หน้าแรก | ครูบ้านนอกบล็อก
ศูนย์รวมความคิด ความรู้ ประสบการณ์ของคุณครู สมาชิกเว็บไซต์ ครูบ้านนอก.คอม ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ตั้งใจทำเพื่อสังคมครับ

รายงานวิจัยในชั้นเรียน เรื่องการศึกษารายกรณี (เด็กหนีเรียน)

เจ้าของโพสต์นี้ นางสาวทศณันค์ เอบุญมา - 25 ก.ค. 2555 เวลา 09:14 น. เปิดอ่าน 834 ครั้ง

รายงานวิจัยในชั้นเรียน

เรื่อง  การศึกษารายกรณี  (เด็กหนีเรียน)

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2

 โรงเรียนบ้านหนองหลอด

 

 

 

 

โดย

นางกมลวรรณ  หนูกลาง

ตำแหน่ง  ครูวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ

 

 

 

 

โรงเรียนบ้านหนองหลอด

อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี

 

สารบัญ

 

บทที่                                                                                                                                                               หน้า

1.              บทนำ.............................................................................................................        1

ภูมิหลังและความเป็นมา................................................................................        1

ความสำคัญของการวิจัย.................................................................................        2

วัตถุประสงค์ในการวิจัย.................................................................................        2

ขอบเขตของการวิจัย......................................................................................         2นิยามศัพท์เฉพาะ...........................................................................................         3

                2.    เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง.....................................................................          5

                       การศึกษารายกรณี..........................................................................................         5                       การให้คำปรึกษา............................................................................................        12

                      งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการศึกษารายกรณีและการให้คำปรึกษา......................         38            3.   วิธีดำเนินการวิจัย...........................................................................................         39

                      ประชากร........................................................................................................         39

                      กลุ่มตัวอย่าง...................................................................................................          39

                      เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล.........................................................          40

                     วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล................................................................................          41

                4.  ผลการวิเคราะห์ข้อมูล.....................................................................................          42

                5.  สรุป  อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ.................................................................         45        

       วัตถุประสงค์ในการวิจัย...................................................................................         45

                    วิธีดำเนินการวิจัย.............................................................................................          45

                     การวิเคราะห์ข้อมูล...........................................................................................         46

     ข้อเสนอแนะ.....................................................................................................        47

บรรณานุกรม..........................................................................................................       48

ภาคผนวก................................................................................................................      49

      ภาคผนวก    เครื่องมือในการเก็บข้อมูล                                                                             

 

 

 

 

กิตติกรรมประกาศ

 

                รายงานการวิจัยฉบับนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี  โดยได้รับความช่วยเหลือแนะนำอย่างดีจาก  คุณครูทศณันค์  เอบุญมา  ที่กรุณาให้คำปรึกษาเสนอแนะมาตั้งแต่ต้นจนจบ  ผู้วิจัยขอขอบพระคุณในความกรุณาของท่านไว้    โอกาสนี้

                ขอขอบพระคุณผู้บริหารโรงเรียนบ้านหนองหลอด  หัวหน้าสายมัธยมศึกษาอาจารย์ฝ่ายปกครอง  และนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองหลอด  ที่ให้ความร่วมมือการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นอย่างดี

                ผู้วิจัยหวังเป็นอย่างดี  รายงานการฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเกี่ยวข้องตลอดจนผู้สนใจต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่  1

บทนำ

 

                งานด้านการศึกษาเป็นงานสำคัญที่สุดอย่าหนึ่งของชาติ  เพราะความเจริญและความเสื่อมเสียของชาตินั้น  ขึ้นกับการศึกษาของพลเมืองเป็นข้อใหญ่  ตามข้อเท็จจริงที่ทราบกันดีอยู่แล้วระยะนี้บ้านเมืองของเรามีพลเมืองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  ทั้งมีสัญญาณบางอย่างเกิดขึ้นด้วยว่า  พลเมืองของเราบางส่วนเสื่อมทรามลงไปในความประพฤติและจิตใจ  ซึ่งเป็นอาการที่น่าวิตก  ถ้าหากยังเป็นอยู่ต่อไปเราอาจจะเอาตัวไม่รอด  ปรากฏการณ์เช่นนี้นอกจากเหตุอื่นแล้ว  ต้องมีเหตุมาจากการจัดการศึกษาด้วยอย่างแน่นอน  เราต้องจัดงานด้านการศึกษาให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น   (ขัยอนันต์  สมุทวานิช 2539 : 1  อ้างมาจากพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช)

