หน้าแรก | ครูบ้านนอกบล็อก
ศูนย์รวมความคิด ความรู้ ประสบการณ์ ของคุณครู สมาชิกเว็บไซต์ ครูบ้านนอก.คอม ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ตั้งใจทำเพื่อสังคมครับ
เจ้าของโพสต์นี้
จินตนา พลาศัย
จากจังหวัด นราธิวาส


รายงานการจัดทำผลงานที่ประสบผลสำเร็จ
โพสต์เมื่อวันที่ : 26 ธ.ค. 2556 เวลา 10:37 น. IP : 202.29.70.13 เปิดอ่าน : 985 / 0 ความเห็น
คะแนนของ BLOG นี้
-ไม่มีผลโหวต-

รายงานการจัดทำผลงานที่ประสบผลสำเร็จ เรื่อง การพัฒนาการอ่านและการเขียนภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกด โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส.....

ก.ค.ศ.๓ (จชต.)

การจัดทำผลงานที่ประสบผลสำเร็จ

เรื่อง การพัฒนาการอ่านและการเขียนภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกด โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส

 

1. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

          ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่ก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและเสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารตลอดจนใช้ในการแสวงหาความรู้และประสบการณ์จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความคิด วิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและความก้าวหน้าของยุคปัจจุบัน ภาษาไทยจึงเป็นสมบัติของชาติที่ควรแก่การเรียนรู้เพื่ออนุรักษ์และสืบสานให้คงอยู่ตลอดไป (กรมวิชาการ, 2545ก: 3)

          ภาษาไทยจึงมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตและความเป็นปึกแผ่นของสังคมไทย คนไทยจำเป็นต้องตระหนักถึงความสำคัญของภาษาไทย ต้องทำความเข้าใจและศึกษาหลักเกณฑ์ทางภาษาและฝึกฝนให้มีทักษะ ฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาไทยให้มีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปใช้ในการสื่อสารการเรียนรู้ การเสริมสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน การสร้างความเป็นเอกภาพของชาติและความจรรโลงใจเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ชุมชน สังคม และประเทศชาติ (กรมวิชาการ, 2545ก: 6)

          หลักสูตรขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ได้กำหนดจุดมุ่งหมายของหลักสูตรไว้ว่า หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานมุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดีมีปัญญา และมีความเป็นไทย มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพ จึงได้กำหนดจุดหมายซึ่งถือเป็นมาตรฐานการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ดังต่อไปนี้

          1. เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยในตนเอง ปฎิตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ มีคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยมอันพึงประสงค์

          2. มีความคิดสร้างสรรค์ ใฝ่รู้ใฝ่เรียน รักการอ่าน รักการเขียน และรักการศึกษาค้นคว้า

          ในการที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความใฝ่รู้ใฝ่เรียน รักการอ่าน รักการเขียน และรักการศึกษาค้นคว้า ให้เป็นไปตามจุดหมายของหลักสูตรขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544 นั้น หนังสือจึงมีส่วนสำคัญ ซึ่งการอ่านนั้นเป็นทักษะหนึ่งในการเรียนภาษา การจัดการเรียนการสอนภาษาไทยมุ่งเน้นการพัฒนาการอ่าน โดยใช้สื่อและวิธีการสอนที่หลากหลาย หนังสืออ่านเพิ่มเติม หนังสือเสริมประสบการณ์ และหนังสือนอกเวลา ก็เป็นสื่อและแหล่งการเรียนรู้ที่สำคัญอย่างหนึ่ง (กรมวิชาการ, 2545ข: 151)

          ความสำคัญของการอ่านหนังสือ สามารถสรุปได้ดังนี้ (กรมวิชาการ, 2544: 7)

          1. การอ่านหนังสือทำให้ได้เนื้อหาสาระความรู้มากวกว่าการศึกษาหาความรู้ด้วยวิธีอื่นๆ

          2. การอ่านสามารถอ่านหนังสือได้โดยไม่มีการจำกัดเวลาและสถานที่

          3. หนังสือเก็บได้นานกว่าสื่ออื่นๆ ซึ่งมักมีอายุการใช้งานโดยจำกัด

          4. ผู้อ่านสามารถฝึกการคิดและสร้างจินตนาการได้เองในขณะอ่าน

          5. การอ่านส่งเสริมให้สมองดี มีสมาธิได้นานกว่าสื่ออย่างอื่น ทั้งนี้ เพราะขณะอ่านจิตใจต้องมุ่งมั่นอยู่กับข้อความ พินิจพิเคราะห์ข้อความในการอ่าน

