หน้าแรก | ครูบ้านนอกบล็อก
ศูนย์รวมความคิด ความรู้ ประสบการณ์ ของคุณครู สมาชิกเว็บไซต์ ครูบ้านนอก.คอม ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ตั้งใจทำเพื่อสังคมครับ
เจ้าของโพสต์นี้
นางสาวทศณันค์ เอบุญมา
จากจังหวัด อุดรธานี


รายงานวิจัยในชั้นเรียน เรื่องการศึกษารายกรณี (เด็กหนีเรียน)
โพสต์เมื่อวันที่ : 25 ก.ค. 2555 เวลา 09:14 น. IP : 223.204.63.105 เปิดอ่าน : 706 ครั้ง
คะแนนของ BLOG นี้
(74.50%-40 ผู้โหวต)

.....

รายงานวิจัยในชั้นเรียน

เรื่อง  การศึกษารายกรณี  (เด็กหนีเรียน)

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2

 โรงเรียนบ้านหนองหลอด

 

 

 

 

โดย

นางกมลวรรณ  หนูกลาง

ตำแหน่ง  ครูวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ

 

 

 

 

โรงเรียนบ้านหนองหลอด

อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี

 

สารบัญ

 

บทที่                                                                                                                                                               หน้า

1.              บทนำ.............................................................................................................        1

ภูมิหลังและความเป็นมา................................................................................        1

ความสำคัญของการวิจัย.................................................................................        2

วัตถุประสงค์ในการวิจัย.................................................................................        2

ขอบเขตของการวิจัย......................................................................................         2นิยามศัพท์เฉพาะ...........................................................................................         3

                2.    เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง.....................................................................          5

                       การศึกษารายกรณี..........................................................................................         5                       การให้คำปรึกษา............................................................................................        12

                      งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการศึกษารายกรณีและการให้คำปรึกษา......................         38            3.   วิธีดำเนินการวิจัย...........................................................................................         39

                      ประชากร........................................................................................................         39

                      กลุ่มตัวอย่าง...................................................................................................          39

                      เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล.........................................................          40

                     วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล................................................................................          41

                4.  ผลการวิเคราะห์ข้อมูล.....................................................................................          42

                5.  สรุป  อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ.................................................................         45        

       วัตถุประสงค์ในการวิจัย...................................................................................         45

                    วิธีดำเนินการวิจัย.............................................................................................          45

                     การวิเคราะห์ข้อมูล...........................................................................................         46

     ข้อเสนอแนะ.....................................................................................................        47

บรรณานุกรม..........................................................................................................       48

ภาคผนวก................................................................................................................      49

      ภาคผนวก  ก  เครื่องมือในการเก็บข้อมูล                                                                             ข

 

 

 

 

กิตติกรรมประกาศ

 

                รายงานการวิจัยฉบับนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี  โดยได้รับความช่วยเหลือแนะนำอย่างดีจาก  คุณครูทศณันค์  เอบุญมา  ที่กรุณาให้คำปรึกษาเสนอแนะมาตั้งแต่ต้นจนจบ  ผู้วิจัยขอขอบพระคุณในความกรุณาของท่านไว้  ณ  โอกาสนี้

                ขอขอบพระคุณผู้บริหารโรงเรียนบ้านหนองหลอด  หัวหน้าสายมัธยมศึกษาอาจารย์ฝ่ายปกครอง  และนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองหลอด  ที่ให้ความร่วมมือการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นอย่างดี

                ผู้วิจัยหวังเป็นอย่างดี  รายงานการฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเกี่ยวข้องตลอดจนผู้สนใจต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่  1

บทนำ

 

