ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2558

ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2558

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 31 ธ.ค. 2558 เปิดอ่าน : 5,128 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2558

Advertisement

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ และ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารฝ่ายการเมือง ประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันพุธที่ 30 ธันวาคม 2558 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ

 

เรื่องที่นายกรัฐมนตรีสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

- การส่งเสริมอาชีพและคุ้มครองคนพิการ นายกรัฐมนตรีแจ้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ขอให้ทุกกระทรวงไปพิจารณารับคนพิการในประเทศไทยซึ่งมีจำนวนกว่า 1.7 ล้านคน ให้เข้ามาทำงานในภาคราชการให้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันภาคเอกชนรับคนพิการเข้าทำงานแล้วกว่า 3 หมื่นคน เนื่องจากมีข้อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอาชีพและคุ้มครองการมีงานทำของคนพิการ เพื่อให้คนพิการได้มีโอกาสใช้ความสามารถ มีรายได้ และพึ่งพาตนเองได้ และลดภาระของครอบครัวและสังคมที่ต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้คนพิการเป็นพลังสำคัญในการเสริมสร้างทางเศรษฐกิจของครอบครัวและประเทศต่อไป ในขณะที่หน่วยงานภาครัฐรับคนพิการเข้าทำงานเพียง 1,600 คน

รมว.ศึกษาธิการ จึงมอบสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคนพิการทั้งหมดของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อรายงานต่อรัฐบาล รวมทั้ง ศธ. จะนำข้อมูลนี้ไปใช้เพื่อวางแผนจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวก และใช้ในการปรับปรุงอาคารสถานที่ของหน่วยงานในสังกัด เพื่อส่งเสริมสนับสนุนคนพิการต่อไป

- ความร่วมมือกับต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีได้ฝากให้ทุกกระทรวงรวบรวมข้อมูลความร่วมมือด้านต่างๆ กับต่างประเทศ ซึ่งในส่วนของ ศธ. ที่ประชุมได้มอบสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป. รวบรวมข้อมูลการลงนามความร่วมมือระดับกระทรวงว่ามีเรื่องใดบ้าง เพื่อรายงานข้อมูลให้รัฐบาลรับทราบต่อไป

- งานและโครงการในพระราชดำริ ต้องการให้หน่วยงานนำแนวพระราชดำริต่างๆ ไปปฏิบัติ ซึ่งจะต้องโยงงานด้านต่างๆ ให้ออก เพื่อนำไปถ่ายทอดให้พี่น้องประชาชนตามโครงการต่าง ๆได้ตรงตามแนวพระราชดำริ

- การสร้างคนให้มีวินัย คุณธรรม รู้หน้าที่ ย้ำให้ทุกองค์กรหลักมีแนวปฏิบัติในการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดใน 3 เรื่อง คือ วินัย คุณธรรม และรู้หน้าที่ไว้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดกิจกรรมของสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมและปลูกฝังเรื่องเหล่านี้ให้กับผู้เรียน โดยมอบทุกองค์กรหลักคิดเมนูให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละช่วงวัย และให้สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ (สนย.สป.) รวบรวมเมนูกิจกรรมทั้ง 3 เรื่องดังกล่าว รวมทั้งเมนูกิจกรรมเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนำเสนอ รมว.ศึกษาธิการ รับทราบภายในเดือนมกราคม 2559 จากนั้นเมื่อตกผลึกเมนูกิจกรรมต่างๆ แล้ว จะได้นำไปให้สถานศึกษาทุกสังกัดได้นำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติช่วงก่อนปิดเทอม

- ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ขอให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) มารายงานความคืบหน้าในการจัดทำร่างกฎหมายดังกล่าวในช่วงต้นเดือนมกราคม 2559

- การสนับสนุนให้ส่วนราชการใช้ Biodiesel ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงดีเซลที่ผลิตจากแหล่งทรัพยากรหมุนเวียน มาใช้ในส่วนราชการต่างๆ ให้มากขึ้น

