หน้าแรก | ครูบ้านนอกบล็อก

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับหลักธรรมในพระพุทธศาสนา

ผู้โพสต์ นายพัฒนพัฒน์ พิชญธรรมกุล - 18 ม.ค. 2553 เปิดอ่าน 1 ครั้ง

 

...ปรัชญาและเศรษฐกิจพอเพียง

..กับ

หลักธรรมในพระพุทธศาสนา

 

บทนำ

โลกาวิวัฒน์  สร้างระบบทุนนิยมโดยใช้กลไกลตลาด     เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน  โดยเน้นเศรษฐกิจเป็นตัววัดปัจจัยของการเจริญเติบโต   และการแสดงว่าประเทศพัฒนาจะใช้รายได้ประชาชาติต่อหัวเป็นตัวตัดสิน  ดังนั้นจึงเกิดสิ่งที่เรียกว่าการแข่งขัน  การชิงไหวชิงพริบ   การแกร่งแย่ง    เพื่อให้นำมาซึ่งความร่ำรวยของประเทศตน  สิ่งที่เป็นผลพวงตามมาก็คือ  ทรัพยากรของโลกถูกทำลายโดยน้ำมือมนุษย์ เพื่อที่ จะสนองความต้องการ ความยิ่งใหญ่  จนเกิดภาวะเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมและสภาพจิตใจ และเกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย  โดยเฉพาะปัญหาสภาพแวดล้อม เช่น  การเกิดมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม   การเกิดภัยธรรมชาติ  เนื่องจากมนุษย์บุกรุกทำลายป่า  ปัญหาสังคม  ยาเสพติด  อาชญากรรม  และตามมาด้วยโรคภัยไข้เจ็บอีกมากมาย     แม้แต่ประเทศไทยเอง ก็ได้รับเอาวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาใช้ในการดำรงชีวิตไม่ว่าจะเป็นการบริโภค  การแต่งกาย   ความเป็นอยู่ บนพื้นฐานของความฟุ่มเฟือยหรูหรา นิยมวัตถุจนเกิดเป็นวัฒนธรรมบริโภคนิยม วัตถุนิยมส่งผลให้เกิดความเสื่อมโทรมทางศีลธรรม จริยธรรม คุณธรรม จนสภาพสังคมไทยตกอยู่ในสภาพเลวร้าย  วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม  ประเพณีอันดีงามที่บรรพบุรุษสั่งสมไว้แทบจะไม่หลงเหลือให้ชื่นชม  คนไทยเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว สังคมที่มีมิตรไมตรีความเอื้ออาทรต่อกันเหลือน้อยเต็มทน  เพราะต้องแข่งขัน แกร่งแย่งเพื่อความอยู่รอด รัฐบาลเองก็บริหารประเทศโดยใช้ระบบทุนนิยม โดยเน้นการเปลี่ยนแปลงทางการขยายตัวทางเศรษฐกิจและมวลรวมภายในประเทศให้มีขึ้นอยู่ 3 ด้าน คือ

ด้านประสิทธิภาพ คือ การขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยมักจะพิจารณาจากการขยายตัวของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestio Product) ซึ่งแสดงว่าในระยะเวลา 1 ปี ประเทศผลิตสินค้าและบริการรวมแล้วเป็นมูลค่าเท่าใด ดังนั้น การที่ประเทศมี GDP ขยายตัว จึงหมายถึงว่าสังคมมีการผลิตสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง มีทรัพยากรมากขึ้น ประชาชนโดยรวมมีความมั่งคั่งมากขึ้น ซึ่งการขยายตัวได้ดีแสดงว่าระบบเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพ มีการจัดสรรทรัพยากรที่ดี

ด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ คือ การที่ตัวแปรทางเศรษฐกิจที่สำคัญไม่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การไม่มี shock ในระบบเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ประชาชนโดยทั่วไปย่อมไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ปรับตัวได้ยาก ในด้านเสถียรภาพนี้มักจะมองได้หลายมิติคือ การมีเสถียรภาพในระดับราคาของสินค้า หมายถึง การที่ระดับราคาของสินค้าไม่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ประชาชนสามารถคาดการณ์ราคาสินค้าและบริการได้ การมีเสถียรภาพของการมีงานทำ หมายถึง การที่ตำแหน่งงานมีความเพียงพอต่อความต้องการของตลาดแรงงาน การมีเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หมายถึง การที่อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ซึ่งจะมีผลต่อเสถียรภาพของราคาในประเทศ และทำให้วางแผนการทำธุรกรรมระหว่างประเทศมีความยุ่งยากมากขึ้น

ด้านความเท่าเทียมกัน โดยทั่วไปหมายถึง ความเท่าเทียมกันทางรายได้ เมื่อเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แต่ปรากฏว่า รายได้ของคนในประเทศมีความแตกต่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นว่ามีคนเพียงกลุ่มน้อยได้ประโยชน์จากการขยายตัวของเศรษฐกิจ สถานการณ์จะเลวร้ายไปกว่านี้อีก หากเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แต่ปรากฏว่า มีคนจนมากขึ้นเรื่อยๆ

มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนจากต่างประเทศใช้เงินมากมายในการที่จะต้องซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เป็นการก่อหนี้จำนวนมหาศาล ทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลาย เพราะต้องนำไปในการพัฒนาประเทศให้เป็นประเทศอุตสาหกรรม รัฐบาลให้ความสำคัญกับภาคเกษตรที่ถือเป็นหัวใจและสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตของคนไทยมาตั้งแต่บรรพกาลน้อยมาก  ประเทศจึงมีสภาพเศรษฐกิจที่คลอนแคลนไม่มั่นคง      ไม่สามารถยืนบนขาตัวเองได้  เพราะต้องพึ่งพาต่างประเทศ  ถ้าคนไทยยังคงอยู่ในสภาพนี้ต่อไปก็คงจะถึงเวลาที่ประเทศจะต้องประสบภัยความ  ล่มสลาย
                  ดังนั้น  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้เล็งเห็นถึงสิ่งเหล่านี้  จึงได้สร้างทฤษฎีใหม่ขึ้นมา  คือ  “เศรษฐกิจพอเพียง”  โดยทรงเน้นย้ำแนวทางแก้ไขเพื่อให้ประเทศรอดพ้นและยื่นหยัดภายใต้กระแสโลกาวิวัฒน์  และการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ  ได้อย่างมั่นคง เพื่อเป็นหนทางสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

เศรษฐกิจพอเพียง

                 เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงชี้ถึงแนวทางการดำเนินชีวิตของประชาชนในทุกระดับ ไม่ว่าจะในระดับครอบครัว  ชุมชน  หรือ  รัฐ  ในการปฏิบัติงานหรือบริหารพัฒนาประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง มีความพอประมาณ  ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท  มีเหตุผล  และสร้างระบบภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบต่างๆ       อันอาจจะเกิดขึ้นจากภายนอกและภายในอย่างรอบคอบ  ในขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนให้มีความสำนึกในคุณธรรม  ความซื่อสัตย์   และความรอบรู้ที่เหมาะสม การดำเนินชีวิตควรใช้ความอดทน  ความเพียร  มีสติปัญญา  พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงจากสภาพแวดล้อม  และวัฒนธรรมโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี       การดำรงชีวิตและปฏิบัติตนมุ่งเน้นการอยู่รอดปลอดภัย  และวิกฤติ สร้างความมั่นคงและความยั่งยืนของการพัฒนา

ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย  3  คุณลักษณะ ดังนี้
                  -   ความพอประมาณ   หมายถึง   ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป     โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น  เช่น  การผลิตและการบริโภคอยู่ในระดับพอประมาณ
                  -   ความมีเหตุผล   หมายถึง   การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น  จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ
                  -   การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว   หมายถึง   การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบ  และการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล

                ต่อมาได้พระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติมมา  โดยตลอดเพื่อให้เกษตรกร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่

การดำเนินกิจการต่างๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น  ต้องมีความรู้ และคุณธรรมเป็นพื้นฐานกล่าวคือ

                  -  ความรู้  ประกอบด้วย  ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน  ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน  เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ
                  -  คุณธรรม  ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียง ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต

                  จึงกล่าวได้ว่าการนำปรัชญาของเศรษฐกิจเพียงพอมาปฏิบัติ คือ  การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจสังคม  สภาพแวดล้อม  ความรู้  และเทคโนโลยี  เป็นแนวทางในการพัฒนาให้สามารถพึ่งตนเองในระดับต่าง ๆ อย่างเป็นขั้นตอน  ลดความเสี่ยงเกี่ยวกับธรรมชาติ   หรือการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยต่างๆ โดยอาศัยความพอประมาณและสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี มีความรู้  ความเพียร และความอดทน สติ และปัญญา การช่วยเหลือเกื้อกูล และความสามัคคี  โดยภูมิปัญญาท้องถิ่นผสมผสานกับหลักวิชาการ ใช้การพิจารณาวางแผนและขั้นตอนการปฏิบัติอย่างรอบคอบ  โดยตระหนักในคุณธรรม  ความซื่อสัตย์  สุจริต  ใช้สติปัญญาและความเพียรในการดำเนินชีวิต

               ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงจึงไม่ใช่เป็นเรื่องเฉพาะของเกษตรกรในชนบทเท่านั้น  แต่หมายรวมไปถึงทุกคน ทุกอาชีพ รวมทั้งรัฐบาล  สามารถนำเอาแนวพระราชดำรัสไปยุกต์ใช้ได้ทั้งสิ้น

