ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ไปศึกษากรณีเสนอให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

✎ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ไปศึกษากรณีเสนอให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

+โพสต์เมื่อวันที่ : 12 ส.ค. 2560 เปิดอ่าน : 7,048 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ไปศึกษากรณีเสนอให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

Advertisement

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ไปศึกษากรณีเสนอให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน-มอบฝ่ายกฎหมายพิจารณาศึกษาให้ ศอตช.เป็นหน่วยงานขึ้นตรงสำนักนายกฯ

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุม คตช. ครั้งที่ 2/60 สั่งการให้ไปศึกษากรณีคณะอนุฯด้านการป้องกันการทุจริตเสนอให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน-มอบฝ่ายกฎหมายพิจารณาศึกษาให้ ศอตช.เป็นหน่วยงานขึ้นกับสำนักนายกฯ

วันนี้ (11 ส.ค.60). เวลา 13.30 น. ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ครั้งที่ 2/2560 ร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยภายหลังการประชุม นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (เลขาธิการ ป.ป.ท.) กรรมการและเลขานุการ คตช. ได้แถลงผลการประชุม ว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายการปฏิบัติงานในการดำเนินคดีการทุจริตว่า จะต้องดำเนินคดีให้เท่าเทียมกันทุกกลุ่ม ในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐหรือเอกชนที่เข้ามาสนับสนุนการกระทำผิดจะต้องถูกดำเนินการด้วย โดยการแก้ปัญหาให้ยึดหลักการแก้ไขปัญหาอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แก้ปัญหาเก่าแล้วไปสร้างปัญหาใหม่ และขอให้ดำเนินการอย่างระมัดระวัง

เลขาธิการ ป.ป.ท. เผยว่า ที่ประชุม คตช. รับทราบรายงานและข้อเสนอของคณะอนุกรรมการใน คตช. โดยคณะอนุกรรมการฯ ด้านการปลูกจิตสำนึกและสร้างการรับรู้ ได้เสนอความคืบหน้าผลการดำเนินงานของกิจกรรมที่ดำเนินการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เช่น การอบรมครูหลักสูตรโตไปไม่โกง ที่ได้เพิ่มประสิทธิภาพและเนื้อหาของการดำเนินงานให้ครอบคลุมกับกลุ่มเป้าหมายและการปฏิบัติมากขึ้น ที่ได้ขยายโรงเรียนเป้าหมาย ปรับเนื้อหาให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย เด็กนักเรียนตั้งแต่ ม.1- ม.6 ให้มากขึ้น โดยในส่วนของการเผยแพร่ให้เน้นการใช้เทคโนโลยีสื่อออนไลน์ให้มากขึ้น เรื่องเนื้อหาให้เน้นการสร้างทักษะ การคิดวิเคราะห์ปัญหาต่าง ๆ ทั้งนี้ ภาพรวมของหลักสูตรโตไปไม่โกงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีการอบรมครูแล้วทั้งหมด 8,281 คนจาก 1,034 โรงเรียน และได้มีการขยายความร่วมมือของนักเรียนในโรงเรียนที่ผ่านหลักสูตรนี้ไปสร้างเครือข่ายนอกโรงเรียนให้กว้างยิ่งขึ้น ท้องถิ่นสุจริตโปร่งใส ที่เป็นการเสริมสร้างให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ได้มีการอบรมหลักสูตรท้องถิ่นสุจริตโปร่งใส ให้กับผู้บริหารท้องถิ่นและข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำนวน 442 คน โดยเน้นเรื่องการแก้ไขปัญหาในท้องถิ่นให้อยู่ภายในกรอบธรรมาภิบาล สำหรับเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการ คือ 1) การพัฒนาชุดคำถามและกิจกรรมเรียนรู้ให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น 2) สื่อรณรงค์สำนึกไทยไม่โกง ที่เดิมได้มีการผลิตสื่อก้านกล้วยโตไปไม่โกง จำนวน 15 ตอนนั้น จะมีการสร้างเพิ่มอีก 20 ตอน 3) การวางแผนกลยุทธ์การเผยแพร่สื่อรณรงค์สำนึกไทยไม่โกง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด ทั้งการออกอากาศทางโทรทัศน์และการใช้สื่ออนไลน์ให้มากขึ้น 4) การพัฒนาเกม Integrity City เพื่อเป็นการปลูกฝังเด็ก ให้ผู้เล่นเข้าใจนิยามการโกง ความหมาย ลักษณะการโกงทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รวมถึงผลกระทบของการโกง 5) ครอบครัว “โตไปไม่โกง” ได้มีการขยายจากโรงเรียนเข้าไปสู่ครอบครัว เพื่อเสริมสร้างเด็กก่อนวัยเรียนให้มีภูมิคุ้มกันเรื่องการไม่โกงตั้งแต่วัยเด็ก โดยใช้ครอบครัวเป็นสื่อ

