรยายขยายความรู้ เขียนแสดงเหตุผลประกอบคำตอบในเวลาสอบ

นักเรียนเวียดนามเมื่อเรียนจบมาแล้ว จึงไม่ใช่แค่ท่องจำวิชามาเท่านั้น จะต้องสามารถประยุกต์ใช้วิชาความรู้ ทักษะที่เรียนมาในภาคปฏิบัติในสถานการณ์ต่างๆ มาใช้ในชีวิตจริงได้ ครูเวียดนามจึงต้องตั้งคำถามที่ยากๆ ให้นักเรียนหาคำตอบด้วยตนเอง เป็นการสอนเน้นให้นักเรียนพัฒนาตนเองขึ้นไปเรื่อยๆ

 

การปลูกฝังค่านิยมด้วยคำถาม 5 ข้อ คือ การสร้างค่านิยม ความกตัญญู การทำความดี การติดตามข้อมูลข่าวสาร การรู้ทันการเปลี่ยนแปลงและการรู้ทันความเคลื่อนไหวในโลก ในโรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษาในภาคกลางของประเทศจะมีการบ้านให้เด็กตอบ 5 ข้อทุกวัน คือ

1) วันนี้หนูช่วยพ่อแม่ทำงานอะไรบ้าง
2) วันนี้หนูทำความดีกับคนอื่นอะไรบ้าง
3) ที่หมู่บ้านของหนูมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง
4 ) มีข่าวการเปลี่ยนแปลงอะไรในประเทศของเธอบ้าง และ
5 ) ในโลกของเรามีข่าวอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง

เด็กเวียดนามจึงตื่นตัวตลอดเวลา

การเรียนของเด็กเวียดนาม เด็กทุกคนตั้งใจเรียนให้ดีที่สุดเพื่อเตรียมตัวเป็นพลเมืองของอาเซียนที่มีคุณภาพ ทุกรายวิชาที่เรียนต้องรู้ลึก รู้จริง รู้กว้าง รู้เท่าทัน (ใฝ่หาความรู้ตลอดเวลา) ในทุกภาคเรียนครูจะจัดการประเมินความรู้เด็กเพื่อจัดลำดับที่ในประเทศและจัดลำดับในต่างประเทศด้วย นักเรียนจะประเมินความสามารถของเพื่อนนักเรียนด้วยกันเองด้วย มีการจัดการศึกษาสำหรับเด็กอัจฉริยะเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ คือวิชาที่คนเวียดนามให้ความสำคัญที่สุด ครูได้รับการยกย่องและนับถือสูง ให้อิสระแก่ครูและโรงเรียนจัดการหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยตนเองสูง โรงเรียนมีระบบที่ได้รับความน่าเชื่อถือ มีหน้าที่จัดความสมดุลระหว่างโรงเรียนกับนโยบายกลางของรัฐบาล หลักสูตรทุกระดับสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้

รัฐบาลเวียดนามปฏิรูปการศึกษาได้ชัดเจนมาก แบ่งการปฏิรูปออกเป็น 5 ระดับ คือ

1) ปฏิรูปการศึกษาก่อนวัยเรียน
2) ปฏิรูปการศึกษาระดับประถมศึกษา
3) ปฏิรูปการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
4) ปฏิรูปการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และ
5) ปฏิรูปการศึกษาระดับอาชีวศึกษา มีการส่งเสริมหลักสูตรระยะสั้นเพื่อฝึกอบรมคนเข้าสู่ตลาดแรงงานได้

บีบีซีระบุว่า ปัญหาของเวียดนามขณะนี้ไม่ใช่เรื่องของการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะสูง แต่อยู่ที่เศรษฐกิจของเวียดนามจะพัฒนาไปให้ทันใช้แรงงานทักษะ และคนที่มีระดับการศึกษาที่ดีในอนาคต นักวิเคราะห์บางท่านระบุว่าไม่น่าห่วงเลยสำหรับเวียดนาม เมื่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเปิดขึ้น คนเวียดนามที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถไปทำงานในประเทศต่างๆ ได้สบาย ตัวอักษรภาษาเวียดนามใช้ตัวอักษร Arabic การเรียนภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศสจึงไม่ใช่เรื่องยาก

ครับ ระฆังเตือนครั้งสุดท้าย คู่แข่งที่อยู่นอกสายตาจ่อก้นและแซงไปแล้วในหลายสนาม สนามอาเซียนกำลังจะพิชิตในเร็ววันนี้ ทรัพยากรที่เขาใช้ในการพัฒนาการศึกษาน้อยกว่าเรามาก ปัจจัยทางอาคารสถานที่ อาคารเรียน วัสดุอุปกรณ์ก็สู้เราไม่ได้ แต่เพราะการจัดการที่ฉลาด แบบทุ่มเท มุ่งมั่น มุมานะสุดตัว ทำให้เวียดนามทำสถิติโลกก้าวข้ามคู่แข่งขันในอาเซียนไปแล้ว เรียนรู้จากเขา เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเขาเพื่อจะได้เข้าใจเขา เอาบทเรียนของเขามาเป็นแบบฝึกหัดของเรา เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ครับ ยอมรับเขา ชื่นชมเขา รับรองว่าไม่เสียหน้า

เวียดนามเคยรบชนะฝรั่งเศสในสงครามเมืองเดียนเบียนฟู รบชนะอเมริกาในสงครามเวียดนาม โดยไม่มีอาวุธทรงอานุภาพ ไม่มีบี 52 โดยไม่มีเอฟ16 ไม่มีปืนใหญ่สมรรถนะสูง เพียงเขาหันมา เศรษฐกิจพอเพียง หรือเนื้อเต่ายำเตา เอาอาวุธของศัตรูมาฆ่าศัตรู บวกกับความมุมานะ มุ่งมั่นของทุกคนในชาติเห็นภัยที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคต การจัดการที่ชาญฉลาด เขาจึงชนะได้

