หน้าแรก | ครูบ้านนอกบล็อก
ศูนย์รวมความคิด ความรู้ ประสบการณ์ของคุณครู สมาชิกเว็บไซต์ ครูบ้านนอก.คอม ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ตั้งใจทำเพื่อสังคมครับ

การใช้ชุดการสอนคิดแบบโยนิโสมนสิการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษา

เจ้าของโพสต์นี้ กาญจนา เพ็ญสุวรรณ - 12 ม.ค. 2553 เปิดอ่าน 263 ครั้ง

บทคัดย่อและรายละเอียดโดยรวมของรายงานการใช้ชุดการสอนคิดแบบโยนิโสมนสิการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

 

หัวข้อ              รายงานการใช้ชุดการสอนคิดแบบโยนิโสมนสิการ

กลุ่มสาระการเรียนรู้  สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ผู้รายงาน           นางกาญจนา  เพ็ญสุวรรณ

โรงเรียน            ไทรน้อย  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี เขต 2

ปีที่พิมพ์                2550

 

บทคัดย่อ

 

ผลงานทางวิชาการเล่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานผลการใช้และพัฒนาชุดการสอนคิดแบบโยนิโสมนสิการกลุ่มสาระการเรียนรู้  สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80 /80  และ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้ชุดการสอนคิดแบบโยนิโสมนสิการ  กลุ่มสาระการเรียนรู้  สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  ปีการศึกษา 2549  โรงเรียนไทรน้อย  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี  เขต 1  จำนวน 30  คน โดยการสุ่มแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าประกอบด้วยชุดการสอนคิดแบบโยนิโสมนสิการ  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจำนวน 50 ข้อ  ซึ่งมีความยากง่ายตั้งแต่  0.33 - 0.80                 ค่าอำนาจจำแนก  ตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไป  และความเชื่อมั่นเท่ากับ  .81  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่  ค่าร้อยละ  ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่า t แบบ Dependent

ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า

1.  ชุดการสอนคิดแบบโยนิโสมนสิการ  วิธีคิดแบบคุณ โทษ และทางออก  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  มีประสิทธิภาพ 85.44/82.73           สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ 80 / 80

2.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวัดจากการทำแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน  แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 

ชุดการสอนคิดแบบโยนิโสมนสิการที่ผู้รายงานสร้างและพัฒนาโดยการศึกษาข้อมูล แนวคิด ทฤษฎี  ทั้งขั้นตอนการสร้างชุดการสอนโดยศึกษาเอกสารทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับแนวคิดเกี่ยวกับหลักโยนิโสมนสิการ  วิธีการคิดแบบคุณ โทษ และทางออก สามารถดำเนินการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้นักเรียนเกิดทักษะการคิดที่เป็นระบบนำไปสู่ผลการเรียนรู้ของนักเรียนในระดับสูง

*************************

 

จากผลการศึกษา  ผู้รายงานพบข้อสังเกตที่นำมาอภิปรายผล  ดังนี้

1.  ประสิทธิภาพของชุดการสอนแบบโยนิโสมนสิการ วิธีคิดแบบคุณ โทษ และทางออก  สูงกว่าเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 เนื่องจากผู้รายงานได้ดำเนินการสร้างชุดการสอนตามกระบวนการเป็นลำดับขั้นตอน  มีการศึกษาทฤษฎีการสร้างชุดการสอนจากเอกสารทางวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ทางด้านสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และด้านวิชาการที่เกี่ยวข้อง  เมื่อได้ชุดการสอนแล้วมีการดำเนินการทดลองใช้เพื่อหาประสิทธิภาพ บันทึกข้อบกพร่องเพื่อนำไปแก้ไขตามกระบวนการทดลองหาประสิทธิภาพ 3 ขั้นตอนกับกลุ่มตัวอย่าง  จนกระทั่งได้ชุดการสอนที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80  ตามขั้นตอนการผลิตชุดการสอนทั้ง 10 ขั้นตอนตามระบบผลิตชุดการสอนแผนจุฬาฯ (ชัยยงค์  พรหมวงศ์, 2545 : 97-100) ซึ่งมีขั้นตอนคือ 1)  กำหนดหมวดหมู่และเนื้อหาประสบการณ์  2)  กำหนดหน่วยการสอน  3)  กำหนดหัวเรื่อง  4)  กำหนดความคิดรวบยอดและหลักการ  5)  กำหนดวัตถุประสงค์ให้สอดคล้องกับหัวเรื่อง  6)  กำหนดกิจกรรมการเรียนให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม  7)  กำหนดแบบประเมินผล  8)  เลือกและผลิตสื่อการสอน  9)  หาประสิทธิภาพ  10)  การใช้ชุดการสอนตามขั้นตอนการใช้งาน  ผลการสร้างและพัฒนาประสิทธิภาพของชุดการสอนนี้ยังสอดคล้องกับผลการวิจัยของเอมอร  จันทรเสาวพักตร์ (2547 : บทคัดย่อ) ที่ได้สร้างและพัฒนาชุดการสอน  เรื่อง  หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา  รายวิชาพระพุทธศาสนา ส 0112 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่าประสิทธิภาพของชุดการสอนอยู่ที่ 80.43/82.88 นอกจากนี้  สุรพล  โคตรนรินทร์ (2542 : บทคัดย่อ) ได้ทำการสร้างและพัฒนาชุดการสอนกิจกรรมเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์                      กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต เรื่องไฟฟ้า  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สร้างชุดการสอนมีลำดับขั้นตอนดังนี้ 1) สำรวจปัญหานักเรียนขาดกระบวนการทางวิทยาศาสตร์การสอนไม่เอื้อให้                นักเรียนคิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง 2) สร้างชุดการสอนกิจกรรมเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์  เรื่องไฟฟ้า ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3) ทดลองใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 45 คน  4) วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดการสอนโดยใช้ค่าสถิติร้อยละ และค่าเฉลี่ย ผลการวิจัยพบว่า ชุดการสอนที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 81.06/80.20

