หน้าแรก | ครูบ้านนอกบล็อก
ศูนย์รวมความคิด ความรู้ ประสบการณ์ของคุณครู สมาชิกเว็บไซต์ ครูบ้านนอก.คอม ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ตั้งใจทำเพื่อสังคมครับ

การจัดการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษาโดยใช้แหล่งวิทยาการในชุมชน

เจ้าของโพสต์นี้ นายนพพล สำเภาเงิน - 26 มิ.ย. 2553 เปิดอ่าน 307 ครั้ง

เอกสารประกอบการบรรยาย การจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 29 มิถุนายน 2553 ณ ห้องภูมิแผ่นดิน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จัดโดยสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาเพชรบุรีเขต 1

บทนำ
           การพัฒนาประเทศภายใต้กรอบแนวคิดสังคมแห่งการเรียนรู้
(Knowledge based society)ในปัจจุบันได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และกำลังเชื่อมโยงหลอมรวมกับแนวคิดประชาสังคม ( Civil  Society ) หรือทุนทางสังคม (Social Capital) อย่างเป็นเนื้อเดียวกัน
           ทุนทางสังคมหมายถึง เรื่อง ของการสร้างสมความดีงามทั้งที่มีต้นทุนอยู่เดิม  และนำมาต่อยอดเสริมเติมแต่งเพิ่มขึ้น ได้แก่ ทุนที่เป็นตัวมนุษย์เอง ซึ่งเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ  รวมไปถึงทุนทางสถาบันและทุนทางปัญญา  อันมีเครือข่ายเชื่อมโยงกันในการสร้างสรรพกำลังให้ชุมชนและสังคมขับเคลื่อนไปได้

ความจริงแล้วการจัดการศึกษาปัจจุบันได้มีความพยายามที่จะพัฒนาตนเองให้ภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคมได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการใช้ชุมชนเป็นทรัพยากรแห่งการเรียนรู้ หรือใช้แหล่งวิทยาการในชุมชนเป็นฐานของการจัดการเรียนรู้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

          Community Resource เป็นคำที่นักวิชาการไทยให้ความหมายแตกต่างกันไป เช่น แหล่งวิทยาการในชุมชน แหล่งเรียนรู้ภายในชุมชน  แหล่งความรู้ชุมชน แหล่งวิชาในชุมชน แหล่งทรัพยากรในชุมชน และแหล่งการศึกษานอกโรงเรียน เป็นต้น

การเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้หรือแหล่งวิทยาการในชุมชน มีความหมายรวมถึง ทุกสิ่งทุกอย่างในชุมชนที่นำมาใช้เป็นตัวอย่างให้เกิดแนวคิด ข้อสรุป ค่านิยมแก่ผู้เรียน เป็นแหล่งวิทยาการที่รวมไปถึงสถานการณ์ต่างๆ ในชุมชนทุกรูปแบบที่ครูผู้สอนสามารถออกแบบการเรียนรู้เพื่อนำมาให้ผู้เรียนได้เรียนรู้  ฝึกฝนสติปัญญา ความคิด และเจตคติต่าง ๆ

           นักการศึกษาได้สรุปถึงความสำคัญของแหล่งวิทยาการในชุมชนไว้ว่า  เป็นห้องทดลองทางการสอนที่ทรงพลัง ให้ประสบการณ์กับผู้เรียนอย่างหลากหลาย สามารถใช้ได้กับทุกรายวิชา  มีความสอดคล้องกับชีวิตจริงของผู้เรียน ไม่มีข้อจำกัดวันเวลาและยุคสมัย

