ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > การปฏิรูปการศึกษาไทยให้สำเร็จ ต้องปฏิรูปทั้งระบบ โดย เพชร เหมือนพันธุ์

การปฏิรูปการศึกษาไทยให้สำเร็จ ต้องปฏิรูปทั้งระบบ โดย เพชร เหมือนพันธุ์

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 24 ก.พ. 2560 เปิดอ่าน : 9,466 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

การปฏิรูปการศึกษาไทยให้สำเร็จ ต้องปฏิรูปทั้งระบบ โดย เพชร เหมือนพันธุ์

Advertisement

การปล่อยระยะเวลาให้ล่วงเลยไปโดยที่ยังมองไม่เห็นหนทางที่จะแก้ปัญหาความตกต่ำของคุณภาพการศึกษาไทย ย่อมมีหายนะรออยู่ข้างหน้า สารพัดเครื่องมือทางกลยุทธ์ที่กระทรวงศึกษาธิการ นำมาแก้ปัญหาการศึกษาอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ STEM หรือ ปตอ. (ประกาศนียบัตรเตรียมอาชีวศึกษาในระดับมัธยมศึกษา) ก็เปรียบเสมือนกับการปะผุอุดรอยรั่วของท้องเรือเพื่อกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท้องเรือทำให้จมลงไปใต้น้ำได้เท่านั้น

เวลาที่สูญเสียไปคือต้นทุนของประเทศ โลกยุคนี้กำลังเผชิญอยู่กับการแข่งขันทั้งทางการค้าและทางเทคโนโลยี โลกได้ก้าวเข้าสู่ยุค New Digital World ไปแล้ว บัดนี้ประเทศที่เคยตามหลังเรามาห่างๆ กำลังจะแซงขึ้นหน้าประเทศเราอย่างน่าประหลาดใจ ทั้งๆ ที่เราได้อัดฉีดงบประมาณทุ่มเทลงไปอย่างมากมาย แต่ก็ไม่ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นได้ อาการป่วยยังคงซึมลึก ดูได้จากผลการสอบ PISA คราวล่าสุด แล้วจะให้ผู้ปกครองนักเรียนหรือชาวบ้านที่ไม่มีทางเลือก ไม่รู้สึกกระวนกระวายใจในอนาคตของบุตรหลานของเขาได้อย่างไร

ในสามก๊ก อ้องอุ้น เมื่อกำจัด ตั๋งโต๊ะ ได้แล้ว ก็ได้รับแต่งตั้งจากฮ่องเต้ให้เป็นอุปราช เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปัญหาไม่เชื่อคำแนะนำของ ตันก๋ง สหายคนสนิท ที่เสนอให้โอกาสแก่ ลิฉุย กุยกี ลูกน้องเก่าของตั๋งโต๊ะ ที่ได้ทำหนังสือมาเพื่อขอมอบตัว กลับตัดสินใจผิดพลาด สั่งให้แม่ทัพชื่อ ลิโป้ ลุยหวังเผด็จศึก จนทำให้ศัตรูที่จนตรอกเหลือทางรอดทางเดียวคือหันกลับมาสู้บุกยึดเมืองหลวงคืน ในที่สุดก็ต่อต้านศัตรูที่บุกมาไม่ได้ ต้องพ่ายแพ้แล้วถูกทหารข้าศึกรุมประชาทัณฑ์จนตายในที่สุด บทเรียนในครั้งนั้นคือ การวางแผนนโยบายที่ผิดพลาด "เดินหมากผิดแค่ตัวเดียวทำให้เสียทั้งกระดาน"

