หน้าแรก | ครูบ้านนอกบล็อก
ศูนย์รวมความคิด ความรู้ ประสบการณ์ของคุณครู สมาชิกเว็บไซต์ ครูบ้านนอก.คอม ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ตั้งใจทำเพื่อสังคมครับ

การบริหารงบประมาณ

เจ้าของโพสต์นี้ นายยาเบ็น เรืองจรูญศรี - 10 ต.ค. 2552 เปิดอ่าน 451 ครั้ง

การบริหารงบประมาณ ความเป็นมา การจัดทำงบประมาณในแบบปัจจุบันได้เริ่มมีขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศอังกฤษ ในราวคริสต์ศตวรรษที่ 16-17 ซึ่งเป็นสมัยที่สภาผู้แทนราษฎรได้ประสบความสำเร็จในการสงวนอำนาจที่จะอนุมัติรายได้และรายจ่ายของรัฐบาล ซึ่งจะเป็นต้นว่าการจัดทำงบประมาณในแบบปัจจุบันนี้มีความสัมพันธ์กับวิวัฒนาการของการปกครองในระบบประชาธิปไตย เพราะในการปกครองระบอบนี้ประชาชนต้องการควบคุมการรับและจ่ายเงินของรัฐบาล กล่าวคือ ต้องการทราบว่ารัฐบาลจะเก็บภาษีอะไร เท่าไร และจะนำเงินภาษีอากรที่รัฐบาลเรียบเก็บจากประชาชนนั้นไปใช้จ่ายในเรื่องอะไรเท่าไร คุ้มค่าเพียงไรหรือไม่

 

การบริหารงบประมาณ

 

ความเป็นมา

                การจัดทำงบประมาณในแบบปัจจุบันได้เริ่มมีขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศอังกฤษ  ในราวคริสต์ศตวรรษที่  16-17  ซึ่งเป็นสมัยที่สภาผู้แทนราษฎรได้ประสบความสำเร็จในการสงวนอำนาจที่จะอนุมัติรายได้และรายจ่ายของรัฐบาล  ซึ่งจะเป็นต้นว่าการจัดทำงบประมาณในแบบปัจจุบันนี้มีความสัมพันธ์กับวิวัฒนาการของการปกครองในระบบประชาธิปไตย  เพราะในการปกครองระบอบนี้ประชาชนต้องการควบคุมการรับและจ่ายเงินของรัฐบาล  กล่าวคือ  ต้องการทราบว่ารัฐบาลจะเก็บภาษีอะไร  เท่าไร  และจะนำเงินภาษีอากรที่รัฐบาลเรียบเก็บจากประชาชนนั้นไปใช้จ่ายในเรื่องอะไรเท่าไร  คุ้มค่าเพียงไรหรือไม่

                ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่  18  จึงได้มีการจัดทำงบประมาณแผ่นดินขึ้นในประเทศต่าง ๆ นาคพื้นยุโรป  ในปัจจุบันนี้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกต่างก็มีการจัดทำงบประมาณแผ่นดินกันทั้งนั้น

                การจัดทำงบประมาณนั้น  รัฐบาลกลางเป็นผู้จัดทำขึ้นก่อนและต่อมาจึงได้ขยายขอบเขตไปถึงรัฐบาลหรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานธุรกิจใหญ่ ๆ ของเอกชน

                แรกเริ่มนั้นการจัดทำงบประมาณแผ่นดินมีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองและการคลังเท่านั้น  กล่าวคือ  เพื่อให้ฝ่ายนิติบัญญัติใช้งบประมาณแผ่นดินเป็นเครื่องมือควบคุมการบริหารงานของรัฐบาล  และเพื่อจัดระเบียบการใช้จ่ายเงินของรัฐบาล  แต่ในปัจจุบันนี้ได้เป็นที่ยอมรับกันว่านอกจากวัตถุประสงค์ทางการเมืองและการคลังแล้ว การจัดทำงบประมาณแผ่นดินยังมีวัตถุประสงค์ทางเศรษฐกิจและสังคมอีกด้วย