 ปัจจุบันสังคมไทยเราได้ก้าวมาสู่ยุคข้อมูลข่าวสารและสังคมแห่งการเรียนรู้ มีการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศได้ก้าวหน้าและรวดเร็ว โดยเฉพาะเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารโทรคมนาคม   สิ่งเหล่านี้ได้มีบทบาทในการจัดการเรียนการสอนมากขึ้นตามไปด้วย  แหล่งวิทยาการภายในชุมชนจึงมีนิยามที่กว้างขวางรวมไปถึงเทคโนโลยีสารสนเทศของชุมชน ดังนั้นในประเทศที่มีความเจริญทางด้านเทคโนโลยี  จึงได้นับรวมเอาสารสนเทศชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญและกำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน เช่น ช่องทางผ่าน e-mail หรือ เว็บไซต์ของบุคคลและหน่วยงานภายในชุมชน ตลอดจนเครือข่ายการเรียนรู้ภายในชุมชนต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญกับการใช้แหล่งวิทยาการในชุมชน

          แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  เป็นแนวคิดที่ได้มีการนำมาใช้สืบต่อกันมาอย่างกว้างขวางในสังคมไทย  เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ให้ความสำคัญต่อผู้เรียนว่า เป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการเรียนรู้ วิธีการฝึกฝนอบรมจึงเป็นการพัฒนาองค์รวมในส่วนประกอบของความเป็นคน

          คณะอนุกรรมการปฏิรูปการเรียนรู้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ให้ความหมายของการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญไว้ว่า หมายถึง การกำหนดจุดหมาย สาระ กิจกรรม แหล่งเรียนรู้ สื่อการเรียน และการวัดประเมินผล ที่มุ่งพัฒนา คนและชีวิต ให้เกิดประสบการณ์การเรียนรู้เต็มความสามารถ สอดคล้องกับความถนัด ความสนใจและความต้องการของผู้เรียน 

           การจัดกิจกรรมการเรียน จะคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้สัมผัสและสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมทั้งที่เป็นเพื่อนมนุษย์ ธรรมชาติ และเทคโนโลยี ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า ทดลองฝึกปฏิบัติแลกเปลี่ยนเรียนรู้จนค้นพบสาระสำคัญของบทเรียน ฝึกวิธีคิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์จินตนาการและสามารถแสดงออกได้อย่างชัดเจนมีเหตุผล

          ลักษณะเด่นของการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีลักษณะดังนี้

          1. ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยการฝึกทักษะกระบวนการคิด การวิเคราะห์ การสังเกต การรวบรวมข้อมูล และการปฏิบัติจริง

          2. ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมีความสุข ได้คิด แสดงออกอย่างอิสระ เรียนรู้อย่างกัลยาณมิตร

          3. ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ โดยถือว่าผู้เรียนมีบทบาทในการเรียนมากที่สุด

          4. เป็นการเรียนรู้ในสิ่งที่มีความหมายต่อชีวิต คือ สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวจากง่ายสู่ยาก จากรูปธรรมสู่นามธรรม โดยใช้แหล่งการเรียนรู้เป็นฐานการเรียน และถือว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกสถานที่ ทุกเวลา

          5. ผู้เรียนได้มีโอกาสฝึกจัดกิจกรรมได้เรียนรู้ตามความต้องการความสนใจใฝ่เรียนรู้ เพื่อให้ได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยตนเอง

          6. เป็นการเรียนรู้คู่คุณธรรม ปลูกฝังสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยมที่ดีงาม

          นักวิชาการและหน่วยงานทางการศึกษาได้เสนอแนวทาการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญไว้อย่างหลากหลาย เช่น การพัฒนากระบวนการคิดด้วยการใช้คำถามหมวกความคิด 6 ใบ การจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหา การจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน การจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ การจัดการเรียนรู้แบบส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน การจัดการเรียนรู้แบบประสบการณ์และที่เน้นการปฏิบัติ  การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญา  และการจัดการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้

 การใช้แหล่งวิทยาการในชุมชนในรายวิชาสังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม

          สาระการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เป็นกลุ่มวิชาที่มีลักษณะเป็นพหุวิทยาการ ประกอบด้วยหลายแขนงวิชา ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมศักยภาพการเป็นพลเมืองดีให้แก่ผู้เรียน การจัดการเรียนการสอนต้องคำนึงองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ประการ คือ

