หน้าแรก | ครูบ้านนอกบล็อก
ศูนย์รวมความคิด ความรู้ ประสบการณ์ของคุณครู สมาชิกเว็บไซต์ ครูบ้านนอก.คอม ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ตั้งใจทำเพื่อสังคมครับ

งานวิจัยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การบริหารจิต ชั้น ม.3 (บทที่ 4)

เจ้าของโพสต์นี้ โชติกา ชินินทร - 9 ก.ค. 2552 เปิดอ่าน 60 ครั้ง

 

บทที่ 4

ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

 

                 การวิจัยครั้งนี้เป็นการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  เรื่อง  การบริหารจิต  สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  รายวิชา    33102  พระพุทธศาสนา  เพื่อเป็นการตอบวัตถุประสงค์และข้อคำถามในการวิจัย  ดังนี้

                1.  เพื่อการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  เรื่อง  การบริหารจิต  สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  รายวิชา    33102  พระพุทธศาสนา  ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน  90/90

                 2.  เพื่อศึกษาผลการใช้ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  เรื่อง  การบริหารจิต  สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  รายวิชา    33102  พระพุทธศาสนา  ให้มีคะแนนสูงเกินเกณฑ์ที่กำหนดร้อยละ  85

                 3.  เพื่อการประเมินผลการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง  การบริหารจิต  สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  รายวิชา    33102  พระพุทธศาสนา  

 

1.   เพื่อการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  เรื่อง  การบริหาจิต  สำหรับนักเรียนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน  90/90

 

                 ผลการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  เรื่อง  การบริหารจิต  สำหรับนักเรียนระดับ        ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  รายวิชา    33102  พระพุทธศาสนา  ผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูลและสรุปผล           ดังรายละเอียดต่อไปนี้

 

 ผู้วิจัยขอเสนอการวิเคราะห์ข้อมูลโดยแบ่งเป็น  4   ตอน  ดังนี้

ตอนที่  1    ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน  และความต้องการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  เรื่อง       การบริหารจิต  สำหรับนักเรียนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3   สรุปผลได้ดังนี้

 

 

 

 

       ขั้นที่  1   การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน

                        ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน  และความต้องการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  เรื่อง         การบริหารจิต  สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  จากการศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  ผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูลและสรุปผลดังรายละเอียดต่อไปนี้         

                        1.   ผลการศึกษารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช  2540  ได้กำหนดนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาไว้ในมาตรา  81  อาทิ   ให้รัฐต้องจัดให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาแห่งชาติ   ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคมเศรษฐกิจและสังคม   การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้อง  ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น   ศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ  แผนการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ.  2545 - 2559  : ฉบับสรุป  บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษามีหลายประการ  จะเห็นได้ว่าการจัดการศึกษา                     ต้องเป็นบริการที่พอเพียงรวดเร็ว   ฉับไวให้ได้ทั้งปริมาณและมาตรฐานคุณภาพ

                        2.   ผลการศึกษาพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พุทธศักราช  2542  ได้กำหนด        แนวการจัดการศึกษาที่ยึดหลักว่า  ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด   ดังนั้นจึงให้ผู้เรียนมีความสามารถเรียนรู้ด้วยวิธีการต่างๆ  ตามสติปัญญา ความสามารถของผู้เรียนและพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ  คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล จากรายงานผลการตรวจราชการ  ประจำปีงบประมาณ  2542  ของผู้ตรวจราชการ  12  เขตการศึกษา สรุปได้ว่า  คุณภาพการศึกษาอยู่ระดับต้องปรับปรุง   จึงมีการปฏิรูปการศึกษาขึ้น  ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนการสอนทั้งของผู้เรียนและครู  กล่าวคือ  ครูลดบทบาทจากผู้บอกเล่าและบรรยาย   มาเป็นการวางแผนจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามศักยภาพของแต่ละบุคคล  ในหมวด 9 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พุทธศักราช  2542   ได้ให้ความสำคัญของเทคโนโลยีการศึกษาว่าเป็นสิ่งสำคัญ     ในการช่วยแก้ปัญหาด้านการศึกษาให้สำเร็จลุล่วงไปได้  (กระทรวงศึกษาธิการ.  2543)  มาตรา  66  ผู้เรียนมีสิทธิได้รับการพัฒนาขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา  เพื่อให้มีความรู้     และทักษะเพียงพอที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