รัฐบาลได้ดำเนินการปฏิรูประบบบริหารภาครัฐเพื่อแก้ไขปัญหาภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจของชาติ  รวมถึงการปรับเปลี่ยนการบริหารงานราชการและการปฏิบัติงานของบุคลากรที่ไม่มีประสิทธิภาพ  ให้เกิดประสิทธิภาพ  คุณภาพ  และมาตรฐาน  เกิดความคุ้มค่าเป็นรูปธรรมและได้รับการยอมรับจากสาธารณชน  สร้างศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถที่จะแข่งขันกับนานาอารยประเทศในสังคมโลกได้

                การปฏิรูประบบบริหารภาครัฐด้านหนึ่ง  คือ  การปรับเปลี่ยนระบบงบประมาณการเงินและพัสดุ  ซึ่งรัฐบาลได้ถือเป็นเรื่องสำคัญได้บรรจุเป็นนโยบายคณะรัฐมนตรี  และแถลงต่อรัฐสภา  เมื่อวันที่  26  กุมภาพันธ์  2544  มีใจความโดยสรุปว่า

                เร่งรัดการปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดทำและจัดสรรงบประมาณให้เป็นเครื่องมือในการจัดสรรทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ  สอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ  และส่งเสริมให้กระทรวง  ทบวง  กรม  มีบทบาทในการตัดสินใจมากขึ้น  พร้อมทั้งจัดให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใส

                การปฏิรูปปรับเปลี่ยนระบบงบประมาณและการพัสดุดังกล่าว  รัฐบาลได้เลือกใช้ระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์  (Strategic  Performance  Based  Budgeting)  ในการขับเคลื่อน  เป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดผลผลิต  (Outputs)  และผลลัพธ์  (Outcomes)  อย่างชัดเจน  มีการกระจายอำนาจการบริหารจัดการงบประมาณให้กับหน่วยงานได้นำไปบริหารอย่างมีอิสระ  มีความยืดหยุ่น  ความคล่องตัว  และความคุ้มค่าในการบริหาร

                ในการที่รัฐบาลได้มีแนวนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดินใหม่  โดยมียุทธศาสตร์การปรับปรุงโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน  รื้อปรับระบบการเงินและการงบประมาณ  เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากร  มีความยืดหยุ่น  คล่องตัวสูง  สอดรับกับนโยบายและเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐบาลมากขึ้น  ด้วยการโอนถ่ายอำนาจการตัดสินใจและความคล่องตัวให้แก่หน่วยงานปฏิบัติ  ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างภาระความรับผิดชอบในการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน  จึงได้มีการปรับเปลี่ยนการจัดการงบประมาณไปเป็นระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์  (Strategic  Performance  Based  Budgeting)  โดยการจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยปฏิบัติ  เพื่อจัดสรรลงในพื้นที่ปฏิบัติการให้เกิดประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่า  รวมทั้งสามารถนำวาระแห่งชาติและนโยบายของรัฐบาลไปปฏิบัติให้บังเกิดผลสัมฤทธิ์ในการแก้ปัญหาและพัฒนาในระดับพื้นที่อย่างมีบูรณาการตลอดจนสามารถติดตามและประเมินผลความสำเร็จของการใช้จ่ายงบประมาณให้การใช้จ่ายเงินงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  คุ้มค่าสามารถตรวจสอบและเปิดเผยต่อสาธารณะได้และนำระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์  (Strategic  Performance  Based  Budgeting)  ไปสู่ความสำเร็จ

 

ความหมาย

                ความหมายของงบประมาณจะแตกต่างกันออกไปบ้างตามกาลเวลาและลักษณะการให้ความหมายของนักวิชาการในแต่ละด้าน  ซึ่งมองงบประมาณในแต่ละด้านที่ไม่เหมือนกัน  นักเศรษฐศาสตร์จะมองงบประมาณในลักษณะของการมุ่งใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดให้ได้อรรถประโยชน์สูงสุด  โดยบรรลุเป้าหมายของแผนงานที่วางไว้  นักการเมืองจะมองในลักษณะของการมุ่งให้รัฐสภาใช้อำนาจควบคุมการปฏิบัติงานของรัฐบาล ฯลฯ

1.       ความหมายดั้งเดิม

งบประมาณมาจากคำว่าภาษาฝรั่งเศสโบราณว่า  Bougette  ในประเทศอังกฤษแต่เดิมนั้นคำว่า  Budget  หมายถึง  กระเป๋าหนังสือใบใหญ่ซึ่งเสนาบดีคลังกษัตริย์ใช้บรรจุเอกสารต่าง ๆ ที่แสดงถึงความต้องการของประเทศ  และต่อ ๆ มา  ความหมายของคำว่า  Budget  ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนจากตัวกระเป๋านั้นมาเป็นเอกสารต่าง ๆ ที่บรรจุในกระเป๋า

