หน้าแรก | ครูบ้านนอกบล็อก
ศูนย์รวมความคิด ความรู้ ประสบการณ์ของคุณครู สมาชิกเว็บไซต์ ครูบ้านนอก.คอม ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ตั้งใจทำเพื่อสังคมครับ

การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem ? based Learning)

เจ้าของโพสต์นี้ นายยาเบ็น เรืองจรูญศรี - 11 ต.ค. 2552 เปิดอ่าน 108 ครั้ง

 

การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน

(Problem – based Learning)

 

                               สมัยก่อนคนเราเรียนรู้เพื่อการอยู่รอด  แต่สมัยปัจจุบันโลกมีความเจริญก้าวหน้าและมีการแข่งขันสูงขึ้น  ปรัชญาในการเรียนรู้จึงต้องเปลี่ยนแปลงไป    นักปราชญ์ในอดีตได้มีการอภิปรายโต้แย้งเรื่องการเรียนรู้มาเป็นเวลานาน นับตั้งแต่กรีกมีความเจริญทางวัฒนธรรมสูงสุด เรื่อยมาจนกระทั่งศตวรรษที่ 19 และ 20  การถกเถียงในเรื่องนี้ก็ยังไม่สิ้นสุด    แต่ก็เริ่มมีแนวคิดที่ชัดเจนขึ้น    ในขณะที่โลกมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น    การศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์ก็ยังคงดำเนินต่อไป     นักการศึกษาต้องนำคำว่า การเรียนรู้ (Learning)  มาให้คำจำกัดความใหม่ซ้ำแล้วซ้ำอีก  

                   ในศตวรรษที่ 20 นั้น แนวคิดเรื่องการเรียนรู้ที่นักการศึกษานำมาอภิปรายโต้แย้งกัน  ส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่แนวคิดของนักจิตวิทยา  2 กลุ่มใหญ่   ได้แก่   กลุ่มทฤษฎีการเรียนรู้เชิงพฤติกรรมนิยม (Behaviorist learning)  ซึ่งเชื่อว่า โลกของเรามีความรู้อยู่มากมาย แต่ความรู้ที่สามารถถ่ายโยงมายังผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรมมีเพียงจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น   การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนอง   นักจิตวิทยาในกลุ่มที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด ได้แก่ สกินเนอร์ (Skinner)  กับ กลุ่มทฤษฎีการเรียนรู้เชิงพุทธิปัญญานิยม (Cognitive learning theory)  ซึ่งเชื่อว่า  ความรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างที่มีลักษณะเฉพาะ (particular structure)  กับสิ่งแวดล้อมทางจิตวิทยา (psychological  environment)   ของผู้เรียนแต่ละคน   การเรียนรู้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้เรียนได้ปรับเปลี่ยนโลกภายในของตน โดยอาศัยกระบวนการปฏิสัมพันธ์ที่เกิดจากการรับความรู้ใหม่เข้าไปในสมอง หรือจากการปรับเปลี่ยนความรู้เก่าให้เข้ากับความรู้ใหม่   นักจิตวิทยาที่ได้รับการยอมรับแนวคิดมากที่สุดได้แก่ เพียเจท์ (Piaget)

 

แม้ว่าแนวคิดของนักจิตวิทยากลุ่มพฤติกรรมนิยมจะมีอิทธิพลอย่างมากต่อการจัดการศึกษาในยุคนั้น  แต่นักการศึกษาที่เข้าใจแนวคิดของนักจิตวิทยากลุ่มพุทธิปัญญานิยมก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย     ในปี ..1990  สหรัฐอเมริกาได้ประกาศให้ทศวรรษต่อไปเป็น  ทศวรรษของสมองและทศวรรษของการศึกษา  (The decade of brain and the decade of education)   ผลจากการค้นคว้าวิจัยเรื่องสมองทำให้นักการศึกษารู้ว่า สมองมนุษย์มีลักษณะเฉพาะที่เป็นของตนเอง  สมองเป็นแหล่งของพฤติกรรม และเป็นอวัยวะที่มีความสลับซับซ้อนมากที่สุดในโลกหรือบางทีอาจจะในกาแลกซี่ของเราก็ได้    สมองของคนเราสามารถรับความรู้ที่เกิดจากการศึกษาได้ทุกอย่าง (receive all education)  แต่เนื่องจากคนเรามีสไตล์การเรียนรู้ (Learning style) ที่แตกต่างกัน    ดังนั้น วิธีการเรียนรู้ของแต่ละคนจึงแตกต่างกันไปด้วย       

