ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ไปศึกษากรณีเสนอให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ไปศึกษากรณีเสนอให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 12 ส.ค. 2560 เปิดอ่าน : 9,169 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ไปศึกษากรณีเสนอให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

Advertisement

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ไปศึกษากรณีเสนอให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน-มอบฝ่ายกฎหมายพิจารณาศึกษาให้ ศอตช.เป็นหน่วยงานขึ้นตรงสำนักนายกฯ

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุม คตช. ครั้งที่ 2/60 สั่งการให้ไปศึกษากรณีคณะอนุฯด้านการป้องกันการทุจริตเสนอให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน-มอบฝ่ายกฎหมายพิจารณาศึกษาให้ ศอตช.เป็นหน่วยงานขึ้นกับสำนักนายกฯ

วันนี้ (11 ส.ค.60). เวลา 13.30 น. ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ครั้งที่ 2/2560 ร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยภายหลังการประชุม นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (เลขาธิการ ป.ป.ท.) กรรมการและเลขานุการ คตช. ได้แถลงผลการประชุม ว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายการปฏิบัติงานในการดำเนินคดีการทุจริตว่า จะต้องดำเนินคดีให้เท่าเทียมกันทุกกลุ่ม ในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐหรือเอกชนที่เข้ามาสนับสนุนการกระทำผิดจะต้องถูกดำเนินการด้วย โดยการแก้ปัญหาให้ยึดหลักการแก้ไขปัญหาอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แก้ปัญหาเก่าแล้วไปสร้างปัญหาใหม่ และขอให้ดำเนินการอย่างระมัดระวัง

เลขาธิการ ป.ป.ท. เผยว่า ที่ประชุม คตช. รับทราบรายงานและข้อเสนอของคณะอนุกรรมการใน คตช. โดยคณะอนุกรรมการฯ ด้านการปลูกจิตสำนึกและสร้างการรับรู้ ได้เสนอความคืบหน้าผลการดำเนินงานของกิจกรรมที่ดำเนินการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เช่น การอบรมครูหลักสูตรโตไปไม่โกง ที่ได้เพิ่มประสิทธิภาพและเนื้อหาของการดำเนินงานให้ครอบคลุมกับกลุ่มเป้าหมายและการปฏิบัติมากขึ้น ที่ได้ขยายโรงเรียนเป้าหมาย ปรับเนื้อหาให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย เด็กนักเรียนตั้งแต่ ม.1- ม.6 ให้มากขึ้น โดยในส่วนของการเผยแพร่ให้เน้นการใช้เทคโนโลยีสื่อออนไลน์ให้มากขึ้น เรื่องเนื้อหาให้เน้นการสร้างทักษะ การคิดวิเคราะห์ปัญหาต่าง ๆ ทั้งนี้ ภาพรวมของหลักสูตรโตไปไม่โกงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีการอบรมครูแล้วทั้งหมด 8,281 คนจาก 1,034 โรงเรียน และได้มีการขยายความร่วมมือของนักเรียนในโรงเรียนที่ผ่านหลักสูตรนี้ไปสร้างเครือข่ายนอกโรงเรียนให้กว้างยิ่งขึ้น ท้องถิ่นสุจริตโปร่งใส ที่เป็นการเสริมสร้างให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ได้มีการอบรมหลักสูตรท้องถิ่นสุจริตโปร่งใส ให้กับผู้บริหารท้องถิ่นและข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำนวน 442 คน โดยเน้นเรื่องการแก้ไขปัญหาในท้องถิ่นให้อยู่ภายในกรอบธรรมาภิบาล สำหรับเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการ คือ 1) การพัฒนาชุดคำถามและกิจกรรมเรียนรู้ให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น 2) สื่อรณรงค์สำนึกไทยไม่โกง ที่เดิมได้มีการผลิตสื่อก้านกล้วยโตไปไม่โกง จำนวน 15 ตอนนั้น จะมีการสร้างเพิ่มอีก 20 ตอน 3) การวางแผนกลยุทธ์การเผยแพร่สื่อรณรงค์สำนึกไทยไม่โกง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด ทั้งการออกอากาศทางโทรทัศน์และการใช้สื่ออนไลน์ให้มากขึ้น 4) การพัฒนาเกม Integrity City เพื่อเป็นการปลูกฝังเด็ก ให้ผู้เล่นเข้าใจนิยามการโกง ความหมาย ลักษณะการโกงทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รวมถึงผลกระทบของการโกง 5) ครอบครัว “โตไปไม่โกง” ได้มีการขยายจากโรงเรียนเข้าไปสู่ครอบครัว เพื่อเสริมสร้างเด็กก่อนวัยเรียนให้มีภูมิคุ้มกันเรื่องการไม่โกงตั้งแต่วัยเด็ก โดยใช้ครอบครัวเป็นสื่อ

