หน้าแรก | ครูบ้านนอกบล็อก
ศูนย์รวมความคิด ความรู้ ประสบการณ์ของคุณครู สมาชิกเว็บไซต์ ครูบ้านนอก.คอม ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ตั้งใจทำเพื่อสังคมครับ

เล่าเรื่อง..... ผี ภูติ กระสือ กระหัง ปอบ (ดูคลิปผีกระสือที่ปทุมธานี)

เจ้าของโพสต์นี้ จิราภรณ์ หอมกลิ่น - 8 ก.ค. 2552 เปิดอ่าน 287 ครั้ง





วันนี้เอาเรื่องผี ผี มาเล่าสู่กันฟัง เพราะผี มีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตคนไทยเราตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

บรรพบุรุษของเราท่านไม่ได้งมงาย  ตรงกันข้ามท่านมีดวงปัญญาที่สว่างไสวมาก  แต่ทว่าคนในยุคนี้ไม่รู้ความหมายของคำที่ท่านพูดทิ้งเอาไว้ บางคนไปเหมาเอาเองว่า ภูต ผี ปีศาจ นาค ยักษ์ คนธรรพ์ ครุฑ ไม่มีจริง เป็นเรื่องราวที่แต่งขึ้น  อันที่จริงสิ่งเหล่านี้มีจริง และได้มีกล่าวไว้มากมายในพระไตรปิฎก  แต่เมื่อเรายังไม่ได้พิสูจน์ หรือพิสูจน์ไม่ได้เพราะทำไม่จริงจังหรือไม่ถูกหลักวิชชา  จึงไม่ควรไปสรุปอย่างนั้น เพราะเรื่องเหล่านี้สามารถพิสูจน์ได้ โดยพิสูจน์แบบพุทธวิธี   ซึ่งทุกคนในโลกสามารถพิสูจน์ได้ไม่จำกัดกาลเวลา ยกเว้นบุคคล ๒ ประเภท คือ คนตาย และคนบ้า ปัญญาอ่อน เพราะเขาสูญเสียระบบประสาทการเรียนรู้ 

ผีอันที่จริงก็คือ อดีตมนุษย์นั่นเอง คำว่า "ผี" มีความหมายกว้างมาก เพราะรวมถึงกายละเอียดในระดับพื้นมนุษย์ หลายๆ อย่าง เช่น สัมภเวสี ภุมมเทวา ยักษ์ วิทยาธร เป็นต้น เราควรมาศึกษาทำความรู้จักกับเพื่อนอดีตมนุษย์บ้าง เราจะได้รู้ว่า ความเป็นอยู่เขาเป็นอย่างไร ทำไมเขาต้องไปอยู่อย่างนั้น ซึ่งเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจทีเดียว

กระสือ คือ ภูตชนิดหนึ่ง วิบากกรรมที่ทำให้เป็นภูต ตอนเป็นมนุษย์หากินทางมิชอบ คือ หลอกลวงต้มตุ๋นเพื่อนมนุษย์ เช่น นำ ของปลอมมาหลอกขายเป็นของจริง หรือของโบราณ ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายก็ตาม ตายแล้วก็จะไปเป็นเปรตก่อน มีความหิวโหยมาก ชอบกินมูตรคูถ ของบูดของเน่า เพราะวิบากกรรมมีพฤติกรรมสกปรก โลภอยากได้ทรัพย์ของผู้อื่นในทางมิชอบ

พ้นสภาพจากเปรต หากกรรมยังไม่หมดก็จะมาเกิดเป็นภูต จะกินได้เฉพาะของสกปรก ของคาว ของเน่าเหม็น โดยจะเข้ามาสิงคนที่มีวิบากกรรมเหมือนที่ตัวเองเคยทำตอนเป็นมนุษย์ คือไม่ใช่จะเข้าสิงใครก็ได้ จะเข้าสิงได้เฉพาะบุคคลที่มีความสามารถพิเศษ คือมีวิบากกรรมอย่างเดียวกัน มันถึงจะดูดไป หากันได้