2.       ความหมายของนักการบัญชี

นักการบัญชีจะให้ความหมายงบประมาณในลักษณะว่างบประมาณ  คือ  เอกสารอย่างหนึ่งประกอบด้วยข้อความและตัวเลขซึ่งเสนอขอรายจ่ายเพื่อรายการและวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ข้อความจะพรรณนาถึงรายการค่าใช้จ่าย  เช่น  เงินเดือน  ครุภัณฑ์  ค่าใช้จ่าย ฯลฯ  หรือวัตถุประสงค์  เช่น  การเศรษฐกิจ  การศึกษา  การป้องกันประเทศ ฯลฯ  และมีตัวเลขแนบอยู่ด้วยทุกรายการหรือทุกวัตถุประสงค์

3.       ความหมายของนักปกครอง

นักปกครองจะให้คำจำกัดความงบประมาณว่า  งบประมาณ  คือ  แผนสำหรับการใช้จ่ายเงินในวิสาหกิจหรือรัฐบาลในชั่วระยะเวลาหนึ่งอันแน่นอน  ซึ่งฝ่ายบริหารจะเป็นผู้จัดเตรียมและนำเสนอต่อฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อขออนุมัติก่อนที่จะดำเนินการตามแผนนั้น

4.       ความหมายของนักบริหาร

นักบริหารได้จำกัดความงบประมาณไว้  ดังนี้  งบประมาณ  หมายถึง  แผนที่แสดงออกในรูปของตัวเงินสำหรับระยะเวลาหนึ่งอันแน่นอนเกี่ยวกับโครงการดำเนินงานของรัฐบาล

5.       คำจำกัดความที่น่าใจสำหรับนักบริหาร

คือ  คำจำกัดความที่ศาสตราจารย์  Frank P.Sherwood  แห่งมหาวิทยาลัย  Southern  California  ให้ไว้ว่า  งบประมาณ  คือ  แผนเบ็ดเสร็จซึ่งแสดงออกในรูปตัวเงิน  แสดงโครงการ  ดำเนินงานทั้งหมดในระยะเวลาหนึ่ง  แผนนี้จะรวมถึงการกะประมาณบริหาร  กิจกรรม  โครงการ  และค่าใช้จ่าย  ตลอดจนทรัพยากรที่จำเป็นในการสนับสนุนในการดำเนินงานให้บรรลุตามแผนนี้ย่อมประกอบด้วยการกระทำ  3  ขั้นด้วยกัน  คือ  1)  การจัดเตรียม  2)  การอนุมัติ  3)  การบริหาร

                ศาสตราจารย์  Frank P.Sherwood  ได้ให้คำจำกัดความในมุมมองทางด้านการบริหารเป็นสำคัญดังนี้

                งบประมาณ  ซึ่งหน่วยงานบริหาร  กระทรวง  ทบวง  กรมต่าง ๆ ยื่นเสนอต่อสำนักงบประมาณนั้น  จะสะท้อนถึงความคาดหมายของหน่วยงาน  กล่าวคือ  เป็นจำนวนซึ่งหน่วยงานคาดหมายที่จะได้เห็นในร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายและที่จะได้ใช้จริง ๆ แต่ก็เป็นไปได้เหมือนกันที่จำนวนเงินงบประมาณรายจ่ายสะท้อนถึงความทะเยอทะยานของหน่วยงาน  กล่าวคือ  เป็นจำนวนซึ่งหน่วยงานคาดหมายว่าจะได้รับและใช้จ่ายในโครงการต่าง ๆ หากสถานการณ์อำนวย  ทั้งนี้เพื่อจะได้รับความสนับสนุนทางการเมือง  อย่างไรก็ตามเนื่องจากจำนวนงบประมาณที่ขอย่อมจะมีผลต่อจำนวนงบประมาณที่จะได้รับ  ดังนั้นการเสนอของบประมาณจึงมักจะเป็นกลยุทธ์  จำนวนเงินงบประมาณรวมของแต่ละหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุน  ผู้ที่มีส่วนในการทำงบประมาณแต่ละคนจะกำหนดงบประมาณขึ้นจากข้อมูลและข่าวสารต่าง ๆ ที่ได้รับเกี่ยวกับความนิยมของคนอื่น ๆ และแสดงความปรารถนาของตนออกมา

