หน้าแรก | ครูบ้านนอกบล็อก
ศูนย์รวมความคิด ความรู้ ประสบการณ์ ของคุณครู สมาชิกเว็บไซต์ ครูบ้านนอก.คอม ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ตั้งใจทำเพื่อสังคมครับ
เจ้าของโพสต์นี้
วันชัย แย้มจันทร์ฉาย
จากจังหวัด นครสวรรค์


การเขียนเชิงสร้างสรรค์
โพสต์เมื่อวันที่ : 1 ก.พ. 2555 IP : เปิดอ่าน : 21722 / 0 ความเห็น
คะแนนของ BLOG นี้
(73.75%-16 ผู้โหวต)

.....

การเขียนเชิงสร้างสรรค์

 

ลักษณะ และความสำคัญของการเขียนเชิงสร้างสรรค์

                 ความสำคัญของเรื่องนี้เริ่มจากการมีความคิดเชิงสร้างสรรค์ ประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าเพราะประชาชนมีความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิด กล้าพูดกล้าทำ กล้ารับคำวิจารณ์ และพร้อมที่จะรับฟังคำวิจารณ์และพร้อมที่จะปรับปรุงด้านการส่วนตัวและด้านหน้าที่การงาน

                    ความหมายของความคิดเชิงสร้างสรรค์

                           คือความคิดจินตนาการประยุกต์ที่สามารถนำไปสู่สิ่งประดิษฐ์คิดค้นใหม่ๆ ทางเทคโนโลยีซึ่งเป็นความคิดในลักษณะที่คนอื่นคาดไม่ถึงหรือมองข้ามเป็นความคาดคิดหลากหลายกว้างไกล เน้นทั้งปริมาณและคุณภาพอาจเกิดความคิดผสมผสานเชื่อมโยงระหว่างความคิดเดิมกับความคิดใหม่ เพื่อแก้ปัญหา และเอื้ออำนวยต่อตนเองและสังคม (อารี  รังสีนันท์ ความคิดสร้างสรรค์กรุ่งเทพฯ : คณะศึกษาศาสตร์ มศว. ๒๕๒๖ หน้า ๒-๔)

                           หมายถึงความสามารถในการมองเห็นความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆโดยมมีสิ่งเร้าเป็นตัวกระตุ้น ทำให้เกิดความคิดใหม่ต่อเนื่องกันไป และความคิดสร้างสรรค์นี้ประกอบด้วยความคล่องในการคิดความคิดยืดหยุ่นและความคิดที่เป็นของตนเอง โดยเฉพาะความคิดริเริ่ม(กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ, ความคิดสร้างสรรค์ หลักการ ทฤษฎีการเรียนการสอนการลัดผลประเมินผล,

กรุงเทพฯ:๒๕๔๓, หน้า ๒)

                    องค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อความคิดสร้างสรรค์

                    ๑. ความคิดริเริ่ม

                    ๒. มีความคล่องแคล่ว

                    ๓. มีความยืดหยุ่น

                    ๔. มีความละเอียดลออ

                    กระบวนการของความคิดสร้างสรรค์ (Creative Process)  นักการศึกษาได้ประมวลกระบวนการความคิดสร้างสรรค์ไว้ดังต่อไปนี้

ขั้นที่ ๑. การค้นหาความจริง

ขั้นที่ ๒. การค้นหาปัญหา

ขั้นที่ ๓. การตั้งสมมติฐาน

ขั้นที่ ๔. การค้นหาคำตอบ

ขั้นที่ ๕. การยอมรับผลจากการค้นพบ

                    นักการศึกษามีความเห็นแตกต่างกัน บางรายก็บอกว่ามี ๔ ขั้น บางรายบอกว่ามี ๗ ขั้นตอน อย่างไรก็ตามแต่ละคนมีความเห็นคล้ายๆกัน

                    ลักษณะบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์

                    นักการศึกษาหลายท่านได้ให้ทรรศนะไว้ พอสรุปได้ ๙ ประการดังนี้

                    ๑. เป็นตัวของตัวเอง

๒. รักที่จะห้าวไปข้างหน้า

๓. ไวต่อปัญหา

๔. มีความสามารถในการใช้สมาธิ

๕. มีความคิดริเริ่ม

๖. ยอมรับในสิ่งที่ไม่แน่นอน

๗. ไม่ชอบทำตามระเบียบหรือกฎเกณฑ์

๘. มีอารมณ์ขัน

๙. ควรมีพื้นฐานหลายอย่างดังต่อไปนี้

.  ความรู้พื้นฐาน (Knowledge)

