ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > ผลประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก กระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 7/2559 วันที่ 6 กรกฎาคม 2559

ผลประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก กระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 7/2559 วันที่ 6 กรกฎาคม 2559

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 7 ก.ค. 2559 เปิดอ่าน : 8,900 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ผลประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก กระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 7/2559 วันที่ 6 กรกฎาคม 2559

Advertisement

ศึกษาธิการ - พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ครั้งที่ 7/2559 เมื่อวันพุธที่ 6 กรกฎาคม 2559 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ โดยมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งผู้บริหารฝ่ายการเมือง และผู้บริหารระดับสูงขององค์กรหลักและหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมประชุม

 

เรื่องในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้นำเรื่องจากการประชุมคณะรัฐมนตรี มาแจ้งให้ที่ประชุมองค์กรหลักได้รับทราบในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ เช่น

  • การจัดทำคลิปวีดิทัศน์สั้นๆ ของหน่วยงานต่างๆ ให้น่าสนใจต่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
  • การวางแผนประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0) หรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจ ไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Value-Based Economy) ซึ่งได้ฝากให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ไปวางแผนการจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) และเป้าหมายในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล
  • โครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ให้สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) พิจารณารวบรวมการจัดทำโครงการหรือการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี โดยขอให้ดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสมพระเกียรติ
  • การดำเนินการต่อยอดนโยบาย Boot Camp ครูผู้สอนภาษาอังกฤษ ซึ่งจะขยายการอบรมครูในภูมิภาค 4 ศูนย์ทั่วประเทศในเทอมหน้า โดยขอให้ชี้แจงความก้าวหน้าให้สาธารณชนรับทราบด้วย
  • การแจกจ่ายมติคณะรัฐมนตรีภายหลังการประชุม โดยขอให้ สป. และสำนักงานรัฐมนตรี (สร.) วางระบบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบมติ ครม. โดยเร็ว เพื่อเร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป


ความก้าวหน้าการขับเคลื่อนงานตามนโยบายขององค์กรหลักและหน่วยงานต่าง ๆ

1) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

  • การเสริมสร้างรายได้ผู้เรียนอาชีวศึกษาให้มากขึ้น ที่ประชุมได้หารือแนวทางการเสริมสร้างรายได้ให้แก่ผู้เรียนอาชีวศึกษา ซึ่งที่ผ่านมานอกเหนือจากรายได้ที่ได้รับจากการฝึกงานในระบบทวิภาคีแล้ว ยังมีรายได้อื่น ๆ แต่อาจจะยังไม่ถูกกฎระเบียบมากนัก เช่น รับจัดงานเลี้ยง เปิดร้านกาแฟภายนอกสถานศึกษา ฯลฯ โดยเจตนารมณ์ของ รมว.ศึกษาธิการ ต้องการให้เด็กอาชีวะมีรายได้จากการรับงานภายนอกได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวศึกษา และเป็นการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานด้วย จึงเห็นว่าควรวางระบบให้มีการพัฒนาทักษะฝีมือผู้เรียนอาชีวะ การปรับตารางเวลาเรียน ฯลฯ ให้เด็กสามารถทำงานนอกเวลาเรียนหรือวันหยุดราชการได้ โดยจะนำเรื่องรายได้เหล่านี้ไปหารือกับกรมบัญชีกลางต่อไป
  • การวางแผนจัดสอบครูผู้สอน ขอให้ สอศ. ได้วางแผนพัฒนาครูผู้สอนในสังกัด เช่นเดียวกับนโยบายการจัดสอบครูวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ชั้น ม.3 ซึ่งจะเริ่มในเดือนมีนาคม 2560 โดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกันจัดสอบเพื่อให้ครูได้รับการส่งเสริมพัฒนาตามความต้องการจำเป็น โดยไม่ได้นำคะแนนไปอบรมพัฒนาเท่านั้น แต่จะแยกพิจารณาเป็นรายคน เช่น ครูคนนี้เก่งฟิสิกส์ อ่อนชีววิทยา ก็จะได้เติมเต็มครูในส่วนที่ขาด เป็นต้น ซึ่งโดยหลักการพัฒนาครู จำเป็นจะต้องดูเรื่องที่สอดคล้องกับความต้องการของครูด้วย

2) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)

  • การใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา เมื่อข่าวนี้เผยแพร่ออกไป สถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ที่มีปัญหา รวมทั้งมหาวิทยาลัยทั่วไป ได้ให้ความสำคัญในเรื่องธรรมาภิบาลมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ปัญหาเกิดจาก 3 เรื่อง คือ การพิจารณาหลักสูตร สภามหาวิทยาลัยกับฝ่ายบริหาร และบุคลากรกับฝ่ายบริหาร
  • การจัดสอบ TU-STAR (TU Standardized Test of Aptitude Requirement) โดย สกอ.ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบการจัดสอบดังกล่าว ซึ่งเป็นระบบการทดสอบแบบใหม่เพื่อการรับตรงของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีโครงสร้างการสอบ 3 ส่วนหลัก คือ 1) ทักษะและความพร้อมสำหรับอุดมศึกษา (Aptitude for Higher Education) 2) ความรู้ทางวิชาการระดับมัธยมศึกษา (Academic Performance) 3) ความถนัดทางวิชาชีพ (Aptitude for Specific Professions) ผลคะแนนสอบ TU-STAR มีอายุ 2 ปี นับแต่วันที่สอบ โดยกำหนดจัดสอบ 8 ครั้งต่อปีการศึกษา สอบครั้งแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งมีจำนวนผู้สมัครสอบรวมทั้งสิ้น 20,602 คน

- ประเด็นนี้ รมว.ศึกษาธิการ เห็นว่าแนวคิดของนโยบายการศึกษาของรัฐบาล คือ ต้องการลดภาระของผู้เรียน สร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้กับเด็กยากจนหรือด้อยโอกาส ซึ่งการเปิดสอบกรณีนี้ ทำให้เด็กมีรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องรับฟังแนวคิดของสถาบันอุดมศึกษาด้วย จึงขอให้ สกอ.เชิญสถาบันอุดมศึกษาที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาหารือเพื่อรับฟังแนวคิด เหตุผลความจำเป็น เพื่อจะได้รับทราบแนวทางที่หลากหลายและวิธีที่ดีที่สุดที่จะตอบโจทย์จากทุกฝ่ายทั้งในส่วนของสถาบันอุดมศึกษาและเด็กนักเรียน

3) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)

การจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.2560-2574) สกศ.รายงานว่าขณะนี้ได้ดำเนินการตามปฏิทินตามข้อแนะนำของสภาการศึกษา ซึ่งสัปดาห์นี้จะได้รวบรวมรายละเอียดข้อคิดเห็นต่าง ๆ จากกรรมการสภาการศึกษาชุดเดิมก่อนที่จะหมดวาระ เพื่อนำมาจัดทำ (ร่าง) แผนการศึกษาแห่งชาติให้เสร็จสิ้น เพื่อนำเสนอ รมว.ศึกษาธิการ และให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

4) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

  • การซ่อมแซมบ้านพักครูที่ชำรุดทรุดโทรม สพฐ.รายงานความก้าวหน้าการซ่อมแซมบ้านพักครูที่ชำรุดทรุดโทรมทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 13,000 หลัง จากจำนวนบ้านพักครูทั้งหมดทั่วประเทศที่มีอยู่กว่า 40,000 หลัง ในจำนวนนี้ได้ซ่อมเสร็จไปแล้วกว่า 2,300 หลัง ส่วนที่เหลือ สพฐ.ได้ตั้งงบประมาณซ่อมแซมให้เสร็จสิ้นในปี 2560 ไว้แล้วจำนวน 1,395 ล้านบาท ส่วนงบประมาณปี 2561 จำนวน 695 ล้านบาท อาจจะต้องเสนอขอแปรญัตติการใช้จ่ายงบประมาณต่อไป
  • การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก สพฐ.ได้นำเรื่องนี้ไปหารือในที่ประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัด 77 จังหวัดทั่วประเทศ พบว่าขณะนี้มีโรงเรียนขนาดเล็ก (จำนวนนักเรียนต่ำกว่า 120 คน) จำนวนทั้งสิ้น 15,537 โรงเรียน โดยแบ่งโรงเรียนออกเป็นกลุ่มตามความจำเป็นในการบริหารจัดการ เช่น กลุ่มที่มีคุณภาพสูง ซึ่งต้องดำเนินการต่อไปเพราะเป็นที่ยอมรับของชุมชน 30 โรงเรียน กลุ่มที่คงสภาพอยู่ เพราะตั้งอยู่ในถิ่นทุรกันดารหรือพื้นที่สูง 336 โรงเรียน กลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลเกิน 6 กิโลเมตรกับโรงเรียนอื่น ซึ่งอาจทำให้เด็กเดินทางไปเรียนลำบากหากไม่มีโรงเรียนเหล่านี้ตั้งอยู่ 3,295 โรงเรียน รวมโรงเรียนที่ต้องคงสภาพอยู่จำนวนทั้งสิ้น 3,661 โรงเรียน ส่วนโรงเรียนที่จำเป็นต้องบริหารจัดการในขณะนี้มีจำนวน 10,976 โรงเรียน ในจำนวนนี้มีโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 20 คน จำนวน 1,050 โรงเรียน ซึ่งต้องพิจารณาบริหารจัดการก่อนเป็นลำดับแรก โดยแนวทางการบริหารจัดการต้องสนับสนุนความต้องการของชุมชน และไม่เกิดความขัดแย้งกับชุมชน
  • การบริหารจัดการโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา รมว.ศึกษาธิการ เห็นว่ามีโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นที่เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา (ตั้งขึ้นมาในขณะที่สังกัด สปช.) หลายแห่งที่ตั้งอยู่ติดกับโรงเรียนมัธยมศึกษา ส่งผลให้โรงเรียนขยายโอกาสฯ หลายแห่งมีจำนวนนักเรียนเหลือน้อยลงมากขึ้นทุกปี ประกอบกับจำนวนเด็กเกิดลดลง จึงควรพิจารณาหาแนวทางบริหารจัดการเพื่อให้เกิดคุณภาพต่อนักเรียนมากขึ้น
  • การศึกษาเด็กปฐมวัย ปัจจุบันการรับเด็กเข้าเรียนอนุบาลทั้งสถานศึกษาเอกชนหรือรัฐบาล แม้จะใช้เกณฑ์การนับอายุเหมือนกัน แต่สถานศึกษาเอกชนจัดเป็น 3 ระดับชั้น คือ ระดับอนุบาลปีที่ 1 ระดับอนุบาลปีที่ 2 และระดับอนุบาลปีที่ 3 แต่สถานศึกษาของรัฐมี 2 ระดับ คือ ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 และระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 จึงขอให้ สพฐ.ไปพิจารณาหารือเพื่อจัดระบบการศึกษาให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน หรืออาจศึกษาแนวคิดหลักในการจัดการศึกษาของต่างประเทศว่าเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ทั้งนี้ รมว.ศึกษาธิการเห็นว่าเด็กปฐมวัยเป็นวัยที่ต้องได้รับการพัฒนาสูงสุด ในขณะที่เงินรายหัวมีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด ในขณะเดียวกันขอให้มีการอบรมพัฒนาและพิจารณาสัดส่วนครูผู้สอนเด็กปฐมวัยในปัจจุบันซึ่งมีจำนวนประมาณ 9,000 คนให้เหมาะสม ซึ่งจะต้องวางแผนพัฒนาให้เป็น Demand Side และพิจารณาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงมหาดไทยในการดูตัวเลขอัตราการเกิดของประชากรไทยประกอบด้วย
  • เด็กออกกลางคัน ในการประชุมศึกษาธิการจังหวัด 77 จังหวัดทั่วประเทศ เห็นพ้องร่วมกันว่าจะนำ "สตูลโมเดล" เป็นแนวทางดำเนินการ โดย รมว.ศึกษาธิการ ย้ำว่าจะต้องนำไปพิจารณาให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของแต่ละจังหวัดด้วย

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.)

  • การแก้ไขหลักเกณฑ์ฯ นำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น ตำแหน่งครูผู้ช่วย สพฐ. โดยได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบว่า ได้ยกเลิกการกำหนดวิธีการสอบข้อเขียนแบบปรนัยและการสอบสัมภาษณ์แล้ว และให้ กศจ.พิจารณาดำเนินการได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความโปร่งใส เป็นธรรม และเสมอภาค ทั้งนี้ อายุการขึ้นบัญชีให้มีอายุบัญชีเท่าเดิม
  • การบริหารงานบุคคลของ กศจ. ซึ่งเห็นชอบให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ดำเนินการสรรหากรรมการใน กศจ. ในส่วนของผู้แทนครูในท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนภาคประชาชนในท้องถิ่นให้เสร็จสิ้นภายใน 45 วัน
  • การสรรหาผู้อำนวยการสถานศึกษา ได้หารือในประเด็นนี้อย่างกว้างขวาง เช่น ความเหมาะสมคุณสมบัติ วิธีการที่จะเข้าสู่ตำแหน่ง ปัญหาที่ผู้บริหารทิ้งภาระเอาไว้ที่สถานศึกษาเมื่อย้ายออกไป วุฒิภาวะ ความรู้ความสามารถ คุณธรรมจริยธรรม ภาวะผู้นำ ฯลฯ ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการ ย้ำว่าการจะปรับปรุงหลักเกณฑ์แก้ไขใดๆ โดยหลักการจะต้องรับฟังความเห็นและการยอมรับร่วมกันของ Stakeholder ก่อน

สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.)