               

ความสำคัญและเหตุผลความจำเป็น

                กระบวนการงบประมาณของประเทศไทยในปัจจุบัน  ตั้งแต่การจัดทำงบประมาณการบริหารงบประมาณ  การติดตาม  และประเมินผลการใช้จ่ายงบประมาณ  นับได้ว่าขั้นตอนการบริหารงบประมาณเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาและระเบียบที่เกี่ยวข้องมากมาย  การบริหารงบประมาณประกอบด้วยขั้นตอนย่อย  ได้แก่  การจัดทำแผนปฏิบัติงานของส่วนราชการ  การขออนุมัติเงินประจำงวด  การเบิกจ่ายเงิน  การโอนเปลี่ยนแปลงรายการ  การก่อหนี้ผูกพัน  ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์ขั้นตอนต่าง ๆ กังกล่าว  มีความยุ่งยาก  ไม่คล่องตัว  มีการควบคุมจากหน่วยงานกลางมากเกินไปและไม่สะท้อนให้เห็นว่าส่วนราชการปฏิบัติงานได้บรรลุตามวัตถุปรสงค์ที่กำหนดไว้หรือไม่

                แนวคิดในการปรับปรุงระเบียบและวิธีการบริหารงบประมาณ  เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้นได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง  โดยสำนักงบประมาณได้มอบอำนาจให้ส่วนราชการ  อย่างไรก็ตามเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของประเทศเป็นไปอย่างรวดเร็ว  โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่เศรษฐกิจของโลกและประเทศไทยประสบสภาวะชะงักในปี  พ.ศ.  2540  รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณเป็นเครื่องมือในการกำหนดยุทธศาสตร์การฟื้นฟูเศรษฐกิจ  รวมทั้งใช้งบประมาณเป็นกลไกในการพยุงสภาวะทางเศรษฐกิจในยามที่ภาคธุรกิจและเอกชนประสบสภาวะขาดทุนและล้มละลายด้วยการจัดสรรงบประมาณในโครงการลงทุนต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการบริโภค  การจ้างงาน  เป็นต้น

                ดังนั้นสำนักงบประมาณจึงได้เสนอแนวทางปรับเปลี่ยนวิธีการในการจัดสรรงบประมาณค่าคณะรัฐมนตรี  และคณะรับมนตรีได้มีมติเห็นชอบ  สำนักงบประมาณจึงได้กำหนดระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ  พ.ศ.  2548  โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่  1  ตุลาคม  2548  เป็นต้นไป  แต่เนื่องจากระเบียบดังกล่าวเป็นระเบียบใหม่  เนื้อหาสาระในรายละเอียดมีควมสำคัญและมีผลกระทบต่อการจัดทำ  จัดสรร  โอนเปลี่ยนแปลงรายการ  ติดตามประเมินผลการใช้จ่ายงบประมาณ  และการบริหารงบประมาณรายจ่ายหลายประการ  เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา  เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในทิศทางเดียวและได้ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานได้ถูกต้อง  จึงจำเป็นต้องจัดทำแนวทางการปฏิบัติตามระเบียบฯ นี้ขึ้น

 

การจัดระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน จะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพนั้น หน่วยงานทุกระดับต้องมีกลไกขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ถูกต้อง โดยอาศัยแนวทางการพัฒนาตามมาตรฐานการจัดการทางการเงิน 7 ด้าน หรือที่เรียกว่า “ 7 Hurdles ” ดังนี้

1. การวางแผนงบประมาณ( Budgeting Planing ) ในขั้นนี้เริ่มต้นจากการทำแผนกลยุทธ์ของหน่วยงานประกอบด้วยวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ ผลผลิต กลยุทธ์โครงสร้างแผนงาน และตัวบ่งชี้ความสำเร็จของผลงาน ข้อมูลที่ได้จากแผนกลยุทธ์จะนำมาจัดทำแผนงบประมาณระยะปานกลาง 3 ปี( Medium Term Expenditure Framework ) ซึ่งจะเชื่อมโยงกับงบประมาณที่ใช้และผลงานที่ได้รับ ในกระบวนการวางแผนงบประมาณนั้น หน่วยงานภาครัฐมีประเด็นที่จะต้องดำเนินการคือ