ภูตมีลักษณะรูปร่างคล้ายๆ ผี แต่มีฤทธิ์มากกว่า คือสามารถแปลงกายเป็นสัตว์ได้ แต่ผีแปลงกายไม่ได้ ภูตบางตนแปลงได้มาก บางตนแปลงได้น้อย บางภูตแปลงได้ ๒ อย่าง ๓ อย่าง ๔ อย่าง บางภูตแปลงได้แค่เป็นหมาดำตัวใหญ่ บางภูตแปลงเป็นงูได้ เป็นต้น

ภูตจะมีชีวิตสิงมนุษย์อยู่เหมือนกาฝากที่ติดตามต้นไม้ต่างๆ ยิ่งอยู่นานไปก็จะยึดทั้งร่างกายและจิตใจของมนุษย์นั้น เหมือนกาฝากที่ขยายขึ้นคลุมต้นไม้ พวกนี้จะชอบที่มืด ไม่ชอบแสงสว่าง แต่ไม่มีหัวและไส้ตามที่เข้าใจ จะถอดจิตของเจ้าของร่างออกขณะเจ้าของร่างนอนหลับ เมื่อถอดไปแล้วเจ้าของร่างก็ไปไหนไม่ได้ จะเห็นเป็นดวงไฟสว่างเป็นสีๆ ส่วนใหญ่ ก็จะมีสีเหลือง สีแดง สีเขียว สีส้ม ลอยขึ้นๆ ลงๆ เพื่อหาอาหาร

ดวงนั้นก็คือ ดวงจิตของมนุษย์ที่มีวิบากกรรม แล้วถูกบังคับให้ออกมา โดยภูตจะหุ้มดวงจิตนั้นไว้ ซึ่งมนุษย์จะเห็นแค่เพียงดวงลอยไปเท่านั้น แต่มองไม่เห็นตัวภูต


กระสือชอบกินของสกปรก ของคาว ของเหม็นเน่า เวลากินก็ต้องแปลงร่างเป็นภูตก่อน มีรูปร่างคล้ายๆ คน ผอมๆ ดำๆ น่าเกลียด ไม่นุ่งผ้า แต่คนจะมองเห็นแค่ดวง แต่ตัวก็จะแปลงพรึบขึ้นมาเลย มันจะกึ่งหยาบ กึ่งละเอียด แล้วก็กินของเน่าสกปรกด้วยความเอร็ดอร่อย เพราะวิบากกรรมบังคับ กินเสร็จแล้ว จะมาเช็ดปากกับเสื้อผ้าที่ชาวบ้านตากทิ้ง ไว้ค้างคืน แล้วทิ้งร่องรอยสกปรกไว้ มีความเชื่อ ว่า ถ้าเอาผ้าที่ผีกระสือเช็ดปากไปฟาดที่บันไดจะทำให้คนที่เป็นกระสือเกิดปากบวมบ้าง หรือเอาผ้าไปต้มให้ปวดแสบปวดร้อนบ้าง นี่ก็เป็นเรื่องราวที่เสริมแต่งกันไป

ผีกระสือมีทั้งหญิงและชาย ชื่อนั้นก็แล้วแต่มนุษย์จะสมมุติเรียก เช่น ผู้หญิงก็เรียกว่าผีกระสือ ผู้ชายก็สมมติเรียกว่า ผีกระหัง แต่ผีกระหังไม่มีกระด้งเป็นปีกหรือมีหางเป็นสากตำข้าว อันนี้มนุษย์สมมติกันขึ้นมา

จะมีการสืบทอดจากร่างหนึ่งไปอีก ร่างหนึ่ง เมื่อวิบากกรรมนั้นยังไม่หมด และมีหลากหลายวิธี โดยผู้ที่จะมารับสืบทอดต้องมีกรรมชนิดเดียวกัน ถ้าไม่มีผู้มีกรรมแบบเดียวกัน ภูตก็ต้องตายไปพร้อมกับร่างที่สิงนั้น คล้ายต้นกาฝากตายพร้อมกับต้นไม้ที่ตัวเกาะอยู่ แล้วไปเกิดเป็นอย่างอื่นตามวิบากกรรมต่อ เหมือนตายจากเปรตมาเป็นภูต ตายจากภูตก็ไปเป็นอะไรต่ออะไรตามวิบากกรรมที่ทำมา