                งานด้านการศึกษาเป็นงานสำคัญที่สุดอย่าหนึ่งของชาติ  เพราะความเจริญและความเสื่อมเสียของชาตินั้น  ขึ้นกับการศึกษาของพลเมืองเป็นข้อใหญ่  ตามข้อเท็จจริงที่ทราบกันดีอยู่แล้วระยะนี้บ้านเมืองของเรามีพลเมืองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  ทั้งมีสัญญาณบางอย่างเกิดขึ้นด้วยว่า  พลเมืองของเราบางส่วนเสื่อมทรามลงไปในความประพฤติและจิตใจ  ซึ่งเป็นอาการที่น่าวิตก  ถ้าหากยังเป็นอยู่ต่อไปเราอาจจะเอาตัวไม่รอด  ปรากฏการณ์เช่นนี้นอกจากเหตุอื่นแล้ว  ต้องมีเหตุมาจากการจัดการศึกษาด้วยอย่างแน่นอน  เราต้องจัดงานด้านการศึกษาให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น   (ขัยอนันต์  สมุทวานิช 2539 : 1  อ้างมาจากพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช)

                การศึกษาเป็นกระบวนการสำคัญที่ทำให้มนุษย์สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนอย่างเต็มศักยภาพ  ทั้งในด้านสติปัญญา  จิตใจ  ร่างกาย  และสังคมสามารถดำเนินชีวิตสังคมได้อย่างสันติสุข  และสามารถเกื้อหุนการพัฒนาประเทศได้อย่างเหมาะสม  การศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น  จึงเป็นการศึกษาที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนพัฒนาคุณภาพชีวิต  สามารถทำประโยชน์ให้กับสังคมตามบทบาทหน้าที่ของตนในฐานะพลเมืองดี  มีความรู้และทักษะเฉพาะด้าน  ตามศักยภาพเห็นช่องทางในการประกอบอาชีพ  ร่วมพัฒนาสังคมด้วยแนวทางและวิธีการใหม่ ๆ และบำเพ็ญต่อสังคม

                ในภาพรวมของการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น  มุ่งให้ผู้เรียนมีความเข้าใจในหลักการศึกษา  สามารถพัฒนาตนเองและปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

 

ภูมิหลังและความเป็นมา

                ในปีการศึกษาที่ผ่านมาพบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  โรงเรียนบ้านหนองหลอดจำนวน  12  คน  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับคุณภาพต่ำ  ทั้งนี้เนื่องจากมีนักเรียนคิดเป็นร้อยละ  12.9  ได้รับผลการเรียน  “0”  และ  “มส”  การได้รับผลการเรียน  “มส”  นับเป็น  1  รายวิชาถือว่าไม่จบหลักสูตรเพื่อเป็นการป้องกันการได้ระดับผลการเรียน “มส”   ผู้วิจัยในฐานะครูผู้สอนซึ่งถือเป็นหน้าที่สำคัญที่จะป้องกันไม่ให้ผู้เรียนได้รับผลการเรียน “มส”  จากประสบการณ์ที่ผ่านมาสาเหตุสำคัญสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลต่อการได้รับผลการเรียน “มส”  คือ  การมีพฤติกรรมเสี่ยงและการมีสมาธิสั้น

                ปัญหาเด็กสมาธิสั้นนับเป็นปัญหาหนึ่งในหลาย ๆ ปัญหา  นับว่ามีความสำคัญต่อเด็กและวัยรุ่นต่อประเทศทุกคนทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง  เร่งด่วน  และทำอย่างต่อเนื่อง  กรมสามัญศึกษาเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ตระหนักในความสำคัญของการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมนักเรียน

                จากปัญหาดังกล่าว  ผู้วิจัยในฐานะครูผู้สอนมีความสนใจและถือเป็นหน้าที่สำคัญที่จะแก้ปัญหาด้วยการศึกษาของปัญหาและการให้คำปรึกษาช่วยเหลือนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  ที่สมาธิสั้น  โรงเรียนบ้านหนองหลอด  อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี  โดยการศึกษารายกรณีเมื่อได้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้นักเรียนที่ได้รับคำปรึกษา  สามารถเรียนหนังสือได้เป็นปกติและพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเต็มศักยภาพ  เป็นข้อสนเทศและเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาเด็กสมาธิสั้นต่อไป

 

ความสำคัญของการวิจัย

1.             ทำให้ทราบสาเหตุของปัญหาเพื่อการช่วยเหลือที่ถูกวิธี  และนำผลที่ได้เป็นแนวทางใน

การป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับนักเรียนคนอื่น

2.             ได้เทคนิควิธีการให้คำปรึกษานักเรียนที่หนีเรียนเป็นประจำ  และนำเทคนิควิธีการไป