- จัดทำแผนกลยุทธ์ และแปลงแผนกลยุทธ์เป็นแผนดำเนินงาน ซึ่งในกระบวนการดังกล่าวจำเป็นต้องกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ผลลัพธ์ และตัวชี้วัดให้ชัดเจน

- จัดทำงบประมาณรายจ่ายล่วงหน้าระยะปานกลาง

- มีเกณฑ์จัดสรรงบประมาณให้แก่หน่วยงานปฏิบัติอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้

การวางแผนงบประมาณที่ดี และสอดคล้องกับแนวทางการจัดทำงบประมาณแบบใหม่ ควรจะมีรูปแบบและลักษณะที่สำคัญ ( Standards ) 9 ประการ ดังนี้

มาตรฐานที่ 1 ข้อมูลงบประมาณมีความครอบคลุมครบถ้วน( Comprehensiveness )

มาตรฐานที่ 2 การวางแผนระยะปานกลาง( Medium Term Plan )

มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดสรรงบประมาณภายในส่วนราชการ

มาตรฐานที่ 4 การจัดทำงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน( Performance Based )

มาตรฐานที่ 5 การจัดสรรงบประมาณภายในส่วนราชการมีความคงเส้นคงวา( Consistent )

มาตรฐานที่ 6 งบประมาณมีรายละเอียดเพียงพอต่อการควบคุม( Sufficient Detail )

มาตรฐานที่ 7 ข้อมูลแผนและผล สามารถเปรียบเทียบกันได้( Comparable )

มาตรฐานที่ 8 การกำหนดความรับผิดชอบในการจัดสรรงบประมาณ( Responsibility )

มาตรฐานที่ 9 การบริหารจัดการเชิงรุก( Pro – Active Management )

โดยในประเด็นดังกล่าวจะต้องศึกษาในเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

1.1 การวางแผนกลยุทธ์ ได้แก่

1.1.1 การกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์( Vision & Mission & Goal )

1.1.2 โอกาสและภัยคุกคาม( Opportunity & Threat ) ของการดำเนินงานที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

1.1.3 จุดแข็งและจุดอ่อน( Strength & Weakness ) ขององค์กร

1.1.4 กลยุทธ์หรือแนวทางการดำเนินงานที่องค์กรไปสู่ทิศทางที่ต้องการหรือบรรลุเป้าประสงค์ที่กำหนดไว้

1.2 การแปลงแผนกลยุทธ์เป็นแผนดำเนินงาน องค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญ ได้แก่

1.2.1 ชื่อแผนงาน ซึ่งอาจได้แก่ชื่อของประเด็นกลยุทธ์แต่ละประเด็นที่กำหนดไว้

1.2.2 วัตถุประสงค์ หรือเป้าประสงค์ของแผนงาน ซึ่งจะเขียนในรูปของตัวชี้วัดความสำเร็จ

( Key success factor ) หรืออื่นใดที่สามารถใช้ในการตรวจวัดความสำเร็จ หรือติดตาม

ความก้าวหน้าของการดำเนินงานตามแผนได้

1.2.3 ชื่อ งาน/โครงการ หรือกิจกรรหลักที่จะดำเนินการภายใต้แผนงานนั้นๆ

1.2.4 เป้าหมายของงาน/โครงการ หรือกิจกรรมหลักที่จะดำเนินการ โดยเขียนในรูปของตัวชี้วัดผลสำเร็จของงาน โครงการ กิจกรรมนั้น ๆ

1.2.5 ระยะเวลาที่จะต้องดำเนินการ

1.2.6 ผู้รับผิดชอบโครงการ

1.2.7 งบประมาณและปัจจัยนำเข้าที่จำเป็นต้องใช้ในการดำเนินการ

1.3 การกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ ลักษณะตัวชี้วัดที่ดี มีดังนี้

1.3.1 ความสอดคล้องหรือตรงประเด็น พิจารณาได้จาก ความเที่ยงตรง และเชื่อถือได้

1.3.2 ความเป็นรูปธรรม( Objective and Reproducible )