หลักสำคัญของความพอดี  มี 5 ประการ  คือ

 ความพอดีด้านจิตใจ   :   ต้องเข้มแข็ง สามารถพึ่งตนเองได้ มีจิตสำนึกที่ดี เอื้ออาทร ประณีประนอม นึกถึงผลประโยชน์ส่วนรวม
            ความพอดีด้านสังคม   :   ต้องมีความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน  สร้างความเข็มแข็งให้แก่ชุมชนรู้จักผนึกกำลังและที่สำคัญมีกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดจากฐานรากที่มั่นคง และแข็งแรง

ความพอดีด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   :   รู้จักใช้และจัดการอย่างฉลาดและรอบคอบ  เพื่อให้เกิดความยั่งยืนสูงสุด  และที่สำคัญใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศ เพื่อพัฒนาประเทศให้มั่นคงอยู่เป็นขั้นเป็นตอนไป

ความพอดีด้านเทคโนโลยี   :   รู้จักใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับความต้องการและควรพัฒนาเทคโนโลยีจากภูมิปัญญาชาวบ้านของเราเองและสอดคล้องเป็นประโยชน์ต่อสภาพแวดล้อมของเราเอง

ความพอดีด้านเศรษฐกิจ   :    เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ดำรงชีวิตอย่างพอควร พออยู่ พอกิน สมควรตามอัตตภาพ และฐานะของตน


กรอบแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง
           พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง  มาตั้งแต่เริ่มงานพัฒนาเมื่อ  50  ปี  ที่แล้ว  และทรงยึดมั่นหลักการนี้มาโดยตลอด  แต่นโยบายเกี่ยวกับเกษตรที่ผ่านมาของรัฐบาลเน้นการ ผลิตสินค้า  เพื่อส่งออกเป็นเชิงพาณิชย์  คือ  เมื่อปลูกข้าวก็นำไปขาย  และก็นำเงินไปซื้อข้าว  เมื่อเงินหมดก็จะไปกู้เป็นอย่างนี้มาโดยตลอดจนกระทั่ง ชาวนาไทยตกอยู่ในภาวะหนี้สิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักถึงปัญหาด้านนี้ จึงได้พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งธนาคารข้าว ธนาคาร  โค กระบือขึ้น  เพื่อช่วยเหลือราษฎร  นับเป็นจุดเริ่มต้นแห่งที่มาของ เศรษฐกิจ-พอเพียง”  นับตั้งแต่อดีตกาล แม้กระทั่งโครงการแรก ๆ  แถวจังหวัดเพชรบุรี  ก็ทรงกำชับหน่วยราชการมิให้นำเครื่องกลหนักเข้าไปทำงาน รับสั่งว่าหากนำเข้าไปเร็วนัก ชาวบ้านจะละทิ้งจอบ เสียม และในอนาคตจะช่วยตัวเองไม่ได้  ซึ่งก็เป็นจริงในปัจจุบัน

 

                จากนั้นได้ทรงคิดค้นวิธีการที่จะช่วยเหลือ ราษฎรด้านการเกษตร  จึงได้ทรงคิด ทฤษฎีใหม่”  ขึ้น เมื่อปี 2535    โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณวัดมงคลชัยพัฒนาอัน เนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดสระบุรี  เพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการทำการเกษตรให้แก่ราษฎร  ในการจัดการด้านที่ดินและแหล่งน้ำในลักษณะ 30 : 30 : 30 : 10   คือ ขุดสระและเลี้ยงปลา 30  ปลูกข้าว  30  ปลูกพืชไร่พืชสวน  30  และสำหรับเป็นที่อยู่อาศัย ปลูกพืชส่วนและเลี้ยงสัตว์ใน  10  สุดท้าย

ต่อมาได้พระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติมมา  โดยตลอดเพื่อให้เกษตรกร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศมีความแข็งแรงพอก่อนที่จะไปผลิตเพื่อการค้าหรือเชิงพาณิชย์ โดยยึดหลักการ “ทฤษฎีใหม่” 3 ขั้น คือ

ขั้นที่ 1   มีความพอเพียง เลี้ยงตัวเองได้บนพื้นฐานของความประหยัดและขจัดการใช้จ่าย

 ขั้นที่ 2   รวมพลังกันในรูปกลุ่ม   เพื่อการผลิต การตลาด  การจัดการ รวมทั้งด้านสวัสดิการ  การศึกษา  การพัฒนาสังคม

ขั้นที่3  สร้างเครือข่าย กลุ่มอาชีพและขยายกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หลากหลาย   โดยประสานความร่วมมือกับภาคธุรกิจภาคองค์การ  พัฒนาเอกชน และภาคราชการในด้านเงินทุนกาลตลาด  การผลิต  การจัดการและข่าวสารข้อมูล

สำหรับในภาคอุตสาหกรรม ก็สามารถนำ เศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ได้ คือ เน้นการผลิตด้านการเกษตรอย่างต่อเนื่อง และไม่ควรทำอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เกินไป  เพราะหากทำอุตสาหกรรมขนาดใหญ่   ก็จะต้องพึ่งพิงสินค้าวัตถุดิบและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ  เพื่อนำมาผลิตสินค้า เราต้องคำนึงถึงสิ่งที่มีอยู่ในประเทศก่อน  จึงจะทำให้ประเทศไม่ต้องพึ่งพิงต่างชาติอย่าง เช่น ปัจจุบัน ดังนั้น เราจะต้องช่วยเหลือประเทศให้มี  ความเข้มแข็ง  ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เป็นผู้จุดประกายระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง  ซึ่งจะเป็นการช่วยลดปัญหาการนำเข้าวัตถุดิบ และชิ้นส่วนที่เรานำมาใช้ในการผลิตให้เป็นลักษณะพึ่งพา  ซึ่งมีมาแล้วเกือบ  20  ปี  แต่ทุกคนมองข้ามประเด็นนี้ไป  ตลอดจนได้รับผลจากภายนอกประเทศทำให้ประชาชนหลงลืม  และมึนเมาอยู่กับการเป็นนักบริโภคนิยม  รับเอาของต่างชาติเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว  และรวดเร็วจนทำให้เศรษฐกิจของไทยตกต่ำ

 

 

 

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

มีหลักพิจารณาอยู่ 5 ส่วน ดังนี้

             1. กรอบแนวคิด เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ ควรจะเป็น โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สมารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัย และวิกฤต เพื่อ ความมั่นคง และ ความยั่งยืน ของการพัฒนา
            2. คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ โดยเน้นการปฏิบัติบนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน

            3. คำนิยาม ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย 3 คุณลักษณะ พร้อม ๆ กัน ดังนี้

                        3.1 ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่นการผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ

                        3.2  ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ

                        3.3 การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล

            4. เงื่อนไข การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้ และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน  

                        4.1 เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ

                        4.2 เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต

            5.  แนวทางปฏิบัติ/ผลที่คาดว่าจะได้รับ  จากการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ คือ การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความรู้และเทคโนโลยี

ดังจะเห็นได้ว่ามีพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จที่ให้ไว้หลายตอนด้วยกัน แต่จะนำเสนอแค่เพียง  2 ตอน ดังนี้

            ".... การจะเป็นเสือได้นั้นไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เรามีเศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกินนั้น หมายความว่าอุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง อันนี้ก็เคยบอกว่าความพอเพียงนี้ไม่ได้หมายความว่า ทุกครอบครัวจะต้องผลิตอาหารของตัวจะต้องทอผ้าใส่เอง อย่างนั้นมันเกินไป แต่ว่าในหมู่บ้านหรือในอำเภอจะต้องมีความพอเพียงพอสมควร บางสิ่งบางอย่างที่ผลิตได้มากกว่าความต้องการก็ขายได้ แต่ขายในที่ไม่ห่างไกลเท่าไหร่ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมากนัก ...."           (พระราชดำรัส เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2540)

 

" เศรษฐกิจพอเพียง แปลว่า Sufficiency Economy
คำว่า Sufficiency Economy นี้ไม่มีในตำราเศรษฐกิจ.
จะมีได้อย่างไร เพราะว่าเป็นทฤษฎีใหม่
… Sufficiency Economy นั้น ไม่มีในตำรา
เพราะหมายความว่าเรามีความคิดใหม่
และโดยที่ท่านผู้เชี่ยวชาญสนใจ ก็หมายความว่า
เราก็สามารถที่จะไปปรับปรุง หรือไปใช้หลักการ
เพื่อที่จะให้เศรษฐกิจของประเทศและของโลกพัฒนาดีขึ้น. "

พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 23 ธันวาคม 2542

 

 

 

การปฏิบัติตนตามแนวทางพอเพียง

               1.  ยึดความประหยัด  ตัดทอนค่าใช้จ่ายในทุกด้าน  ลดละความฟุ่มเฟือยในการดำรงชีพอย่างจริงจัง
               2.  ยึดถือการประกอบอาชีพด้วยความถูกต้อง สุจริต  แม้จะตกอยู่ในภาวะขาดแคลนในการดำรงชีพก็ตาม  
               3.  ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์และแข่งขันกันในทางการค้าขายประกอบอาชีพแบบต่อสู้กันอย่างรุนแรงดังอดีต
               4.  ไม่หยุดนิ่งที่จะหาทางในชีวิตหลุดพ้นจากความทุกข์ยากครั้งนี้  โดยต้อง ขวนขวายใฝ่หาความรู้ให้เกิดมีรายได้เพิ่มพูนขึ้นจนถึงขั้นพอเพียงเป็นเป้าหมายสำคัญ
               5.  ปฏิบัติตนในแนวทางที่ดีลดละสิ่งยั่วกิเลสให้หมดสิ้นไปทั้งนี้ด้วยสังคมไทยที่ล่มสลายลงในครั้งนี้  เพราะยังมีบุคคลจำนวนมิใช่น้อยที่ดำเนินการ

 

หนทางไปสู่เศรษฐกิจพอเพียง  โดยใช้หลักพุทธธรรม
                การที่  คน”  จะดำเนินชีวิตไปสู่เศรษฐกิจพอเพียงได้นั้น  สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ  คนจะต้องพัฒนาจิตใจให้ละเลิกลดจากกิเลสตัณหา โดยใช้หลักพุทธธรรม  ซึ่งมุ่งเน้นให้เข้าใจธรรมชาติของโลก และชีวิตให้สามารถดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องเหมาะสม  เพื่อให้สังคมนำสู่ความสุข  โดยนำหลักพุทธธรรม  3  ประการ คือไตรสิกขา  ได้แก่  ศีล  สมาธิ  ปัญญา   เป็นองค์ความรู้ที่ครอบคลุมการดำรงชีวิตทุกด้าน  เพื่อฝึกฝนและปัญญาให้คนเป็นคนโดยสมบูรณ์ทั้งด้านพฤติกรรม จิตใจ  และสติปัญญา

            ด้านพฤติกรรมและวิธีใช้ชีวิต  ได้แก่  วินัย  ตลอดจนการทำมาหากินเลี้ยงชีพเป็นระดับที่ปรากฏของการแก้ปัญหา  และวิธีปฏิบัติในการผลิตและบริโภคแข่งขันและอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อม

ด้านจิตใจ   เช่น  พัฒนาคุณธรรม  ความเข้มแข็ง มั่นคงของจิตใจ  และสภาพจิตใจที่ดีงาม  รวมทั้งความสุข

 ด้านปัญญาหรือปรีชาญาณ   คือ   ความรู้  ความเข้าใจต่างๆ ร่วมทั้งแนวคิด ทัศนคติ  และค่านิยม

 

หลักไตรสิกขา  คือ  ศีล  สมาธิ  ปัญญา   ถือ  เป็นระบบการศึกษาที่ทำให้บุคคลพัฒนาอย่างมีบูรณาการ และให้มนุษย์เป็นองค์รวมที่พัฒนาอย่างมีคุณภาพ
 การพัฒนาศีลสิกขา   เป็นการฝึกฝนในด้านพฤติกรรม  โดยเฉพาะพฤติกรรมเคยชิน  เครื่องมือในการฝึกศีล คือ  วินัย  วินัยเป็นจุดเริ่มต้นในกระบวนการศึกษาและพัฒนามนุษย์ ให้มีความประพฤติดีทั้งกายและวาจา  เป็นข้อปฏิบัติสำหรับควบคุมกายและวาจาให้ตั้งอยู่ในความดีงาม  เว้นจากความชั่ว  และพัฒนามนุษย์ให้เป็นผู้ที่มีวาจาชอบ  คือ มีสัมมาวาจา  พูดจารู้จักกาลเทศะ  สามารถใช้วิถีชีวิตที่ถูกต้องดีงาม  มีการงานชอบ  คือ  มีสัมมากัมมันตะ  และมีอาชีพชอบ  คือ  สัมมาอาชีวะ  สามารถทำมาหาเลี้ยงชีพได้อย่างดีมีสุข

การพัฒนาจิตสิกขา   เป็นการฝึกฝนในด้านจิต  หรือระดับจิตใจให้มีความตั้งมั่นแห่งจิต     เพื่อทำให้ใจสงบแน่วแน่  ไม่ฟุ้งซ่าน  จิตต้องกำหนดแน่วแน่ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  โดยเฉพาะเป็นการพัฒนาคุณสมบัติต่าง ๆ ของจิตทั้งในด้านคุณธรรม เช่น ความมีเมตตากรุณาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  ในด้านความสามารถของจิต เพิ่มพูนความสามารถทางจิต  มีความเพียรพยายามชอบ คือมีสัมมาจายามะ ฝึกฝนตนเองให้มีสติระลึกชอบ  หมายถึง  สัมมาสติ รู้ตนเองตลอดเวลา  และมีความตั้งใจชอบ  คือ  มีสัมมาสมาธิ มีจิตใจมั่นคง ตั้งใจ และมุ่งมั่นทำสิ่งใดให้สำเร็จได้

การพัฒนาปัญญาสิกขา   เป็นการฝึกหรือพัฒนาในด้านความรู้  ความจริง  เริ่มตั้งแต่ความเชื่อ  ความเห็น  ความรู้  ความเข้าใจ  ความหยั่งรู้เหตุผล  การรู้จักวินิจฉัย  ไตร่ตรอง ตรวจสอบ คิดการต่างๆ อย่างสร้างสรรค์  มีความเห็นชอบ คือ มีสัมมาทิฎฐิ  บุคคลที่มีสัมมาทิฏฐิจะเป็นผู้ที่คิดถูก ทำถูก พูดถูก  การเป็นบุคคลที่มีความดำริชอบ คือ สัมมาสังกัปปะ

เมื่อพัฒนาให้มนุษย์เป็นคนดีได้แล้ว เขาจะมีความประพฤติดีทั้งกายและวาจา      มีวินัยต่อตัวเอง  รู้จักกาลเทศะ ประกอบอาชีพอย่างสุจริต  มีความเมตตากรุณาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  มีสติรู้ตนตลอดเวลา  มีจิตใจมั่นคงและมุ่งมั่น  มีความรู้เข้าใจ มีวิจารณญาณ  สามารถแยกแยะสิ่งดีชั่ว สิ่งที่ควรทำหรือไม่ควรทำ  ตั้งอยู่ในเหตุและผล รู้จักวินิจฉัยไตร่ตรอง สามารถที่จะดำรงชีวิตให้อยู่อย่างถูกต้องและดีงาม  ซึ่งถือว่าเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์    เมื่อมนุษย์ได้รับการพัฒนาในขั้นนี้  มนุษย์ก็จะลดละจากกิเลส ตัณหา ลดความอยาก  มนุษย์ก็จะรู้จักคำว่าเพียงพอ พอประมาณ การดำรงชีวิตของมนุษย์ก็จะในความพอเพียง  ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น  ตั้งอยู่ในความมีเหตุผล   คำนึงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจากการกระทำอย่างรอบคอบ  เตรียมพร้อมที่จะรับสภาพสถานการณ์  การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่จะเกิดขั้นตลอดเวลา  ซึ่งเป็นการสร้าง    ความมั่นคงในการดำรงชีวิต เนื่องจากสามารถพึ่งพาตัวเองได้ อยู่บนขาของตนเองได้ไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น  มนุษย์ก็จะอยู่กับสรรพสิ่งในโลกด้วยความเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ไม่เบียดเบียนทำลายล้าง  ทุกสิ่งในโลกก็จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ส่งผลให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน

เมื่อกล่าวถึงคำว่า  ”การพัฒนาที่ยั่งยืน”  หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจอย่างชัดเจนในที่นี้จะขออธิบายความหมาย กรอบแนวทางการพัฒนา เป้าหมายของการพัฒนา  และหนทางนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง โดยมี  “คน”  เป็นศูนย์กลางการพัฒนา  ดังนี้

การพัฒนาที่ยั่งยืน
         เป็นการพัฒนาที่บูรณาให้เกิดองค์รวม       คือ องค์ประกอบทั้งหลายที่เกี่ยวข้องจะมาประสานกันครบองค์  และมีลักษณะอีกย่างหนึ่งคือ มีดุลยภาพ  กล่าวคือธรรมชาติแวดล้อมกับเศรษฐกิจจะต้องบูรณาการเข้าด้วยกัน  จะทำให้เกิดสภาพที่เรียกว่าเป็นภาวะยั่งยืนทั้งในทางเศรษฐกิจและในทางสภาพแวดล้อม การคุ้มครองสภาพแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ  โดยใช้มนุษย์เป็นแกนกลางการพัฒนาเพื่อสร้างให้เกิดความสมดุล  ระหว่างคนธรรมชาติ และสรรพสิ่ง  เพื่อให้อยู่ร่วมกันด้วยความเกื้อกูลกัน ไม่ทำลายล้างกันทุกสิ่งในโลกก็จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ส่งผลต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

การพัฒนาที่ผ่านมา เป็นการพัฒนาในด้านความเจริญเติบโตขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ  และปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจเจริญเติบโต มองกันที่อุตสาหกรรม เน้นความเจริญทางวัตถุ  จนเกิดผลร้ายต่อธรรมชาติแวดล้อม เป็นการพัฒนาที่ไม่สมดุล  ทำให้ธรรมชาติร่อยหรอ  และเกิดปัญหามากมายไม่ว่าจะเป็น ปัญหาสภาพแวดล้อม  ปัญหาสังคมและปัญหาสภาพจิตใจ  จึงเป็นการพัฒนาที่ผิดพลาด  กำลังจะทำให้โลกสู่หายนะ และความพินาศ  เพราะเป็นการพัฒนาที่เสียสมดุล  ทำให้โลกไม่เหมาะสมแก่การอยู่อาศัย และอาจจะอยู่อาศัยไม่ได้  ส่งผลให้เกิดการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน  จึงเกิดแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงกระบวนการพัฒนาใหม่  โดยเปลี่ยนวิธีการพัฒนาโดยใช้คน”  เป็นศูนย์กลางของการพัฒนา ในที่นี้จะขอกล่าวถึงการพัฒนาของประเทศไทย    ประเทศไทยเองก็ได้ดำเนินการที่จะทำให้เกิดการพัฒนายั่งยืนโดยใช้ คน”  เป็นศูนย์กลาง  จะเห็นได้จากแผนการพัฒนาฉบับที่ 8,   และ ที่ให้สำคัญต่อการพัฒนาคนและกระบวนการ พัฒนาที่บูรณาการการเชื่อมโยงกันทุกด้านโดยมีเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน และสิ่งแวดล้อมเพื่อความอยู่ดีมีสุขของคนไทยอย่างยั่งยืนตลอดไป

  เราคงต้องกลับมามองตัวสาเหตุของปัญหาที่ทำให้ประเทศชาติของเราไม่สามารถที่จะไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้ ดังนี้

 -   ความต้องการการบริโภคสินค้า และบริการที่ไม่สมเหตุสมผล ฟุ่มเฟือยเป็นเหตุให้เกิดการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ในการผลิตและบริการที่เกินพอดี  เกินความต้องการของการดำเนินชีวิตแบบพอเพียง  มีของเหลือทั้งเป็นมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมมาก  และทำให้คุณภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทร ขาดสมดุล แม้จะส่งผลให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจก็ตาม

-   การที่ชุมชนไม่เข้มแข็ง รับวัฒนธรรมและแนวความคิดผิด ๆ มาจากต่างประเทศ เกี่ยวกับความฟุ่มเฟือย  วัตถุนิยม  และบริโภคนิยม  ทั้งยังขาดการอบรม    ละทิ้งขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิม ทำให้สังคมเปลี่ยนเป็นสังคมบริโภค  กอบโกย  สะสม  เกิดการลงทุนทางธุรกิจที่สูญเปล่า ทำให้เกิดผลเสียทางเศรษฐกิจเกิดความขัดแย้งทางสังคม และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถูกทำลายอย่างรุ่นแรง

 -   การเคลื่อนย้ายทุนจากต่างประเทศ  ส่งผลทั้งทางบวกและทางลบต่อระบบเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม  ขึ้นอยู่กับความสามารถในการแข่งขันและเครือข่ายทางธุรกิจของประเทศ  วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจปลายปี 2540  เป็นบทเรียนที่ชัดเจนที่แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาเศรษฐกิจที่พึ่งพิงอยู่กับทุนต่างประเทศโดยขาดรากฐานที่มั่นคงภายใน  ทำให้เกิดการล่มสลายของระบบอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน  นอกจากนั้นการเปิดรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเคมี และอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานมาก เช่น อุตสาหกรรมเหล็กและกระดาษ โดยไม่มีกลไกหรือมาตรการที่เข้มแข็งในการตรวจสอบผลกระทบของอุตสาหกรรมเหล่านี้  ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมาอย่างรวดเร็ว

-   นโยบายการเร่งรัดพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐในอดีต  ทำให้มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและโครงการขนาดใหญ่จำนวนมาก  โดยขาดการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม  มีการใช้ทรัพยากรเป็นฐานการผลิตอย่างฟุ่มเฟือย  เกินอัตราการฟื้นตัวของระบบธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของระบบนิเวศ

จะเห็นได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลต่อการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นอย่างมาก  เพราะนำเอาวัฒนธรรมตะวันตก และระบบทุนนิยมเข้ามาบริหารประเทศทำให้เกิดสภาพที่เสื่อมโทรมแทบทุกด้านไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อม  คุณภาพชีวิต   ศีลธรรม  คุณธรรม  ถือเป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง

รัฐบาลจึงต้องตระหนักถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น    และต้องมีการแก้ไขและปรับปรุงนโยบายของรัฐให้เกิดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้ได้มาตรฐานสากล ก็จะนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งการลดมลพืชและของเสียที่เกิดจากภาคการผลิต อันจะทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกลับสู่สมดุลเดิม  ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสังคมและเศรษฐกิจของประเทศระยะยาว  และรักษาต้นทุนทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้ได้อย่างยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป  รัฐบาลจะต้องใช้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ค่านิยม  และประเพณีอันดีงามของชุมชน และต้องรักษาระบบเศรษฐกิจ โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น  เพื่อสร้างความเข้มแข็งในระดับท้องถิ่น ให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนโดยแท้จริง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จุดหมายปลายทางของการพัฒนาที่ยั่งยืน

  ดังนั้นรัฐบาลจึงได้กำหนดแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8 และ ที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาคนให้คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและดุลยภาพเป็นเงื่อนไขของความยั่งยืน ดังนั้นจุดหมายปลายทางของการพัฒนาที่ยั่งยืน คือ
                การพัฒนาที่ทำให้เกิดดุลยภาพของ เศรษฐกิจ  สังคม  ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อการอยู่ดีมีสุขของประชาชนชนตลอดไป

เศรษฐกิจ       ที่ทำให้เกิดดุลยภายของการพัฒนาคือ เศรษฐกิจที่มีรากฐานมั่นคง มีขีดความสามารถในการแข่งขันและสามารถพึ่งตนเองได้  โดยมีเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นแนวคิดหลัก

สังคม    ให้รวมหมายถึง  วัฒนธรรม  และภูมิปัญญาท้องถิ่น  ซึ่งเป็นระเบียบวิถีชีวิตของสังคม ที่ให้มนุษย์ปรับตัวและดำรงชีวิตอยู่กับสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่นได้โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และให้รวมถึงศาสนธรรม  ซึ่งเป็นระเบียบจิตใจของคนในสังคมที่ทำให้สังคมอยู่ได้โดยสงบสุข

ทรัพยากรธรรมชาติ   หมายถึง  ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวมนุษย์ ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต เกี่ยวโยงสัมพันธ์กันเป็นระบบนิเวศน์  ที่สามารถให้คุณและให้โทษต่อมนุษย์ได้ขึ้นกับความสมดุล หรือไม่สมดุลของระบบนิเวศ

สิ่งแวดล้อม   หมายถึง  ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวมนุษย์ ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตเกี่ยวโยงสัมพันธ์กันเป็นระบบนิเวศน์ ที่สามารถให้คุณและให้โทษต่อมนุษย์ได้ ขึ้นกับความสมดุลหรือไม่สมดุลของระบบนิเวศ

ความสมดุลและเชื่อมโยงระหว่าง เศรษฐกิจ สังคม  ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับจุดหมายการพัฒนาที่ทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุขตลอดไป

 

 

 

 

 

 

 

หนทางนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียงโดยมีคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา

ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น คงจะมีความชัดเจนในภาพของปัจจัยทั้ง  3  ด้าน  คือ เศรษฐกิจพอเพียง  คนและการพัฒนาที่ยั่งยืน  ในที่นี้จะขอเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทั้ง  3  ปัจจัย  ให้เห็นว่ามีส่วนที่ส่งเสริมและเกื้อหนุนกันอย่างไร  ดังจะเห็นได้จากกรอบแนวคิดข้างล่างนี้

 

จากกรอบแนวคิดข้างต้นในที่นี้จะขอกล่าวถึง คนเป็นปัจจัยแรก เพราะ คนเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการที่จะทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน คนเป็นผู้สร้างปัญหาทั้งหลายทั้งปวงให้เกิดขึ้น  เพราะตัวกิเลส  ตัณหาที่มีอยู่ในตัวคน  จึงเป็นปัญหาอุปสรรค์ขีดขวางที่จะให้โลกไม่สามารถเดินไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนได้  กิเลส  3  ตัว  คือ  ตัณหา  มานะ  ทิฎฐิ  ดังที่พระธรรมปิฎก  (ป.อ ปยุตโต)  ได้อธิบายความไว้ดังนี้

ตัณหา     คือ    ความอยากได้อย่างบำรุงบำเรอตัวเองให้มีความสุขสะดวกสบาย    พรั่งพร้อมด้วยวัตถุที่มากมายสมบูรณ์  พูดง่าย ๆ ว่าความอยากได้  ผลประโยชน์

มานะ       คือ     ความต้องการยิ่งใหญ่ อยากมีอำนาจครอบงำผู้อื่นตั้งแต่ระดับบุคคลถึงระดับสังคมประเทศชาติพูดง่ายๆว่าความใฝ่อำนาจ

ทิฎฐิ       คือ      ความยึดมั่นตลอดจนคลั่งไคล้ในค่านิยม  แนวความคิดสิทธิ ศาสนา อุดมการณ์ต่าง ๆ  ข้อนี้เป็นผู้ร้ายที่สุดที่รองรับ สำทับปัญหาไว้ให้เหนียวแน่นยึดเยื้อ และแก้ไขยากเหมือนกับตัณหา และมานะที่นอนก้นแล้ว


ผู้โพสต์ นายพัฒนพัฒน์ พิชญธรรมกุล - 18 ม.ค. 2553 เปิดอ่าน 1 ครั้ง IP :
New Games Here!
เกมส์สลับที่ขนม new
เกมส์สลับที่ขนม ดันขนมขึ้นลงล็อคข้างบนให้ติดกัน สามารถเลือกสลับขนมที่จะนำไปดันขึ้นข้างบนได้
เกมส์จับคู่ผลไม้new
เกมส์จับคู่ผลไม้ เกมส์นี้ภาพสวยมากครับ จับคู่ผลไม้โดยการคลิกเลือกตัวที่เหมือนกันให้ได้ตามเวลานะครับ
เกมส์เต้น-แข่งเต้นnew
เกมส์เต้น-แข่งเต้น มาแข่งเต้นกับกิลลิลล่ากันดูนะ ว่าใครจะเต้นได้สเต็ปดีกว่ากัน เกมส์นี้มันส์มากเลย
เกมส์แต่งทรงผมnew
เกมส์แต่งทรงผม โดยเราต้องรับบทเป็นช่างตัดผมมืออาชีพ เราต้องออกแบบดีไซน์ทรงผมให้กับลูกค้าที่เดินเข้า จะให้ออกมาในรูปแบบไหน แนวไหน สไตล์ไหนตามใจชอบ ให้สวยงาม เลือกปรับอารมณ์ได้อีกด้วย
เกมส์ยอดกังฟูnew
เกมส์ยอดกังฟู กด Space และลูกศรซ้าย-ขวา-บน
More Games Click!!

tewtist

rsomporn

tee

mallikamollypum

0857339396

wiwan05

Pataradhammo

aj.som

aid2503
 
เว็บไซต์เพื่อคุณครูและนักเรียนไทย