                        3.  วิสัยทัศน์ของโรงเรียนสายปัญญารังสิต  อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี  กล่าวว่า โรงเรียนสายปัญญารังสิตเป็นแหล่งจัดการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของชุมชน มุ่งเน้นให้นักเรียนเป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียน   มีวินัย   มีคุณธรรมและพื้นฐานทางเทคโนโลยี

                         4.   ผลการศึกษาแนวคิด  ทฤษฎี  ขั้นตอนเกี่ยวกับการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน    จากเอกสารการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน จากการศึกษาพบว่า  บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนสามารถกำหนดเนื้อหา  ตัวอักษร  สีสัน  เสียง  ภาพ  ประกอบบทเรียนได้ตามที่ต้องการ  ผู้เรียนสามารถโต้ตอบกับบทเรียนได้ทำให้ผู้เรียนมีความเข้าใจบทเรียน    มากขึ้น  ไม่เบื่อหน่ายต่อบทเรียน

                          5.  ผลการศึกษาความต้องการของนักเรียนด้านเนื้อหาสาระ  กิจกรรมของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนจากครูผู้สอน  และผู้เชี่ยวชาญด้านบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  กำหนดจุดประสงค์  ลำดับเนื้อหา  กำหนดวิธีสอนและการวัดและประเมินผล  โดยขอความคิดเห็น               และข้อเสนอแนะด้วยแบบสอบถามเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา  จำนวน  3  คน  เพื่อนำมากำหนดเนื้อหา  และเสนอให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้องและปรับปรุงแก้ไข  ได้เนื้อหาที่ใช้พัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน

                           6.   ผลการศึกษาความคิดเห็นของครูผู้สอนและผู้เชี่ยวชาญ  พบว่า  ความต้องการ        ใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนจะเน้นด้านเนื้อหาสาระให้กำหนดจุดประสงค์  กิจกรรม  ลำดับเนื้อหา  กำหนดวิธีสอนและการวัดและประเมินผล  แล้วเสนอให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้อง               และปรับปรุงแก้ไข   ได้เนื้อหาที่ใช้พัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

 

       ขั้นที่  2    การพัฒนาและหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 

                         เมื่อผู้วิจัยได้สังเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานที่ได้จากการวิจัยที่  1  มาเป็นข้อมูลเพื่อสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน โดยดำเนินการดังนี้

 

                         1.   ศึกษาเนื้อหาการเรียนการสอนสาระการเรียนรู้พระพุทธศาสนา  หน่วยการเรียนรู้          พระธรรม   เรื่อง   การบริหารจิตและเจริญปัญญา   ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  ช่วงชั้นที่  3  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา   ศาสนาและวัฒนธรรม   ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช   2544

                         2.   วิเคราะห์เนื้อหาและแยกเป็นหน่วยย่อย  เรื่อง   การบริหารจิต  ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไขพร้อมทั้งกำหนดวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม

                  3.  จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่  8  เรื่อง  การบริหารจิตและการเจริญปัญญา  สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  ช่วงชั้นที่  3   โดยจัดลำดับก่อน  หลัง  เสนอให้ผู้เชี่ยวชาญ  จำนวน  3  คน  ประเมินแผนการจัดการเรียนรู้  ด้วยแบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้  ที่ผู้วิจัยได้ปรับปรุง               จากแผนการสอน  วิชา    0113  พระพุทธศาสนา  ของ  พิณภาคย์   บุตรจันทร์.  2544  :  470   โดยมีค่าความสอดคล้อง  (I.O.C)   =   4.65   มีความเหมาะสมมากที่สุดและมีคุณภาพดีเยี่ยม   สามารถนำไปใช้สอนนักเรียนได้เป็นอย่างดีมาก        