ประยุกต์ใช้ในโอกาสต่อไป

 

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

                เพื่อศึกษาสาเหตุและให้คำปรึกษานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  โรงเรียนหนองหลอด  อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี  ปีการศึกษา  2552  จำนวน   12    คน  ที่มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์คุณภาพต่ำ

 

ขอบเขตของการวิจัย

1.             ประชากร  ได้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3 โรงเรียนหนองหลอด  อำเภอเมือง 

จังหวัดอุกรธานี  ปีการศึกษา  2552  จำนวน  30  คน  ที่มีผลการเรียนอยู่ในระดับคุณภาพต่ำ

2.             กลุ่มตัวอย่าง  ได้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  โรงเรียนบ้านหนองหลอด          

อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี  ปีการศึกษา  2552  จำนวน  1  คน  ที่หนีเรียนเป็นประจำ  ได้จากการสุ่มโดยเจาะจง  จากการสังเกตและสัมภาษณ์

3.             ระยะเวลาในการให้คำปรึกษา  ตั้งแต่เดือน กรกฎาคม  2552  ถึงเดือน  กุมภาพันธ์ 

2553

 

 

 

 

 

 

นิยามศัพท์เฉพาะ

1.             การศึกษารายกรณี (CASE STUDY)  หมายถึง  กระบวนการศึกษารายละเอียดของ

นักเรียนที่ทำการศึกษารายกรณีอย่างต่อเนื่อง  ตั้งแต่ต้นภาคเรียนที่  1  -  ปลายภาคเรียนที่  2  ปีการศึกษา  2552  ด้วยเทคนิคการให้คำปรึกษาต่าง ๆ แล้วนำรายละเอียดที่ได้มาวิเคราะห์ถึงสาเหตุและให้การช่วยเหลือ  เพื่อให้นักเรียนสามารถแก้ไขและสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตเต็มศักยภาพตามกระบวนการศึกษารายกรณี  6  ขั้นตอน

ขั้นตอนที่  1  การคัดเลือกนักเรียน

ขั้นตอนที่  2  การรวบรวมข้อมูล

ขั้นตอนที่  3  การวินิจฉัยข้อมูล

ขั้นตอนที่  4  การดำเนินการช่วยเหลือ

ขั้นตอนที่  5  การติดตามผล

ขั้นตอนที่  6  การสรุปผล

 

2.             การให้คำปรึกษา  หมายถึง  กระบวนการของการให้ความช่วยเหลือซึ่งเกิดจาก

สัมพันธภาพระหว่างผู้ให้คำปรึกษาและผู้รับคำปรึกษา  ซึ่งผู้ให้คำปรึกษาเป็นผู้มีความรู้  ความสามารถ  มีประสบการณ์ในการช่วยเหลือบุคคล  เพื่อให้ผู้รับคำปรึกษารู้จักเข้าใจตัวเองยอมรับตนเองและเข้าใจสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น  สามารถนำเอาศักยภาพทั้งหมดภายในตัวออกมาใช้อย่างเต็มที่ช่วยให้เขาสามารถแก้ไขปัญหาตนเองได้และพัฒนาตนเองได้อย่างเหมาะสมมีประสิทธิภาพ

3.             นักเรียนที่หนีเรียนเป็นประจำ  หมายถึง  นักเรียนที่หนีเรียนไม่มาเรียนหนังสือเป็น

 ประจำ

                               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่  2

เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

 

การศึกษารายกรณี  (Case  Study)