ขณะที่คณะอนุกรรมการฯ ด้านการป้องกันการทุจริต ได้เสนอให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน โดยจัดเก็บไว้ที่ส่วนราชการต้นสังกัดในระบบฐานข้อมูลดิจิตอล ซึ่งในเรื่องนี้ สำนักงาน ก.พ.ได้ทำการศึกษาร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ด้านการป้องกันการทุจริตได้พิจารณารายละเอียดนำเสนอที่ประชุม โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ไปศึกษาให้ชัดเจนว่ามีประเทศใดบ้างที่ดำเนินการในลักษณะนี้ และจะมีผลกระทบอื่น ๆ ตามมาหรือไม่ สมควรจะต้องครอบคลุมถึงผู้ที่มาทำกิจการกับภาครัฐด้วยหรือไม่ หากดำเนินการจะต้องกำหนดกรอบให้รัดกุม อย่าให้มีผลกระทบตามมา ซึ่งทางฝ่ายเลขานุการ คตช. จะได้แจ้งให้สำนักงาน ก.พ. พิจารณาดำเนินการต่อยอดจากที่ สำนักงาน ก.พ. ได้ร่วมศึกษากับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อไป

ด้านศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ได้เสนอผลการดำเนินงานรอบ 3 ปีที่ผ่านมา โดยสถานการณ์การทุจริต ณ ก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 มีความรุนแรงมากเพราะกลไกการแก้ไขปัญหาไม่ได้ทำงานหรือทำงานไม่ได้ผลอย่างเต็มที่ ซึ่งจากการกำหนดเป้าหมายของนายกรัฐมนตรีที่มีว่า คนโกงรายเก่าต้องหมดไป คนโกงรายใหม่ต้องไม่เกิด และไม่เปิดโอกาสให้ได้โกง ทำให้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีการสร้างกลไกรองรับเป้าหมายแต่ละด้าน เช่น คนโกงรายเก่าต้องหมดไป มีการตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ในสำนักงานอัยการสูงสุด และมีการแก้ไขกฎหมายสำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. เพื่อให้การทำงานเร็วขึ้น มีผลการดำเนินงานที่ชัดเจน คนโกงรายใหม่ต้องไม่เกิด มีการตั้งกลไกเข้าไปกระตุ้น ให้หน่วยงานภาครัฐ 8,000 กว่าหน่วยทำงานอยู่ในกรอบธรรมาภิบาล หากออกนอกกรอบ จะมีการลงโทษทางวินัย ซึ่งรัฐบาลได้ออกมาตรการเสริม โดยออกคำสั่ง คสช. ย้ายหรือระงับการปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้ให้สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังให้ภาคเอกชน ประชาชน ประชาสังคมต่าง ๆ ช่วยกันเฝ้าระวังร่วมกับภาครัฐ รณรงค์ให้แจ้งข่าวมายังภาครัฐ ให้ส่วนราชการดำเนินการแก้ไข โดยจะมีสำนักงาน ป.ป.ท. ในฐานะเลขานุการ ศอตช. เป็นกลไกในการขับเคลื่อน รับข้อร้องเรียนจากภาคประชาชน ส่งให้ส่วนราชการที่มีหน้าที่ไปแก้ไข หาก ศอตช. มาตรวจสอบหน่วยงานพบว่าทำถูกต้องครบถ้วนแล้วก็จะให้ยุติ แต่หากแจ้งไปแล้วหน่วยงานไม่ดำเนินการ ศอตช. จะรวบรวมส่ง ป.ป.ช. เพราะถือว่าหน่วยงานนั้นละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และจะเสนอคณะรัฐมนตรีดำเนินการทางปกครองและวินัยด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นกลไกตามกฎหมายปกติ แต่ขาดการบังคับใช้อย่างจริงจังในห้วงเวลาที่ผ่านมา จึงก่อให้เกิดความเสียหายตามที่ปรากฏอยู่ จึงต้องกระตุ้นให้ทุกส่วนราชการทำหน้าที่อย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา

“นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ศอตช. สมควรจะต้องถูกยกระดับให้เป็นหน่วยงานที่มีกฎหมายรองรับชัดเจน มากกว่าที่จะเป็นหน่วยเฉพาะกิจตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบให้ฝ่ายกฎหมายไปพิจารณาว่า ศอตช. ควรจะต้องเป็นหน่วยงานกลางที่ขึ้นกับสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่บูรณาการ และอำนวยการขับเคลื่อนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นในเรื่องของการปฏิรูป การปรับโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน สมควรจะต้องอยู่ในจุดที่เข้มแข็ง และถูกต้อง ถูกที่ถูกทาง” เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าว

ขณะเดียวกัน ศอตช. ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามคำสั่งมาตรา 44 กับผู้ที่ถูกโยกย้ายหรือสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ราชการรวม 353 ราย ซึ่งแยกเป็น ก. ไม่สามารถดำเนินการทางวินัย 58 คน ข. สอบสวนแล้ว พบว่ามีความผิดและลงโทษแล้ว 72 คน โดยทั้ง ก. และ ข. รวม 130 คนนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว ส่วนผู้ที่ไม่สามารถดำเนินการทางวินัยเพราะได้พ้นจากราชการไปก่อน หรือบางคนเป็นเจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่สามารถดำเนินการทางวินัยได้ หรือบางคนที่ถูกเสนอชื่อเข้ามานี้มิได้ถูกกล่าวหาว่าเป็นการกระทำทุจริต แต่เป็นการละเลยละเว้น ค. สอบสวนแล้ว ไม่พบความผิด 30 คน ที่ทุกองค์กรเห็นชอบให้ยุติเรื่องโดยไม่มีการลงโทษและกลับคืนตำแหน่งในระดับเดิมแต่ไม่ใช่ที่เดิม ง. การสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ 193 ราย ซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ระหว่างที่ต้นสังกัดกำลังดำเนินการ และอีกส่วนหนึ่งอยู่ระหว่างการไต่สวนของสำนักงาน ป.ป.ช. โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการไปประสานเร่งรัดในส่วนนี้ให้ต้นสังกัดดำเนินการให้เร็ว รวมทั้งให้ประสาน ป.ป.ช. ดำเนินการในส่วนนี้

สำหรับความคืบหน้าการดำเนินคดีสำคัญ เช่น กรณีจัดซื้อกล้อง CCTV ในโครงการ Safe Zone School ของ สพฐ. ในพื้นที่ภาคใต้ ขณะนี้ สำนักงาน ป.ป.ท. กำลังดำเนินการอยู่ และกระทรวงศึกษาธิการได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว กรณีเรียกรับเงินของโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย นั้น ป.ป.ท. มีการตรวจสอบเรียบร้อยและจะส่งไปที่ ป.ป.ช. เร็วๆ นี้ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยแล้ว เงินทอนวัด ได้มีการประชุมนำข้อมูลมาบูรณาการร่วมกัน เพื่อป้องกันและดำเนินคดี ซึ่งการดำเนินคดีได้เน้นเรื่องการใช้เงินงบประมาณของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นสำคัญ

ด้านคณะอนุกรรมการฯ ด้านการประชาสัมพันธ์ ได้รายงานความคืบหน้าและการจัดกิจกรรมเปิดตัวเว็บและแอพพลิเคชั่น “ภาษีไปไหน” ระยะที่ 2 โดยจะมีการพัฒนาต่อยอดให้เป็นระบบ “ภาษีมาจากไหน” เพื่อเป็นการเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับรู้ว่าภาษีที่เก็บมานั้นเป็นของประชาชน ทุกคนสมควรต้องช่วยกันเฝ้าระวัง ช่วยกันใช้จ่ายให้ถูกต้อง ดูแลการใช้จ่ายให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นชอบและมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการ และสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สรอ.) ได้ดำเนินการพัฒนาระบบ เพื่อให้ประชาชนเข้าใช้งานได้สะดวก พร้อมกับสั่งการให้กรมบัญชีกลาง กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ให้ความร่วมมือดำเนินการ