                          4.  สร้างแบบทดสอบ  เรื่องการบริหารจิต  เป็นแบบปรนัย  โดยศึกษาวิธีการสร้างแบบทดสอบ  และสร้างแบบทดสอบตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม  นำแบบทดสอบที่ได้ไปให้ผู้เชี่ยวชาญ  จำนวน  3  คน  ประเมินข้อสอบกับจุดประสงค์ก่อนนำไปใช้  เพื่อหาประสิทธิภาพ          ของแบบทดสอบด้านความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา  (I.O.C)   =   1.00  นำแบบทดสอบมาปรับปรุงแก้ไข  หลังจากผู้เชี่ยวชาญตรวจแล้ว   ได้ข้อสอบปรนัย  4  ตัวเลือก  จำนวน  12  ข้อ  ซึ่งครอบคลุมจุดประสงค์         การเรียนรู้  จากนั้นนำแบบทดสอบไปทดสอบกับนักเรียนที่ผ่านการเรียน  เรื่อง   การบริหารจิต  นำไปหาค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบ   โดยใช้สูตร  รุจิร์   ภู่ภาระ และคณะ.  2526  : 120  -  121

                          5.   ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  จากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  และศึกษาการใช้งานโปรแกรม  Adobe  Flash   และโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

                          6.   ออกแบบ  วางแผน  เขียนผังงาน (Flowchart)  และสตอรี่บอร์ดในการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  เพื่อให้เห็นภาพของการนำเสนอที่ชัดเจน

                          7.  จัดทำเนื้อหา   สร้างกราฟิก   ถ่ายภาพนิ่ง   จัดทำวีดีทัศน์  บันทึกเสียงและจัดกิจกรรม      ในการเรียนสำหรับบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

                          8.  สร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนตามที่ออกแบบไว้ ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  จำนวน  3  คน  ตรวจสอบแก้ไขปรับปรุงและเสนอแนะ 

                          9.   สร้างแบบประเมินคุณภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน การสร้างแบบประเมินคุณภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนด้านเทคนิคการผลิตสื่อและด้านเนื้อหา  มีขั้นตอนดังนี้

                                 9.1   ศึกษาขั้นตอนในการสร้างแบบประเมินคุณภาพ

                                 9.2   ศึกษาคุณสมบัติที่ใช้ในการประเมินความเหมาะสมของบทเรียนคอมพิวเตอร์       ช่วยสอน  ได้แก่   ด้านเทคนิคการผลิตสื่อ  คือ  การนำเสนอ   ภาพและตัวอักษร  สีและเทคนิค  ภาษาและเสียงประกอบ    ด้านเนื้อหา  คือ  ด้านเนื้อหาและการดำเนินเรื่อง  ด้านรูปภาพและภาษา  ด้านเวลาเรียน  ข้อดีของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่น่าชมเชย   และข้อเสนอแนะที่ควรปรับปรุงแก้ไข

                                 9.3   ออกแบบและสร้างแบบประเมินคุณภาพเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ   โดยถือเกณฑ์การให้คะแนนของแบบประเมินดังนี้

                                          ระดับ   5     หมายถึง                     คุณภาพดีมาก

                                          ระดับ   4     หมายถึง                  คุณภาพดี

                                          ระดับ   3     หมายถึง                     ปานกลาง

                                          ระดับ   2     หมายถึง                     พอใช้

                                          ระดับ   1     หมายถึง                     ควรปรับปรุง

                                          เกณฑ์ในการแปลความหมายของค่าเฉลี่ยของผลการประเมินมีดังนี้

                                          ค่าเฉลี่ย       4.51 5.00              หมายถึง                                 คุณภาพดีมาก

                                          ค่าเฉลี่ย       3.51 4.50              หมายถึง                                 คุณภาพดี