ความหมายของการศึกษารายกรณี

                ประภาพิศ  สัญชาตเจตน์  (2539  :  331)  ได้ให้ความหมายของการศึกษารายกรณีไว้ว่า  “การศึกษารายกรณี  เป็นวิธีการศึกษาพฤติกรรมของบุคคลเฉพาะรายอย่างละเอียด  โดยมีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลนั้น  เมื่อได้ข้อมูลมากพอสมควรแล้วจะมีการตีความหมาย  พฤติกรรมและทำการวินิจฉัยหาสาเหตุของปัญหา  แล้วจึงทำการแก้ปัญหา  ป้องกันปัญหา  หรือส่งเสริมพัฒนาการแล้วแต่กรณี  อันสุดท้ายคือ  การติดตามผลหลงจากที่ได้ให้ความช่วยเหลือเด็กผู้นั้นไปแล้ว”  ซึ่งการศึกษารายกรณีที่จะทำให้ทราบข้อมูลนักเรียนโดยละเอียดเหมาะสำหรับศึกษาเด็กที่มีลักษณะพิเศษ เด็กที่มีปัญหา  โดยเฉพาะเด็กที่ผลการเรียนซ้ำชั้น  หรือเด็กที่มีปัญหาอื่น ๆ เป็นต้น  และวิธีการที่ใช้ควบคู่ไปกับการศึกษารายกรณี  ได้แก่  การทำประวัติรายกรณี (Case  History)  และการประชุมเกี่ยวกับเด็กเป็นรายกรณี  (Case Conference)  (ประภาพิศ   สัญชาตเจตน์. 2539  : 331)

                การทำประวัติรายกรณี  (Case  History)  หมายถึง  การรวบรวมและการจดบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับตัวบุคคลอย่างละเอียด  สมบูรณ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้และให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงที่สุด  โดยไม่ต้องมีการตีความหมาย  และแปรผลของข้อมูลแต่ประการใด  (ประภาพิศ  สัญชาตเจตน์. 2539 : 331)  และวัตถุประสงค์ที่สำคัญของการเก็บรวบรวมรายละเอียดข้อเท็จจริงต่าง ๆ เกี่ยวกับเด็กก็คือ                 

1.             เพื่อการศึกษาทำความรู้จักและเข้าใจเด็กแต่ละคน

2.             เพื่อนำความรู้ความเข้าใจนั้นมาใช้เป็นพื้นฐาน  สำหรับการพิจารณาช่วยเหลือหรือแนะ

แนวให้เด็กแต่ละคนสามารถแก้ไขปัญหา  ปรับตัวได้ดีและเหมาะสมต่อไป

                การทำประวัติรายกรณี  จึงเป็นการศึกษาให้เกิดความเข้าใจบุคคลแต่ละคน  เพราะเป็นการศึกษาถึงภูมิหลัง  สิ่งแวดล้อม  ความเกี่ยวข้องระหว่างบุคคลและองค์ประกอบต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาในด้านต่าง ๆ และการปรับตัวของเขาโดยที่การศึกษารายกรณีต้องอาศัยการรวบรวมข้อมูลเป็นขั้นแรกของการดำเนินงาน  ดังนั้น  การทำประวัติรายกรณีจึงเป็นส่วนสำคัญยิ่งของการศึกษารายกรณี  ส่วนการประชุมปรึกษาเกี่ยวกับเด็กเป็นกรณี  (Case  Conference)  หมายถึง  การนำเอาบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเด็กที่ทำการศึกษามาประชุมร่วมกัน  เพื่อปรึกษาหารือและวินิจฉัยเกี่ยวกับ

1.             การพิจารณาศึกษาข้อเท็จจริงของข้อมูลต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

2.             การพิจารณาตีความหมายและสังเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

 

3.  การพิจารณาหาทางช่วยเหลือ  แนะแนวเด็กเป็นราย ๆ ไป

ผู้ร่วมประชุมปรึกษาหารือเป็นรายกรณี  อาจจะเป็นครูใหญ่  ครูประจำชั้น  ครูพิเศษ  ผู้แนะ

แนว  ผู้ให้คำปรึกษา  แพทย์  พยาบาล  นักจิตวิทยา  จิตแพทย์  นักสังคมสงเคราะห์  และบิดามารดาของนักเรียนแล้วแต่กรณี  การประชุมปรึกษาเป็นรายกรณี  (Case  conference)  จัดเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการศึกษารายกรณี  (Case  Study)  ซึ่งอาจจะทำให้ในระยะหนึ่งระยะใดของการศึกษารายกรณีก็ได้ที่ผู้จัดทำคิดว่าเหมาะสม (ประภาพิศ   สัญชาตเจตน์.  2539 : 331)

 