ผีปอบ คือ ผีสายยักษ์ อยู่ในสายการปกครองของท้าวเวสสุวัณ ที่เข้าสิงร่างมนุษย์ก็เพื่ออาศัยร่างมนุษย์กินอาหาร โดยเฉพาะอาหารดิบๆ หรือสัตว์เป็นๆ เช่น ไปหักคอเป็ดไก่ในเล้ากิน หรืออาศัยร่างเหมือนเป็นร่างทรง เพื่อยกระดับตัวเองว่ามีผู้นับถือมากๆ หรือเพื่อทำร้ายให้เจ็บป่วยหรือตาย เพื่อที่ว่าตายแล้วจะได้ไปเป็นบริวารหรือ สานุศิษย์ หรือตายแทน เพื่อตนจะได้ไปเกิดใหม่

ไม่ใช่ว่าเข้าสิงได้ทุกคน จะเข้าสิงร่างมนุษย์ที่มีวิบากกรรมทางนี้ คือ อดีตเคยนับถือผีเป็นที่พึ่ง ที่ระลึกยามมีทุกข์ จนเป็นประเพณีธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อกันมา มีจิตผูกพันกับผี และกรรมทำปาณาติบาต ฆ่าสัตว์เซ่นไหว้ผี บางทีก็ฆ่าสัตว์เล็ก เช่น เป็ด ไก่ บางทีก็ฆ่าสัตว์ใหญ่ เช่น วัว ควาย เป็นต้น จึงทำให้พวกนี้มาเข้าร่างได้

การเข้าสิงเขาจะกดทับด้วยมนตร์ทำให้ขาดสติ หรือหมดสติไป ขึ้นอยู่กับว่าทับครึ่งตัวหรือว่าเต็มตัว ถ้าครึ่งตัวก็จะขาดสติ แต่พอรู้อยู่บ้าง แต่ว่าบังคับตัวเองไม่ได้ แต่ถ้าเต็มตัวนี่จะหมดสติไม่รู้สึกตัว

ทำไมคนเราจึงเกิดมาต่างกัน ทำไม บางคนจึงต้องไปเกิดในหมู่บ้านที่มีคนนับถือผี เลี้ยงผี ที่ไปเกิดตรงนั้นเพราะมีวิบากกรรมหลายอย่าง เช่น ทำทานมาน้อย มีความตระหนี่ อวดดื้อถือดีจัดจนเป็นนิสัย เลยทำให้ไปเกิดใน หมู่บ้านชาวป่าที่นับถือผี มีการฆ่าสัตว์เซ่นไหว้ผี ตามความเชื่อถือของบรรพบุรุษ

ที่จริงการฆ่าสัตว์ใหญ่สัตว์เล็กเซ่นไหว้ผีนั้นเป็นเพราะความไม่รู้ว่าจะไปพึ่งอะไรในยามที่มีทุกข์ เช่น เจ็บไข้ได้ป่วยก็ไม่รู้สาเหตุมาจาก อะไร ก็เลยคิดว่าผีทำ จึงทำการเซ่นไหว้ผี ซึ่งบางทีก็หาย บางทีก็ไม่หาย ที่หายเพราะว่าโรคมีน้อยกับหมดกรรม จึงคิดว่าผีช่วย จิตก็หมกมุ่นอยู่กับเรื่องผีๆ ตายแล้วก็กลายไปเป็นผีบ้าง ปีศาจบ้าง ก็หมุนเวียนวนกันอยู่อย่างนี้

ซึ่งแต่เดิมก็ไม่ได้รู้ว่ามีผีหรือไม่มี เมื่อมีความทุกข์ก็คิดว่าผีแกล้ง จะต้องเซ่นไหว้ แล้วผีจะช่วย นานวันเข้าเมื่อนับถือผีแล้ว ใจก็ ผูกพันอยู่กับผี ตายแล้วก็ไปเป็นผี ต่อมาจึงกลายเป็นเลี้ยงผีจริง แต่เดิมผียังไม่มี แต่คิดว่ามี พอคิดว่ามีใจก็ไปผูกพันกับความไม่รู้ตรงนี้ เอาของมาเซ่นไหว้ แล้วยิ่งบังเอิญเซ่นแล้ว หายป่วย ก็เซ่นไหว้ด้วยการฆ่าสัตว์ทำปาณาติบาตเข้าไปอีก ก็ยิ่งเห็นผิดเข้าไปอีก พอตายไปแล้ววิบากกรรมทำให้ไปเกิดเป็น ผีอยู่แถวนั้น