.  จินตนาการ (Imagination)

.  วิจารณญาณ (Judgment)

                    ความหมายของการเขียนเชิงสร้างสรรค์

                    ความคิดสร้างสรรค์กับการเขียน (จำไมจึงเรียนการเขียนเชิงสร้างสรรค์)

๑. เมื่อเรามีคิดสร้างสรรค์ เรามักจะต้องการจะบอกคนอื่นให้รับทราบ

๒. หรือต้องการสื่อสารให้คนอื่นได้รู้ได้เข้าใจเพื่อจะได้นำไปใช้ประโยชน์

๓. การสื่อสารกับคนอื่นการทำได้หลายวิธี หนึ่งในจำนวนนั้น คือ การเขียน

๔. เป็นเรื่องน่าเสียดายมาก หากผู้มีความคิดเชิงสร้างสรรค์ขาดทักษะในการสื่อสาร

๕. การสื่อสารที่ต้องการทักษะมากเป็นพิเศษเห็นจะได้แก่การสื่อสารด้วยการเขียน

๖. หากเขียนในเชิงสร้างสรรค์ไม่เป็น ไม่เก่ง จะไม่สามารถสื่อสิ่งที่มีค่าออกมาเป็นรูปธรรมได้เลย ความคิดเชิงสร้างสรรค์ก็จะไม่เกิดประโยชน์อันใด

๗. เราต้องกำหนดหรือจัดระเบียบภาษา(เขียน)แทนความคิดที่ต้องการส่งออกไป

๘. ด้วยเหตุนี้เรานักนิเทศศาสตร์จึงต้องเรียนการเขียนเชิงสร้างสรรค์

๙. การเขียนอย่างสร้างสรรค์/เชิงสร้างสรรค์เป็นพลังเสริมอันสำคัญต่อมวลมนุษยชาติ

                    ความหมายของการเขียนเชิงสร้างสรรค์

                การเขียนเชิงสร้างสรรค์หมายถึงการเขียนที่ผู้เขียนสร้างคำ แนวคิด จากจินตนาการของตนเองโดยมิได้ลอกเลียนแบบอย่างของผู้อื่น อีกทั้งยังมีอิสระที่จะคิดรูปแบบใหม่ๆที่แหวกแนวจากของเดิมที่มีอยู่ เป็นผลงานที่มีคุณค่าทางความคิดริเริ่มอย่างเด่นชัด(ผศ.ปราณี  สุรสิทธิ์, การเขียนเชิงสร้างสรรค์เชิงวารสารศาสตร์, กรุงเทพฯ:สำนักพิมพ์แสงดาว, ๒๕๔๑)

                          มีความหมายตรงข้ามกับการเขียนที่มุ่งประโยชน์ทางธุรกิจหรือวิชาการต่างๆในความเรียงเชิงสร้างสรรค์ ผู้เขียนต้อง สามารถใช้จินตนาการ หรือความคิดคำนึงของตน เขียนสารออกมาด้วยถ้อยคำที่สละสลวยประทับในผู้อ่านผู้ฟัง และให้ความรู้สึกในทางเพลิดเพลินเจริญใจและประดับสติปัญญาไปด้วยในตัว(ฐะปะนีย์  นาครทรรพ. การประพันธ์ กรุงเทพฯ โรงพิมพ์อักษรทัศน์, ๒๕๑๙)

                          การเขียนเชิงสร้างสรรค์หมายถึงการเขียนที่ผู้เขียนสร้างคำ และความจากจินตนาการของตนเอง โดยมิได้ลอกเลียนแบบอย่างของผู้อื่น (ผู้เขียน) มีอิสระที่จะเลือกรูปแบบการเขียนโดยไม่อยู่ในกรอบของลักษณะคำประพันธ์นัก ผลงานเช่นนี้จึงมีความประณีต มีคุณค่าทางความคิดริเริ่มอย่างเด่นชัด(รศ.ประภาศรี สีหอำไพ, การเขียนแบบสร้างสรรค์, กรุงเทพฯ:สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, ๒๕๓๑)

                    การเขียนเชิงสร้างสรรค์มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

๑. ตั้งวัตถุประสงค์เชิงสร้างสรรค์

๒. สร้างคำ สอดใส่วิญญาณในคำ

๓. สร้างแนวคิด เป็นแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ เบิกปัญญา