             1. ความรู้ มีกว้างขวางมากต้องใช้การคัดสรรสาระที่จะเรียนได้อย่างเหมาะสมและมีคุณค่าโดยเฉพาะต้องมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาความเป็นพลเมืองดี เป็นประชากรที่มีการศึกษาเข้าใจปัญหาสังคม เชื่อมโยงเข้ากับการดำเนินชีวิตของผู้เรียนและผู้อื่น  เป็นผู้เข้าใจอดีต เพื่อเป็นสาระในการเผชิญและตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับปัจจุบัน  โดยตระหนักถึงผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

             2. ทักษะกระบวนการ ประกอบไปด้วยทักษะทางวิชาการและทักษะทางสังคม  ที่จำเป็นต่อการพัฒนาบุคลิกภาพของผู้เรียนให้เป็นผู้รอบรู้  มีบุคลิกภาพที่เหมาะสมและสามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ผ่านทักษะทางด้านวิชาการ และทักษะทางสังคม

             3. การมีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ โดยผ่านประสบการณ์การเรียนรู้และทักษะต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาเป็นสมาชิกที่ดีในสังคมประชาธิปไตย

              จากประสบการณ์ของผู้เขียนในการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนการสอนวิชาภูมิศาสตร์การท่องเที่ยวโดยใช้แหล่งวิทยาการในชุมชน ผู้เขียนได้นำแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาบูรณาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนร่วมกับวิธีการสอนภูมิศาสตร์และการใช้แหล่งวิทยาการภายในชุมชนได้แก่ การจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหา การจัดการเรียนรู้แบบประสบการณ์และเน้นที่การปฏิบัติ  และการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน  ดังมีรายละเอียดดังนี้

    1. การจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหา เป็นการจัดการเรียนการสอนที่ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรม มีชิ้นงานเป็นรูปธรรม ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนและเพื่อน  มีการพัฒนาทักษะการคิดแก้ปัญหาและตระหนักรู้ในปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ผ่านการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การจัดการเรียนรู้ใช้วิธีการที่หลากหลาย เช่น การใช้บทบาทสมมติ  การจัดทำโครงงาน การสืบสวนสอบสวนและการศึกษานอกสถานที่ เป็นต้น

              2. การเรียนรู้แบบประสบการณ์ หมายถึง การที่ผู้เรียนได้มีโอกาสรับประสบการณ์  แล้วได้รับการกระตุ้นให้เกิดสิ่งต่างๆ เจตคติใหม่ๆ หรือวิธีคิดใหม่ๆ  สำหรับการเรียนรู้แบบเน้นการปฏิบัติ เป็นการจัดกิจกรรมในลักษณะกลุ่มปฏิบัติการ เน้นการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ตรงจากสถานการณ์จริงและการแก้ปัญหาเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากการกระทำได้ฝึกคิด ฝึกลงมือกระทำ ฝึกการแก้ปัญหาด้วยตนเอง  และฝึกทักษะการแสวงหาความรู้ร่วมกันเป็นกลุ่ม  ได้เรียนรู้ทั้งทางทฤษฎีและการปฏิบัติตามแนวทางประชาธิปไตย

             3. การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน หมายถึง การศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือหลายๆ สิ่ง ที่อยากรู้และต้องการคำตอบให้ลึกซึ้งหรือเรียนรู้ในเรื่องนั้นๆ ให้มากยิ่งขึ้น โดยใช้กระบวนการ วิธีการที่ศึกษาอย่างมีระบบเป็นขั้นตอน มีการวางแผนในการศึกษาอย่างละเอียด ปฏิบัติงานตามที่ได้วางไว้จนได้ข้อสรุปหรือผลสรุปที่เป็นคำตอบในเรื่องนั้นๆ

