หน้าแรก | ครูบ้านนอกบล็อก
ศูนย์รวมความคิด ความรู้ ประสบการณ์ ของคุณครู สมาชิกเว็บไซต์ ครูบ้านนอก.คอม ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ตั้งใจทำเพื่อสังคมครับ
เจ้าของโพสต์นี้
นายยาเบ็น เรืองจรูญศรี
จากจังหวัด ปัตตานี


การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem ? based Learning)
โพสต์เมื่อวันที่ : 11 ต.ค. 2552 IP : เปิดอ่าน : 267 ครั้ง
คะแนนของ BLOG นี้
(68.75%-16 ผู้โหวต)

.....

 

การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน

(Problem – based Learning)

 

                               สมัยก่อนคนเราเรียนรู้เพื่อการอยู่รอด  แต่สมัยปัจจุบันโลกมีความเจริญก้าวหน้าและมีการแข่งขันสูงขึ้น  ปรัชญาในการเรียนรู้จึงต้องเปลี่ยนแปลงไป    นักปราชญ์ในอดีตได้มีการอภิปรายโต้แย้งเรื่องการเรียนรู้มาเป็นเวลานาน นับตั้งแต่กรีกมีความเจริญทางวัฒนธรรมสูงสุด เรื่อยมาจนกระทั่งศตวรรษที่ 19 และ 20  การถกเถียงในเรื่องนี้ก็ยังไม่สิ้นสุด    แต่ก็เริ่มมีแนวคิดที่ชัดเจนขึ้น    ในขณะที่โลกมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น    การศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์ก็ยังคงดำเนินต่อไป     นักการศึกษาต้องนำคำว่า การเรียนรู้ (Learning)  มาให้คำจำกัดความใหม่ซ้ำแล้วซ้ำอีก  

                   ในศตวรรษที่ 20 นั้น แนวคิดเรื่องการเรียนรู้ที่นักการศึกษานำมาอภิปรายโต้แย้งกัน  ส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่แนวคิดของนักจิตวิทยา  2 กลุ่มใหญ่   ได้แก่   กลุ่มทฤษฎีการเรียนรู้เชิงพฤติกรรมนิยม (Behaviorist learning)  ซึ่งเชื่อว่า โลกของเรามีความรู้อยู่มากมาย แต่ความรู้ที่สามารถถ่ายโยงมายังผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรมมีเพียงจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น   การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนอง   นักจิตวิทยาในกลุ่มที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด ได้แก่ สกินเนอร์ (Skinner)  กับ กลุ่มทฤษฎีการเรียนรู้เชิงพุทธิปัญญานิยม (Cognitive learning theory)  ซึ่งเชื่อว่า  ความรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างที่มีลักษณะเฉพาะ (particular structure)  กับสิ่งแวดล้อมทางจิตวิทยา (psychological  environment)   ของผู้เรียนแต่ละคน   การเรียนรู้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้เรียนได้ปรับเปลี่ยนโลกภายในของตน โดยอาศัยกระบวนการปฏิสัมพันธ์ที่เกิดจากการรับความรู้ใหม่เข้าไปในสมอง หรือจากการปรับเปลี่ยนความรู้เก่าให้เข้ากับความรู้ใหม่   นักจิตวิทยาที่ได้รับการยอมรับแนวคิดมากที่สุดได้แก่ เพียเจท์ (Piaget)

 

แม้ว่าแนวคิดของนักจิตวิทยากลุ่มพฤติกรรมนิยมจะมีอิทธิพลอย่างมากต่อการจัดการศึกษาในยุคนั้น  แต่นักการศึกษาที่เข้าใจแนวคิดของนักจิตวิทยากลุ่มพุทธิปัญญานิยมก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย     ในปี ..1990  สหรัฐอเมริกาได้ประกาศให้ทศวรรษต่อไปเป็น  ทศวรรษของสมองและทศวรรษของการศึกษา  (The decade of brain and the decade of education)   ผลจากการค้นคว้าวิจัยเรื่องสมองทำให้นักการศึกษารู้ว่า สมองมนุษย์มีลักษณะเฉพาะที่เป็นของตนเอง  สมองเป็นแหล่งของพฤติกรรม และเป็นอวัยวะที่มีความสลับซับซ้อนมากที่สุดในโลกหรือบางทีอาจจะในกาแลกซี่ของเราก็ได้    สมองของคนเราสามารถรับความรู้ที่เกิดจากการศึกษาได้ทุกอย่าง (receive all education)  แต่เนื่องจากคนเรามีสไตล์การเรียนรู้ (Learning style) ที่แตกต่างกัน    ดังนั้น วิธีการเรียนรู้ของแต่ละคนจึงแตกต่างกันไปด้วย       