1.3.3 ความไว( Sensitivity ) ต้องชี้ให้เห็นความเปลี่ยนแปลง

1.3.4 ความยอมรับ( Acceptance ) จากผู้ใช้ผลการประเมินตัวชี้วัด

1.4 การจัดเตรียมงบประมาณ แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ

1.4.1 ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ได้แก่ เงินเดือน ค่าจ้างประจำ ค่าจ้างชั่วคราว

1.4.2 ค่าใช้จ่ายเพื่อการดำเนินงาน ได้แก่ ค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ และค่าสาธารณูปโภค

1.4.3 ค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุน ได้แก่ ค่าครุภัณฑ์ ค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง

1.4.4 ค่าใช้จ่ายในลักษณะเงินอุดหนุน ได้แก่ เงินอุดหนุน

1.5 การเพิ่มขอบเขตความครอบคลุมงบประมาณ กิจกรรมและข้อมูลที่ควรรวมเข้ากับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี ได้แก่

1.5.1 เงินกู้ยืมจากภายนอก

1.5.2 กิจกรรมกึงการเงิน( Quasi – fiscal activities ) ของธนาคารแห่งประเทศไทย

1.5.3 ค่าใช้จ่ายทางภาษีอากร( Tax expenditures )

1.5.4 ภาระหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้น( Contingent liabilities )

1.6 การจัดทำงบประมาณการรายจ่ายล่างหน้าระยะปานกลาง เป็นการขยายภาพของงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้กว้างขวางขึ้น โดยนำเสนอประมาณการงบประมาณรายจ่ายที่จะเกิดขึ้นในระยะ 2 – 3 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้การพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

1.7 การกำหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรทรัพยากรภายใน หน่วยงานของรัฐต้องให้ความมั่นใจได้ว่า กระบวนการจัดสรรงบประมารภายในหน่วยงานไปสู่หน่วยปฏิบัติ จะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของแรงจูงใจ ความเป็นธรรมความต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดดุลยภายในองค์กร นั่นคือ ต้องกำหนดแนวทางในการจัดสรรงบประมาณที่ชัดเจนและสัมพันธ์กับปริมาณงานที่จะต้องดำเนินการ รวมถึงระบบตัวดัชนีชี้วัดผลสำเร็จในด้าน ปริมาณ คุณภาพเวลา และต้นทุน

2. การกำหนดผลผลิตและการคำนวณต้นทุน ( Output Specification and Costing ) ในขั้นนี้เป็นการคิดคำนวณต้นทุนในแต่ละผลผลิตที่ได้กำหนดมาแล้วว่า จะใช้ต้นทุนต่อหน่วยของผลผลิตเท่าไร ซึ่งมีการคิดทั้งต้นทุนทางตรงและต้นทุนทางอ้อม สำหรับผลผลิตหลักของสถานศึกษานั้น คือ นักเรียนที่จบการศึกษาใน 3 ระดับคือ นักเรียนก่อนประถมศึกษา นักเรียนประถมศึกษา และนักเรียนมัธยมศึกษาต้อนต้น ผลผลิตหลักดังกล่าวกำหนดให้ชัดเจนทั้งในด้านปริมาณ คุณภาพ เวลาและต้นทุน ซึ่งจะเป็นข้อมูลนำไปสู่การคิดค่าใช้จ่ายเพื่อการวางแผน งบประมาณ สิ่งสำคัญในการกำหนดผลผลิตคือ ต้องได้รับยอมรับจากส่วนกลาง ซึ่งเป็นผู้กำหนด

นโยบายการคำนวณผลผลิตต้องคำนวณค่าใช้จ่ายของนักเรียนแต่ละประเภท

3. การจัดระบบการจัดซื้อจัดจ้าง ( Procurement Management ) เป็นการพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้างให้มีประสิทธิภาพ การจัดซื้อจัดจ้างตามระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน เน้นกระบวนการที่เน้นกลยุทธ์มากขึ้น คือ ความคุ้มค่าของการใช้จ่ายเงินโดยมีหลักปฏิบัติ ดังนี้