             การเรียนรู้โดยการทำโครงงานเป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนมีบทบาทในการแก้ปัญหาที่เป็นปัญหาสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง เป็นการเรียนรู้โดยการสืบเสาะ (inquiry-based learning) หรือการเรียนรู้โดยการค้นพบ (Discovery-based learning) มีความเหมาะสมกับการจัดการเรียนรู้วิชาภูมิศาสตร์การท่องเที่ยว  ซึ่งเป็นวิชาที่ว่าด้วยความสัมพันธ์และอิทธิพลของสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่มีต่อการท่องเที่ยว

 รูปแบบการจัดการเรียนการสอนวิชาภูมิศาสตร์การท่องเที่ยวโดยใช้แหล่งวิทยาการในชุมชน

            จากแนวคิดการจัดการเรียนการสอนดังที่ได้กล่าวมาแล้ว  ผู้เขียนได้บูรณาการมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนวิชาภูมิศาสตร์การท่องเที่ยว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศจังหวัดเพชรบุรี  โดยคำนึงถึงจุดประสงค์ของหลักสูตร ความเหมาะสมกับผู้เรียนและสภาพท้องถิ่นด้วยการจัดการสอนโดยใช้แหล่งวิทยาการในชุมชน ดังนี้

            1. ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้จากแหล่งวิทยาการในชุมชน

               1.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน เป็นขั้นตอนแรกที่ผู้สอนจะต้องกระตุ้นชักจูง โน้มน้าวให้ผู้เรียนเกิดความกระตือรือร้น และสนใจอยากค้นคว้าหาความรู้ โดยผู้สอนใช้เอกสาร การสนทนา ทบทวนประสบการณ์เดิม  เพื่อเชื่อมโยงกับประสบการณ์ใหม่ที่ต้องเรียนรู้  โดยใช้กรณีศึกษาเรื่องราวจากชุมชน ข้อมูลข่าวสารจากชุมชนในการสร้างบรรยากาศให้ผู้เรียนได้ตอบสนอง

               1.2 ขั้นศึกษา/วิเคราะห์  เป็นขั้นตอนการแบ่งกลุ่มผู้เรียนทำกิจกรรมกลุ่มร่วมกันโดยการแสวงหาความรู้ แสดงความคิดเห็นร่วมกันวิเคราะห์และหาข้อสรุปในประเด็นที่ได้ตั้งไว้ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนผู้เรียนได้กำหนดบทบาทหน้าที่ของสมาชิกกลุ่ม ศึกษาเรียนรู้จากสื่อและแหล่งวิทยาการในชุมชน ตัวแทนของกลุ่มนำเสนอผลงานของกลุ่มด้วยวิธีการที่หลากหลาย โดยที่ผู้สอนทำหน้าที่อภิปรายให้กลุ่มใหญ่ร่วมกันวิเคราะห์ให้ข้อมูลในประเด็นที่ยังไม่ชัดเจน

     1.3 ขั้นปฏิบัติ/ฝึกหัด/ทดลอง เป็นขั้นที่ผู้เรียนได้ทดลองฝึกปฏิบัติตามขั้นตอน ฝึกคิดวิเคราะห์ จินตนาการ สร้างสรรค์ ผ่านการจัดทำโครงงานเรียนรู้ภายในชุมชน  โดยผู้สอนเป็นที่ปรึกษาดูแล ช่วยเหลือและประเมินการปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาหากมีปัญหาเกี่ยวกับแหล่งวิทยาการที่ใช้ในการศึกษา โดยผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันวางแผนในการใช้แหล่งวิทยาการในชุมชนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ได้ดีตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนดไว้

               1.4 ขั้นสรุปและเสนอผลการเรียนรู้ เป็นขั้นที่ผู้เรียนแต่ละกลุ่มจะได้ประมวลความรู้จากประสบการณ์ทั้งหมดมาวิเคราะห์ สังเคราะห์เป็นความรู้ใหม่ วิธีการใหม่ สรุปและนำเสนอสิ่งที่ค้นพบต่อกลุ่มใหญ่ในรูปแบบที่หลากหลายเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เกิดการขยายเครือข่ายความรู้อย่างกว้างขวาง  ทำให้การเรียนรู้มีความหมายยิ่งขึ้น