ขณะที่คณะอนุกรรมการฯ ด้านการป้องกันการทุจริต ได้เสนอให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน โดยจัดเก็บไว้ที่ส่วนราชการต้นสังกัดในระบบฐานข้อมูลดิจิตอล ซึ่งในเรื่องนี้ สำนักงาน ก.พ.ได้ทำการศึกษาร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ด้านการป้องกันการทุจริตได้พิจารณารายละเอียดนำเสนอที่ประชุม โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ไปศึกษาให้ชัดเจนว่ามีประเทศใดบ้างที่ดำเนินการในลักษณะนี้ และจะมีผลกระทบอื่น ๆ ตามมาหรือไม่ สมควรจะต้องครอบคลุมถึงผู้ที่มาทำกิจการกับภาครัฐด้วยหรือไม่ หากดำเนินการจะต้องกำหนดกรอบให้รัดกุม อย่าให้มีผลกระทบตามมา ซึ่งทางฝ่ายเลขานุการ คตช. จะได้แจ้งให้สำนักงาน ก.พ. พิจารณาดำเนินการต่อยอดจากที่ สำนักงาน ก.พ. ได้ร่วมศึกษากับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อไป

ด้านศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ได้เสนอผลการดำเนินงานรอบ 3 ปีที่ผ่านมา โดยสถานการณ์การทุจริต ณ ก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 มีความรุนแรงมากเพราะกลไกการแก้ไขปัญหาไม่ได้ทำงานหรือทำงานไม่ได้ผลอย่างเต็มที่ ซึ่งจากการกำหนดเป้าหมายของนายกรัฐมนตรีที่มีว่า คนโกงรายเก่าต้องหมดไป คนโกงรายใหม่ต้องไม่เกิด และไม่เปิดโอกาสให้ได้โกง ทำให้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีการสร้างกลไกรองรับเป้าหมายแต่ละด้าน เช่น คนโกงรายเก่าต้องหมดไป มีการตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ในสำนักงานอัยการสูงสุด และมีการแก้ไขกฎหมายสำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. เพื่อให้การทำงานเร็วขึ้น มีผลการดำเนินงานที่ชัดเจน คนโกงรายใหม่ต้องไม่เกิด มีการตั้งกลไกเข้าไปกระตุ้น ให้หน่วยงานภาครัฐ 8,000 กว่าหน่วยทำงานอยู่ในกรอบธรรมาภิบาล หากออกนอกกรอบ จะมีการลงโทษทางวินัย ซึ่งรัฐบาลได้ออกมาตรการเสริม โดยออกคำสั่ง คสช. ย้ายหรือระงับการปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้ให้สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังให้ภาคเอกชน ประชาชน ประชาสังคมต่าง ๆ ช่วยกันเฝ้าระวังร่วมกับภาครัฐ รณรงค์ให้แจ้งข่าวมายังภาครัฐ ให้ส่วนราชการดำเนินการแก้ไข โดยจะมีสำนักงาน ป.ป.ท. ในฐานะเลขานุการ ศอตช. เป็นกลไกในการขับเคลื่อน รับข้อร้องเรียนจากภาคประชาชน ส่งให้ส่วนราชการที่มีหน้าที่ไปแก้ไข หาก ศอตช. มาตรวจสอบหน่วยงานพบว่าทำถูกต้องครบถ้วนแล้วก็จะให้ยุติ แต่หากแจ้งไปแล้วหน่วยงานไม่ดำเนินการ ศอตช. จะรวบรวมส่ง ป.ป.ช. เพราะถือว่าหน่วยงานนั้นละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และจะเสนอคณะรัฐมนตรีดำเนินการทางปกครองและวินัยด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นกลไกตามกฎหมายปกติ แต่ขาดการบังคับใช้อย่างจริงจังในห้วงเวลาที่ผ่านมา จึงก่อให้เกิดความเสียหายตามที่ปรากฏอยู่ จึงต้องกระตุ้นให้ทุกส่วนราชการทำหน้าที่อย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา

“นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ศอตช. สมควรจะต้องถูกยกระดับให้เป็นหน่วยงานที่มีกฎหมายรองรับชัดเจน มากกว่าที่จะเป็นหน่วยเฉพาะกิจตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบให้ฝ่ายกฎหมายไปพิจารณาว่า ศอตช. ควรจะต้องเป็นหน่วยงานกลางที่ขึ้นกับสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่บูรณาการ และอำนวยการขับเคลื่อนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นในเรื่องของการปฏิรูป การปรับโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน สมควรจะต้องอยู่ในจุดที่เข้มแข็ง และถูกต้อง ถูกที่ถูกทาง” เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าว

ขณะเดียวกัน ศอตช. ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามคำสั่งมาตรา 44 กับผู้ที่ถูกโยกย้ายหรือสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ราชการรวม 353 ราย ซึ่งแยกเป็น ก. ไม่สามารถดำเนินการทางวินัย 58 คน ข. สอบสวนแล้ว พบว่ามีความผิดและลงโทษแล้ว 72 คน โดยทั้ง ก. และ ข. รวม 130 คนนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว ส่วนผู้ที่ไม่สามารถดำเนินการทางวินัยเพราะได้พ้นจากราชการไปก่อน หรือบางคนเป็นเจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่สามารถดำเนินการทางวินัยได้ หรือบางคนที่ถูกเสนอชื่อเข้ามานี้มิได้ถูกกล่าวหาว่าเป็นการกระทำทุจริต แต่เป็นการละเลยละเว้น ค. สอบสวนแล้ว ไม่พบความผิด 30 คน ที่ทุกองค์กรเห็นชอบให้ยุติเรื่องโดยไม่มีการลงโทษและกลับคืนตำแหน่งในระดับเดิมแต่ไม่ใช่ที่เดิม ง. การสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ 193 ราย ซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ระหว่างที่ต้นสังกัดกำลังดำเนินการ และอีกส่วนหนึ่งอยู่ระหว่างการไต่สวนของสำนักงาน ป.ป.ช. โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการไปประสานเร่งรัดในส่วนนี้ให้ต้นสังกัดดำเนินการให้เร็ว รวมทั้งให้ประสาน ป.ป.ช. ดำเนินการในส่วนนี้

สำหรับความคืบหน้าการดำเนินคดีสำคัญ เช่น กรณีจัดซื้อกล้อง CCTV ในโครงการ Safe Zone School ของ สพฐ. ในพื้นที่ภาคใต้ ขณะนี้ สำนักงาน ป.ป.ท. กำลังดำเนินการอยู่ และกระทรวงศึกษาธิการได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว กรณีเรียกรับเงินของโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย นั้น ป.ป.ท. มีการตรวจสอบเรียบร้อยและจะส่งไปที่ ป.ป.ช. เร็วๆ นี้ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยแล้ว เงินทอนวัด ได้มีการประชุมนำข้อมูลมาบูรณาการร่วมกัน เพื่อป้องกันและดำเนินคดี ซึ่งการดำเนินคดีได้เน้นเรื่องการใช้เงินงบประมาณของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นสำคัญ

ด้านคณะอนุกรรมการฯ ด้านการประชาสัมพันธ์ ได้รายงานความคืบหน้าและการจัดกิจกรรมเปิดตัวเว็บและแอพพลิเคชั่น “ภาษีไปไหน” ระยะที่ 2 โดยจะมีการพัฒนาต่อยอดให้เป็นระบบ “ภาษีมาจากไหน” เพื่อเป็นการเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับรู้ว่าภาษีที่เก็บมานั้นเป็นของประชาชน ทุกคนสมควรต้องช่วยกันเฝ้าระวัง ช่วยกันใช้จ่ายให้ถูกต้อง ดูแลการใช้จ่ายให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นชอบและมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการ และสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สรอ.) ได้ดำเนินการพัฒนาระบบ เพื่อให้ประชาชนเข้าใช้งานได้สะดวก พร้อมกับสั่งการให้กรมบัญชีกลาง กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ให้ความร่วมมือดำเนินการ