2.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน  เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ แสดงให้เห็นว่าการสอนตามแนวโยนิโสมนสิการสามารถนำไปใช้สอนนักเรียนในวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน 2 (ส 32101)  สาระพระพุทธศาสนา ได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากวิธีสอนตามแนว โยนิโสมนสิการ เป็นวิธีสอนคิดตามแนวพุทธธรรมที่ พระพุทธเจ้าทรงใช้เป็นแนวทางในการ สอนคนให้รู้จักคิด และเข้าใจในธรรม คำ สั่งสอนของพระองค์ เมื่อนำ วิธีคิดตามแนวโยนิโสมนสิการ มาจัดเป็นกระบวนการเรียนการสอน ที่ผู้ศึกษาเรียกวิธีสอนนี้ว่า วิธีสอนตามแนวโยนิโสมนสิการจึงพบข้อดีที่ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์และทักษะการคิดสูงขึ้น ดังนี้

1)      นักเรียนได้ใช้ความคิดของตนเองอย่างแท้จริง

2)      ความคิดนั้นมีอิสระ เป็นของตน

3)      นักเรียนได้ฝึกฝนใช้ความคิดตลอดเวลา

4)      รู้จักคิดอย่างถูกวิธี และเป็นการคิดที่เป็นกุศล

5)      คิดอย่างมีระเบียบ เป็นเหตุเป็นผล

6)      รู้จักคิดวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง ไม่มองเห็นสิ่งต่าง ๆ อย่างตื้น ๆ ผิวเผิน

ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดที่พระธรรมปิฎก ได้ประมวลธรรมไว้ในหนังสือ เรื่อง พุทธธรรม (พระธรรมปิฎก 2538: 667-669) โดยสรุปไขความแล้วแสดงลักษณะด้านต่าง ๆ ของความคิดที่เรียกว่าโยนิโสมนสิการ ที่เกิดขึ้นครั้งหนึ่ง ๆ อาจมีลักษณะความเดียวทั้ง 4 ข้อ หรือไม่ทั้งหมดก็ได้สรุปสั้น ๆ ว่า คิดถูกวิธี คิดมีระเบียบ คิดมีเหตุผล และคิดเร้ากุศล ช่วยสกัดอวิชชาตัณหาอีกด้วยข้อค้นพบเกี่ยวกับการสอนตามแนวโยนิโสมนสิการ