นอกจากการค้นคว้าเรื่องสมองแล้ว สหรัฐอเมริกายังมีการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อดูแนวโน้มและวิสัยทัศน์ของหลักสูตรที่เหมาะสมกับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21   กลุ่มตัวอย่างมีทั้งที่เป็นนักธุรกิจระดับชาติ  ผู้นำทางการศึกษา และตัวแทนจากรัฐบาล ประมาณ 150 คน    โครงการนี้ใช้เทคนิค Delphi ในการศึกษา และใช้ระยะเวลา 3 ปี     รายงานส่วนหนึ่งของวิลสัน (Wilson, 1991) สรุปได้ว่า  การเตรียมนักเรียนให้พร้อมที่จะเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต  จำเป็นต้องปลูกฝังนักเรียนให้มีทักษะการคิดแบบวิจารณญาณ และทักษะในการตัดสินใจ   นักเรียนต้องสามารถเข้าถึงข้อมูล  และสามารถปรับแปลงข้อมูลเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาได้   โดยนักเรียนเหล่านี้ต้องมีลักษณะกล้าเสี่ยง  เป็นนักสำรวจ    และเป็นนักคิดที่รู้จักให้ความร่วมมือกับผู้อื่น รวมทั้งต้องมีการบูรณาการหลักสูตรเพื่อให้เกิดกิจกรรมแบบสหวิทยาการ (Interdisplinary activity)  ด้วย

 

ในระยะหลายสิบปีที่ผ่านมา  มีทฤษฎีการเรียนรู้ใหม่ เกิดขึ้นหลายทฤษฎี   แต่ทฤษฎีการเรียนรู้ที่นักการศึกษาส่วนใหญ่ให้ความสนใจกันมากได้แก่ ทฤษฎีการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์นิยม (Constructivist learning theory)  ซึ่งมีแนวคิดที่สอดคล้องกับการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 มากที่สุด   คือเชื่อว่า การเรียนรู้จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เรียนได้สร้างความรู้ที่เป็นของตนเองขึ้นมาจากความรู้ที่มีอยู่เดิมหรือจากความรู้ที่รับเข้ามาใหม่    ด้วยเหตุนี้  ห้องเรียนในศตวรรษที่ 21  จึงไม่ควรเป็นห้องเรียนที่ครูเป็นผู้จัดการทุกสิ่งทุกอย่าง  โดยนักเรียนเป็นฝ่ายรับ (Passive learning)   แต่ต้องให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติเอง   สร้างความรู้ที่เกิดจากความเข้าใจของตนเอง   และมีส่วนร่วมในการเรียนมากขึ้น  (Active learning)   รูปแบบการเรียนรู้ที่เกิดจากแนวคิดนี้มีอยู่หลายรูปแบบ   เช่น การเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative learning)    การเรียนรู้แบบช่วยเหลือกัน (Collaborative learning) การเรียนรู้โดยการค้นคว้าอย่างอิสระ (Independent   investigation method)  การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based learning)  เป็นต้น   สำหรับบทความนี้   ผู้เขียนจะขยายความเฉพาะรูปแบบ การเรียนรู้ที่ใช้ปัญหาเป็นฐาน เท่านั้น

การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานคืออะไร?

                    การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based learning หรือ PBL) เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจากแนวคิดตามทฤษฎีการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์นิยม (Constructivism) โดยให้ผู้เรียนสร้างความรู้ใหม่ จากการใช้ปัญหาที่เกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงเป็นบริบท (context) ของการเรียนรู้    เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะในการคิดวิเคราะห์และคิดแก้ปัญหา   รวมทั้งได้ความรู้ตามศาสตร์ในสาขาวิชาที่ตนศึกษาด้วย     การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานจึงเป็นผลมาจากกระบวนการทำงานที่ต้องอาศัยความเข้าใจและการแก้ไขปัญหาเป็นหลัก 

ถ้ามองในเชิงยุทธศาสตร์การสอน    PBL เป็นเทคนิคการสอนแบบใหม่ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง     ทำให้ผู้เรียนเกิดทักษะในการคิดวิจารณญาณและคิดสร้างสรรค์

นักการศึกษาจึงสามารถนำ PBL ไปใช้เป็นกรอบงาน  (framework)   เพื่อสร้างเป็นโมดุล (module)  รายวิชา (course)  โปรแกรม  (program)  หรือหลักสูตร  (curriculum) ได้      

    ลักษณะที่สำคัญของ PBL ก็คือ

¨    ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้อย่างแท้จริง (student-centered learning)