                การศึกษาเป็นกระบวนการสำคัญที่ทำให้มนุษย์สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนอย่างเต็มศักยภาพ  ทั้งในด้านสติปัญญา  จิตใจ  ร่างกาย  และสังคมสามารถดำเนินชีวิตสังคมได้อย่างสันติสุข  และสามารถเกื้อหุนการพัฒนาประเทศได้อย่างเหมาะสม  การศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น  จึงเป็นการศึกษาที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนพัฒนาคุณภาพชีวิต  สามารถทำประโยชน์ให้กับสังคมตามบทบาทหน้าที่ของตนในฐานะพลเมืองดี  มีความรู้และทักษะเฉพาะด้าน  ตามศักยภาพเห็นช่องทางในการประกอบอาชีพ  ร่วมพัฒนาสังคมด้วยแนวทางและวิธีการใหม่ ๆ และบำเพ็ญต่อสังคม

                ในภาพรวมของการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น  มุ่งให้ผู้เรียนมีความเข้าใจในหลักการศึกษา  สามารถพัฒนาตนเองและปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

 

ภูมิหลังและความเป็นมา

                ในปีการศึกษาที่ผ่านมาพบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  โรงเรียนบ้านหนองหลอดจำนวน  12  คน  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับคุณภาพต่ำ  ทั้งนี้เนื่องจากมีนักเรียนคิดเป็นร้อยละ  12.9  ได้รับผลการเรียน  0  และ  มส  การได้รับผลการเรียน  มส  นับเป็น  1  รายวิชาถือว่าไม่จบหลักสูตรเพื่อเป็นการป้องกันการได้ระดับผลการเรียน มส   ผู้วิจัยในฐานะครูผู้สอนซึ่งถือเป็นหน้าที่สำคัญที่จะป้องกันไม่ให้ผู้เรียนได้รับผลการเรียน มส  จากประสบการณ์ที่ผ่านมาสาเหตุสำคัญสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลต่อการได้รับผลการเรียน มส  คือ  การมีพฤติกรรมเสี่ยงและการมีสมาธิสั้น

                ปัญหาเด็กสมาธิสั้นนับเป็นปัญหาหนึ่งในหลาย ๆ ปัญหา  นับว่ามีความสำคัญต่อเด็กและวัยรุ่นต่อประเทศทุกคนทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง  เร่งด่วน  และทำอย่างต่อเนื่อง  กรมสามัญศึกษาเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ตระหนักในความสำคัญของการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมนักเรียน

                จากปัญหาดังกล่าว  ผู้วิจัยในฐานะครูผู้สอนมีความสนใจและถือเป็นหน้าที่สำคัญที่จะแก้ปัญหาด้วยการศึกษาของปัญหาและการให้คำปรึกษาช่วยเหลือนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  ที่สมาธิสั้น  โรงเรียนบ้านหนองหลอด  อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี  โดยการศึกษารายกรณีเมื่อได้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้นักเรียนที่ได้รับคำปรึกษา  สามารถเรียนหนังสือได้เป็นปกติและพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเต็มศักยภาพ  เป็นข้อสนเทศและเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาเด็กสมาธิสั้นต่อไป

 

ความสำคัญของการวิจัย

1.             ทำให้ทราบสาเหตุของปัญหาเพื่อการช่วยเหลือที่ถูกวิธี  และนำผลที่ได้เป็นแนวทางใน

การป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับนักเรียนคนอื่น

2.             ได้เทคนิควิธีการให้คำปรึกษานักเรียนที่หนีเรียนเป็นประจำ  และนำเทคนิควิธีการไป

ประยุกต์ใช้ในโอกาสต่อไป

 

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

                เพื่อศึกษาสาเหตุและให้คำปรึกษานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  โรงเรียนหนองหลอด  อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี  ปีการศึกษา  2552  จำนวน   12    คน  ที่มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์คุณภาพต่ำ

 

ขอบเขตของการวิจัย

1.             ประชากร  ได้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3 โรงเรียนหนองหลอด  อำเภอเมือง 

จังหวัดอุกรธานี  ปีการศึกษา  2552  จำนวน  30  คน  ที่มีผลการเรียนอยู่ในระดับคุณภาพต่ำ

2.             กลุ่มตัวอย่าง  ได้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  โรงเรียนบ้านหนองหลอด          

อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี  ปีการศึกษา  2552  จำนวน  1  คน  ที่หนีเรียนเป็นประจำ  ได้จากการสุ่มโดยเจาะจง  จากการสังเกตและสัมภาษณ์

3.             ระยะเวลาในการให้คำปรึกษา  ตั้งแต่เดือน กรกฎาคม  2552  ถึงเดือน  กุมภาพันธ์ 

2553

 

 

 

 

 

 

นิยามศัพท์เฉพาะ

1.             การศึกษารายกรณี (CASE STUDY)  หมายถึง  กระบวนการศึกษารายละเอียดของ