              1.5 ขั้นปรับปรุงการเรียนรู้/นำไปใช้  เป็นขั้นที่ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มปรับปรุงผลงานของตนเองที่ได้จากการนำเสนอของแต่ละกลุ่มในการปรับปรุงผลงานนั้นอาจนำความรู้ที่ได้จากกลุ่มอื่นมาพัฒนาให้ดีขึ้น หรือเกิดความคิดใหม่ สร้างสรรค์งานที่ต่างไปจากเดิมหรืออาจได้รับแนวคิดจากข้อเสนอแนะของผู้สอนมาประยุกต์สร้างผลงานใหม่ๆ ที่สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์จริงของสังคมและชุมชนของตนได้

             1.6 ขั้นการประเมินผล และวัดผลประเมินผลตามสภาพจริง โดยเน้นการวัดผลจากการปฏิบัติจริงจากชิ้นงาน รายงานผลการทำโครงงานที่ลงปฏิบัติจริงจากชุมชน ผู้เรียนประเมินตนเอง ผู้สอนมีบทบาทร่วมวัดและประเมินผลด้วย

          2. บทบาทของผู้สอน 

    การจัดการเรียนรู้จากแหล่งวิทยาการในชุมชน  เป็นวิธีการเรียนที่ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง ได้ค้นคว้าศึกษาจากสถานที่จริง ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองผู้สอนจึงมีบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวกในหลายๆ ลักษณะ ดังนี้           

              2.1 บทบาทเป็นผู้จัดการ เป็นผู้กำหนดบทบาทให้นักเรียนได้มีส่วนเข้าร่วมกิจกรรม เป็นผู้มอบหมายงานทำหน้าที่ความรับผิดชอบแก่นักเรียนทุกคน  จัดการให้ทุกคนได้ทำงานที่เหมาะสมกับความสามารถและความสนใจของผู้เรียน

              2.2 บทบาทเป็นผู้ร่วมทำกิจกรรม เข้าร่วมกิจกรรมในกลุ่มทั้งในห้องเรียนและการออกภาคสนามศึกษา  การจัดทำโครงงานในชุมชน  พร้อมทั้งให้ความคิดและความเห็นหรือเชื่อมโยงประสบการณ์ส่วนตัวของนักเรียนขณะทำกิจกรรม

              2.3 บทบาทเป็นผู้ช่วยเหลือสนับสนุนแหล่งวิทยาการในชุมชน  ด้วยการรวบรวมข้อมูลแหล่งวิทยาการในชุมชน  ประสานเครือข่ายการเรียนรู้ภายในชุมชน

              2.4 บทบาทเป็นผู้สนับสนุนและแรงเสริมช่วยสนับสนุนด้านสื่ออุปกรณ์ เอกสารเพิ่มเติมให้กับผู้เรียน หรือให้คำแนะนำที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนสนใจเข้าร่วมกิจกรรมด้วยตนเอง

              2.5 บทบาทผู้ติดตามตรวจสอบ คอยตรวจสอบผลงานของนักเรียน

          3. กิจกรรมการเรียนรู้ 

              การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาภูมิศาสตร์การท่องเที่ยวโดยใช้แหล่งวิทยาการในชุมชนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศจังหวัดเพชรบุรี ประกอบไปด้วย 8 กิจกรรมหลัก ดังนี้

              3.1 กิจกรรมสำรวจภูมิศาสตร์ท้องถิ่น

    3.2 กิจกรรมประเมินศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวภายในชุมชน

                          3.3 กิจกรรมบทปฏิบัติการภูมิศาสตร์การท่องเที่ยวอำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี

    3.4 กิจกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยวภายในชุมชน

    3.5 กิจกรรมศึกษาท่องเที่ยวเพชรบุรี เที่ยวของดี 8 อำเภอ

    3.6 กิจกรรมวิเคราะห์แนวทางการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของจังหวัดเพชรบุรี

              3.7 กิจกรรมมัคคุเทศก์น้อยรักถิ่น

                          3.8 กิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนพอเพียงเมืองเพชรบุรี

  ตัวอย่างแนวคิดและกิจกรรมการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แหล่งวิทยาการในชุมชน
  

ผู้นำการเปลี่ยนแปลง...เครือข่ายการเรียนรู้ภายในชุมชน

           เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าแหล่งเรียนรู้ในชุมชน เปรียบเสมือนกับห้องเรียนที่ยิ่งใหญ่ของผู้เรียนที่พร้อมด้วยระบบนิเวศทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรม การจัดการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐานของการเรียนรู้จึงยังเป็นเรื่องที่จำเป็นและไม่เคยตกยุค ตกสมัย เพียงแต่.วันนี้ อาจปรับเปลี่ยนไปบ้างตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

             ที่ต้องเปลี่ยนเพราะว่าระบบการเรียนการสอนที่บรรจุให้ผู้เรียนอย่างหลากหลาย  ตามใจของคนจัดที่วิเคราะห์ว่าสอดคล้องกับผู้เรียน...แม้ว่าจะมีความพยายามหลอมรวมบูรณาการให้เป็นเนื้อเดียวกันก็ตามโดยเฉพาะระบบการเรียนจัดเป็นกลุ่มสาระวิชาที่ทำให้เกิดความเป็นสัดส่วนในการจัดการของตนเอง  ไม่สะดวกในการพานักเรียนไปเรียนรู้โดยครูเป็นผู้พาไปในทุกครั้งทุกกลุ่ม  อาจต้องกินเวลาในรายวิชาอื่น ๆ เป็นความยุ่งยากในการจัดการมากทีเดียวสำหรับโรงเรียนขนาดใหญ่ และยังไม่นับรวมไปถึงค่าใช้จ่ายที่กำลังเพิ่มขึ้นในยุคน้ำมันแพงแบบนี้

           แนวทางหนึ่งที่ผมดำเนินการอยู่ก็คือ  การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ของชุมชน  รวบรวมแหล่งเรียนรู้แล้วทำหนังสือติดต่อขอความอนุเคราะห์ให้เป็นเครือข่ายการเรียนรู้ในรายวิชาต่างๆ มอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาเองร่วมกันเป็นหมู่คณะ หรือไปเรียนรู้ร่วมกับครอบครัวในโอกาสต่างๆ  ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลดี

           นอกจากนั้นแหล่งเรียนรู้ภายในชุมชนจำนวนไม่น้อยที่ก้าวหน้ามีเว็บไซต์ ข้อมูลต่าง ให้นักเรียนสามารถสืบค้นได้อีกด้วย.....เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างนี้  กระบวนการจัดการเรียนรู้ก็คงต้องปรับเปลี่ยนตามไปด้วย   ครับก็เป็นนวัตกรรมเล็กๆ  ของการเปลี่ยนแปลงที่อยากเล่าให้ฟังกัน...ในฐานะโรงเรียนผู้นำการเปลี่ยนแปลง

ที่มา :http://www.oknation.net/blog/krunoppol/2008/06/24/entry-1

 

ผู้นำการเปลี่ยนแปลง....เที่ยวไปเรียนไปสุขใจผู้เรียน 2

          เที่ยวไปเรียนไป..สุขใจผู้เรียนตอนนี้  ขอเขียนถึงหนังสือเล่มพิเศษที่ชื่อว่า ถ้ำรงค์..ดงตาล เปิดตำนานเมืองพริบพรี เป็นผลงานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5  ซึ่งเรียนรายวิชาภูมิศาสตร์การท่องเที่ยว โดยใช้แหล่งวิทยาการภายในชุมชน....

          การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนขององค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำรงค์  คือหัวข้อที่นักเรียนของผมเลือกที่จะไปศึกษา  และอาศัยความเข้มแข็งของเครือข่ายผู้ปกครอง  งานนี้คนที่นำนักเรียนเข้าไปเรียนรู้ก็คือ ผู้ปกครองนั่นเอง

            ได้ความรู้...ได้ความร่วมมือ....เข้าใจชุมชนอย่างมีความสุข.....และได้หนังสือเล่มโปรดมาหนึ่งเล่มที่ชื่อว่า ถ้ำรงค์  ดงตาล เปิดตำนานเมืองพริบพรี  และนี่คือบางบทบางตอนของหนังสือเล่มนี้ครับ 

                                    ธรรมชาติยิ่งใหญ่ ให้เกิดรัก           
                           
  วิถีไทยทอถักสุขเกษม
                             ความง่ายงามตามประสาน่าปลื้มเปรม 
                            
ได้อิ่มเอมพอใจในพอดี  

                                   สัจธรรมของดงตาล...สะพานไม้  
                            
แม่น้ำใสสร้างชีวินทุกถิ่นที่
                             เพชรแดนพุทธธรรมนำชีวี
 
                            
ทุกทางมียิ้มใสไว้รอเรา                                                 

                                                                                 ขวัญชนก  ทองล้วน

 ที่มา : http://www.oknation.net/blog/krunoppol/2008/09/07/entry-1

 โฮมรูมออนทัวร์...เที่ยวบวกกับงาน บูรณาการกับความสุข

             ผมเพิ่งขับรถฝ่าสายฝนกลับมาจากอำเภอหนองหญ้าปล้อง  วันนี้ผมมีกิจกรรมออกไปเยี่ยมบ้านนักเรียนประจำชั้น  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานดูแลนักเรียน  เป็นหน้าที่ของครูประจำชั้นทุกคนจะต้องออกเยี่ยมบ้านนักเรียน สำหรับตัวผมเองอยากเรียกภาระงานในครั้งนี้ว่า.โฮมรูมออนทัวร์ครับ..เรียกให้เก๋ไก๋..เร้าใจ..ดูได้อารมณ์ดีครับ..

               กิจกรรมโฮมรูมกับการศึกษานั้น เป็นของคู่กันครับ แยกอย่างไรก็แยกไม่ออก เป็นเครื่องมือสำคัญที่ประเทศต่าง ๆ นิยมนำมาใช้ในการช่วยเหลือดูแลนักเรียน  เพราะเป็นกิจกรรมการสอนที่มุ่งส่งเสริมและพัฒนาทักษะชีวิตต่าง ๆ ของผู้เรียน  โดยแต่ละโรงเรียนก็จะมีกรอบในการดำเนินงานตามบริบทของตน      

             กิจกรรมโฮมรูมจะครอบคลุมตั้งแต่ทักษะทางการเรียน การสำรวจตัวเองของผู้เรียน การวางเป้าหมายในการดำเนินชีวิต การเตรียมตัวสอบ  การป้องกันตนเองจากภัยต่าง ๆ  เช่น ยาเสพติดเป็นต้น..และบางโรงเรียนกิจกรรมโฮมรูมอาจรวมไปถึงการบำเพ็ญประโยชน์อีกด้วย 

              ส่วนการเยี่ยมบ้านนักเรียนนั้น เป็นนโยบายที่ต้องการให้ครูได้ลงลึกในการทำความเข้าใจกับนักเรียน  เป็นความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับสถานศึกษา ครอบครัวและชุมชน  เพื่อร่วมมือกันช่วยเหลือให้ผลการเรียนของนักเรียนดีขึ้น

             ความจริงเรื่องพวกนี้มีมานานแล้ว..อย่างน้อยก็หลายสิบปีเห็นจะได้..ในตอนนั้นโครงการฝึกสอนชนบทโรงเรียนฝึกหัดครูที่ผมเรียนอยู่  เขาจะบรรจุกิจกรรมฝึกปฎิบัติให้พวกเราที่เป็นนักเรียนครูทำเรียกว่า กิจกรรมโฮมโปรเจ็กต์..พวกผมต้องออกเยี่ยมบ้านนักเรียน ไปตรวจแปลงผักและเล้าไก่ ที่นักเรียนของผมทำโครงงาน...