  • การส่งเสริมการอ่านหนังสือของประชาชน ให้สำนักงาน กศน.เดินหน้าเต็มตัวในเรื่องนี้ เพราะเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยให้พิจารณาวางแผนขับเคลื่อนการทำงาน และนำเสนอ รมว.ศึกษาธิการ โดยเร็ว
  • การยกระดับการศึกษาสำหรับพนักงานรักษาความปลอดภัย 270,000 คน ซึ่งจะมีทั้งส่วนของการพัฒนายกระดับการศึกษาและการเทียบโอนการศึกษา

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)

  • การจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนเอกชน ซึ่ง สช.ได้รายงานว่ามีโรงเรียนเอกชนเข้าร่วมโครงการแล้ว 35 โรงเรียน โดย สช.จะสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งในการอบรมพัฒนาครู
  • การจัดสอบครูผู้สอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ชั้น ม.3 โดย สช.พร้อมที่จะดำเนินการตามนโยบายนี้ร่วมกับ สพฐ. และ สสวท. ต่อไป

สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.)

  • การสร้างความเข้าใจในการพิจารณาเรื่องร้องเรียนของนิติกร ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเสนอให้นิติกรทั้งกระทรวงได้มาประชุมหารือร่วมกัน เพื่อพิจารณาถึงมาตรฐาน จรรยาบรรณ การดูแลคดีความของงานนิติการ เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าในการพิจารณาคดีต่าง ๆ ที่ค้างอยู่เป็นจำนวนมากในกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการ เห็นด้วยและขอให้สร้างความเข้าใจในการพิจารณาร่วมกัน ส่วนบางงานอาจต้องดำเนินการในรูปแบบ Task Force

 

 

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน/ถ่ายภาพ
6/7/2559 

 

ที่มา กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 6 กรกฎาคม 2559

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ผลประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก กระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 7/2559 วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 , , ผลประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก , กระทรวงศึกษาธิการ , ครั้งที่ , 7 , 2559 , วันที่ , 6 , กรกฎาคม , 2559 << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ผลประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 10/2558 เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2558☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 10/2558 เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2558
เปิดอ่าน 12,628 ครั้ง
ผลการประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2557☕ คลิกอ่านเลย
ผลการประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2557
เปิดอ่าน 5,827 ครั้ง
ผลประชุม ก.ค.ศ.นัดพิเศษ เลื่อนประกาศผลเป็น 9 ก.ค. กลุ่มสอบใหม่สอบ15ก.ค.นี้☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุม ก.ค.ศ.นัดพิเศษ เลื่อนประกาศผลเป็น 9 ก.ค. กลุ่มสอบใหม่สอบ15ก.ค.นี้
เปิดอ่าน 14,783 ครั้ง
สานฝัน วันทีน สู่นักจัดรายการโทรทัศน์รุ่นใหม่☕ คลิกอ่านเลย
สานฝัน วันทีน สู่นักจัดรายการโทรทัศน์รุ่นใหม่
เปิดอ่าน 3,339 ครั้ง
Skoolbuz Awards 2011 ประกวดผลิตสื่อการเรียนการสอนที่ทำให้ชีวิตนักเรียนง่ายเเละสนุกขึ้น! ตอน การ์ตูนเ☕ คลิกอ่านเลย
Skoolbuz Awards 2011 ประกวดผลิตสื่อการเรียนการสอนที่ทำให้ชีวิตนักเรียนง่ายเเละสนุกขึ้น! ตอน การ์ตูนเ
เปิดอ่าน 5,228 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

การคูณด้วยไม้ตะเกียบแบบบูรณาการ (ชมคลิป)การคูณด้วยไม้ตะเกียบแบบบูรณาการ (ชมคลิป)
เปิดอ่าน 19,783 ครั้ง
ชวน สวดมนต์ข้ามปี รับ ปีใหม่ 2553ชวน สวดมนต์ข้ามปี รับ ปีใหม่ 2553
เปิดอ่าน 11,808 ครั้ง
หนังสือเสียงสร้างสุขในโลกมืด หนังสือเสียงสร้างสุขในโลกมืด
เปิดอ่าน 7,204 ครั้ง
เหรียญศานติมาลาเหรียญศานติมาลา
เปิดอ่าน 9,713 ครั้ง
การวัดอุณหภูมิของอากาศ การวัดอุณหภูมิของอากาศ
เปิดอ่าน 17,413 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