เมื่อความเชื่อสืบทอดมาถึงชนรุ่นหลัง คราวนี้ก็ได้นับถือผีจริงๆ แต่ผีก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะตัวเองก็ลำบาก อดๆ อยากๆ ต่อมาผู้ที่ตายก็กลายเป็นผี มีผีบางตนไปพบกับวิทยาธร ก็ขอเรียนมนตร์เรียนไสยเวท ซึ่งส่วนมากมักจะเรียนเพื่อมุ่งทำลายล้างกันเป็นส่วนใหญ่ ก็จะมีวิชาพวกนี้ มากระซิบข้างหู ให้ทำอย่างนั้น อย่างนี้ แล้วก็เลยนับถือสืบๆ กันต่อๆ กันเรื่อยมา

เพราะฉะนั้น คนที่ถูกผีเข้า ผีสิง หรือเกิดในครอบครัวนับถือผี จะพ้นจากกรรมพวกนี้ได้ ต้องเลิกนับถือผี แล้วให้ตั้งมั่นในพระรัตนตรัย ทำบุญทุกบุญ ทั้งทาน ศีล ภาวนา ให้สม่ำเสมอจนตลอดชีวิต ก็จะพ้นจากกรรมเหล่านี้ได้

เพราะใจผูกพันกับอะไรก็จะไปอยู่กับสิ่งนั้น ผูกพันกับคนก็ไปอยู่กันคน ผูกพันกับสิ่งของ ผูกพันกับสัตว์ ผูกพันกับวิชา หรือผูกพันกับสิ่งที่ตัวนับถืออย่างไร มันก็จะไปอยู่อย่างนั้น เพราะฉะนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์จึงสอนให้ไม่ยึดมั่นถือมั่น ไม่ให้ผูกพันกับสิ่งใดที่ไม่เป็นสาระแก่นสาร แต่ให้มาผูกพันกับ พระรัตนตรัย เพราะพระรัตนตรัยเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง

แหล่งข้อมูล
http://board.palungjit.com/f12/%E0%B8%9 ... 50316.html

 

คลิปผีกระสือ ที่ปทุมธาณี


ดูข้อมูลทั้งหมดของ จิราภรณ์ หอมกลิ่น คลิก ------ IP ที่โพสต์เนื้อหานี้ : เมื่อ 8 ก.ค. 2552



hom9953

sangwian

krunattaya

peterthanakrit

namtip

yumoonoi

arunjan

soiphophan

krootomfang
New Games Here!
เกมส์เดาะบอลnew
เกมส์เดาะบอล มาเดาะบอลแข่งกันนะจ๊ะ
เกมส์มาริโอทดสอบความจำnew
เกมส์มาริโอทดสอบความจำ มาทดสอบความจำกับมาริโอกันครับ ว่าเรามีความจำดีกันขนาดไหน มีการจับเวลาด้วยนะครับ
เกมส์ปลูกผักผลไม้new
เกมส์ปลูกผักผลไม้ ลองมาปลูกผักผลไม้กันเถอะ เกมส์นี้เป็นเกมส์ปลูกผักอีกแนวที่น่ารักแฟนตาซี ซึ่งจะมีเจ้าหมาน้อยคอยช่วยเฝ้าแปลงผักอยู่ ให้เจริญงอกงาม สวยสด พร้อมขายอยู่เสมอ
เกมส์จับคู่ใต้น้ำnew
เกมส์จับคู่ใต้น้ำ ให้คลิกสีที่เหมือนกันที่อยู่ติดกันอย่างน้อย3อัน แล้วจะได้แต้ม
เกมส์ซูปเปอร์มาร์โก้new
เกมส์ซูปเปอร์มาร์โก้ คอเกมส์ยิง ห้ามพลาดเด็ดขาด เกมส์นี้บู๊กระจาย
More Games Click!!
 
เว็บไซต์เพื่อคุณครูและนักเรียนไทย