นักเรียนที่ทำการศึกษารายกรณีอย่างต่อเนื่อง  ตั้งแต่ต้นภาคเรียนที่  1  -  ปลายภาคเรียนที่  2  ปีการศึกษา  2552  ด้วยเทคนิคการให้คำปรึกษาต่าง ๆ แล้วนำรายละเอียดที่ได้มาวิเคราะห์ถึงสาเหตุและให้การช่วยเหลือ  เพื่อให้นักเรียนสามารถแก้ไขและสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตเต็มศักยภาพตามกระบวนการศึกษารายกรณี  6  ขั้นตอน

ขั้นตอนที่  1  การคัดเลือกนักเรียน

ขั้นตอนที่  2  การรวบรวมข้อมูล

ขั้นตอนที่  3  การวินิจฉัยข้อมูล

ขั้นตอนที่  4  การดำเนินการช่วยเหลือ

ขั้นตอนที่  5  การติดตามผล

ขั้นตอนที่  6  การสรุปผล

 

2.             การให้คำปรึกษา  หมายถึง  กระบวนการของการให้ความช่วยเหลือซึ่งเกิดจาก

สัมพันธภาพระหว่างผู้ให้คำปรึกษาและผู้รับคำปรึกษา  ซึ่งผู้ให้คำปรึกษาเป็นผู้มีความรู้  ความสามารถ  มีประสบการณ์ในการช่วยเหลือบุคคล  เพื่อให้ผู้รับคำปรึกษารู้จักเข้าใจตัวเองยอมรับตนเองและเข้าใจสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น  สามารถนำเอาศักยภาพทั้งหมดภายในตัวออกมาใช้อย่างเต็มที่ช่วยให้เขาสามารถแก้ไขปัญหาตนเองได้และพัฒนาตนเองได้อย่างเหมาะสมมีประสิทธิภาพ

3.             นักเรียนที่หนีเรียนเป็นประจำ  หมายถึง  นักเรียนที่หนีเรียนไม่มาเรียนหนังสือเป็น

 ประจำ

                               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่  2

เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

 

การศึกษารายกรณี  (Case  Study)

ความหมายของการศึกษารายกรณี

                ประภาพิศ  สัญชาตเจตน์  (2539  :  331)  ได้ให้ความหมายของการศึกษารายกรณีไว้ว่า  การศึกษารายกรณี  เป็นวิธีการศึกษาพฤติกรรมของบุคคลเฉพาะรายอย่างละเอียด  โดยมีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลนั้น  เมื่อได้ข้อมูลมากพอสมควรแล้วจะมีการตีความหมาย  พฤติกรรมและทำการวินิจฉัยหาสาเหตุของปัญหา  แล้วจึงทำการแก้ปัญหา  ป้องกันปัญหา  หรือส่งเสริมพัฒนาการแล้วแต่กรณี  อันสุดท้ายคือ  การติดตามผลหลงจากที่ได้ให้ความช่วยเหลือเด็กผู้นั้นไปแล้ว  ซึ่งการศึกษารายกรณีที่จะทำให้ทราบข้อมูลนักเรียนโดยละเอียดเหมาะสำหรับศึกษาเด็กที่มีลักษณะพิเศษ เด็กที่มีปัญหา  โดยเฉพาะเด็กที่ผลการเรียนซ้ำชั้น  หรือเด็กที่มีปัญหาอื่น ๆ เป็นต้น  และวิธีการที่ใช้ควบคู่ไปกับการศึกษารายกรณี  ได้แก่  การทำประวัติรายกรณี (Case  History)  และการประชุมเกี่ยวกับเด็กเป็นรายกรณี  (Case Conference)  (ประภาพิศ   สัญชาตเจตน์. 2539  : 331)

                การทำประวัติรายกรณี  (Case  History)  หมายถึง  การรวบรวมและการจดบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับตัวบุคคลอย่างละเอียด  สมบูรณ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้และให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงที่สุด  โดยไม่ต้องมีการตีความหมาย  และแปรผลของข้อมูลแต่ประการใด  (ประภาพิศ  สัญชาตเจตน์. 2539 : 331)  และวัตถุประสงค์ที่สำคัญของการเก็บรวบรวมรายละเอียดข้อเท็จจริงต่าง ๆ เกี่ยวกับเด็กก็คือ                 

1.             เพื่อการศึกษาทำความรู้จักและเข้าใจเด็กแต่ละคน

2.             เพื่อนำความรู้ความเข้าใจนั้นมาใช้เป็นพื้นฐาน  สำหรับการพิจารณาช่วยเหลือหรือแนะ