พร้อมกันนี้ ที่ประชุม คตช. ได้พิจารณาความคืบหน้าการดำเนินการปีแห่งการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุมัติ อนุญาต ของทางราชการ ต่อต้านการรับสินบนทุกรูปแบบ ที่สำนักงาน ป.ป.ท. ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้สองกลุ่ม คือ กลุ่มเป้าหมายที่ 1 Function Based หน่วยงานที่เกี่ยวกับการค้าการลงทุน ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ท. ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานราชการระดับกรม และรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องทั้งหมดรวม 43 หน่วยงาน โดยจะทำข้อตกลงร่วมกันที่จะพัฒนาแนวทางและการแก้ไขปัญหาร่วมกัน จะเปิดช่องทางให้พี่น้องประชาชนได้ร้องเรียนเข้ามา และสำนักงาน ป.ป.ท. จะทำหน้าที่ประสานงานส่วนราชการนั้นเพื่อดำเนินการแก้ไข ทั้งปัญหาของส่วนราชการ และปัญหาของประชาชน เพื่อให้เป็นแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน กลุ่มเป้าหมายที่ 2 Area Based จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดภูเก็ต ที่สำนักงาน ป.ป.ท. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดภูเก็ตแล้วในหลักการเดียวกัน คือการตกลงพัฒนาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน เปิดช่องทางการร้องเรียน และแก้ไขปัญหาร่วมกัน

นอกจากนี้ ที่ประชุม คตช. ได้เห็นชอบการจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) โดยรัฐบาล สำนักงาน ป.ป.ช. ภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาครัฐวิสาหกิจ เอกชน และภาคประชาชน ในวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2560 ซึ่งจะมีการหารือในรายละเอียดร่วมกันอีกครั้ง

---------------------------

กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

ที่มา เว็บไซต์รัฐบาลไทย วันที่ 11 สิงหาคม 2560

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ไปศึกษากรณีเสนอให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
ผอ.เขตเป็นCEOจัดระเบียบอบรมครู☕ 16 ส.ค. 2560
ผอ.เขตเป็นCEOจัดระเบียบอบรมครู
เปิดอ่าน 983 ครั้ง
ครู2.2หมื่นวืดคูปองอบรมครู☕ 16 ส.ค. 2560
ครู2.2หมื่นวืดคูปองอบรมครู
เปิดอ่าน 1,888 ครั้ง
สพฐ.เผย22หน่วยจัดขอปิด87หลักสูตร ปรับปี61ให้เขตสำรวจความต้องการครูก่อนจัดหลักสูตร☕ 16 ส.ค. 2560
สพฐ.เผย22หน่วยจัดขอปิด87หลักสูตร ปรับปี61ให้เขตสำรวจความต้องการครูก่อนจัดหลักสูตร
เปิดอ่าน 535 ครั้ง
‘พิษณุ’ ฟุ้งทุจริตศธ. แก้แล้วกว่า 283 เรื่อง คาดใช้ซอฟแวร์แก้ทุจริตได้ต.ค.นี้☕ 16 ส.ค. 2560
‘พิษณุ’ ฟุ้งทุจริตศธ. แก้แล้วกว่า 283 เรื่อง คาดใช้ซอฟแวร์แก้ทุจริตได้ต.ค.นี้
เปิดอ่าน 196 ครั้ง
รมช.ศธ.มอบนโยบายสถานศึกษาคุณธรรม”คบใครสนิทชิดชอบ ย่อมสะท้อนถึงเราเอง”☕ 16 ส.ค. 2560
รมช.ศธ.มอบนโยบายสถานศึกษาคุณธรรม”คบใครสนิทชิดชอบ ย่อมสะท้อนถึงเราเอง”
เปิดอ่าน 498 ครั้ง

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เรียนรู้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แหล่งเรียนรู้ด้านสารสนเทศสภาฯ
เครื่องมือวัดอุตสาหกรรม

แก้ปัญหา รักแร้ดำแก้ปัญหา รักแร้ดำ
เปิดอ่าน 6,635 ครั้ง
ใบบัว มีคุณประโยชน์อย่างไรบ้าง?ใบบัว มีคุณประโยชน์อย่างไรบ้าง?
เปิดอ่าน 6,810 ครั้ง
มะเร็งเน็ต...ภัยร้ายชนิดใหม่ เสี่ยงตายไม่รู้ตัวมะเร็งเน็ต...ภัยร้ายชนิดใหม่ เสี่ยงตายไม่รู้ตัว
เปิดอ่าน 10,176 ครั้ง
นั่งให้ถูกท่า หน้าคอมพิวเตอร์ นั่งให้ถูกท่า หน้าคอมพิวเตอร์
เปิดอ่าน 6,419 ครั้ง
การทำกรอบรูปเปเปอร์มาเช่ การทำกรอบรูปเปเปอร์มาเช่
เปิดอ่าน 92,322 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด
    15 ส.ค. 2560 เวลา 16:53 น. : สพฐ.คลอดหลักสูตรปฐมวัย

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม