หน้าแรก | ครูบ้านนอกบล็อก
ศูนย์รวมความคิด ความรู้ ประสบการณ์ ของคุณครู สมาชิกเว็บไซต์ ครูบ้านนอก.คอม ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ตั้งใจทำเพื่อสังคมครับ
เจ้าของโพสต์นี้
ตฤณ สุขนวล
จากจังหวัด นครศรีธรรมราช

การบริหารโรงเรียนขนาดเล็กโดยผู้บริหารมืออาชีพ
โพสต์เมื่อวันที่ : 8 มิ.ย. 2552 IP : เปิดอ่าน : 9018 ครั้ง
คะแนนของ BLOG นี้
(54.00%-10 ผู้โหวต)
☰แชร์เลย >  
  Share on Google+   LINE it!  
เพิ่มเพื่อน
ไม่พลาดข่าวการศึกษา
ครูบ้านนอก Line Official
กดเพิ่มเพื่อนเลย

Advertisement

.....

 

ผู้บริหารมืออาชีพกับการบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก

ตฤณ  สุขนวล[*]

 

บทนำ

ในสภาพที่สังคมมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว  การจัดการบริหารองค์กรต่าง ๆ ก็จะต้องตามความเปลี่ยนแปลงให้ทัน มิเช่นนั้นจะต้องถูกทิ้งไว้ล้าหลัง และจะประสบความล้มเหลวในการบริหารองค์กรนั้น ๆในที่สุด  เพราะความสำเร็จหรือความล้มเหลวขององค์กรย่อมขึ้นอยู่กับศักยภาพของผู้บริหาร องค์กรทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาครัฐ หรือเอกชนจึงต้องการที่จะให้องค์กรของตนมีนักบริหารมืออาชีพมาบริหารองค์กร   ในส่วนของการบริหารจัดการศึกษาก็เช่นเดียวกัน  ผู้บริหารนับเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จ หรือความล้มเหลวของการจัดการศึกษา คำว่า ผู้บริหารตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติหมายถึง บุคลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบการบริหารสถานศึกษาแต่ละแห่งทั้งของภาครัฐและเอกชน ซึ่งถือได้ว่าเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน การจัดการศึกษาอย่างแท้จริง ตามนโยบายการกระจายอำนาจทางการศึกษา ซึ่งสิ่งที่นักบริหารการศึกษา และบุคคลทั่วไปมีความคาดหวังต่อการเป็นผู้บริหารสถานศึกษา คือการเป็น ผู้บริหารมืออาชีพนั่นเอง

การศึกษาไทยไทยในยุคปฏิรูปการศึกษาต้องการให้ผู้บริหารสถานศึกษาเป็น ผู้บริหารมืออาชีพที่มีความรู้และประสบการณ์สมกับที่เป็นวิชาชีพชั้นสูง  เป็นบุคลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบการบริหารการศึกษา ที่นอกจากจะเป็นผู้บริหารบุคลากรครูผู้สอนแล้ว ผู้บริหารมืออาชีพจะต้องเป็นผู้นำทางวิชาการ เป็นผู้นำการปฏิรูปการเรียนรู้ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ กล่าวคือ มีความสามารถที่จะประสานการมีส่วนร่วมของครู ผู้ปกครอง กรรมการสถานศึกษา ชุมชน และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ในการระดมความสามารถและทรัพยากร เพื่อการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ตลอดจนจัดให้มีกระบวนการประกันคุณภาพ เพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นไปตาม มาตรฐานการศึกษาของชาติ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาผู้เรียนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ในทุกด้านเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

ความหมายของผู้บริหารมืออาชีพ

                 คำว่าผู้บริหารมืออาชีพ  (Professional Administrator) เป็นคำที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน แม้จะยังเป็นคำที่ค่อนข้างใหม่สำหรับวงการศึกษาก็ตาม แต่ภายหลังจากการปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542  ซึ่งมีการระบุคุณลักษณะที่บ่งบอกถึงความเป็นนักบริหารมืออาชีพ จึงทำให้การพูดถึงผู้บริหารมืออาชีพ มากยิ่งขึ้น  ซึ่งได้มีผู้ให้ความหมายของผู้บริหารมืออาชีพไว้อย่างหลากหลาย พอจะยกตัวอย่างได้ดังนี้

ธงชัย  สันติวงศ์ (2546) กล่าวว่า นักบริหารมืออาชีพ หมายถึง บุคคลที่มีคุณลักษณะหลัก ๆ คือ มีการศึกษาดี มีประสบการณ์กว้างจากการทำงานหลายด้าน และมีความสามารถแก้ไขปัญหาอย่างชาญฉลาด โดยกระทำอย่างเป็นระบบ ขั้นตอน เป็นระเบียบและมีแบบแผน

ปราชญา กล้าผจญ (2548: 42) ให้ความหมายนักบริหารการศึกษามืออาชีพว่า หมายถึง นักบริหารที่สามารถบริหารงานบรรลุเป้าหมายอย่างมีคุณภาพด้วยความราบรื่น ทันเหตุการณ์และทันยุคสมัยแห่งโลกยุคโลกาภิวัตน์

จำลอง  นักฟ้อน(2548) กล่าวว่า  คำว่านักบริหารการศึกษามืออาชีพ เป็นการแสดงถึงพฤติกรรม ของผู้บริหารที่สามารถบริหารงานให้บรรลุเป้าหมาย ได้ผลลัพธ์ของงานที่ยอดเยี่ยม และได้ผลลัพธ์ที่เป็นผลผลิตที่มีคุณภาพ  นักบริหารการศึกษามืออาชีพนั้นจะต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการบริหารการศึกษาได้อย่างเยี่ยมยอด สามารถทำให้เป้าหมายหรืออุดมการณ์ทางการณ์ศึกษาขององค์กรที่กำหนดไว้บรรลุผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องเป็นผู้ที่มีทั้ง "ศาสตร์"และ "ศิลป์"   ในการปฏิบัติงานอย่างสูงสุดจนเป็นแบบอย่างและเป็นตัวแบบที่ดีแก่ผู้บริหารสถานศึกษาอื่น ๆ และองค์กรอื่น ๆ ต่อไปได้    ดังนั้นการเป็นนักบริหารการศึกษามืออาชีพจึงต้องมีคุณลักษณะ ประสบการณ์ และความรู้ความสามารถแตกต่างจากนักบริหารการศึกษาปกติ หรือ "มือสมัครเล่น" อย่างสิ้นเชิง

รุ่ง  แก้วแดง(2545 : 5-6) ให้นิยาม คำว่า มืออาชีพ หรือ “Professional”  ว่ามีคุณลักษณะที่สำคัญ ดังนี้

1. ต้องเป็นคนที่ยังชีพด้วยงานนั้น คือ ต้องมีรายได้หลักจากการงานในวิชาชีพที่ทำ และทุ่มเทเวลาให้กับงานในอาชีพนั้นจริง ๆ

2. ต้องมีการศึกษาและอบรม เพื่อให้มีความรู้ มีศาสตร์ มีหลักการ มีทฤษฎี มีการวิจัยค้น จนรู้ชัดและรู้จริง และมีการพัฒนาทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง

3. ต้องนำศาสตร์ไปใช้ในการบริหาร  มีการฝึกฝนอย่างจริงจังในอาชีพนั้น ๆ จริง ๆ จนเกิดความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ที่มากพอ

4. ต้องมีการรับรองมาตรฐานแห่งวิชาชีพ  โดยมีการออกใบรับรองหรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ  เช่น แพทย์  พยาบาล  ทนายความ  นักบัญชี สถาปนิก วิศวกร  เป็นต้น ซึ่งในการตัดสินใจ การวิเคราะห์ และการดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพดังกล่าว จะต้องใช้ผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเท่านั้น

5. ต้องมีจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ สำหรับยึดถือและปฏิบัติโดยเคร่งครัด

6. มีองค์กรหรือสมาคมวิชาชีพให้การรับรอง โดยการออกใบประกอบวิชาชีพ  เพื่อควบคุมกำกับดูแลคุณภาพ มาตรฐาน และจรรยาบรรณ รวมทั้งมีมาตรการลงโทษเมื่อมีการกระทำที่ผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ

จริย  วิโรจน์และคณะ (2546 : 10 – 11)  ให้ความเห็นว่าการทำงานแบบมืออาชีพคือการมีจิตวิญญาณรักงานในหน้าที่  ตั้งใจที่จะทำงานให้บรรลุผลสูงสุดเต็มกำลังความสามารถ  ทำงานโดยไม่ต้องรอคำสั่งหรือรอสูตรสำเร็จแนะวิธีการทำงานจากผู้อื่น  แต่จะคิดตรวจสอบการทำงานของคน  มีนิสัยในการเรียนรู้คิดค้นแสวงหาวิธีการที่เหมาะสมกับตนเอง  ที่จะแก้ปัญหาข้อบกพร่องในงานของตน  สร้างสรรค์วิธีการใหม่ ๆ ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติและผลงานที่ดีขึ้นกว่าเดิม 

                อย่างไรก็ตามการที่จะบอกได้ว่าผู้บริหารคนไหนเป็นมืออาชีพนั้น รุ่ง  แก้วแดง (อ้างแล้ว : 7)ให้เกณฑ์ไว้ว่า 

1. วัดจากความสำเร็จของการปฏิบัติงาน (Outputs) โดยวัดที่การบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร ซึ่งวัตถุประสงค์ของการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  คือ ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ และมีคุณลักษณะตามมาตรฐานการศึกษาชาติ  ดังนั้น การพิจารณาว่าคนที่เข้ามาเรียนได้เกิดการเรียนรู้หรือไม่ ก็วัดได้โดยใช้มาตรฐานหรือตัวบ่งชี้ แต่ผู้บริหารมืออาชีพมิใช่เพียงทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์เท่านั้น แต่ต้องสามารถบริหารและจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย คือ ให้ผู้เรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพสูงที่สุดโดยมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด

2. วัดจากความสามารถในกระบวนการบริหาร (Process) ผู้บริหารมืออาชีพต้องใช้กระบวนการ P-D-C-A  วางแผนเก่ง วางแผนเป็นนำแผนฯ ที่วางไว้ไปสู่การปฏิบัติจริง  ไม่กลัวการประเมินเพื่อพัฒนา  และปรับเป้าหมายเพื่อให้วงจรการทำงานในขั้นต่อไปดีขึ้นตลอดเวลา  ฉะนั้น  ผู้บริหารมืออาชีพต้องใช้วิจัยในกระบวนการบริหาร รวมทั้งต้องมีวิสัยทัศน์มีกลยุทธ์ที่สามารถเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสอยู่เสมอ

                โดยสรุป ผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพจึงหมายถึง ผู้บริหาร ที่ศึกษาและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง แสวงหาความรู้และสั่งสมประสบการณ์ จนเกิดคุณลักษณะเฉพาะทางวิชาชีพและความเชี่ยวชาญทางด้านการบริหารทั้งศาสตร์และศิลป์ โดยแสดงให้เห็นจากคุณลักษณะทางวิชาชีพของผู้บริหารและพฤติกรรมการบริหาร และสามารถสร้างประสิทธิผลของการบริหารและการจัดการศึกษาได้อย่างประจักษ์ชัดและผ่านการรับรองการปฏิบัติตามจรรยาบรรณทางวิชาชีพและมาตรฐานทางวิชาชีพจากสมาคมทางวิชาชีพ

สภาพปัจจุบันของการบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก

การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กนับว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจในปัจจุบัน ทั้งนี้เพราะจากการประเมินภายนอกของ สมศ. จะพบว่าโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมาก ยังไม่ผ่านการประเมินมาตรฐาน ทั้งนี้เพราะโรงเรียนขนาดเล็กได้รับงบประมาณน้อย ขาดแคลนอัตรากำลัง และบางครั้งกลายเป็นโรงเรียนฝึกการบริหารของผู้บริหารมือใหม่ป้ายแดง อีกประการหนึ่งคือทักษะการบริหารส่งผลต่อขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน และความเครียดของผู้ปฏิบัติงานในโรงเรียน ผู้บริหารจึงต้องมีทักษะการบริหารที่ดี

โรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่จะประสบปัญหาการขาดแคลนครูและบุคลากรทางการศึกษา งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ อาคารเรียน อาคารประกอบ  เครื่องช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดการศึกษา การกระจายอำนาจ เหล่านี้ก่อให้เกิดปัญหาหรือเกิดวิกฤติคุณภาพเป็นทวีคูณ   และยังมีการบริหารจัดการแบบเดิม ๆ ในโรงเรียนขนาดเล็กที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของหลักสูตรหรือตอบสนองต่อหลักการของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้   ในปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  มีโรงเรียนในสังกัด 32,879 แห่งเป็นโรงเรียนที่มีนักเรียน ตั้งแต่ 120 คน ลงมา 10,877 แห่ง ในจำนวนนี้ เป็นโรงเรียนขนาดเล็กมากคือ มีนักเรียนตั้งแต่ 60 คนลงมา รวม 1,766 แห่ง ซึ่งโรงเรียนเหล่านี้ ส่วนใหญ่ มีปัญหาสำคัญ คือ (สุรเสน ทั่งทอง,2551)

                1.  นักเรียนจากโรงเรียนขนาดเล็กมีคุณภาพค่อนข้างต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับโรงเรียนขนาดอื่น ๆ อาจเป็นเพราะโรงเรียนขาดความพร้อมทางด้านปัจจัย เช่น มีครูไม่ครบชั้น ขาดแคลนสื่อ และวัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอน โดยเฉพาะสื่อและเทคโนโลยีที่มีราคาแพง ทั้งนี้เนื่องจากเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณ ส่วนใหญ่ใช้จำนวนนักเรียนเป็นเกณฑ์ในการจัดสรร

                2.  โรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่ขาดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ กล่าวคือ มีการลงทุนค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับโรงเรียนขนาดที่ใหญ่กว่า เช่น อัตราส่วนครู : นักเรียน ซึ่งตามมาตรฐานต้อง 1 : 25 แต่สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก อัตราส่วนครู : นักเรียน เท่ากับ 1 : 8 - 11 เท่านั้น

                3.  อาคารเรียน อาคารประกอบส่วนใหญ่ มีขนาดเล็ก มีห้องเรียนจำกัด สภาพทั่วไปชำรุดทรุดโทรม ก่อให้เกิดอันตรายต่อนักเรียน

                4.  โรงเรียน ตั้งอยู่ในชุมชนขนาดเล็ก ยังไม่มีศักยภาพ ในการระดมทรัพยากรเพื่อช่วยสนับสนุน สถานศึกษา รวมทั้งชุมชนยังมีความจำเป็นต้องรับการพัฒนา

                5.  นักเรียนมาจากครอบครัวที่ยากจนขาดแคลน ต้องการการสนับสนุน เพื่อให้ได้รับโอกาสทางการศึกษา และโอกาสมีชีวิตที่ดีต่อไปในอนาคต

                6.  บางโรงเรียนขาดครูผู้สอน ในบางสาขาวิชา ในบางช่วงชั้น และอยู่ห่างจากแหล่งการเรียนรู้

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เผยผลประเมินคุณภาพภายนอกรอบสอง พ.ศ.2549-2551 พบว่า ระดับขั้นพื้นฐาน โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  ผ่านการประเมินน้อยสุด ร้อยละ 79.5 เมื่อเปรียบเทียบกับสังกัดอื่น หากพิจารณาขนาดสถานศึกษาพบ โรงเรียนขนาดเล็กผ่านการประเมินน้อยสุดร้อยละ 76.45 ขณะที่สถานศึกษาขนาดใหญ่พิเศษผ่านประเมินมากสุด ร้อยละ 98.5 รองลงมาเป็นขนาดใหญ่ ร้อยละ 95.61 โรงเรียนที่ไม่ผ่านประเมิน ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขนาดเล็กสังกัด สพฐ. โรงเรียนระดับขั้นพื้นฐาน ทุกสังกัด ทุกขนาดที่เข้ารับประเมินมี 20,184 แห่ง ส่วนใหญ่สังกัด สพฐ. 18,088 แห่ง (ทั้งหมด 32,256 แห่งปี 2550) ไม่ผ่านประเมิน 3,772 แห่ง เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก 3,389 แห่ง หากลงในรายละเอียดพบว่า ปีการศึกษา 2549-2550 มีโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัด สพฐ. ที่นักเรียนไม่เกิน 120 คนถึงร้อยละ 40 ของโรงเรียนสังกัด สพฐ.ทั้งหมดแต่ละปีรัฐอุดหนุนงบฯจำนวนมาก แต่คุณภาพการศึกษากลับไม่เพิ่มเท่าที่ควร  (เกรียงศักดิ์   เจริญวงศ์ศักดิ์, 2552)

อย่างไรก็ตามเมื่อดูสภาพปัจจุบันปัญหาแล้วการขาดแคลนครูทั้งด้านปริมาณและความเชี่ยวชาญ และขาดแคลนสื่อ จึงส่งผลต่อคุณภาพการเรียนการสอนในโรงเรียนขนาดเล็กอย่างไม่ต้องสงสัย ผลการประเมินของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) จึงไม่ใช่สิ่งแปลกประหลาดแต่อย่างใด เป็นสิ่งที่เป็นไปตามสมมติฐานทุกประการ

ผู้บริหารมืออาชีพ : การบริหารภายใต้ข้อจำกัดของโรงเรียนขนาดเล็ก

อย่างไรก็ตาม แม้โรงเรียนขนาดเล็กจะมีปัญหาด้านต่าง ๆ มากมาย แต่ก็ยังมีผู้บริหารจำนวนหนึ่งที่พยายามคิดค้น พัฒนานวัตกรรม รูปแบบการบริหารต่าง ๆ เพื่อให้เกิดคุณภาพ แม้จะมีข้อจำกัดทั้งเนบุคลากร งบประมาณ การสนับสนุนจากภาคส่วนต่าง ๆ แต่ผู้บริหารเหล่านี้ก็ไม่ย่อท้อ ด้วยถือว่าหัวใจของการจัดการศึกษาคือผู้เรียน ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แม่จะไม่เสมอภาคตามที่กล่าวเป็นหลักการไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติก็ตาม ด้วยความตระหนักในภาระหน้าที่ที่รับผิดชอบจึงต้องแสวงหาวิธีการ ประสานคน ปรับวิธีคิดในกรอบเดิม ๆ สู่การพัฒนานวัตกรรมการบริหาร สู่ความเป็นผู้บริหารมืออาชีพ ซึ่งในที่นี้จะนำเสนอกรณีผู้บริหารมืออาชีพในโรงเรียนขนาดเล็ก และความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องระดับนโยบายพอให้เห็นเป็นแนวทางในการพัฒนาการบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก  จากการสัมภาษณ์ผู้บริหารที่รับผิดชอบการจัดการศึกษาขนาดเล็ก ทั้งในระดับปฏิบัติการและระดับนโยบาย พบรูปแบบบริหารและความเป็นมืออาชีพที่น่าสนใจดังนี้

จิราพร  รัตนกุล  ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดชัยสุวรรณ อ.เชียรใหญ่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 (สัมภาษณ์ 22 เมษายน 2552)  มีรูปแบบการบริหารที่น่าสนใจคือการบริหารโดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย  โดยใช้ระบบการพัฒนาคุณภาพ 4 ระบบเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการภายในสถานศึกษา  ประกอบด้วย 

1) ระบบการบริหารจัดการ ระบบนี้ทำให้ผู้บริหาร ผู้บริหารสามารถให้การนิเทศ ติดตาม และประเมินการปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง

 2) ระบบยุทธศาสตร์การพัฒนา ระบบนี้ทำให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ร่วมกันศึกษาวิเคราะห์วางแผน ดำเนินการตามแผน ประเมินผลและรายงานผลต่อผู้เกี่ยวข้องและนำผลมาพัฒนาต่อไป

3) ระบบการเรียนรู้ ระบบนี้ผู้สอนศึกษาวิเคราะห์หลักสูตรวิเคราะห์ผู้เรียน ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้และการวัดและประเมินผล  จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ประเมินผลแต่ละหน่วย  และจัดทำรายงานผลการสอน/รายงานวิจัยได้อย่างมีคุณภาพ

4) ระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน มุ่งให้ผู้สอนหรือครูที่เกี่ยวข้องได้รู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล  คัดกรองนักเรียน เพื่อจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริม พัฒนา ป้องกัน แก้ไข และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ผลจากการบริหารข้างต้นทำให้สถานศึกษาได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครอง ชุมชน หน่วยงานราชการและเอกชน รวมถึงองค์กรต่างๆ เข้ามาสนับสนุนปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษามากขึ้น  ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงขึ้นกว่าอดีตที่ผ่านมา  ครูพัฒนาได้ตนเองและพัฒนางานอย่างเต็มความสามารถ  ทำให้โรงเรียนได้รับการยอมรับในระดับต่างๆ เช่น ในปี2550โรงเรียนได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของ สพท. นำผลงานนวัตกรรมการบริหาร ไปจัดแสดงในงานนวัตกรรมการศึกษาระดับเขตตรวจราชการ ต่อมาโรงเรียนได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนต้นแบบนวัตกรรมการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กของ สพฐ., สมศ.เชิญผู้บริหารและคณะครูไปบรรยายและจัดแสดงผลงานการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาแก่ผู้บริหารและประธานกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดนครศรีธรรมราช และในปี 2551  ผลงานนวัตกรรมการพัฒนานักเรียนของครูทำให้โรงเรียนได้รับการคัดเลือกให้เป็นสถานศึกษาแบบอย่างดีเด่น BEST PRACTICE ด้านการพัฒนาคุณภาพ โรงเรียนขนาดเล็ก จากสำนักผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการที่ 11 สงขลา เป็นต้น

วีรวรรณ  ทองปันแต  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านย่านยาว อ.คีรีรัฐนิคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2 (สัมภาษณ์ 2 เมษายน 2552) โรงเรียนขนาดเล็กที่มีผลงานดีเด่น เป็นโรงเรียนต้นแบบในการศึกษาดูงานรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กแบบการจัดการเรียนการสอนแบบช่วงชั้น ของ สพฐ. 

ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านย่านยาว  มีหลักในการบริหารว่าต้องให้ความสำคัญกับการบริหารคนเป็นหลัก  เพราะถ้าคนมีมีความเข้าใจร่วมกันก็จะทำให้การบริหารจัดการได้ง่าย  โดยใช้ศักยภาพการเป็นผู้นำจูงใจ และนำพาไปสู่สิ่งที่ดีกว่า  โดยใช้วิธีคิดที่ว่าให้โรงเรียนที่มีครูไม่ครบชั้นสามารถจัดการเรียนการสอนได้โดยไม่ทิ้งห้องเรียน  แม้ในช่วงแรกจะมีแรงต้านจากชุมชน ที่ไม่เข้าใจในการจัดการเรียนการสอนแบบช่วงชั้นเพราะกลัวว่าไม่มีประสิทธิภาพ แต่ผลงานก็สามาถพิสูจน์ได้ว่าการร่วมกันทำงานอ่างหนักของครูและผู้บริหารจนนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์สูงขึ้น ได้รับการยอมรับจากสำนักงานเขตพื้นที่ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ในรับรองให้เป็นโรงเรียนต้นแบบโรงเรียนขนาดเล็กที่จัดการเรียนการสอนแบบช่วงชั้น มีผู้มาดูงานทั่วประเทศ และผู้บริหารก็ได้เป็นวิทยากรให้ความรู้แก่โรงเรียนขนาดเล็ก จนได้รับความชื่นชมจากชุมชน และหน่วยงานภายนอก

มนูญ  ชัยเสนะ  ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดคลองขยัน อ.เชียรใหญ่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 (สัมภาษณ์ 22 เมษายน 2552) เป็นโรงเรียนในโครงการ I SEE YOU มติชน 30 ปีรอบแรก  ได้ใช้รูปแบบการบริหารโรงเรียนโดยระบบ ควบรวมชั้น เนื่องจากมีครู 3 คน คือชั้นป.1-2,ป.3-4 และ ป.5-6  โดยจัดให้เรียนวิชาหลักครึ่งวัน คือวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และสังคม หมุนเวียนกันไปตามจำนวนชั่วโมงที่กำหนดไว้มนหลักสูตร ส่วนครึ่งวันหลังเรียนวิชาอื่น ๆ ที่เหลือและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  ส่งนการจัดการเรียนการสอนก็จะใช้ระบบบูรณาการ

ผลที่เกิดขึ้นคือผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น เนื่องจากจากการได้ทบทวนความรู้และได้รับความรู้ใหม่จากการเรียนควบชั้น มีกิจกรรมพี่สอนน้องทำให้ความสัมพันธ์ของนักเรียนดีขึ้น นอกจากนี้การเข้ามาช่วยเหลือขององค์กรภายนอก คือโครงการ I SEE YOU ของมติชน 30 ปีรอบแรก  ที่สนับสนุนช่วยเหลือในเรื่อง จัดซื้อสื่อการเรียนการสอน  จัดสรรงบประมาณให้แต่ละโรงเรียนจัดซื้ออุปกรณ์ และการประสานสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดส่งครูอาจารย์และนักศึกษา ทำการซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้าง โต๊ะเก้าอี้ และอื่นๆ ให้แก่โรงเรียนเป็นต้น

วชิระ  แก้วประเสริฐ  ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดอินทราวาส อ.คีรีรัฐนิคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2 (สัมภาษณ์ 2 เมษายน 2552) เป็นโรงเรียนที่เน้นการประสานชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโงเรียน โดยใช้รูปแบบการบริหารที่ใช้หลักชุมชนมีส่วนร่วมเป็นสำคัญ เพราะถือว่าเป็นหัวใจหลักของโรงเรียนขนาดเล็กที่ต้องประสานชุมชนในการระดมทรัพยากรต่าง ๆ ทั้งทุนและภูมิปัญญา ถ้าโรงเรียนขนาดเล็กไม่สามารถบริหารให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมได้ก็จะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะข้อจำกัดของโรงเรียนมีมาก โดยเฉพาะด้านบุคลากรที่มีไม่เพียงพอ และสภาพอาคารสถานที่ที่ทรุดโทรม ขาดงบประมาณมาปรับปรุง จึงอาศัยหลักการประสานชุมชนระดมทรัพยากรจนสามารถจัดทำระบบการสอนทางไกลผ่านดาวเทียมโดยไม่ใช้งบประมาณจากภาครัฐ  การระดมทรัพยากรมาพัฒนาอาคารสถานที่ เป็นต้น ผลที่เกิดขึ้นคือ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ดีขึ้นเห็นได้จากผลการสอบ NT หรือ O-NET ที่มีคะแนนอยู่ในระดับสูง จนชุมชนเชื่อมั่นในการบริหารงานและให้ความสำคัญมากขึ้น เห็นได้จากจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้น

วิโรจน์ วาสนา ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดปากตรง อ.ปากพนัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 (สัมภาษณ์ 1 พฤษภาคม 2552)โรงเรียนในโครงการโรงเรียนต้นแบบโรงเรียนขนาดเล็กรูปแบบใหม่ ของกระทรวงศึกษาธิการ เป็น 1 ใน 11 โรงเรียนทั่วประเทศที่ได้รับการคัดเลือก ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อให้เป็นโรงเรียนที่เพียบพร้อม ดึงดูดให้นักเรียนทั้งในชนบทและในเมือง อยากเรียนที่โรงเรียนขนาดเล็กใกล้บ้านตน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้จัดทำโครงสร้างอาคารใหม่ของโรงเรียนขนาดเล็กต้นแบบจำนวน 11 แห่งทั่วประเทศ และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา(สอศ.) ให้นักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคในพื้นที่ เข้าไปก่อสร้างใหม่  รวมทั้งจัดสถานศึกษา อาคารเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอน เช่น คอมพิวเตอร์ ห้องซาวด์แล็บ ห้องสมุด และจัดครูหมุนเวียนช่วยสอน รวมทั้งเน้นด้านสุขภาพพลานามัยของเด็กด้วย ส่วนด้านการเรียนการสอนก็จะเปลี่ยนรูปแบบทั้งหมด ไม่เรียนแบบหามรุ่งหามค่ำ หรือเน้นไปที่การแข่งขัน ต้องการให้เด็กเป็นพลเมืองที่เข้ากับสังคมได้ รวมทั้งเข้ากับเพื่อนๆ ได้ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีจริยธรรม และร่วมกิจกรรม เช่น การเล่นกีฬา โดยไม่มีการบังคับ จะทำให้เด็กมีวินัย และมีความคิดเป็นของตัวเอง ทำให้เด็ก ยุคใหม่มีความสุขและอยากเรียนหนังสือ

    หลักการบริหารของผู้อำนวยการโรงเรียนวัดปากตรงนั้น สอดคล้องกับบริบทของชุมชน กล่าวคือใช้การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School Base Management)  ซึ่งมีหลักการสำคัญ 3 หลักการได้แก่ หลักการกระจายอำนาจ(Decentralization)  หลักการมีส่วนร่วม  (Collaboration)  และหลักการบริหารจัดการที่ดี(Good Governance)

                ผลที่เกิดขึ้นจากการบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน คือ นักเรียนมีผลสัมฤทธ์ที่ดีขึ้นอย่างมาก ครูมีการทำงานอย่างทุ่มเท ชุมชนให้ความสำคัญกับโรงเรียนดีขึ้น เห็นได้จากการที่ชุมขนเข้ามาดำเนินการระดมทรัพยากรเพื่อการพัฒนาเองโดยโรงเรียนไม่ได้ร้องขอ  เพราะผู้บริหารเปิดโอกาสให้ชุมชนโดยคณะกรรมการสถานศึกษาได้เข้ามาร่วมบริหารจัดการอย่างแท้จริง ทำให้ชุมชนเห็นสภาพจริงของโรงเรียนจึงได้ช่วยพัฒนา เช่น การจัดหาสื่อทางไกลผ่านดาวเทียม การพัฒนาบริเวณ การทำรั้วให้โรงเรียน  เป็นต้น

                จะเห็นได้ว่าการบริหารของผู้บริหารมืออาชีพเหล่านี้มีรูปแบบหรือสไตล์ที่หลากหลาย แต่มีจุดร่วมที่สำคัญประการหนึ่งคือการพัฒนาที่ลงไปถึงตัวผู้เรียนซึ่งถือได้ว่าเป็นหัวใจที่เป็นผลผลิตจากกระบวนการบริหารสำคัญที่สำคัญยิ่ง

ความเป็นผู้บริหารมืออาชีพกับการบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก

การพัฒนารูปแบบการบริหารจนเกิดผลสำเร็จแก่ตนเองและสถานศึกษา ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้บริหารการศึกษามืออาชีพ ซึ่งผู้บริหารแต่ละคนมีวิธีคิดและปฏิบัติทั้งที่ใกล้เคียงและแตกต่างกันตามความรู้ความเชื่อและบริบทสถานศึกษา  จากการศึกษาพบวิธีคิดวิธีปฏิบัติในความเป็นผู้บริหารมืออาชีพ  ดังนี้

จิราพร รัตนกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดชัยสุวรรณ (อ้างแล้ว) กล่าวถึงความเป็นผู้บริหารมืออาชีพว่า ผู้บริหารที่เป็นมืออาชีพ นอกจากต้องรอบรู้ในวิชาชีพของตนเอง และการปกครองแล้ว ต้องมีทัศนคติที่จะสนองประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม โดยเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ สามารถวิเคราะห์สภาพแวดล้อม และปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทิศทาง การดำเนินงานให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่แปรเปลี่ยน ต้องเป็นนักบุกเบิกทำสิ่งใหม่ๆ เห็นงานเป็นสิ่งท้าทายน่าค้นหาคำตอบเพื่อพิสูจน์ว่าแนวคิดของเราจะทำได้หรือไม่ โดยตัวเราต้องทุ่มเทความพยายามอย่างเต็มที่ด้วย ผู้บริหารมืออาชีพต้องเป็นนักพัฒนา คำนึงถึงผลประโยชน์ระยะยาวของหน่วยงาน ใช้ข้อมูลและการวิจัยเพื่อการพัฒนา  ผู้บริหารมืออาชีพต้องเป็นนักประสานงาน มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี ประสานให้ทุกฝ่ายเข้าหากันเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และที่สำคัญผู้บริหารมืออาชีพต้องมีจรรยาบรรณ มีจริยธรรมและคุณธรรม ประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อสร้างศรัทธา ในองค์กรจึงจะอยู่กันอย่างมีความสุข

วีรวรรณ  ทองปันแต  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านย่านยาว (อ้างแล้ว) กล่าวว่า ผู้บริหารมืออาชีพต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ไม่ยึดติดกับรูปแบบเก่า ๆ ซึ่งนอกจากจะเปลี่ยนแปลงวิธีคิดของตนเองแล้วจะต้องใช้ศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดของครู และชุมชน เพื่อให้ร่วมกันจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มนูญ  ชัยเสนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดคลองขยัน (อ้างแล้ว) กล่าวว่าผู้บริหารมืออาชีพในความคิด และใช้ปฏิบัติอยู่นั้นใช้หลักการ 3 หลัก คือ ประสาน-บริการ-พัฒนา

                1) หลักการประสาน  ประสานกับครู ผู้ปกครอง หน่วยงานภายนอก เพื่อการระดมทรัพยากร

                2) หลักการบริการ  ให้บริการแก่ครูในเรื่องต่าง ๆ ให้ครูทำงานได้คล่องไม่ต้องกังวล  และให้บริการนักเรียน ชุมชน หน่วยงานภายนอกที่มาขอรับบริการด้านต่าง ๆ ตามศักยภาพที่มี

                3) หลักการพัฒนา  ร่วมพัฒนาโรงเรียนและการบริหารใน 4 งานหลักอย่างมีส่วนร่วมทั้งจากคณะครู ผู้เรียน ผู้ปกครองและชุมชน รวมทั้งการร่วมพัฒนาชุมชนด้วย

                วชิระ  แก้วประเสริฐ (อ้างแล้ว) มองว่าความเป็นผู้บริหารมืออาชีพนั้นคือการบริหารในภาวะขาดแคลนได้อย่างมีคุณภาพ โดยการประสานความร่วมมือกับชุมชนเพื่อพัฒนาการจัดการศึกษา  โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กที่ต้องอาศัยความเป็นมืออาชีพในการประสานเพื่อการระดมทรัพยากรมาพัฒนาโรงเรียนทั้งทรัพยากรทุน สิ่งของ รวมทั้งภูมิปัญญา จะมัวมารองบประมาณ หรือรอรับการสนับสนุนจากภาครัฐคงไม่เพียงพอและไม่ทันการณ์  ดังนั้นผู้บริหารที่จะเข้ามาสู่โรงเรียนขนาดเล็กจะต้องตระหนักในเรื่องเหล่านี้เป็นสำคัญ

                วิโรจน์  ตรีตรง (อ้างแล้ว) ให้หลักการบริหารที่นำไปสู่ความเป็นผู้บริหารมืออาชีพว่า การบริหารโรงเรียนขนาดเล็กแบบผู้บริหารมืออาชีพ สิ่งสำคัญคือต้องดูบริบทของโรงเรียนว่าเป็นอย่างไรแล้วค่อย วิเคราะห์และคิดค้นนวัตกรรมการบริหาร เพราะมันไม่มีทฤษฎีตายตัวที่นำมาใช้ หลักการบริหารของโรงเรียนปากตรงคือครู ผู้บริหารและชุมชน ต้องมีเป้าหมายร่วมกัน โดยการร่วมกันคิดวิเคราะห์ เมื่อได้เป้าหมายร่วมกันแล้วการทำงานก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือทุกคนมีสำนึกในหน้าที่ที่จะต้องพัฒนาให้ไปสู่เป้าหมายที่วางไว้นั่นเอง

                วิธีคิดและวิธีปฏิบัติของผู้บริหารมืออาชีพดังกล่าวข้างต้นโดยภาพรวมแล้วไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ มีจุดร่วมสำคัญที่น่าสนใจและซึ่งแสดงให้เห็นถึงโอกาสและศักยภาพในการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กได้เป็นอย่างดี นั่นคือ การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเพื่อการพัฒนาการศึกษา ทั้งผู้บริหาร ครู นักเรียน และชุมชน ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดแข็งของโรงเรียนขนาดเล็กเกือบทุกพื้นที่เลยทีเดียว

                ในขณะที่ผู้บริหารระดับนโยบายของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มองว่าโรงเรียนขนาดเล็กจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาเพื่อให้การศึกษามีคุณภาพ ดังที่ สมหมาย  แก้วประชุม รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงขลา เขต 2 (สัมภาษณ์ 2 พฤษภาคม 2552) ให้ความเห็นว่าปัญหาการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กมีมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผู้บริหารย้ายบ่อย การขาดแคลนปัจจัยสนับสนุนต่าง ๆ  รวมทั้ง การกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กของสำนักงานเขตพื้นที่ไม่ค่อยมีความชัดเจน ขาดการวางระบบการพัฒนา ติดตามผล หนุนเสริม รวมทั้งบุคลากรที่เป็นศึกษานิเทศก์ก็ไม่มีการวางทิศทางการพัฒนางานที่ชัดทำให้ขาดข้อมูลในการพัฒนา สนับสนุนส่งเสริมอย่างเหมาะสม

                อย่างไรก็ตามเห็นว่าโอกาสในการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กก็มีอยู่ หากได้ผู้บริหารมืออาชีพที่มีวิสัยทัศน์และมองเห็นถึงโอกาสในการพัฒนา เพราะโรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่ชุมชนรอบข้างจะให้การสนับสนุนและมีส่วนร่วมดีน่าจะใช้โอกาสตรงนี้ให้เป็นประโยชน์

ในส่วนแนวทางการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กให้มีประสิทธิภาพ โดยผู้บริหารมืออาชีพ ก็คือการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการของบุคลากรและชุมชน โดยต้องมีกระบวนการที่สำคัญ 4 ประการ คือ

1. การตั้งเป้าหมาย วางแผนนโยบายร่วมกัน กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมกัน  เพราะโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ตามชนบท และโรงเรียนที่อยู่ใกล้เมือง มีความต้องการแตกต่างกัน กล่าวคือ โรงเรียนในเขตชนบทผู้ปกครองต้องการเรื่องทักษะชีวิตมากกว่าผลสัมฤทธิ์ ส่วนในเมืองต้องการเรื่องผลสัมฤทธิ์มากกว่า แต่ความต้องการเรื่องคุณลักษณะไม่แตกต่างกัน   ดังนั้นการกำหนดนโยบาย วางแผนก็ต้องสอดคล้องกับบริบทของชุมชนด้วย

2. การกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจน เป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับหลักวิชาการ

3. การดำเนินการตามแผนและตัวชี้วัดอย่างเป็นระบบ

4. การติดตาม นิเทศ ให้การสนับสนุน ขวัญกำลังใจ

การบริหารโรงเรียนขนาดเล็กให้มีคุณภาพไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายด้วยข้อจำกัดด้านปัจจัยต่าง ๆ ที่ไม่เอื้อเท่าที่ควร ดังนั้นผู้บริหารจะต้องใช้ทรัพยากร โอกาสที่มีอยู่ไม่มากนักมาพัฒนาโดยใช้ศักยภาพของผู้บริหารในการประสานร่วมมือกับบุคลากรในโรงเรียน ผู้เรียน และชุมชนให้มามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการและระดมทรัพยากรจากภายนอกมาสนับสนุน และเกิดประสิทธิผลในการดำเนินการ นี่จึงเป็นผู้บริหารมืออาชีพอย่างแท้จริง

.               ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับ ชูใจ  ช่วยชู (สัมภาษณ์ 7 เมษายน 2552) นักวิชาการของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  และผู้ประเมินของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ให้ความเห็นว่าปัญหาที่พบมากในการประเมินโรงเรียนขนาดเล็ก และไม่ผ่านการประเมินก็คือ การจัดการที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญยังน้อย การพัฒนาตามข้อเสนอแนะของ สมศ.รอบแรกก็ยังไม่ค่อยได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม  ซึ่งแผนพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาก็ยังไม่เห็นการพัฒนาตามตัวชี้วัด ซึ่งก็เข้าใจข้อจำกัดของโรงเรียนที่อยู่ในท่ามกลางภาวะที่ขาดแคลนทุกด้าน ดังนั้นข้อเสนอแนะที่น่าจะพัฒนาโดยผู้บริหารมืออาชีพก็คือ  ต้องวิเคราะห์บริบททั้งสภาพโรงเรียน ผู้เรียน ชุมชน เพื่อที่จะนำมาจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพให้สอดคล้องกับบริบทและตัวชี้วัด ซึ่งแผนควรจะลงถึงตัวผู้เรียนเป็นสำคัญ และควรมีการดำเนินการระบบประกันคุณภาพอย่างต่อเนื่องด้วย  โดยผู้บริหารมืออาชีพก็จะต้องคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆในการบริหารที่สอดคล้องกับบริบทดังกล่าว  ในส่วนของเขตพื้นที่การศึกษาก็ควรจะลงมาดูแลโรงเรียนขนาดเล็กให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ควรมีเครือข่ายพัฒนาและเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ โดยมีศึกษานิเทศก์มาดูแลอย่างต่อเนื่อง อย่าปล่อยให้โรงเรียนต้องดำเนินการเพียงลำพัง  และควรมีการนำผลการประเมินตนเองของโรงเรียนที่ทำทุกปีมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางการพัฒนาให้ตรงจุด  ซึ่งก็น่าจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กได้