                                          ค่าเฉลี่ย       2.51 3.50              หมายถึง                                 ปานกลาง

                                          ค่าเฉลี่ย       1.51 2.50              หมายถึง                                 พอใช้

                                          ค่าเฉลี่ย       1.00 1.50              หมายถึง                              ควรปรับปรุง

 

                                          เกณฑ์การพิจารณาว่าบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่สร้างขึ้นมีคุณภาพ ผู้วิจัยกำหนดให้มีค่าเฉลี่ยตั้งแต่  3.5  ขึ้นไป

                                   9.4   นำไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ  และปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะ                ของผู้เชี่ยวชาญและนำไปใช้ในการประเมินคุณภาพ     

                          10.  นำบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่สร้างเสร็จไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิจารณาด้านเนื้อหาและด้านเทคโนโลยีการศึกษา  จำนวน  3  คน  ประเมินคุณภาพ พร้อมทั้งปรับปรุงแก้ไข                     ตามข้อเสนอแนะ  โดยใช้แบบประเมินคุณภาพสื่อการสอน

                          11. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิจารณาแล้วไปทดลองใช้                  เพื่อหาข้อบกพร่อง   และแก้ไขปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพตามขั้นตอนดังนี้

                                          11.1   หาประสิทธิภาพของบทเรียน  ขั้นทดลองรายบุคคล (One  by  One Testing)         ทำการทดลองกับกลุ่มเป้าหมาย   นักเรียนโรงเรียนสายปัญญารังสิต  อำเภอธัญบุรี  จังหวัดปทุมธานี  ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3   จำนวน  3  คน  โดยการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง  (Purposive Sampling)         ที่มีผลการเรียนอ่อน   ปานกลาง   และเก่ง  โดยดูจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ผ่านมาโดยใช้เกณฑ์   เกรดเฉลี่ยดังนี้   ผลการเรียนต่ำกว่า   2.50   คือ   กลุ่มอ่อน   ผลการเรียนอยู่ระหว่าง  2.50  -&nbs


ดูข้อมูลทั้งหมดของ โชติกา ชินินทร คลิก ------ IP ที่โพสต์เนื้อหานี้ : เมื่อ 9 ก.ค. 2552



kritsana1982

krudeeon

KRUKHAW

krunoo2505

krupichai

goodgirl

Daw121

ultraruz

numrung
New Games Here!
เกมส์ดำน้ำมหาสนุกnew
เกมส์ดำน้ำมหาสนุก มาเล่นกันเลยครับ ดูสิว่าเราจะดำน้ำได้ไกลขนาดไหนกัน เพื่อนมาช่วยด้วยนะครับ หลบสิ่งกีดขวางให้ได้นะ
เกมส์มาริโอ-เกมส์มาริโอเก็บเห็ดnew
เกมส์มาริโอ - เกมส์มาริโอเก็บเห็ด เกมส์คลาสสิค กด Space bar ให้มาริโอกระโดด เพื่อให้ได้คะแนนมากที่สุด
เกมส์ตีกลองnew
เกมส์ตีกลอง เกมส์นี้ เราจะต้องกดปุ่มตามรูปที่เลื่อนลงมา ให้ถูกต้องตามจังหวะ เพลงจะเริ่มเร็วขึ้นเรื่อยๆ มาตีกลองกันนะ
เกมส์ดราก้อนบอล 2new
เกมส์ดราก้อนบอล 2 รวมเกมส์ดราก้อนบอล 2 เกมส์นี้สนุกมาก ลองเล่นคลายเครียดกันนะจ๊ะ
เกมส์แข่งรถ-เกมแข่งรถในสนามแข่งnew
เกมส์แข่งรถ เกมแข่งรถในสนามแข่ง เกมส์สุดมันในการแข่งรถ เหยียบคันเร่งกันให้สุดๆ ในสนามแข่งขันที่มีระบบการป้องกันความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม
More Games Click!!
 
เว็บไซต์เพื่อคุณครูและนักเรียนไทย