- ความต้องการแรงงานด้าน Demand Side โดยกระทรวงแรงงานจะดูในภาพรวม แต่ ศธ. ดูในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น แนวทางการพัฒนาแรงงานให้เป็นหัวหน้างาน แนวทางการผลิตแรงงานส่งต่างประเทศ เช่น กุ๊ก แม่บ้าน เป็นต้น

- การปรับตัวเพื่อวางแผนและกำหนดนโยบายทางการศึกษา โดยจำเป็นต้องมีข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้องและทันสมัย เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาการศึกษาได้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ เช่น แนวโน้มการเกิดที่ลดลงส่งผลถึงจำนวนผู้เรียนใน 6 ปีข้างหน้า จะมีจำนวนนักเรียนระดับประถม-มัธยมศึกษาลดลงอย่างต่อเนื่อง และจะส่งผลถึงระดับอุดมศึกษาในอนาคตด้วย โดยมอบ สกศ. และ สพฐ. ร่วมพิจารณาหารือในประเด็นนี้

- การติดตามนักเรียนและครูที่ได้รับรางวัล ต้องการให้หน่วยงานต่างๆ เช่น สพฐ. ติดตามด้วยว่านักเรียนและครูที่ได้รับรางวัลทรงคุณค่าต่างๆ เมื่อกลับไปสถานศึกษาแล้ว สามารถไปขยายผลหรือสร้างเครือข่ายเพิ่มเติมได้มากน้อยเพียงใด

- งบประมาณของประเทศ ทั้งงบกระตุ้นเศรษฐกิจระยะ 3 เดือน (ตุลาคม-ธันวาคม 2558) หากหน่วยงานใดใช้เงินไม่ทัน สำนักงบประมาณก็ได้ตัดไปแล้ว ส่วนการเสนอของบประมาณประจำปี พ.ศ. 2560 ขอให้ทุกองค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับวางแผนจัดทำโครงการหรือกิจกรรมที่จะต้องสอดคล้องกับแนวทาง 3 ส่วน คือ กรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี, แผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด (Area-Based), ยุทธศาสตร์ของกระทรวง/หน่วยงาน (Function) ดังนั้น หากองค์กรหลักหรือหน่วยงานใดที่เสนอขออนุมัติแผนงานโครงการที่เข้าเงื่อนไขทั้ง 3 มิติดังกล่าว ก็จะได้รับการพิจารณาอนุมัติงบประมาณ และโครงการหรือกิจกรรมใดได้รับอนุมัติแล้ว ต้องเร่งใช้จ่ายงบประมาณให้ทันในไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 2 ด้วย

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำอีกครั้งถึงการออกแบบก่อสร้างที่จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานของแต่ละหน่วยงาน ห้ามฟุ่มเฟือยในการตกแต่งและก่อสร้าง รวมทั้งให้องค์กรหลักได้พิจารณาการนำยางพารามาใช้ในภาคการศึกษา เช่น พื้นสนามเด็กเล่น หรือสนามกีฬา โดยจะต้องดำเนินการด้านต่างๆ ให้โปร่งใส ไม่เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน

เรื่องที่ รมว.ศึกษาธิการสั่งการในที่ประชุม

รมว.ศึกษาธิการ ได้ย้ำใน 3 เรื่อง คือ

1) การสร้างคนให้มีวินัย คุณธรรม รู้หน้าที่
2) การดำเนินการขององค์กรหลักและหน่วยงาน ให้สอดคล้องกับจุดเน้น 6 ยุทธศาสตร์ของ ศธ. คือ ครู, หลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอน, การทดสอบ/การประเมิน/การประกันคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา, การบริหารจัดการ, ICT เพื่อการศึกษา และการผลิตกำลังคนและงานวิจัยที่ตรงกับความต้องการของประเทศ
3) งบประมาณ ซึ่งจะต้องให้เกิดการบูรณาการและเชื่อมโยง เช่น เรื่อง ICT เพื่อการศึกษา จะต้องมาพิจารณาบูรณาการทั้งด้านโครงข่าย เนื้อหา และฐานข้อมูล


ถ่ายภาพ : ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี

ภายหลังการประชุม นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้เปิดเผยถึงประเด็นการประชุมข้างต้น รวมทั้งการรายงานติดตามสถานการณ์ปัญหาของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) ซึ่งขณะนี้มีความขัดแย้งและรุนแรงมากขึ้น จนส่งผลให้มหาวิทยาลัยหยุดเรียนไปแล้ว 2 วัน ล่าสุดช่วงเช้าวันที่ 30 ธันวาคมที่ผ่านมา ก็มีเหตุการณ์กระทบกระทั่งของทั้งสองฝ่ายบริเวณประตูด้านหน้ามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตหัวหมาก ซึ่งการดำเนินการเช่นนี้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของอุดมศึกษาไทยเป็นอย่างมาก ทั้งที่ระดับปัญญาชนควรจะใช้วิถีทางแห่งปัญญา ที่ควรจะต้องใช้วิธีเจรจาพูดคุยกัน

ดังนั้น รมว.ศึกษาธิการ จึงสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) แจ้งต่อคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ซึ่งมีอำนาจโดยตรงในการดูแลมหาวิทยาลัย ให้จัดประชุมวาระเร่งด่วนในต้นเดือนมกราคม 2559 เพื่อพิจารณาว่าสมควรจะเข้าไปควบคุมดูแล ซึ่งอำนาจทางกฎหมายที่ ศธ.จะนำมาใช้ควบคุมได้ คือ มาตรา 86 ตาม พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน โดยจะมีคณะกรรมการเข้าไปควบคุมดูแลอย่างน้อย 5 คน และเมื่อเหตุการณ์ต่างๆ กลับสู่สภาวะปกติแล้ว ก็จะให้สภามหาวิทยาลัยนั้นๆ กลับไปดูแลเองเช่นเดิม เช่นกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัยอีสาน 

 

ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 30 ธันวาคม 2558

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2558 , , ผลประชุมองค์กรหลัก , ศธ. , เมื่อวันที่ , 30 , ธ.ค.2558 << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2559
เปิดอ่าน 133,332 ครั้ง
การแถลงผลงาน 2 ปีของรัฐบาล (ด้านการศึกษา)☕ คลิกอ่านเลย
การแถลงผลงาน 2 ปีของรัฐบาล (ด้านการศึกษา)
เปิดอ่าน 127,029 ครั้ง
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 9/2559 เมื่อวันพุธที่ 14 กันยายน 2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 9/2559 เมื่อวันพุธที่ 14 กันยายน 2559
เปิดอ่าน 140,689 ครั้ง
มติครม. ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา วันที่ 30 สิงหาคม 2559 ☕ คลิกอ่านเลย
มติครม. ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา วันที่ 30 สิงหาคม 2559
เปิดอ่าน 157,539 ครั้ง
สรุปประเด็นการบรรยายพิเศษ ของรมว.ศธ. ในการประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ที่เชียงใหม่☕ คลิกอ่านเลย
สรุปประเด็นการบรรยายพิเศษ ของรมว.ศธ. ในการประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ที่เชียงใหม่
เปิดอ่าน 160,853 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

แมงมุมแมงมุม
เปิดอ่าน 18,070 ครั้ง
กำเนิดดวงดาวกำเนิดดวงดาว
เปิดอ่าน 17,655 ครั้ง
คลิปลูกสาวจัดวิวาห์ที่ รพ. เพื่อให้ได้เต้นรำกับพ่อก่อนตายคลิปลูกสาวจัดวิวาห์ที่ รพ. เพื่อให้ได้เต้นรำกับพ่อก่อนตาย
เปิดอ่าน 6,958 ครั้ง
รู้เรา รู้ใคร... จากนิสัยท่องเที่ยวรู้เรา รู้ใคร... จากนิสัยท่องเที่ยว
เปิดอ่าน 6,174 ครั้ง
ดูกันหรือยัง "กังนัม สไตล์" Originalดูกันหรือยัง "กังนัม สไตล์" Original
เปิดอ่าน 7,982 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