                    ที่มาของการเขียนเชิงสร้างสรรค์

                           เวอร์นอน (P.E.Vernon.Creative (New York:Penguin Books Ltd., ๑๙๘๐) อธิบายว่าบุคคลที่จะมีความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะในงานเขียน  ต้องมีพื้นฐานความคิดดังต่อไปนี้

                       ๑. แรงบันดาลใจ (Inspiration) ความรู้สึกที่เกิดจากประสบการณ์ ทำให้สะเทือนอารมณ์

                       ๒. ความทรงจำ (Memory) คือความคิดถึงสิ่งที่ผ่านมา อดีตซับซ้อนสะเทือนใจ จึงเป็นที่มาของความคิดสร้างสรรค์

                       ๓. ความเชื่อมั่นในอุดมการณ์ (Faith) คือความคิดที่เกิดจากศรัทธาที่ผู้เขียนมีต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดและเขียนไปตามแนวคิดที่มุ่งมั่น จะเป็นเอกลักษณ์ของนักเขียนผู้นั้น

                       ๔. ลำนำเพลง (Song) คือทำนองถ้อยคำที่เกิดขึ้นในใจของนักเขียนขณะที่ปล่อยอารมณ์ไปถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็จะเกิดจินตนาการขึ้น กวีที่เขียนงานที่ออกมาในลักษณะที่เรียกว่า  จินตกวี

                    ลักษณะของงานเขียนที่เข้าข่ายเชิงสร้างสรรค์ผลงานที่เข้าข่ายงานเขียนเชิงสร้างสรรค์     มีลักษณะดังต่อไปนี้

                    ๑. มีแนวเขียนเป็นอัตวิสัย (subjective) คือผู้เขียนมีข้อสังเกต นึกคิด ประสบการณ์ความเห็น หรือจินตนาการ เป็นของตนเองแล้วเขียนชิ้นงานนั้นขึ้นมา

                    ๒. มีความแปลกใหม่ เป็นงานที่แหวกแนว ขอให้สังเกตตารางต่อไปนี้

                            - แนวเขียนที่ไม่ใช่เชิงสร้างสรรค์ งานเขียนนวนิยายที่มีโครงเรื่องง่ายๆเกี่ยวกับความรัก การต่อสู้โลดโผน ตื่นเต้น จบลงด้วยสุขสมหวังหรือความเศร้าของตัวละคร ผู้อ่านเดาเรื่องได้

                            - การเขียนเชิงสร้างสรรค์ พลอตเรื่อง ดำเนินเรื่องแหวกแนว เช่นเรื่อง สี่แผ่นดิน ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช หรือ ลอดลายมังกร ของประภัสสร เสวิกุล เป็นต้น จัดเป็นงานเขียน

เชิงสร้างสรรค์งานเขียนเชิงสร้างสรรค์เป็นงานที่เป็นร้อยแก้ว (ไม่ใช่โคลงฉันท์ลักษณ์กาพ

กลอน) และร้อยกรอง

                    ๓. เป็นงานเขียนที่ประณีต แต่ไม่ต้องถึงขั้นกวีนิพนธ์เสมอไป คือเริ่มแต่ระดับคุณภาพ แค่พอที่จะสะท้อนศิลปะในการเขียน จนกระทั่งถึงระดับกวีนิพนธ์ ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว

                    ๔. มีความแปลกใหม่เป็นงานที่แหวกแนว ขอให้สังเกตตารางต่อไปนี้

ถ้อยคำในภาษาไทยมีพลังอำนาจถ้าใช้ถูก คำไทยมีหลายระดับ คือ

                            .๑ คำสูง เป็นคำขลัง เช่น อัสสุชล (น้ำ ตา) วิหค (นก)

.๒ คำต่ำ เป็นคำไทยแท้ แต่อาจฟังดูไม่สุภาพ เช่น ตีน (เท้า) โกหก (เท็จ มุสา      พูดปด)

.๓ คำหยาบ คำระหายหู เช่น อ้าย อี มึง กู

.๔ คำละเอียด เป็นประณีต เช่น คำราชาศัพท์

.๕ คำคะนอง คือ คำสแลงใช้ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ แบ่งออกเป็นสามระดับย่อย คือ คะนอง คือคำสแลง ใช้ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะ แบ่งออกเป็นสามระดับย่อย คือ

                                    ๔.๕.๑ ภาษาปาก ใช้ในการพูด บทสนทนา เช่น จำอวด ปาหี่

                                    ๔.๕.๒ ภาษากึ่งแบบแผน เป็นทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน เช่น คุณวุฒิ” “วัยวุฒิ