นอกจากการค้นคว้าเรื่องสมองแล้ว สหรัฐอเมริกายังมีการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อดูแนวโน้มและวิสัยทัศน์ของหลักสูตรที่เหมาะสมกับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21   กลุ่มตัวอย่างมีทั้งที่เป็นนักธุรกิจระดับชาติ  ผู้นำทางการศึกษา และตัวแทนจากรัฐบาล ประมาณ 150 คน    โครงการนี้ใช้เทคนิค Delphi ในการศึกษา และใช้ระยะเวลา 3 ปี     รายงานส่วนหนึ่งของวิลสัน (Wilson, 1991) สรุปได้ว่า  การเตรียมนักเรียนให้พร้อมที่จะเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต  จำเป็นต้องปลูกฝังนักเรียนให้มีทักษะการคิดแบบวิจารณญาณ และทักษะในการตัดสินใจ   นักเรียนต้องสามารถเข้าถึงข้อมูล  และสามารถปรับแปลงข้อมูลเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาได้   โดยนักเรียนเหล่านี้ต้องมีลักษณะกล้าเสี่ยง  เป็นนักสำรวจ    และเป็นนักคิดที่รู้จักให้ความร่วมมือกับผู้อื่น รวมทั้งต้องมีการบูรณาการหลักสูตรเพื่อให้เกิดกิจกรรมแบบสหวิทยาการ (Interdisplinary activity)  ด้วย

 

ในระยะหลายสิบปีที่ผ่านมา  มีทฤษฎีการเรียนรู้ใหม่ เกิดขึ้นหลายทฤษฎี   แต่ทฤษฎีการเรียนรู้ที่นักการศึกษาส่วนใหญ่ให้ความสนใจกันมากได้แก่ ทฤษฎีการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์นิยม (Constructivist learning theory)  ซึ่งมีแนวคิดที่สอดคล้องกับการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 มากที่สุด   คือเชื่อว่า การเรียนรู้จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เรียนได้สร้างความรู้ที่เป็นของตนเองขึ้นมาจากความรู้ที่มีอยู่เดิมหรือจากความรู้ที่รับเข้ามาใหม่    ด้วยเหตุนี้  ห้องเรียนในศตวรรษที่ 21  จึงไม่ควรเป็นห้องเรียนที่ครูเป็นผู้จัดการทุกสิ่งทุกอย่าง  โดยนักเรียนเป็นฝ่ายรับ (Passive learning)   แต่ต้องให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติเอง   สร้างความรู้ที่เกิดจากความเข้าใจของตนเอง   และมีส่วนร่วมในการเรียนมากขึ้น  (Active learning)   รูปแบบการเรียนรู้ที่เกิดจากแนวคิดนี้มีอยู่หลายรูปแบบ   เช่น การเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative learning)    การเรียนรู้แบบช่วยเหลือกัน (Collaborative learning) การเรียนรู้โดยการค้นคว้าอย่างอิสระ (Independent   investigation method)  การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based learning)  เป็นต้น   สำหรับบทความนี้   ผู้เขียนจะขยายความเฉพาะรูปแบบ การเรียนรู้ที่ใช้ปัญหาเป็นฐาน เท่านั้น

การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานคืออะไร?

                    การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based learning หรือ PBL) เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจากแนวคิดตามทฤษฎีการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์นิยม (Constructivism) โดยให้ผู้เรียนสร้างความรู้ใหม่ จากการใช้ปัญหาที่เกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงเป็นบริบท (context) ของการเรียนรู้    เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะในการคิดวิเคราะห์และคิดแก้ปัญหา   รวมทั้งได้ความรู้ตามศาสตร์ในสาขาวิชาที่ตนศึกษาด้วย     การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานจึงเป็นผลมาจากกระบวนการทำงานที่ต้องอาศัยความเข้าใจและการแก้ไขปัญหาเป็นหลัก 