 

กลไกการจัดการศึกษาของเราน่าจะมีอะไรผิดพลาดหรือไม่ หรือว่าคู่แข่งเขามีคาถาพิเศษที่เหนือกว่า ถ้ายังปล่อยให้การขับเคลื่อนทางการศึกษายังเป็นไปเช่นทุกวันนี้ หายนะน่าจะมาถึงแน่นอน

คำถามของประเทศไทย ทำไมเด็กไทยจึงสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษไม่ได้ ทำไมเด็กไทยจึงขาดความกล้า ทำไมเด็กไทยจึงไม่มีนิสัยรักการอ่าน ทำไมเด็กไทยจึงเขียนหนังสือไม่เป็น ทำไมเด็กไทยไม่มีนิสัยในการทำงานหนัก มาโรงเรียนทุกวัน เรียนมากกว่าหลายประเทศ แต่ยังคิดวิเคราะห์ไม่เป็น ทำไมเด็กไทยจึงเลี้ยงไม่โต

ทำไมเด็กที่เรียนในระดับอาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัยยังไล่ฆ่าไล่แทงไล่ยิงกันอยู่

โค้ชนักกีฬาทีมชาติทุกประเภท หากขาดการประเมินคู่แข่งขันก็ยากที่จะเอาเหรียญทองกลับมาบ้านได้ เมื่อประเมินคู่แข่งแล้ว รู้ว่าคู่แข่งเก่งอย่างไร ก็ต้องกลับมาแก้ไข กลับมาพัฒนาทีม

มีหลายชาติที่ยอมส่งโค้ชส่งนักกีฬามาเรียนอยู่ในไทย เช่น เกาหลีใต้ส่งนักกีฬา ส่งโค้ช มาเรียนกีฬาตะกร้อหรือมวยไทย เป็นต้น มองดูโค้ชนักกีฬาสายการศึกษาไทยแล้วอ่อนใจ น่าเห็นใจ เพราะยังไม่รู้ว่าทีมของตนเองมีจุดอ่อนตรงจุดใด จุดแข็งอยู่ตรงไหน จับจุดไหนก็ดูมีปัญหาไปทุกเรื่อง ป่วยไปหมดทั้งองค์กร หมอที่มารักษาโรคก็วินิจฉัยโรคไม่ถูกรักษาอาการป่วยไม่ถูกวิธี

แถมยังไม่กล้าหาญที่จะส่งโค้ชส่งนักกีฬาไปเรียนรู้จากประเทศข้างบ้านอีกต่างหาก งบประมาณที่ทุ่มเทลงไปจึงเหมือนตำพริกละลายแม่น้ำ แล้วเราจะไปแข่งกับใครได้ครับ

 

ที่มา: มติชนรายวัน 10 ก.ค.2558

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม , การศึกษาเวียดนาม , จับตาการศึกษาเวียดนาม , บทความการศึกษาเวียดนาม << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
โรงเรียนยุคมิลเลนเนียล

โรงเรียนยุคมิลเลนเนียล
เปิดอ่าน 5,154 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
กระทรวงศึกษาธิการกับการปรับโครงสร้าง☕ คลิกอ่านเลย
กระทรวงศึกษาธิการกับการปรับโครงสร้าง
เปิดอ่าน 13,169 ครั้ง
‘ครู’กับ‘ศิษย์’ ใกล้ชิดแค่ไหน? จึงจะ‘พอดี’ : โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์☕ คลิกอ่านเลย
‘ครู’กับ‘ศิษย์’ ใกล้ชิดแค่ไหน? จึงจะ‘พอดี’ : โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
เปิดอ่าน 11,705 ครั้ง
ปัญหาขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็ก แก้ไขอย่างไรดี☕ คลิกอ่านเลย
ปัญหาขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็ก แก้ไขอย่างไรดี
เปิดอ่าน 15,204 ครั้ง
ว่าด้วยการเรียนและการสอบ คอลัมน์ ฝ่ากำแพงเมืองจีน☕ คลิกอ่านเลย
ว่าด้วยการเรียนและการสอบ คอลัมน์ ฝ่ากำแพงเมืองจีน
เปิดอ่าน 4,572 ครั้ง
"ฟุตบอล"...สอนอะไร☕ คลิกอ่านเลย
"ฟุตบอล"...สอนอะไร
เปิดอ่าน 5,501 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ปิดฉาก!"ไมโครซอฟท์" ประกาศเลิกผลิตวินโดวส์รุ่นใหม่ เน้นบริการ"อัพเดต"แทนปิดฉาก!"ไมโครซอฟท์" ประกาศเลิกผลิตวินโดวส์รุ่นใหม่ เน้นบริการ"อัพเดต"แทน
เปิดอ่าน 3,254 ครั้ง
ผักสีสดช่วยคุณฟิตได้ผักสีสดช่วยคุณฟิตได้
เปิดอ่าน 9,532 ครั้ง
ทฤษฎีกลุ่มพุทธิปัญญานิยม ทฤษฎีกลุ่มพุทธิปัญญานิยม
เปิดอ่าน 80,286 ครั้ง
กองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษา...คืออะไร?กองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษา...คืออะไร?
เปิดอ่าน 52,338 ครั้ง
SCORM (Shareable Content Object Reference Model)SCORM (Shareable Content Object Reference Model)
เปิดอ่าน 21,711 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