¨    การเรียนรู้เกิดขึ้นในกลุ่มผู้เรียนที่มีขนาดเล็ก

¨    ครูเป็นผู้อำนวยความสะดวก (facilitator)   หรือผู้ให้คำแนะนำ  (guide)

¨    ใช้ปัญหาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้

¨  ปัญหาที่นำมาใช้มีลักษณะคลุมเครือ  ไม่ชัดเจน   ปัญหา 1 ปัญหาอาจมีคำตอบได้หลายคำตอบหรือแก้ไขปัญหาได้หลายทาง   (illed- structure problem)

¨    ผู้เรียนเป็นคนแก้ปัญหาโดยการแสวงหาข้อมูลใหม่ ด้วยตนเอง

     (self-directed learning)

¨    ประเมินผลจากสถานการณ์จริง  โดยดูจากความสามารถในการปฏิบัติ

     (authentic assessment)

 

การสอนโดยใช้รูปแบบ Problem-based Learning ไม่ใช่การสอนแบบแก้ปัญหา (Problem solving method)    มีครูจำนวนไม่น้อยที่นำวิธีสอนแบบแก้ปัญหาไปปะปนกับ PBL   เช่น   สอนเนื้อหาไปบางส่วนก่อน


Share | บริการนำเนื้อหานี้ไปแปะไว้ที่

เรื่องน่าสนใจจากสมาชิกท่านอื่น
รายงานการพัฒนา หนังสืออ่านประกอบ เรื่อง เมืองสังขละชายแดน สุดแคว้นตะวันตก กลุ่มสาระการเรียนรู้ส
[อรนุช ลิ้มวิลัย]
เปิดอ่าน 366 ครั้งแล้ว
การเขียนแบบ Flowery เป็นอย่างไร
[สิริพร กุ่ยกระโทก]
เปิดอ่าน 116 ครั้งแล้ว
>>> กินแล้ว ความจำดี<<<
[จิราภรณ์ หอมกลิ่น]
เปิดอ่าน 48 ครั้งแล้ว

 

ไม่มีความเห็น
เกี่ยวกับเรื่อง การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem ? based Learning)
 
 

เรื่องราวล่าสุด ที่ ..นายยาเบ็น เรืองจรูญศรี.. เป็นคนเขียน
วิธีการสอนแบบ...ขนมปังปิ้ง (TOAST)
กระบวนการสอนแบบ SIX STEPS
ลักษณะของการจัดการศึกษาตามแนวทางพหุวัฒนธรรม
เป้าหมายของการจัดการศึกษาตามแนวทางพหุวัฒนธรรม
ภาวะผู้นำกับการทำงานเป็นทีม
ความสำคัญของการบริการ
รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญรูปแบบซิปปา



 
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้


นายยาเบ็น เรืองจรูญศรี
เจ้าของบล็อกนี้
 
 

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิก

New Games Here!
เกมส์สร้างฐานnew
เกมส์สร้างฐาน เกมส์สร้างฐาน ออนไลน์กัน เราจะต้องวางแผนว่าจะสร้างฐานยังไงเพื่อป้องกันศัตรูที่จะบุกรุกเข้ามาได้
เกมส์เศรษฐีnew
เกมส์เศรษฐี เกมส์นี้สนุกมาก ได้วางแผน ลองเล่นกันดูนะจ๊ะ
เกมส์ฟุตบอลโลกnew
เกมส์ฟุตบอลโลก เกมส์นี้เป็นเกมส์แข่งฟุตบอล ที่เราสามารถจัดสายการแข่งทีมชาติ ดวลแข้ง เตะกันสนุกๆ เฮฮาต้อนรับเทศกาลบอลโลกปี 2010 สนุกมากเลย
เกมส์วาดรูประบายสีnew
เกมส์วาดรูประบายสี เกมส์นี้เราจะต้องสวมบทบาทเป็นจิตรกร ที่หัดผสมสี ระบายสี ออกแบบลวดลาย มีแบบเล่นปกติ กับ เล่นแข่งผสมสีกัน ฝึกจินตนาการ และศิลปะได้ดี
เกมส์เบ็นเท็นต่อสู้มนุษย์ลาวาnew
เกมส์เบ็นเท็น ต่อสู้มนุษย์ลาวา วิธีเล่น คลิ๊กปุ่มด้านขวาสองครั้งเพื่อเริ่มเล่น ใช้ปุ่มลูกศรควบคุมทิศทาง ปุ่ม Z แปลงร่างเป็นมนุษย์ลาวาแล้วกดสเปซบาร์เพื่อปล่อยพลัง
More Games Click!!

 
เว็บไซต์เพื่อคุณครูและนักเรียนไทย