จุดประสงค์ของการศึกษารายกรณี

                กรมวิชาการ  กระทรวงศึกษาธิการ  (2532  :  73)   ได้กำหนดวัตถุประสงค์ในการศึกษารายกรณี  ดังนี้

1.             เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมให้บุคคลพัฒนาการด้านต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น  ได้แก่  ร่างกาย 

จิตใจ  สติปัญญา  อารมณ์ และสังคม

2.             ในการศึกษาและสำรวจปัญหาของบุคคลอย่างเป็นระบบ  ทำให้ทราบข้อเท็จจริง

เกี่ยวกับบุคคลอย่างกว้างขวาง  ทำให้เข้าใจสาเหตุของปัญหา  และมองเห็นแนวทางในการให้ความช่วยเหลือแนะแนวแก่บุคคล  หรือช่วยให้หาทางคลี่คลายปัญหาที่พบอยู่ให้เบาบางลงเท่าที่จะทำได้


Share | บริการนำเนื้อหานี้ไปแปะไว้ที่

เรื่องน่าสนใจจากสมาชิกท่านอื่น
รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่) เรื่อง เงื่อนเชือก ช
[เล็ก แก้วดี]
เปิดอ่าน 127 ครั้งแล้ว
รัชนก นักกีฬาแบตมินตันไทย โดย sbo
[พิเชต ไทยดี]
เปิดอ่าน 71 ครั้งแล้ว
15 วิธีแก้กรรมทำให้รวย
[พัตรพิมล ]
เปิดอ่าน 160 ครั้งแล้ว

 

ไม่มีความเห็น
เกี่ยวกับเรื่อง รายงานวิจัยในชั้นเรียน เรื่องการศึกษารายกรณี (เด็กหนีเรียน)
 
 

เรื่องราวล่าสุด ที่ ..นางสาวทศณันค์ เอบุญมา.. เป็นคนเขียน
กฎบัตรอาเซียน
มหาอำนาจ กับกัมพูชา
มองบทบาทไทยใน 3 เส้าอำนาจสหรัฐฯ-จีน-อาเซียน
Stem and Leaf Displays และ Box plot
LoG frame
Lo
โฉนดชุมชน
ครูท่านใดสอบ utq ยังไม่ผ่านยินดีสอบช่วยฟรีค่ะ



 
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้


นางสาวทศณันค์ เอบุญมา
เจ้าของบล็อกนี้
 
 

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิก

New Games Here!
เกมส์สร้างฐานnew
เกมส์สร้างฐาน เกมส์สร้างฐาน ออนไลน์กัน เราจะต้องวางแผนว่าจะสร้างฐานยังไงเพื่อป้องกันศัตรูที่จะบุกรุกเข้ามาได้
เกมส์เศรษฐีnew
เกมส์เศรษฐี เกมส์นี้สนุกมาก ได้วางแผน ลองเล่นกันดูนะจ๊ะ
เกมส์ฟุตบอลโลกnew
เกมส์ฟุตบอลโลก เกมส์นี้เป็นเกมส์แข่งฟุตบอล ที่เราสามารถจัดสายการแข่งทีมชาติ ดวลแข้ง เตะกันสนุกๆ เฮฮาต้อนรับเทศกาลบอลโลกปี 2010 สนุกมากเลย
เกมส์วาดรูประบายสีnew
เกมส์วาดรูประบายสี เกมส์นี้เราจะต้องสวมบทบาทเป็นจิตรกร ที่หัดผสมสี ระบายสี ออกแบบลวดลาย มีแบบเล่นปกติ กับ เล่นแข่งผสมสีกัน ฝึกจินตนาการ และศิลปะได้ดี
เกมส์เบ็นเท็นต่อสู้มนุษย์ลาวาnew
เกมส์เบ็นเท็น ต่อสู้มนุษย์ลาวา วิธีเล่น คลิ๊กปุ่มด้านขวาสองครั้งเพื่อเริ่มเล่น ใช้ปุ่มลูกศรควบคุมทิศทาง ปุ่ม Z แปลงร่างเป็นมนุษย์ลาวาแล้วกดสเปซบาร์เพื่อปล่อยพลัง
More Games Click!!

 
เว็บไซต์เพื่อคุณครูและนักเรียนไทย