การปฏิรูปการศึกษาไทยจะต้องปฏิรูปทั้งระบบ ต้องกล้าหาญและวางแผนวางนโยบายให้ถูกต้อง แม้จะต้องรื้อทั้งระบบก็ต้องยอม จะมามัวนั่งปะผุรอยรั่วของเก่าอยู่อย่างทุกวันนี้ไม่ได้ ต้องมีทฤษฎีอ้างอิง มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือมารองรับ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในอดีตที่ผ่านมามันล้าสมัยไปหมดแล้ว ระบบเก่าๆ เปื่อยผุพังไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่โรงเรียนขังนักเรียนทั้งวันอยู่ในห้อง การวัดผลการเรียน การสอบ Gat Pat การสอบ O-Net, A-Net การสอบแก้ 0 ร. มส. การให้ผ่านโดยไม่มีการเรียนซ้ำชั้น หรือการประเมิน ผลงานของครู มันคือระบบเก่าที่เละที่สุด

บทความฉบับที่แล้ว ผู้เขียนได้นำเสนอให้ท่านนายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ตัดสินใจทำการวิจัยเชิงคุณภาพ คือ Action Research โดยส่งนักวิจัยหรือครู ไปศึกษาวิจัยในประเทศที่จัดการศึกษาประสบผลสำเร็จ ใน 5 ประเทศ เช่น สิงคโปร์ เกาหลี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟินแลนด์ เป็นต้น ในบทความฉบับนี้อยากเสนอท่านนายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ เลือกทำวิจัยแบบ Case study research model หรือแบบ Mix model ก็ได้ จะใช้เงินลงทุนประมาณ 100-200 ล้านบาท ซึ่งไม่มากมายอะไรเลยเมื่อเทียบกับเวลาที่เราต้องสูญเสียไป ส่วนเค้าโครงการวิจัยท่านต้องให้ผู้เชี่ยวชาญจัดทำนำเสนอให้ตรงกับประเด็นปัญหา การวิจัยอาจใช้เวลาถึงหนึ่งปี การแก้ปัญหาที่ผ่านมาเราใช้เพียงการวิเคราะห์ปัญหาและหาทางเลือกอย่างตื้นเขิน (Shallow Analyses) ใช้เพียงสามัญสำนึก หรือคิดเอาเอง จึงแก้ปัญหาไม่ถูกจุด คุณภาพการศึกษาไทยจึงได้ดัมพ์หัวต่ำลงไปเรื่อยๆ

ปัจจุบัน เรามีตัวอย่างสถาบันการศึกษาที่ทันสมัยเป็น Modern School ให้เห็น ทั้งที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศ เช่น โรงเรียนนานาชาติที่ประสบผลสำเร็จในหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยเอเชียของ ดร.วิพรรธ์ เริงวิทยา ที่ชลบุรี ท่านนำรูปแบบการจัดการโรงเรียนมาจากอังกฤษ Imperial College ห้องเรียนหนึ่งมีนักเรียนบรรจุอยู่เพียงห้องละ 15 คน เด็กนักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงในการเรียน วัฒนธรรมองค์กรภายในโรงเรียนมีความแตกต่างจากโรงเรียนในแบบไทยๆ อย่างมาก หรืออีกตัวอย่าง โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ต้นแบบวิทยาศาสตร์ ที่มีคะแนน PISA ใกล้เคียงกับประเทศชั้นนำในระดับโลก มีหลายประเทศในโลกที่เขาจัดเวลาเรียนเพียงครึ่งวันแต่คุณภาพการศึกษาของเขากลับสูงขึ้น เช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม และญี่ปุ่น

เด็กยุคใหม่เกิดมาพร้อมกับ Digital การพัฒนาตนเอง การเรียน การลงทุนใช้ระยะเวลาสั้นๆ กิจกรรมการเรียนบางรายวิชาก็เป็นแบบ on line learning คุณสมบัติพื้นฐานของคนในยุคนี้จึงต้องเป็นวัฒนธรรมสากล มีจรรยาบรรณสากล เช่น มีความซื่อสัตย์ ขยัน อดทน สู้งาน หิวกระหายที่จะใฝ่รู้ มีความรู้ความสามารถในการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสืบค้นหาข้อมูลได้ด้วยตนเอง สามารถในการสื่อสารภาษาสากล มีความเข้าใจผู้อื่นและทำงานร่วมมือกับคนอื่นได้ มีทักษะที่จำเป็นในอนาคต มีความคิดสร้างสรรค์ที่จะไปพัฒนาตนเองต่อไปได้