ถ้ามองในเชิงยุทธศาสตร์การสอน    PBL เป็นเทคนิคการสอนแบบใหม่ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง     ทำให้ผู้เรียนเกิดทักษะในการคิดวิจารณญาณและคิดสร้างสรรค์

นักการศึกษาจึงสามารถนำ PBL ไปใช้เป็นกรอบงาน  (framework)   เพื่อสร้างเป็นโมดุล (module)  รายวิชา (course)  โปรแกรม  (program)  หรือหลักสูตร  (curriculum) ได้      

    ลักษณะที่สำคัญของ PBL ก็คือ

¨    ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้อย่างแท้จริง (student-centered learning)

¨    การเรียนรู้เกิดขึ้นในกลุ่มผู้เรียนที่มีขนาดเล็ก

¨    ครูเป็นผู้อำนวยความสะดวก (facilitator)   หรือผู้ให้คำแนะนำ  (guide)

¨    ใช้ปัญหาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้

¨  ปัญหาที่นำมาใช้มีลักษณะคลุมเครือ  ไม่ชัดเจน   ปัญหา 1 ปัญหาอาจมีคำตอบได้หลายคำตอบหรือแก้ไขปัญหาได้หลายทาง   (illed- structure problem)

¨    ผู้เรียนเป็นคนแก้ปัญหาโดยการแสวงหาข้อมูลใหม่ ด้วยตนเอง

     (self-directed learning)

¨    ประเมินผลจากสถานการณ์จริง  โดยดูจากความสามารถในการปฏิบัติ

     (authentic assessment)

 

การสอนโดยใช้รูปแบบ Problem-based Learning ไม่ใช่การสอนแบบแก้ปัญหา (Problem solving method)    มีครูจำนวนไม่น้อยที่นำวิธีสอนแบบแก้ปัญหาไปปะปนกับ PBL   เช่น   สอนเนื้อหาไปบางส่วนก่อน

ดูข้อมูลทั้งหมดของ นายยาเบ็น เรืองจรูญศรี คลิก ------ IP ที่โพสต์เนื้อหานี้ : เมื่อ 11 ต.ค. 2552



orchid

kotawinon

polpangkhwa

krupailin

surasit

YINGSAK2551

KOSON

40751

Patsorn
New Games Here!
เกมส์ทำเบอร์เกอร์new
เกมส์ทำเบอร์เกอร์ เรามาเป็นเจ้าของร้านเบอร์เกอร์กันนะครับ มาดูซิว่า ใครจะขายของได้มากกว่ากัน
เกมส์ชาวนา new
เกมส์ชาวนา เกมส์วางแผนการปลูกข้าว คลิ๊กปุ่มสี่เหลี่ยมด้านล่างขวาเพื่อเริ่ม ใช้คลิ๊กปุ่มสี่เหลี่ยมที่ขึ้นมาเพื่อเริ่มแต่ละขั้นตอน ขั้น 1 เพาะต้นกล้า ให้คลิ๊กวางเมล็ดข้าวที่แต่ละหลุม ขั้น 2 ฝังต้นกล้า ให้คลิ๊กเม้าส์ที่แต่ละหลุมค้างไว้แป้บนึงเพื่อฝังลงไป ถ้าคลิ๊กแล้วปล่อยทันที
เกมส์วางแผนป้องกันเมืองnew
เกมส์วางแผนป้องกันเมือง มาลองวางแผนป้องกันเมืองกันดูน่ะจ๊ะ
เกมส์ไพ่สลาฟnew
หลังจากโหลดเสร็จแล้ว ให้คลิ๊กปุ่ม Play Game เพื่อเริ่มเล่น - โดยคลิ๊กปุ่ม Deal Cards เพื่อแจกไพ่ - คลิ๊กเลือกไพ่ที่จะลง - คลิ๊ก Hand เพื่อลงไพ่ - ถ้าต้องการผ่านให้คลิ๊ก Pass
เกมส์แต่งตัวเดินแบบnew
เกมส์แต่งตัวเดินแบบ เกมส์นี้เราจะต้องเลือกชุดแฟชั่นให้กับสาวน้อยที่จะไปเดินแบบโชว์ตัวครั้งแรกของเธอ ต่อหน้าผู้ชมนับหมื่น เธอต้องสะดุดตาที่สุด
More Games Click!!
 
เว็บไซต์เพื่อคุณครูและนักเรียนไทย