               ได้เรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชน  สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักเรียนครูกับชาวบ้าน  ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากใครสอบไม่ผ่านกิจกรรมนี้สอบตกครับ..เมื่อต้องทำหน้าที่ครูประจำชั้น.การออกเยี่ยมบ้านนักเรียนสำหรับผมนั้น  จึงไม่ใช่เรื่องยุ่งยากลำบากอะไรมากนัก... เราทำให้สนุก..ก็มีความสุขที่จะทำ

              โฮมรูมออนทัวร์..ของผมจึงเป็นเรื่องของการเยี่ยมบ้านผสมผสานกับการท่องเที่ยวอันเป็นนิสัยที่ผมชื่นชอบ. จึงไม่แปลกอะไรที่ผมจะขับรถฝ่าสายฝนไปไกล.จากเยี่ยมบ้านนักเรียนไปสุดปลายทางถึงบ่อน้ำร้อนที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง..

              สนุกอย่าบอกใคร มีภาพสวยๆมาฝากด้วยครับ

 ที่มา : http://www.oknation.net/blog/krunoppol/2009/07/06/entry-1

 เอกสารอ้างอิง

 คณะอนุกรรมการปฏิรูปการเรียนรู้  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. 2543 .ปฏิรูปการเรียนรู้

                 ผู้เรียนสำคัญที่สุด.  กรุงเทพมหานคร : บริษัท พิมพ์ดี จำกัด.

นราลักณ์  ขจีจิตร์ และคณะ. 2542. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการทำงานเป็นกลุ่มใน 

                 กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่6 หน่วยการเรียนที่2
                 ชีวิตในบ้านโดยใช้แหล่งความรู้จากชุมชน.
รายงานวิจัยคณะศึกษาศาสตร์   
                 มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

ภาสินี  เปี่ยมพงศสานต์. 2548. สิ่งแวดล้อมศึกษา แนวการสอน สาระการเรียนรู้และกิจกรรมการ
                  เรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ.
กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา,กระทรวงศึกษาธิการ. 2550. แนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เน้น
                  ผู้เรียนเป็นสำคัญ.
กรุงเทพมหานคร : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด


ดูข้อมูลทั้งหมดของ นายนพพล สำเภาเงิน คลิก ------ IP ที่โพสต์เนื้อหานี้ : เมื่อ 26 มิ.ย. 2553



SupraneeNet

Jarern01

chanita

monthip

kasamoh

putsaya

parrot495

alonggong

salee
New Games Here!
เกมส์เดาะบอลnew
เกมส์เดาะบอล มาเดาะบอลแข่งกันนะจ๊ะ
เกมส์มาริโอทดสอบความจำnew
เกมส์มาริโอทดสอบความจำ มาทดสอบความจำกับมาริโอกันครับ ว่าเรามีความจำดีกันขนาดไหน มีการจับเวลาด้วยนะครับ
เกมส์ปลูกผักผลไม้new
เกมส์ปลูกผักผลไม้ ลองมาปลูกผักผลไม้กันเถอะ เกมส์นี้เป็นเกมส์ปลูกผักอีกแนวที่น่ารักแฟนตาซี ซึ่งจะมีเจ้าหมาน้อยคอยช่วยเฝ้าแปลงผักอยู่ ให้เจริญงอกงาม สวยสด พร้อมขายอยู่เสมอ
เกมส์จับคู่ใต้น้ำnew
เกมส์จับคู่ใต้น้ำ ให้คลิกสีที่เหมือนกันที่อยู่ติดกันอย่างน้อย3อัน แล้วจะได้แต้ม
เกมส์ซูปเปอร์มาร์โก้new
เกมส์ซูปเปอร์มาร์โก้ คอเกมส์ยิง ห้ามพลาดเด็ดขาด เกมส์นี้บู๊กระจาย
More Games Click!!
 
เว็บไซต์เพื่อคุณครูและนักเรียนไทย