รัฐบาลต้องปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาในทุกระดับโดยเร่งด่วน ต้องจัดหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับทักษะที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และต้องให้สอดคล้องกับพัฒนาการตามวัยของ ผู้เรียน เด็กที่จบหลักสูตรในแต่ละระดับต้องสามารถนำความรู้ทักษะประสบการณ์ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ ผู้เขียนได้มีโอกาสสนทนากับช่างก่อสร้าง เขาบอกว่าเขาเรียนจบชั้น ป.6 ไม่มีเงินเรียนต่อ พ่อแม่มีลูกหลายคน จึงตามญาติลงมาทำงานก่อสร้างที่กรุงเทพฯ แรกเริ่มก็ช่วยงานขนหินปูนทราย เดินเหล็กผูกเหล็ก หิ้วถังปูน ต่อมาก็เป็นช่างเชื่อมเหล็ก ปักผังตั้งแบบวางเสา พัฒนาตนเองมาเรื่อยๆ จนอ่านแบบเป็น สั่งวัสดุได้ รับเหมางานเป็น แล้วก็พัฒนาตนเองมาเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง เป็นเจ้าของกิจการ ผู้เขียนถามช่างว่า ความรู้ที่ได้มาจากการเรียนจบชั้น ป.6 ได้นำมาใช้บ้างหรือไม่ เขาตอบว่าก็สามารถนำมาใช้อ่านรายการต่างๆ ที่เป็นภาษาอังกฤษได้บ้าง ความรู้ทางคณิตศาสตร์ก็สามารถนำมาคิดคำนวณหาต้นทุนกำไรได้ นำมาทำบัญชีรับจ่ายง่ายๆ ได้ มีความเข้าใจในสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจสังคมการเมืองแบบทั่วไป

เด็กที่เรียนจบเพียงชั้น ม.3 ไม่สามารถเรียนต่อก็ออกทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองช่วยพ่อแม่ได้ เด็กเหล่านี้มีบางคนขณะเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นมักไม่ค่อยสนใจเรียน เพราะเขารู้ตัวเองว่าถึงจะตั้งใจเรียนดีอย่างไรก็ไม่มีโอกาสที่จะได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น เด็กจึงกังวลถึงแต่เรื่องจะออกไปหาเงินเลี้ยงชีวิต หรือไม่บางคนก็เกเรไปเลย ถามว่าหลักสูตรการศึกษาไทยได้เตรียมสอนทักษะในการทำมาหากินให้เด็กในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นได้เพียงพอหรือไม่ ในหลายประเทศ เช่น ยุโรป อเมริกา สิงคโปร์ เด็กที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นสามารถทำงานหาเงินเลี้ยงตนเองได้ เด็กที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ม.6 เด็กไทยทางโรงเรียนได้สอนทักษะอะไรบ้างเพื่อให้เขาสามารถนำความรู้ในระดับชั้น ม.ปลายมาประกอบอาชีพได้ ในหลายประเทศเด็กขณะที่เรียนอยู่ได้ออกมาทำงาน พาร์ตไทม์ หาเงินใช้ส่วนตัวได้ เช่น ที่สิงคโปร์ เยอรมนี ญี่ปุ่น เป็นต้น บางคนออกจากระบบโรงเรียนเพื่อประกอบอาชีพได้เลย ถามว่าระบบการศึกษาไทยได้มีหลักสูตรวิชาชีพให้เด็กในแต่ละระดับชั้นเพียงพอหรือไม่

