ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561

ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 8 ม.ค. 2561 เปิดอ่าน : 54,596 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561

Advertisement

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561 เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ ได้เผยแพร่ข่าวที่ 6/2561 เรื่อง ผลการประชุม ก.ค.ศ. 1/2561 โดยมีเนื้อหาข่าว ดังนี้

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันจันทร์ที่ 8 มกราคม 2561 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีศาสตราจารย์คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมประชุม

 

● เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันครูผู้ช่วย

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ เปิดเผยผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้พิจารณาหน่วยงานที่จะมาทำหน้าที่จัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ในส่วนของการสอบ ภาค ก (สอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป) และภาค ข (สอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง)

ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้มีหน่วยงานกลางในการจัดสอบรวม เช่นเดียวกับการสอบข้าราชการพลเรือนสามัญ ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) โดยมอบหมายให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. เป็นผู้จัดสอบ แต่ สทศ. แจ้งว่าไม่สามารถดำเนินการจัดสอบได้ทันในช่วงเดือนมีนาคม เพราะมีภาระที่จะต้องจัดสอบต่าง ๆ เช่น การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ที่ประชุมจึงเห็นว่าควรจะต้องเลื่อนการสอบไปประมาณช่วงเดือนสิงหาคม 2561 แทน เพื่อบรรจุให้ทันในเดือนตุลาคม 2561

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบด้วยว่า การบรรจุครูผู้ช่วยในช่วงเดือนพฤษภาคมยังไม่เร่งรีบ เพราะยังมีบัญชีเดิมซึ่งยังไม่หมดอายุ สามารถเรียกบรรจุได้ อีกทั้ง สพฐ.ยังมีอัตราเกษียณ และมีความจำเป็นจริง ๆ ในช่วงเดือนตุลาคมมากกว่า ที่ประชุมจึงเห็นว่าเพื่อให้ สทศ. ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางที่มีมาตรฐานการจัดสอบ ได้มีเวลาในการจัดทำข้อสอบให้ได้มาตรฐาน จึงให้เลื่อนการสอบแบบใหม่ไปเป็นช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับโรงเรียนเอกชนด้วย เพราะมีเวลาในการสรรหาครูใหม่มาสอนแทนผู้ที่สอบบรรจุติดได้ทัน โดยที่ประชุมมอบให้ นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ (ในฐานะกำกับดูแล สทศ.) ไปหารือในรายละเอียดร่วมกับสำนักงาน ก.ค.ศ. เพื่อได้ข้อสรุปในการจัดสอบร่วมกันต่อไป


(ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วย
ที่ผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุม ก.ค.ศ.ในครั้งนี้

การสอบ มีหลักสูตร 3 ภาค คือ

1) สอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) (200 คะแนน)
2) สอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข) (150 คะแนน)
3) การประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค) (50 คะแนน)

การสอบ ภาค ก ให้ดำเนินการ ดังนี้

1) คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสอบ ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษา หรือกำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนสุดท้าย ของหลักสูตรไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือทางอื่น ที่ ก.ค.ศ. กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง โดยคุณวุฒิที่นำมาใช้สมัครสอบต้องได้รับรองจาก ก.ค.ศ.
2) ให้ ก.ค.ศ. เป็นผู้กำหนดวัน เวลา และวิธีการในการสอบ
3) ให้ ก.ค.ศ. หรือหน่วยงานที่ ก.ค.ศ. เห็นสมควรเป็นผู้ดำเนินการสอบ โดยให้ ก.ค.ศ. ตั้งคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่รับผิดชอบการสอบได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม
4) รับสมัครไม่น้อยกว่า 15 วัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยให้ยื่นสมัครทางอิเล็กทรอนิกส์ตามแบบที่กำหนด พร้อมด้วยค่าธรรมเนียมการสมัครสอบ ในอัตราครั้งละ 100 บาท กรณีจัดให้มีการสมัครและสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้สมัครสอบเสียค่าธรรมเนียมฯ ในอัตราครั้งละ 300 บาท
5) เกณฑ์การตัดสิน ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก เฉพาะผู้ที่ได้คะแนนวิชาความสามารถทั่วไปและวิชาภาษาไทยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และได้คะแนนวิชาภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และออกหนังสือรับรองผลการสอบผ่าน ภาค ก ให้แก่ผู้สอบผ่าน เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานประกอบการสอบแข่งขัน
ภาค ข และเพื่อประเมินภาค ค
6) ผู้ได้รับหนังสือรับรองผลการสอบ ภาค ก ของ ก.พ. สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการสมัครสอบแข่งขันภาค ข และเพื่อประเมินภาค ค ได้ โดยผู้ได้รับหนังสือรับรองฉบับดังกล่าว ต้องเสนอให้สำนักงาน ก.ค.ศ. รับรอง ก่อนนำไปสอบแข่งขัน พร้อมชำระค่าธรรมเนียมในอัตรา 100 บาท

การสอบแข่งขัน ภาค ข และการประเมินภาค ค ให้ดำเนินการ ดังนี้

1) ให้ส่วนราชการ และ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง แล้วแต่กรณี เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน ภาค ข และประเมินภาค ค
2) คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
- ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วย ตามมาตรฐานตำแหน่งที่ ก.ค.ศ. กำหนด
- ต้องมีหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก ของ ก.ค.ศ. หรือของ ก.พ. ที่ ก.ค.ศ. รับรองแล้ว
3) ให้ส่วนราชการกำหนดวัน เวลาและวิธีการในการสอบ และออกข้อสอบภาค ข กำหนด กำหนดวิธีการสอบ ตรวจคำตอบและประมวลผล และกำหนดองค์ประกอบการประเมิน ตัวชี้วัด และสัดส่วนคะแนนการประเมินภาค ค
4) ให้ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ดำเนินการ ดังนี้
- กำหนดจำนวนตำแหน่งว่าง ตามกลุ่มวิชา หรือทางหรือสาขาวิชาเอก ที่จะใช้สอบภาค ข ตามความต้องการของสถานศึกษา และแจ้งส่วนราชการ
- ดำเนินการสอบแข่งขัน ภาค ข ตามวิธีที่ส่วนราชการกำหนด และประเมินภาค ค โดยวิธีการสัมภาษณ์ หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม
- ตั้งคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่รับผิดชอบการสอบแข่งขันได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม
- รับสมัครไม่น้อยกว่า 7 วัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ และให้ยื่นใบสมัครตามแบบหรือวิธีการที่กำหนด พร้อมค่าธรรมเนียมการสอบ ในอัตราครั้งละ 100 บาท
- กรณีมีการดำเนินการสอบแข่งขัน ภาค ข และประเมินภาค ค พร้อมกัน ให้ผู้สมัครสอบ เลือกสมัครสอบได้เพียงแห่งเดียว หากปรากฏว่าผู้สมัครสอบสมัครเกินกว่าหนึ่งแห่ง จะตัดสิทธิการสอบแข่งขันทั้งหมด
- ตั้งคณะกรรมการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง ภาค ค ตามองค์ประกอบฯ ที่กำหนด จำนวนชุดละ 5 คน
- เกณฑ์การตัดสิน ต้องได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 โดยเรียงลำดับที่จากผู้ที่ได้คะแนนรวมภาค ข และภาค ค จากมากไปหาน้อย
- บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ให้ใช้ได้ไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันที่ประกาศขึ้นบัญชี

ทั้งนี้ สำหรับการสอบภาค ก เห็นควรมอบ สทศ. เป็นผู้ดำเนินการสอบ และในปี พ.ศ.2561 จะเลื่อนการสอบแข่งขันออกไปก่อน คาดว่าน่าจะเริ่มรับสมัครสอบได้ในราวเดือนสิงหาคม 2561 เพื่อให้สามารถบรรจุครูผู้ช่วยได้ในเดือนตุลาคม 2561

 


● อนุมัติกรอบอัตรากำลังขั้นต่ำข้าราชการครูฯ ในศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ สำนักงาน กศน.

ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ เป็นสถานศึกษาที่จัดตั้งขึ้นใหม่ สังกัดสำนักงาน กศน. เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2559 ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จัดตั้งศูนย์ฝึกทักษะและพัฒนางานอาชีพให้แก่ราษฎรในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานีและพื้นที่ใกล้เคียง โดยได้ดำเนินการกิจกรรมนำร่อง ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2558-2560 ในการจัดทำหลักสูตรและดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งพัฒนาต่อยอดหลักสูตร จัดศูนย์การเรียนรู้ จัดฝึกอบรมอาชีพ การให้บริการสอนอาชีพเคลื่อนที่ จัดตั้งศูนย์สาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ฯลฯ

โดยมีหลักสูตรอาชีพที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ รวมทั้งสิ้น 258 หลักสูตร ปัจจุบันมีข้าราชการสังกัดสำนักงาน กศน. จังหวัดชัยนาท และจังหวัดอุทัยธานี มาช่วยราชการการคราวละ 1 ปี จำนวน 4 คน

ดังนั้น เพื่อให้ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ มีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำศูนย์และเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน สามารถดำเนินการตามพระราชดำริได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ประชุมจึงอนุมัติกรอบอัตรากำลังขั้นต่ำข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อปฏิบัติงานในศูนย์ฯ รวม 8 ตำแหน่ง คือ

1. ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 1 ตำแหน่ง
2. ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 1 ตำแหน่ง
3. ตำแหน่งครู จำนวน 6 ตำแหน่ง

นอกจากนี้ ได้เห็นชอบกำหนดกรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) รวม 5 ตำแหน่ง ได้แก่

1. นักจัดการงานทั่วไป ชำนาญการพิเศษ 1 ตำแหน่ง
2. นักจัดการงานทั่วไป ปฏิบัติการ/ชำนาญการ จำนวน 2 ตำแหน่ง
3. เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี ปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน 1 ตำแหน่ง
4. เจ้าพนักงานธุรการ ปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน จำนวน 1 ตำแหน่ง

ทั้งนี้ การกำหนดตำแหน่งดังกล่าว ไม่มีผลกระทบกับงบประมาณของรัฐ และไม่ขัดหรือแย้งกับมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการบริหารและพัฒนากำลังคนภาครัฐ (พ.ศ. 2557-2561)

 

ดรุวรรณ บุญมาก, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/เรียบเรียง
Digital PR Team สป.-สร./ ถ่ายภาพ
8/1/2561

 

ขอบคุณที่มาและอ่านเพิ่มเติมได้จาก เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 8 มกราคม 2561

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561 , , ผลการประชุม , ก.ค.ศ. , ครั้งที่ , 1 , 2561 , เมื่อวันที่ , 8 , มกราคม , 2561 << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
สพฐ.จัดอบรมการช่วยชีวิตทางน้ำให้ครู หวังนำไปสอนเด็ก ขจัดปัญหาเด็กจมน้ำเสียชีวิต☕ 24 ก.ค. 2562
สพฐ.จัดอบรมการช่วยชีวิตทางน้ำให้ครู หวังนำไปสอนเด็ก ขจัดปัญหาเด็กจมน้ำเสียชีวิต
เปิดอ่าน 668 ครั้ง
แนะปรับแผนชาติจัดการศึกษารับกลุ่มน้ำนอกท่อ☕ 24 ก.ค. 2562
แนะปรับแผนชาติจัดการศึกษารับกลุ่มน้ำนอกท่อ
เปิดอ่าน 707 ครั้ง
"เจิมศักดิ์"แนะรร.เล็กดูแลคนแก่แทนยุบทิ้ง☕ 23 ก.ค. 2562
"เจิมศักดิ์"แนะรร.เล็กดูแลคนแก่แทนยุบทิ้ง
เปิดอ่าน 3,032 ครั้ง
ศธ.เดินหน้าภาษาคอมพิวเตอร์ Coding ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา☕ 23 ก.ค. 2562
ศธ.เดินหน้าภาษาคอมพิวเตอร์ Coding ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา
เปิดอ่าน 2,824 ครั้ง
“ณัฏฐพล” เปิดกว้างช่องทางการสื่อสารรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย นำ AI ช่วยแยกแยะข้อมูลคาด1 เดือนเสร็จ☕ 23 ก.ค. 2562
“ณัฏฐพล” เปิดกว้างช่องทางการสื่อสารรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย นำ AI ช่วยแยกแยะข้อมูลคาด1 เดือนเสร็จ
เปิดอ่าน 1,660 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ลดสารพิษเพื่อสุขภาพด้วยสมุนไพรลดสารพิษเพื่อสุขภาพด้วยสมุนไพร
เปิดอ่าน 9,712 ครั้ง
การกัวซาบำบัดโรคการกัวซาบำบัดโรค
เปิดอ่าน 8,901 ครั้ง
ปลูกต้นไม้เหมาะกับทิศ ปลูกต้นไม้เหมาะกับทิศ
เปิดอ่าน 7,015 ครั้ง
 ฮวงจุ้ยในห้องนอน ฮวงจุ้ยในห้องนอน
เปิดอ่าน 14,863 ครั้ง
มาฝึกสมาธิเบื้องต้นกันดีกว่ามาฝึกสมาธิเบื้องต้นกันดีกว่า
เปิดอ่าน 8,708 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