พร้อมกันนี้ ที่ประชุม คตช. ได้พิจารณาความคืบหน้าการดำเนินการปีแห่งการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุมัติ อนุญาต ของทางราชการ ต่อต้านการรับสินบนทุกรูปแบบ ที่สำนักงาน ป.ป.ท. ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้สองกลุ่ม คือ กลุ่มเป้าหมายที่ 1 Function Based หน่วยงานที่เกี่ยวกับการค้าการลงทุน ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ท. ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานราชการระดับกรม และรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องทั้งหมดรวม 43 หน่วยงาน โดยจะทำข้อตกลงร่วมกันที่จะพัฒนาแนวทางและการแก้ไขปัญหาร่วมกัน จะเปิดช่องทางให้พี่น้องประชาชนได้ร้องเรียนเข้ามา และสำนักงาน ป.ป.ท. จะทำหน้าที่ประสานงานส่วนราชการนั้นเพื่อดำเนินการแก้ไข ทั้งปัญหาของส่วนราชการ และปัญหาของประชาชน เพื่อให้เป็นแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน กลุ่มเป้าหมายที่ 2 Area Based จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดภูเก็ต ที่สำนักงาน ป.ป.ท. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดภูเก็ตแล้วในหลักการเดียวกัน คือการตกลงพัฒนาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน เปิดช่องทางการร้องเรียน และแก้ไขปัญหาร่วมกัน

นอกจากนี้ ที่ประชุม คตช. ได้เห็นชอบการจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) โดยรัฐบาล สำนักงาน ป.ป.ช. ภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาครัฐวิสาหกิจ เอกชน และภาคประชาชน ในวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2560 ซึ่งจะมีการหารือในรายละเอียดร่วมกันอีกครั้ง

---------------------------

กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

ที่มา เว็บไซต์รัฐบาลไทย วันที่ 11 สิงหาคม 2560

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ไปศึกษากรณีเสนอให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สพฐ.ให้โรงเรียนเลื่อนชั้นเด็กแบบอัตโนมัติได้ “อัมพร” ย้ำครูประเมินนักเรียนรายคน☕ 21 ม.ค. 2564
สพฐ.ให้โรงเรียนเลื่อนชั้นเด็กแบบอัตโนมัติได้ “อัมพร” ย้ำครูประเมินนักเรียนรายคน
เปิดอ่าน 1,948 ครั้ง
ผู้ปกครองเฮ! สช.สั่งโรงเรียนเอกชน "คืนค่าธรรมเนียม 11 รายการ" กรณีเรียนออนไลน์☕ 21 ม.ค. 2564
ผู้ปกครองเฮ! สช.สั่งโรงเรียนเอกชน "คืนค่าธรรมเนียม 11 รายการ" กรณีเรียนออนไลน์
เปิดอ่าน 2,179 ครั้ง
ว2/2564 การอนุมัติให้การลาไปศึกษา ฝึกอบรม หรือวิจัย ของขรก.ครูฯ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการและมีสิทธิได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนในระหว่างลา☕ 21 ม.ค. 2564
ว2/2564 การอนุมัติให้การลาไปศึกษา ฝึกอบรม หรือวิจัย ของขรก.ครูฯ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการและมีสิทธิได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนในระหว่างลา
เปิดอ่าน 2,720 ครั้ง
ฟังชัดๆ แนวทางการเตรียมการรองรับ การวัดและประเมินผล ปีการศึกษา 2563☕ 21 ม.ค. 2564
ฟังชัดๆ แนวทางการเตรียมการรองรับ การวัดและประเมินผล ปีการศึกษา 2563
เปิดอ่าน 6,820 ครั้ง
สพฐ.ตั้งเป้า ลดภาระงานครู ทั้งระบบ!☕ 20 ม.ค. 2564
สพฐ.ตั้งเป้า ลดภาระงานครู ทั้งระบบ!
เปิดอ่าน 7,574 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ชมย้อนหลังรายการ ตอบโจทย์ ช่องไทยพีบีเอส เรื่อง ม.44 ล้าง "ขั้วอำนาจ" ยกเครื่อง "กระทรวงศึกษาธิการ" (24 มี.ค. 59)ชมย้อนหลังรายการ ตอบโจทย์ ช่องไทยพีบีเอส เรื่อง ม.44 ล้าง "ขั้วอำนาจ" ยกเครื่อง "กระทรวงศึกษาธิการ" (24 มี.ค. 59)
เปิดอ่าน 11,177 ครั้ง
5 แนวโน้มในการจ้างและการจัดการคนทำงานยุค Millennials5 แนวโน้มในการจ้างและการจัดการคนทำงานยุค Millennials
เปิดอ่าน 4,325 ครั้ง
รับชมย้อนหลัง "นายกรัฐมนตรีพบเพื่อนครู" วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม 2559รับชมย้อนหลัง "นายกรัฐมนตรีพบเพื่อนครู" วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม 2559
เปิดอ่าน 38,194 ครั้ง
Verb Tenses (Present Tenses )Verb Tenses (Present Tenses )
เปิดอ่าน 48,328 ครั้ง
พยาธิเส้นด้ายพยาธิเส้นด้าย
เปิดอ่าน 18,394 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