เด็กไทยที่เรียนจบในระดับชั้นปริญญาตรี มีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะทำงานอิสระ เป็นผู้ประกอบการเองได้หรือไม่ หรือรอเพื่อจะสอบบรรจุเป็นพนักงานลูกจ้างรายเดือนไปตลอดชีวิตได้เท่านั้น หลักสูตรแต่ละระดับต้องให้ความรู้ทักษะทางด้านประกอบอาชีพ ผ่านการฝึกปฏิบัติงานในภาคสนาม มีทักษะในทางการเงินการบัญชี มีความกล้าท้าทายที่จะเป็นผู้ประกอบการเองได้ หลักสูตรที่ผ่านมาทักษะที่สำคัญในชีวิต ทางโรงเรียนกลับไม่ได้สอน เรียนจบมาแล้วต้องไปค้นหาเอาเอง ดังนั้นการปฏิรูปการศึกษาไทยต้องปฏิรูปทั้งระบบจึงจะไปรอด

เมื่อวันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสไปกับเพื่อนชาว Bosnia ที่ สปป.ลาว นครเวียงจันทน์ ได้ไปเยี่ยมสำนักงานของเด็กหนุ่มสาวรุ่นใหม่ของลาว อายุ 20 ปีปลาย-30 ปีต้นๆ ที่เปิดกิจการร้านเกมกระดาน (Board Game) เป็นธุรกิจแบบ ช่วยเหลือสังคม (Social Entrepreneur) เจ้าของกิจการเป็นเด็กหนุ่มสาวรุ่นใหม่ของลาว เรียนจบการศึกษามาจากออสเตรเลีย 2 คน อเมริกา 1 คน เปิดร้านเกมกระดาน (Board Game) พวกเขามีวัตถุประสงค์เพื่อนำระบบเกมกระดานเข้าสู่สังคมของคนรุ่นใหม่ของลาวและเพื่อธุรกิจด้วย มีกลุ่มเยาวชนลาวที่เล่นเกมอยู่ในวันนั้นประมาณ 20 คน ส่วนหนึ่งเป็นเด็กที่กำลังเรียนในมหาวิทยาลัยของลาว มาจากโรงเรียนพรสวรรค์ ซึ่งเป็นโรงเรียนชั้นนำของลาว มาจากโรงเรียนนานาชาติในลาว และมีบางส่วนที่เรียนจบมหาวิทยาลัยมาแล้ว ในร้านไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เกมกระดาน (Board Game) จะช่วยฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ การวางแผน การเจรจาต่อรอง การตัดสินใจ การศึกษาพฤติกรรมของคน เป็นการแข่งขันเพื่อชนะและเพื่อความร่วมมือ เป็นกิจกรรมที่จะช่วยดึงเด็กออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ หน้าจอโทรศัพท์มือถือ หน้าจอทีวี ช่วยให้คนในสังคมได้หันหน้าเข้าหากันได้พบปะพูดคุยสนทนา หรือทำให้คนในครอบครัวได้หันหน้าเข้ามาพูดคุยกัน เขาจะพยายามนำเกมกระดานเหล่านี้เข้าสู่สถาบันการศึกษาของลาว โดยจะนำเข้าไปในลักษณะเปิดเป็นชุมนุม (Club) เป็นชมรมของนักเรียนนักศึกษา แล้วขยายไปทั่วประเทศ ผู้เขียนถามว่าเกมกระดานมีคนเล่นในประเทศลาวอยู่มากเพียงใด ได้รับคำตอบว่า ขณะนี้มีกลุ่มคนในลาวที่สนใจเล่นอยู่ 2 กลุ่ม คือกลุ่มของเขาเองนี้กลุ่มหนึ่ง และกลุ่มฝรั่งนานาชาติ (Expat) ที่อยู่ในเวียงจันทน์อีกกลุ่มหนึ่ง ส่วนในประเทศไทย เกมกระดาน (Board Game) มีห้างหุ้นส่วนแรกที่นำเข้ามาเปิดกิจการในเมืองไทยจนได้รับใบอนุญาตถูกต้อง ตั้งอยู่แถวสุขุมวิท พระโขนง BTS ขณะนี้ได้เผยแพร่นำเข้าสู่สถาบันการศึกษาและมหาวิทยาลัยไทยบ้างแล้ว และได้ขยายกิจการไปยังพม่า เขมร และลาว ในอนาคตเกมกระดานจะเข้าไปสู่สถานศึกษาในรูปแบบของชมรม สมาคม สโมสร มีการจัดการแข่งขันเพื่อหาแชมป์ในระดับโลก เกมกระดาน (Board Game) จะช่วยยกระดับการรู้จักคิดวิเคราะห์ให้กับเด็กได้มากกว่าที่จะให้ครูสอนให้เด็กรู้จักคิดเป็น การสอนคนให้รู้จักคิดวิเคราะห์มันต้องมีเครื่องมือครับ


