ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ศธ.รื้อ "มาตรฐาน" ใหม่ ฟื้น "ครูใหญ่-อาจารย์ใหญ่" : ชีพจรครู

ศธ.รื้อ "มาตรฐาน" ใหม่ ฟื้น "ครูใหญ่-อาจารย์ใหญ่" : ชีพจรครู

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 10 มี.ค. 2559 เปิดอ่าน : 27,720 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ศธ.รื้อ "มาตรฐาน" ใหม่ ฟื้น "ครูใหญ่-อาจารย์ใหญ่" : ชีพจรครู

Advertisement

คอลัมน์ ชีพจรครู

ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างมาตามลำดับสำหรับนโยบายของ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่อยากให้ผู้ที่จะก้าวมาเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาผ่านประสบการณ์การบริหารในโรงเรยีนขนาดเล็กก่อน จากนั้นค่อยขยับมาสู่โรงเรียนขนาดกลางและโรงเรียนขนาดใหญ่ ตามลำดับ

โดยล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้จัดประชุมเพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการเข้าสู่ตำแหน่งของ รองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษาใหม่ โดยสำนักงาน ก.ค.ศ.จะไปคิดหลักเกณฑ์ว่า โรงเรียนขนาดเล็ก ควรจะต้องมีมาตรฐานตำแหน่งอย่างไร เพราะมาตรฐานตำแหน่งในปัจจุบัน จะเรียก "ผู้อำนวยการโรงเรียน" เท่ากันหมด ขณะที่แนวทางที่สำนักงาน ก.ค.ศ.ดำเนินการ จะไปอิงกับกฎหมายเก่า เพื่อเปรียบเทียบ ซึ่งกฎหมายเก่าได้กำหนดมาตรฐานและเรียกชื่อตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดเล็กว่า "ครูใหญ่" เรียกชื่อโรงเรียนขนาดกลางว่า "อาจารย์ใหญ่" และเรียกชื่อโรงเรียนขนาดใหญ่ว่า "ผู้อำนวยการโรงเรียน" ดังนั้น จึงต้องเปรียบเทียบว่า ถ้าเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ผู้อำนวยการโรงเรียน ควรต้องได้เงินประจำตำแหน่ง หรือเงินวิทยฐานะแค่ไหน โรงเรียนขนาดกลาง และโรงเรียนขนาดใหญ่ ควรจะได้รับเงินประจำตำแหน่ง จำนวนเท่าไร

นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. บอกว่า การปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าว จะต้องคำนึงถึงผู้ที่มีคุณสมบัติในการเข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการในปัจจุบันด้วย ซึ่งตามหลักเกณฑ์การเข้าสู่ตำแหน่งในปัจจุบัน กำหนดคุณสมบัติว่า เฉพาะตำแหน่งสำหรับการเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา เปิดกว้างให้ครูที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าครูชำนาญการ มีสิทธิสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาได้ ซึ่งเท่ากับว่า หากจบปริญญาตรี เมื่อเป็นครูผู้ช่วย 2 ปี และทำงานอีก 6 ปี ก็สามารถสอบเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาได้ หากจบปริญญาโท จะใช้เวลารวม 6 ปี แต่หากจบปริญญาเอก ก็จะใช้เวลา 4 ปี ซึ่งมาตรฐานตำแหน่งใหม่ที่อยู่ระหว่างจัดทำ จะมีการกำหนดระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งของครู ซึ่งจะทำให้ผู้มีคุณสมบัติสมัครสอบเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาในปัจจุบัน ไม่สามารถเข้าสู่ตำแหน่งได้ โดยคณะกรรมการจัดทำหลักเกณฑ์ฯ เห็นว่าน่าจะให้โอกาสคนกลุ่มนี้สักระยะหนึ่งก่อน

ส่วนการได้มาซึ่งวิทยฐานะชำนาญการยังเป็นไปตามเดิม เพราะตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ต้องการให้ไล่ไปตามลำดับตำแหน่ง โดยอยางให้เป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียนมาก่อน และรองผู้อำนวยการโรงเรียน เมื่อจะขึ้นเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนก็ควรต้องไล่ตามลำดับขนาดโรงเรียนเช่นกัน และถ้าจะขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน ก็ต้องสมัครเข้ารับการคัดเลือกใหม่ โดยสำนักงานก.ค.ศ. จะเร่งให้จัดทำร่างดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) วิสามัญฯ วันที่ 11 มีนาคม ก่อนเสนอให้ ก.ค.ศ.พิจารณาให้ความเห็นชอบในวันที่ 18 มีนาคม