ผลการศึกษาที่ปรากฏ  ผู้รายงายดำเนินการอภิปรายได้ว่าเหตุที่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างสูงกว่าก่อนเรียน  เนื่องจากชุดการสอนคิดแบบโยนิโสมนสิการที่ผู้รายงานสร้างขึ้นเป็นชุดการสอนที่มีประสิทธิภาพ สามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับหลักการและแนวคิดตามแนวโยนิโสมนสิการ  ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักคิดเป็นขั้นตอน  มุ่งให้นักเรียนฝึกปฏิบัติด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ  ผู้เรียนได้ฝึกคิดตลอดเวลา และในแต่ละวิธีคิดมีความเกี่ยวเนื่องกันและกันในแต่ละวิธีคิดและในบางวิธีคิดเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันที่ผสมผสานกลมกลืนไปไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับวิธีคิดในแต่ละวิธีขึ้นอยู่กับการเผชิญกับสถานการณ์นั้นๆ เมื่อพบกับเหตุการณ์นั้นแล้วนักเรียนตัดสินใจเลือกวิธีคิดใดก่อนหลังก็ได้ตามเหตุปัจจัยและผล มีระเบียบในกระบวนการของแต่ละวิธี  วิธีการสอนดังกล่าวเป็นวิธีการสอนที่ให้ความสำคัญกับการคิดก่อให้เกิดการค้นพบ โดยที่ครูไม่ต้องสอนเนื้อหาหรือยึดติดอยู่กับเนื้อหาเพราะนักเรียนต้องค้นคว้าและคิดค้นควบคู่กันไป  ทั้งนี้ผลการศึกษาครั้งนี้สอดคล้องกับงานวิจัยที่มีผู้ดำเนินการศึกษาไว้  อาทิ  สร้อยสุดา  มาดี (2551 : บทคัดย่อ) ได้ทำการวิจัยเรื่อง  ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ระหว่างการเรียนรู้ตามแนวคิดโยนิโสโยนิโสมนสิการและตามแนวทฤษฎีพหุปัญญา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดโยนิโสมนสิการและตามแนวทฤษฎีพหุปัญญา  ผลการวิจัยปรากฏว่า  ผลการใช้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดโยนิโสมนสิการและตามแนวทฤษฎีพหุปัญญา เป็นวิธีสอนที่มีแนวคิดว่าการเรียนรู้เกิดจากปัญญา  เน้นการแก้ปัญหาตามศักยภาพของนักเรียน ทำให้นักเรียนมีพัฒนาการคิด  ครูวิทยาศาสตร์สามารถนำแผนเหล่านี้ไปใช้จัดการเรียนการสอน  เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุผลตามจุดประสงค์ของรายวิชาต่อไป  พระมหาประทีป เกสรอินทร์ (2550 : บทคัดย่อ) ทำการวิจัยเรื่องผลการเรียนรู้โดยวิธีการสอนแบบสร้างศรัทธาและโยนิโสมนสิการ  เรื่องไตรสิกขา  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  เพื่อศึกษาผลการเรียนรู้ของนักเรียนที่เรียนโดยวิธีการสอนแบบสร้างศรัทธาและโยนิโสมนสิการ  ผลการศึกษาค้นคว้าปรากฏว่า  แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยวิธีการสอนแบบสร้างศรัทธาและโยนิโสมนสิการ เรื่อง ไตรสิกขา มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเหมาะสม นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้เพิ่มขึ้น นักเรียนมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก ดังนั้นแผนการจัดการเรียนรู้ โดยวิธีการสอนแบบสร้างศรัทธาและโยนิโสมนสิการ เรื่องไตรสิกขา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่พัฒนาขึ้นนี้เหมาะสมที่จะนำไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมต่อไป

การนำหลักโยนิโสมนสิการมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้นั้นส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ที่มีลำดับขั้นตอน ส่งผลดีต่อผลการเรียนของนักเรียน  โดยเฉพาะแนวคิดแบบคุณ โทษ และทางออก  ซึ่งเน้นกระบวนการวิเคราะห์  ซึ่งเป็นขั้นหนึ่งของการพัฒนาองค์ความรู้ที่ทำให้นักเรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์  ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้นด้วย


ดูข้อมูลทั้งหมดของ กาญจนา เพ็ญสุวรรณ คลิก ------ IP ที่โพสต์เนื้อหานี้ : เมื่อ 12 ม.ค. 2553



unchit

P2Bom

teamjun

sudawadee

vijaks

suwit2502

0818733050

wattanareesuant

4421126
New Games Here!
เกมส์เป่ายิงฉุบnew
เกมส์เป่ายิงฉุบ เกมส์นี้เราจะต้องเป็นเจ้าหนูพุคค่า เลือกออกค้อน กรรไกร กระดาษ และเลือกว่า ถ้าชนะหรือแพ้แล้ว จะตั้งโจมตีหรือป้องกัน กดให้ทัน น่าสนุกมาก
เกมส์ปั่นจักรยานnew
เกมส์ปั่นจักรยาน เกมส์นี้เราจะต้องควบคุมการทรงตัวในการปั่นจักรยานไปให้ถึงเส้นชัย โดยต้องระวังหลุมพราง ก้อนหิน และเก็บดาวเพิ่มคะแนนได้อีกด้วย โดยใช้เวลาสั้นที่สุด
เกมส์เป่าลมให้ลูกบอลnew
เกมส์เป่าลมให้ลูกบอล เกมส์นี้เราจะต้องกด space bar ค้างไว้เพื่อปั๊มลมเข้าไปในลูกบอล เอาให้ได้ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ระวังลูกบอลแตกก่อน มาคำนวนดูว่าจะกะระยะได้ดีแค่ไหน
เกมส์วิ่งข้ามรั้วnew
เกมส์วิ่งข้ามรั้ว มาเป็นนักกรีฑา วิ่งข้ามรั้วกัน
เกมส์แข่งรถมหาสนุกnew
เกมส์แข่งรถมหาสนุก มาเล่นแข่งรถกัน สามารถเล่นพร้อมกันได้ สนุกดีจ้า
More Games Click!!
 
เว็บไซต์เพื่อคุณครูและนักเรียนไทย