จะเห็นได้ว่าการเป็นผู้บริหารมืออาชีพในการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กนั้นเป็นเรื่องที่ถือได้ว่าท้าทาย และมีความยากลำบากพอสมควร เพราะต้องบริหารในภาวะที่ขาดแคลนทุกด้าน การที่ผู้บริหารจะพัฒนาตนเองให้เป็นผู้บริหารมืออาชีพได้นั้นต้องอาศัยทั้ง ศาสตร์ ในด้านวิชาการ และองค์ความรู้ต่าง ๆ ในการบริหารเป็นอย่างดี และในขณะเดียวกันก็ต้องอาศัย ศิลปะในการบริหารคนและทรัพยากรต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  ดังนั้นผู้บริหารมืออาชีพจะต้องเป็นผู้ที่ทำงานหนักและไม่หยุดนิ่ง ต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลาในการแสวงหา นวัตกรรม เทคโนโลยี หลักการ แนวคิด ทฤษฎีใหม่ๆ มาปรับปรุงและพัฒนาการบริหารจัดการอยู่เสมอ

บทสรุป

การบริหารสถานศึกษาแบบนักบริหารมืออาชีพนั้นจะต้องก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดต่าง ๆ ไปให้ได้ โดยใช้สามารถในการบริหารจัดการมองภาพงานให้ตลอดแนว (see through) คือรู้จักจุดเริ่มต้นของงาน และจุดสุดท้ายของงาน และรู้จักกำหนดกลยุทธ์ในการทำงานสู่ความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ   ซึ่งการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในระดับอื่นๆ เพราะโรงเรียนขนาดเล็กถือว่าเป็นสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับประชาชนที่ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในชนบท ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กให้ได้มาตรฐานเท่ากับเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนชนบทให้ดีขึ้นนั่นเอง   ดังนั้นผู้บริหารการศึกษาในทุกระดับจึงควรจะหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กอย่างจริงจังมากขึ้น  ร่วมคิดค้นหาแนวทางช่วยเหลือสนับสนุนและพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กให้เป็นผู้บริหารมืออาชีพอย่างแท้จริง ซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการพัฒนาการศึกษา ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพคนคนชาติในอนาคตอีกด้วย

 

 

บรรณานุกรม

เกรียงศักดิ์  เจริญวงศ์ศักดิ์ วิกฤตคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก ใน หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทย.  ฉบับวันจันทร์

ที่ 6 เมษายน พ.ศ.2552

โครงการพัฒนาวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา และผู้บริหารสถานศึกษาประจำการ ชุดวิชาภาวะผู้นำทาง

การศึกษา. กรุงเทพ : สำนักงานส่งเสริมวิชาชีพ สำนักงานเลขานุการคุรุสภา,2549.

จริยะ วิโรจน์ และคณะ  การวิจัยเชิงประเมินผลโรงเรียนปฏิรูปการเรียนรู้   เขตการศึกษา 5.ราชบุรี :

สำนักผู้ตรวจราชการประจำเขตตรวจราชการที่  4 กระทรวงศึกษาธิการ, 2546.(อัดสำเนา).               

จำลอง  นักฟ้อน เส้นทางสู่นักบริหารการศึกษามืออาชีพ http://www.moe.go.th/wijai/road%20map.htm

ดิเรก  พรสีมา คู่มือพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก ฉบับ ดร.ดิเรก พรสีมา" ใน มติชน ปีที่ 30 ฉบับที่ 10737

วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2550 : 27

ธงชัย  สันติวงศ์ การบริหารงานสาศตวรรษที่ 21. กรุงเทพ : ประชุมช่าง, 2546.

ธนสาร     บัลลังก์ปัทมา  ทักษะการบริหาร (สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก) ใน  The City Journal  ปีที่ 5

                   ฉบับที่ 103 เดือนมีนาคม 2552 : 56.

ปราชญา กล้าผจญ. นักบริหารการศึกษามืออาชีพใน  วารสารวงการครู.  ฉบับเดือนสิงหาคม 2548.

รุ่ง  แก้วแดง ผู้บริหาร(การศึกษา)มืออาชีพ ใน การบริหารเพื่อการปฏิรูปการเรียนรู้.  กรุงเทพ : ข้าวฟ่าง,

2545.

สุรเสน  ทั่งทอง การพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน แบบรวมชั้น ในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงาน

เขตพื้นที่การศึกษาตาก เขต 1. http://www.surasen.com/?name=knowledge&file=readknowledge&id=11

สำนักงานคณะกรรมการศึกษาแห่งชาติ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542. กรุงเทพ : คุรุสภา

ลาดพร้าว, 2543.

 

บุคลานุกรม

จิราพร  รัตนกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดไยสุวรรณ อ.เชียรใหญ่ สพท.นครศรีธรรมราช เขต 3, สัมภาษณ์

29 เมษายน 2552.

ชูใจ  ช่วยชู  นักวิชาการของงมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และผู้ประเมินของสำนักงานรับรองมาตรฐานและ

ประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) , สัมภาษณ์  7 เมษายน 2552.

มนูญ  ชัยเสนะ  ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดคลองขยัน  อ.เชียรใหญ่ สพท.นครศรีธรรมราช เขต 3, สัมภาษณ์

29 เมษายน 2552.

วชิระ  แก้วประเสริฐ  ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดอินทราวาส อ.คีรีรัฐนิคม สพท.สุราษฎร์ธานี เขต 2,

สัมภาษณ์ 3 เมษายน 2552.

วิโรจน์ วาสนา ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดปากตรง อ.ปากพนัง สพท.นครศรีธรรมราช เขต 3, สัมภาษณ์

1  พฤษภาคม 2552.

วีรวรรณ  ทองปันแต  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านย่านยาว อ.คีรีรัฐนิคม สพท.สุราษฎร์ธานี เขต 2,

สัมภาษณ์ 2 เมษายน 2552.

สมหมาย  แก้วประชุม  รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงขลา เขต 2,  สัมภาษณ์   

2 พฤษภาคม 2552.

 

 



[*] ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทุ่งโป๊ะ  อ.ชะอวด  จังหวัดนครศรีธรรมราช  (สพท.นครศรีธรรมราช เขต 3 )

Advertisement


เรื่องน่าสนใจจากสมาชิกท่านอื่น
 

ไม่มีความเห็น
เกี่ยวกับเรื่อง การบริหารโรงเรียนขนาดเล็กโดยผู้บริหารมืออาชีพ
 
 



 
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้

ตฤณ สุขนวล
เจ้าของบล็อกนี้
Advertisement
Advertisement
เรื่องราวล่าสุด ของ
ตฤณ สุขนวล..