แนวให้เด็กแต่ละคนสามารถแก้ไขปัญหา  ปรับตัวได้ดีและเหมาะสมต่อไป

                การทำประวัติรายกรณี  จึงเป็นการศึกษาให้เกิดความเข้าใจบุคคลแต่ละคน  เพราะเป็นการศึกษาถึงภูมิหลัง  สิ่งแวดล้อม  ความเกี่ยวข้องระหว่างบุคคลและองค์ประกอบต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาในด้านต่าง ๆ และการปรับตัวของเขาโดยที่การศึกษารายกรณีต้องอาศัยการรวบรวมข้อมูลเป็นขั้นแรกของการดำเนินงาน  ดังนั้น  การทำประวัติรายกรณีจึงเป็นส่วนสำคัญยิ่งของการศึกษารายกรณี  ส่วนการประชุมปรึกษาเกี่ยวกับเด็กเป็นกรณี  (Case  Conference)  หมายถึง  การนำเอาบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเด็กที่ทำการศึกษามาประชุมร่วมกัน  เพื่อปรึกษาหารือและวินิจฉัยเกี่ยวกับ

1.             การพิจารณาศึกษาข้อเท็จจริงของข้อมูลต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

2.             การพิจารณาตีความหมายและสังเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

 

3.  การพิจารณาหาทางช่วยเหลือ  แนะแนวเด็กเป็นราย ๆ ไป

ผู้ร่วมประชุมปรึกษาหารือเป็นรายกรณี  อาจจะเป็นครูใหญ่  ครูประจำชั้น  ครูพิเศษ  ผู้แนะ

แนว  ผู้ให้คำปรึกษา  แพทย์  พยาบาล  นักจิตวิทยา  จิตแพทย์  นักสังคมสงเคราะห์  และบิดามารดาของนักเรียนแล้วแต่กรณี  การประชุมปรึกษาเป็นรายกรณี  (Case  conference)  จัดเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการศึกษารายกรณี  (Case  Study)  ซึ่งอาจจะทำให้ในระยะหนึ่งระยะใดของการศึกษารายกรณีก็ได้ที่ผู้จัดทำคิดว่าเหมาะสม (ประภาพิศ   สัญชาตเจตน์.  2539 : 331)

 

จุดประสงค์ของการศึกษารายกรณี

                กรมวิชาการ  กระทรวงศึกษาธิการ  (2532  :  73)   ได้กำหนดวัตถุประสงค์ในการศึกษารายกรณี  ดังนี้

1.             เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมให้บุคคลพัฒนาการด้านต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น  ได้แก่  ร่างกาย 

จิตใจ  สติปัญญา  อารมณ์ และสังคม

2.             ในการศึกษาและสำรวจปัญหาของบุคคลอย่างเป็นระบบ  ทำให้ทราบข้อเท็จจริง

เกี่ยวกับบุคคลอย่างกว้างขวาง  ทำให้เข้าใจสาเหตุของปัญหา  และมองเห็นแนวทางในการให้ความช่วยเหลือแนะแนวแก่บุคคล  หรือช่วยให้หาทางคลี่คลายปัญหาที่พบอยู่ให้เบาบางลงเท่าที่จะทำได้

ดูข้อมูลทั้งหมดของ นางสาวทศณันค์ เอบุญมา คลิก ------ IP ที่โพสต์เนื้อหานี้ : 223.204.63.105 เมื่อ 25 ก.ค. 2555 เวลา 09:14 น.



party3

krukai2013

samina

bpomthong78

pawarisorn

assawin

k.air

Apple2523

krooeak
New Games Here!
เกมส์แข่งรถ-เกมแข่งรถในสนามแข่งnew
เกมส์แข่งรถ เกมแข่งรถในสนามแข่ง เกมส์สุดมันในการแข่งรถ เหยียบคันเร่งกันให้สุดๆ ในสนามแข่งขันที่มีระบบการป้องกันความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม
เกมส์สร้างฐานnew
เกมส์สร้างฐาน เกมส์สร้างฐาน ออนไลน์กัน เราจะต้องวางแผนว่าจะสร้างฐานยังไงเพื่อป้องกันศัตรูที่จะบุกรุกเข้ามาได้
เกมส์ก่อกวนมนุษย์ต่างดาวnew
เกมส์ก่อกวนมนุษย์ต่างดาว เราถูกจับ ต้องหาวิธีออกไปให้ได้
เกมส์พาวเวอร์เรนเจอร์new
เกมส์พาวเวอร์เรนเจอร์ เกมไอ้มดแดง มาร่วมกันพิทักษ์โลกจากเหล่าร้าย โดยช่วยพาวเวอร์เรนเจอร์ในการปราบเหล่าศัตรูกันนะ
เกมส์นารูโตะnew
เกมส์นารูโตะ เกมส์นี้เราจะต้องสวมบทบาทเป็นนินจาคาถานารูโตะที่ต้องหลบหลีกอาวุธแห่งนินจาที่กำลังปาลงมา โดยใช้เม้าส์ในการควบคุมทิศทาง
More Games Click!!
 
เว็บไซต์เพื่อคุณครูและนักเรียนไทย