                                    ๔.๕.๓ ภาษาแบบแผน คือภาษาที่ยอมรับโดยทั่วไป เช่น ปาฐกถา โอวาทใช้ในวงราชการ การรู้จักใช้คำอย่างถูกต้อง นอกจากจะได้รู้ศิลปะในเรื่องระดับของภาษาแล้ว ยังต้องคำนึงถึงหลักการใช้คำเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

                    ๑. ใช้คำให้ตรงกับความหมาย คำภาษาไทยมีความหมายใกล้เคียงกันแต่ใช้แทนกันไม่ได้ เช่น คับ-คับแคบ, คลาด-คลาดเคลื่อน, ใกล้-ชิด

                    ๒. ไม่ใช้คำฟุ่มเฟือย การแปลง คำกริยาเป็นคำนามแล้วใช้คำกริยาอื่นมาช่วย เช่น คณะรัฐมนตรีได้มีการลงมตินำ โครงการเขื่อนแก่งเสือเต้นมาพิจารณาอีกครั้งเพื่อแก้ไขอุทกภัยซ้ำซากในจังหวัดภาคเหนือ

๓. ควรรู้ความหมายที่แท้จริงของคำศัพท์

๔. ไม่ซ้ำคำผิดประเภท

๕. เลือกใช้คำที่มีน้ำหนัก

๖. ใช้คำให้ถูกต้องตามตำแหน่งหน้าที่

๗. เรียงลำดับคำหรือพยางค์ให้ถูกต้อง

๘. ใช้คำซ้ำอย่างศิลปะ เพื่อไม่ให้น่าเบื่อ

                ๙. รู้วิธีหลากคำ คือการนำคำที่มีความหมายคล้ายคลึงกันมาใช้ เพื่อไม่ให้ใช้คำซ้ำๆ เช่น ทะเลหญ้า แทน ทุ่งหญ้า


Share | บริการนำเนื้อหานี้ไปแปะไว้ที่

เรื่องน่าสนใจจากสมาชิกท่านอื่น
เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
[นางฉลองรัตน์ สุขสม]
เปิดอ่าน 146 ครั้งแล้ว
การกอดเป็นพลังสัมผัสอันมหัศจรรย์..................
[แสวง มลศิลป์]
เปิดอ่าน 4709 ครั้งแล้ว
สื่อการสอน 2,,,, Social 2
[สุภาภรณ์ เพชรสุภา]
เปิดอ่าน 4892 ครั้งแล้ว

 

ไม่มีความเห็น

 
 

เรื่องราวล่าสุด ที่ ..วันชัย แย้มจันทร์ฉาย.. เป็นคนเขียน
ปกโครงงาน
การเขียนคำนำ
การเขียนบทคัดย่อ
การเขียนกิตติกรรมประกาศ
วิธการเขียนบรรณานุกรมและอ้างอิง
โครงงร่างโครงงาน บทที่ 5
โครงงร่างโครงงาน บทที่ 4
โครงงร่างโครงงาน บทที่ 3



 
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้


วันชัย แย้มจันทร์ฉาย
เจ้าของบล็อกนี้
 
 

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิก

New Games Here!
เกมส์อัศวินปกป้องเมืองnew
เกมส์อัศวินปกป้องเมือง มาวางแผนในการปกป้องเมืองจากเหล่าศัตรูที่จะบุกมายึดเมืองของเราให้ได้
เกมส์ชกมวยnew
เกมส์ชกมวย นักมวยโอลิมปิก จะต้องขึ้นชกชิงเหรียญทองกันบนเวทีแห่งเกียรติยศ เล่นเลย
เกมส์แต่งตัวเจ้าตูบnew
เกมส์แต่งตัวเจ้าตูบ แต่งตัวหมาน้อย หมาน้อยน่ารัก รอน้องๆ มาแต่งตัวให้อยู่จ้า
Crazy beachnew

เกมส์ Crazy Beach เกมสนุกๆ จาก http://www.gupp.com ลองเล่นกันเลย

เกมส์จับคู่ผลไม้new
มาเล่นเกมส์จับคู่และเรียงผลไม้ออนไลน์กัน เป็นเกมจับคู่ผลไม้สนุกๆ น่าเล่น ลองเล่นเรียงผลไม้กันดูนะจ๊ะ
More Games Click!!

 
เว็บไซต์เพื่อคุณครูและนักเรียนไทย