ขอบคุณที่มาเนื้อหาจาก มติชน ฉบับวันที่ 24 ก.พ. 2560 (กรอบบ่าย)

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> การปฏิรูปการศึกษาไทยให้สำเร็จ ต้องปฏิรูปทั้งระบบ โดย เพชร เหมือนพันธุ์ , , การปฏิรูปการศึกษาไทยให้สำเร็จ , ต้องปฏิรูปทั้งระบบ , โดย , เพชร , เหมือนพันธุ์ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
บทความพิเศษ "เมื่อระบบการศึกษาของไทยล้มเหลว"☕ คลิกอ่านเลย
บทความพิเศษ "เมื่อระบบการศึกษาของไทยล้มเหลว"
เปิดอ่าน 12,332 ครั้ง
ม.44 "มาสเตอร์คีย์ผ่าทางตัน"ปฏิรูปการศึกษา??☕ คลิกอ่านเลย
ม.44 "มาสเตอร์คีย์ผ่าทางตัน"ปฏิรูปการศึกษา??
เปิดอ่าน 12,138 ครั้ง
เฉลยข้อสอบอัตนัยด้วย FACEBOOKLIVE☕ คลิกอ่านเลย
เฉลยข้อสอบอัตนัยด้วย FACEBOOKLIVE
เปิดอ่าน 10,963 ครั้ง
ผู้เรียนและสังคมได้อะไร จากนโยบาย"ลดเวลาเรียน เพิ่มการเรียนรู้"☕ คลิกอ่านเลย
ผู้เรียนและสังคมได้อะไร จากนโยบาย"ลดเวลาเรียน เพิ่มการเรียนรู้"
เปิดอ่าน 11,403 ครั้ง
"การผลิต" กับการศึกษาประเทศสิงคโปร์☕ คลิกอ่านเลย
"การผลิต" กับการศึกษาประเทศสิงคโปร์
เปิดอ่าน 10,056 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ดื่มน้ำอัดลม 0 แคลอรี่ ช่วยลดน้ำหนักได้ จริงหรือ? / พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุลดื่มน้ำอัดลม 0 แคลอรี่ ช่วยลดน้ำหนักได้ จริงหรือ? / พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล
เปิดอ่าน 6,577 ครั้ง
แนวทางปฏิบัติในการจัดหาพัสดุด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (e-market) และด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)แนวทางปฏิบัติในการจัดหาพัสดุด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (e-market) และด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เปิดอ่าน 16,316 ครั้ง
คุณหมอขอบอก: วิธีคลายเครียดจากน้ำท่วมคุณหมอขอบอก: วิธีคลายเครียดจากน้ำท่วม
เปิดอ่าน 7,270 ครั้ง
การพิมพ์ TILDE ( ~ ) ใน Windows 7การพิมพ์ TILDE ( ~ ) ใน Windows 7
เปิดอ่าน 9,577 ครั้ง
หูป่วย! เพราะโลกใบนี้..หูป่วย! เพราะโลกใบนี้..
เปิดอ่าน 7,903 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