ทั้งนี้ มาตรฐานการเข้าสู่ตำแหน่งในปัจจุบัน ไม่ได้ห้ามหากรองผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดเล็ก จะไปเป็นผู้อำนวยการโณงเรียนขนาดใหญ่ แต่ในทางปฏิบัติสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็จะต้องพิจารณาความเหมาะสม โดยคนที่เป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียนส่วนใหญ่ จะย้ายไปอยู่โรงเรียนขนาดกลาง และโรงเรียนขนาดใหญ่ก่อน เหลือโรงเรียนขนาดเล็ก แต่ตามหลักเกณฑ์ใหม่ที่กำลังจะดำเนินการ จะเป็นการล็อกไว้โดยอัตโนมัติ ว่าต้องเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็กก่อน รวมถึงจะกำหนดคุณสมบัติการเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาในแต่ละระดับด้วย ว่าจะต้องผ่านโรงเรียนขนาดเล็กก่อน

ทั้งหมดนี้ เพื่อให้ได้ผู้อำนวยการสถานศึกษาที่มีประสบการณ์ ซึ่งหากได้ผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีคุณภาพ ก็จะทำให้โรงเรียนมีคุณภาพไปด้วย ขณะเดียวกันเนื้อหาการคัดเลือก ก็จะต้องเปลี่ยนไปด้วย คากว่าจะเ้นคัดเลือกที่ประสบการณ์ โดยนอกจากการทดสอบข้อเขียนทั่วไปแล้ว อาจจะต้องมีการทดสอบประสบการณ์ด้านการบริหาร ร่วมด้วย

ส่วนข้อสรุปจะเป็นอย่างไร "ชีพจรครู" จะนำมารายงานให้เพื่อนครูรับทราบในโอกาสต่อไป

 

ที่มา คอลัมน์ชีพจรครู หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 9 มีนาคม 2559

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ศธ.รื้อ "มาตรฐาน" ใหม่ ฟื้น "ครูใหญ่-อาจารย์ใหญ่" : ชีพจรครู , , ศธ.รื้อ , , มาตรฐาน , , ใหม่ , ฟื้น , , ครูใหญ่-อาจารย์ใหญ่ , , : , ชีพจรครู << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
การบริหารกลุ่มพื้นที่การบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำเขตตรวจราชการ สังกัด สพฐ. (ประกาศคลัสเตอร์/แต่งตั้งประธานคลัสเตอร์)☕ 1 ธ.ค. 2563
การบริหารกลุ่มพื้นที่การบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำเขตตรวจราชการ สังกัด สพฐ. (ประกาศคลัสเตอร์/แต่งตั้งประธานคลัสเตอร์)
เปิดอ่าน 797 ครั้ง
สพฐ. แจงกรณีนักเรียนนัดใส่ชุดไปรเวทไปโรงเรียน 1 ธ.ค.☕ 1 ธ.ค. 2563
สพฐ. แจงกรณีนักเรียนนัดใส่ชุดไปรเวทไปโรงเรียน 1 ธ.ค.
เปิดอ่าน 1,267 ครั้ง
ก.ค.ศ.เอาจริง ลงโทษทางวินัย ไล่ออกครู25 ราย ทุจริต ชู้สาว ล่วงละเมิดทางเพศ☕ 1 ธ.ค. 2563
ก.ค.ศ.เอาจริง ลงโทษทางวินัย ไล่ออกครู25 ราย ทุจริต ชู้สาว ล่วงละเมิดทางเพศ
เปิดอ่าน 1,744 ครั้ง
ก.ค.ศ.ปรับอัตรากำลังครูสังกัดสพฐ.ใหม่เปิดช่องขนาดรร.ที่มีนร.120คนขึ้นไปให้มีรอง.ผอ.ได้1คน☕ 30 พ.ย. 2563
ก.ค.ศ.ปรับอัตรากำลังครูสังกัดสพฐ.ใหม่เปิดช่องขนาดรร.ที่มีนร.120คนขึ้นไปให้มีรอง.ผอ.ได้1คน
เปิดอ่าน 7,993 ครั้ง
ก.ค.ศ.ไฟเขียวกรอบพัฒนาตัวเองก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง☕ 26 พ.ย. 2563
ก.ค.ศ.ไฟเขียวกรอบพัฒนาตัวเองก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง
เปิดอ่าน 5,825 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ตัวอย่างหนังสือค้ำประกันและแนวทางวิธีปฏิบัติตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตัวอย่างหนังสือค้ำประกันและแนวทางวิธีปฏิบัติตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
เปิดอ่าน 7,162 ครั้ง
ปัจจัยฉุดรั้งการศึกษา (1)ปัจจัยฉุดรั้งการศึกษา (1)
เปิดอ่าน 8,976 ครั้ง
การพิมพ์ TILDE ( ~ ) ใน Windows 7การพิมพ์ TILDE ( ~ ) ใน Windows 7
เปิดอ่าน 9,639 ครั้ง
เคล็ดลับเพื่อริมฝีปากเนียนนุ่มเคล็ดลับเพื่อริมฝีปากเนียนนุ่ม
เปิดอ่าน 8,439 ครั้ง
บิดาแห่งโสตทัศนศึกษา บิดาแห่งโสตทัศนศึกษา
เปิดอ่าน 30,536 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