3.1 มีพันธกิจและหน้าที่ชัดเจน

3.2 เน้นการผูกพันและการให้คำมั่นร่วมกันเพื่อมุ่งสู่พันธกิจ

3.3 ผู้ซื้อมีอำนาจมากขึ้น

3.4 เน้นความประพฤติที่มีจริยธรรม

3.5 มีข้อมูลที่ถูกต้องและทันต่อเวลา

3.6 บุคลากรมีคุณภาพสูง

3.7 การดำเนินงานเป็นทีมเพื่อแก้ปัญหา

3.8 มีวิธีการที่ได้รับการวางแผนอย่างดีเพื่อเข้าสู่ตลาด

3.9 การทำสัญญาที่ปลอดภัย

3.10 มีผลการดำเนินงานที่สามารถวัดได้

4. การบริหารทางการเงินและการควบคุมงบประมาณ ( Financial Management / Fund Control )

4.1 กรอบการบริหารจัดการทางการเงิน

4.2 ระบบงบประมาณและบัญชีเกณฑ์คงค้าง

4.3 รูปแบบและการนำเสนอรายงานที่เกี่ยวข้อง

4.4 แนวคิด( Purchaser / Provider / Ownership Model )

4.5 ประเภทของการจัดสรรงบประมาณ( Types of appropriation )

4.6 การเปลี่ยนแปลงงบประมาณ( Budget Variations )

4.7 การกันเงินเหลื่อมปี( Encumbrance )

4.8 การประมาณการฐานะเงินสด( Cash Flow Forecasts )

5. การรายงานทางการเงินและผลการดำเนินงาน  ( Financial and Performance Reporting )

5.1 การจัดทำรายงานทางการเงินและผลการดำเนินงาน

5.2 การวัดผลและการจัดทำตัวชี้วัด

5.3 รายงานทางการเงิน

5.4 การรายงานผลการดำเนินงาน( Performance Report )

6. การบริหารสินทรัพย์( Asset Management )

7. การตรวจสอบภายใน( Internal Audit ) หน่วยงานต้องมีฝ่ายที่รับผิดชอบในการตรวจสอบภายใน มีอิสระในการดำเนินงาน มีการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจน มีโครงสร้างหน่วยตรวจสอบภายในที่เหมาะสมกับขนาดของหน่วยงาน มกี ารจัดทำมาตรฐานการตรวจสอบภายในที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ครอบคลุมทั้งด้านการเงินและผลการดำเนินงาน

จากมาตรฐานการเงินทั้ง 7 ด้าน จะเห็นได้ว่า การพัฒนาการจัดการทางการเงินต้องดำเนินควบคู่กันไปในทุก ๆ ด้าน และต้องมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน ดังนั้น 7 Hurdles จะเป็นเข็มทิศที่นำพาให้การปฏิรูประบบงบประมาณได้สำเร็จ

 

การปรับกระบวนทัศน์ตามระบบงบประมาณมิติใหม่

การปฏิรูประบบราชการสู่การบริหารงานแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์ การปรับโครงสร้างกระทรวง มีการจัดบทบาทภารกิจโดยอยู่บนพื้นฐานหลักการทางวิชาการให้มีหน่วยงานอยู่ในกลุ่มที่เหมาะสมและมีการปรับปรุงระบบการทำงานและการให้บริหารที่มีความยืดหยุ่น เพื่อที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้นกว่าในอดีตการปฏิรูประบบราชการ เพื่อยกระดับขีดความสามารถโดยรวมของส่วนราชการให้ก้าวหน้าทันการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกาภิวัฒน์ ในขณะเดียวกันปรับหน่วยงานราชการให้แสดงบทบาทเชิงรุก โดยเน้นที่การแก้ไขปัญหาพื้นฐานที่ก่อให้เกิดความไม่มีประสิทธิภาพปรับเปลี่ยนกระบวนจัดทำและจัดสรรงบประมาณ ให้เป็นเครื่องมือในการจัดสรรทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ และส่งเสริมให้กระทรวง ทบวง กรม มีบทบาทในการตัดสินใจมากขึ้น พร้อมทั้งจัดให้มีระบบควบคุมตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใส

 

ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย ( .. 2546 – 2550 )

ยุทธศาสตร์ที่ 1 การปรับเปลี่ยนกระบวนการและวิธีการทำงาน

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การปรับปรุงโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การปรับรื้อระบบการเงินและการงบประมาณ

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การทบทวนระบบบุคคลและค่าตอบแทนใหม่

ยุทธศาสตร์ที่ 5 การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยมของระบบราชการ

ยุทธศาสตร์ที่ 6 การเสริมสร้างความทันสมัย ( รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ )

ยุทธศาสตร์ที่ 7 การเปิดระบบราชการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม

 

วัตถุประสงค์ของระบบงบประมาณใหม่

1. เป็นเครื่องมือในการจัดสรรทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ

2. ให้กระทรวง ทบวง กรม มีบทบาท/ อำนาจตัดสินใจในการจัดสรรทรัพยากรมากขึ้น

3. เป็นระบบควบคุม ตรวจสอบ ที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใส

องค์ประกอบที่สำคัญ

ระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์

1. การมอบอำนาจจัดการบริหารงบประมาณ

- เน้นให้กระทรวงมีอำนาจในการบริหารจัดการงบประมาณ เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จมากกว่าเน้นกฎระเบียบ

2. การเพิ่มขอบเขตความครอบคลุมของงบประมาณ

3. การประมาณการงบประมาณรายจ่ายล่วงหน้าระยะปานกลาง ( MTEF)

4. เน้นหลักธรรมาภิบาล

- การแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบในแต่ละระดับ

- มีระบบการติดตามและการรายงานผลการดำเนินงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

5. มุ่งเน้นผลสำเร็จของงานตามผลผลิต ผลลัพธ์

- เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ

- เป้าหมายการให้บริการระดับกระทรวง

- ผลผลิตและตัวชี้วัด

 

 

การนำ  Balanced  Scorecard  มาปรับใช้ในองค์กรภาครัฐ

 

องค์ประกอบภายในองค์กร                                              ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กร

การบริหารจัดการในองค์กร                                                      ลูกค้า ( Clients )

กระบวนการทำงานในองค์กร                                                  ประชาชน / ผู้รับบริการ

ธรรมาภิบาล

(Governance)

 

การบริหารทรัพยากรมนุษย์                                                      ผู้มีส่วนได้เสีย ( Stakeholders )

โครงสร้างองค์กร / ทีมงาน                                                      สังคม / ชุมชน

 

การเงิน                                                                              นวัตกรรม

ประสิทธิผล ( Effectiveness )                                          ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

ประสิทธิภาพ ( Efficiency )                                            ( Creative Thinking )

ผลิตภาพ ( Productivity )                                 ความสามารถในการบริหารการเปลี่ยนแปลง

ความโปร่งใส

ดูข้อมูลทั้งหมดของ นายยาเบ็น เรืองจรูญศรี คลิก ------ IP ที่โพสต์เนื้อหานี้ : เมื่อ 10 ต.ค. 2552



jarrukat

ariya punthiya1

Budsaba

wnk

KruyaiPong

pimpimpimpim

yaowaratkamol

yuthasad

1003089211
New Games Here!
เกมส์ระบายสีสาวจีนnew
เกมส์ระบายสีสาวจีน มาฝึกการใช้พู่กันระบายสี สองสาวน้อยจากดินแดนแผ่นดินใหญ่กันนะจ๊ะ
เกมส์ตัดผมดาราnew
เกมส์ตัดผมดารา เกมส์นี้เราจะต้องตัดแต่งทรงผมลูกค้าให้เป็นแนวแฟชั่น ให้เท่ห์ระเบิดเหมือนกับดารา และซุปเปอร์สตาร์ยอดฮิตในปัจจุบัน เล่นแล้วน้องๆ ลองออกแบบทรงผมของตัวเองดูนะจ๊ะ
เกมส์เรียงเพชรnew
เกมส์เรียงเพชร เกมส์นี้เราจะต้องทำภารกิจเรียงเพชรให้ถูกต้อง สีเดียวกัน อยู่ติดกัน จะถูกทำลายหายไป ทำให้เร็ว และทันเวลา
เกมส์ร้านไอศครีมnew
เกมส์ร้านไอศครีม เสริ์ฟไอครีมและขนมให้ทันใจลูกค้าด้วยน๊า
เกมส์ระบายอารมณ์new
เกมส์ระบายอารมณ์ เกมส์นี้ เมื่อหนุ่มสาวออฟฟิศ มีงานเครียดท่วมหัว จึงหาทางออก โดนการปากระดาษใส่กันให้สนุกๆ คลายเครียด ต้องหลบให้ดีด้วยนะ
More Games Click!!
 
เว็บไซต์เพื่อคุณครูและนักเรียนไทย