          6. ผู้อ่านเป็นผู้กำหนดการอ่านได้ด้วยตนเอง จะอ่านคร่าวๆ อ่านละเอียด อ่านข้าม หรืออ่านตัวอักษร เป็นไปตามใจของผู้อ่าน หรือจะเลือกอ่านแล่มไหนก่อนก็ได้ เพราะหนังสือมีมาก สามารถเลือกอ่านได้

          7. หนังสือมีหลากหลายรูปแบบและราคาถูกกว่าสื่ออื่นๆ จึงทำให้สมองของผู้อ่านเปิดกว้าง สามารถสร้างแนวคิดและทัศนคติได้มากกว่า ทำให้ผู้อ่านไม่ติดอยู่กับแนวคิดใดๆ โดยเฉพาะ

          8. ผู้อ่านเกิดความคิดเป็นได้ด้วยตนเอง วินิจฉัยเนื้อหาสาระได้ด้วยตนเอง รวมทั้งหนังสือบางเล่มสามารถนำไปปฏิบัติได้ด้วย เมื่อปฏิบัติดีแล้วก็เกิดผลดี

การอ่านจึงมีความสำคัญต่อการเรียนเป็นอย่างมาก เพราะการอ่านเป็นพื้นฐานในการที่จะให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ได้สร้างความรู้ ความเข้าใจในเรื่องราวต่างๆ ได้

การจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาส เขต 1 ที่ผ่านมาพบว่า ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ซึ่งมีสาเหตุมาจากนักเรียนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นส่วนใหญ่ใช้ภาษามลายูท้องถิ่นในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้นักเรียนมีการอ่านหนังสือช้า อ่านข้าม อ่านไม่ออก เขียนไม่ถูกต้อง จำหลักเกณฑ์ต่างๆในการสะกดคำไม่ได้ ส่งผลใหนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ จากผลการสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2554 วิชาภาษาไทย พบว่า ได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 68.30 ซึ่งต่ำกว่าผลการสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2553 ที่ได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ68.47 ปรากฎดังตารางที่ 1

ตารางที่ 1  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3   ปีการศึกษา 2553-2554 โรงเรียนเมืองนราธิวาส

ปีการศึกษา

เป้าหมาย (5%)

ผลที่ได้

ปีการศึกษา 2553

ปีการศึกษา 2554

70

70

68.30

68.47

 

จากข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3   ปีการศึกษา 2553-2554 โรงเรียนเมืองนราธิวาส จึงควรปรับปรุงเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เน้นให้นักเรียนได้ฝึกอ่าน ฝึกเขียน ฝึกวิเคราะห์ สรุปองค์ความรู้ด้วยตนเอง โดยใช้แบบฝึกทักษะและหนังสือส่งเสริมการอ่าน โดยใช้วิธีการพัฒนาการอ่านและการเขียนภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกด โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส

หนังสือส่งเสริมการอ่านนับได้ว่าเป็นสื่อการเรียนการสอนทางเลือกหนึ่งที่ใช้พัฒนาการอ่านเชิงวิเคราะห์ได้เป็นอย่างดี เพราะหนังสือส่งเสริมการอ่านเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการสอนภาษาและเป็นหนังสือที่เหมาะสม ตรงกับความต้องการของเด็ก มีรูปภาพสวยงามที่เร้าความสนใจของนักเรียน (จินตนา ใบกาซูยี, 2537: 27)

ผู้ศึกษาได้ศึกษาค้นคว้าหลักการและเหตุผลดังกล่าวแล้ว มีความสนใจและเกิดแนวคิดที่ใช้พัฒนาการอ่านและการเขียนภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกด โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาส เขต 1 เพื่อให้นักเรียนสามารถอ่านและเขียนคำตามมาตราตัวสะกดได้ดี สามารถแต่งประโยคได้ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาและแก้ปัญหาการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยให้เกิดผลดีและมีประสิทธิภาพต่อไป

 

2. วัตถุประสงค์ของการศึกษา

1. เพื่อพัฒนาการอ่านและการเขียนภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกด โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80

2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยด้านการอ่านและการเขียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส ก่อนและหลังจากการเรียนโดยการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส

3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยหนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส

 

3. วิธีการดำเนินการศึกษา

รายงานผลการพัฒนาการอ่านและการเขียนภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกด โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส ผู้ศึกษาได้ดำเนินการตามลำดับดังนี้

          1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

          2. ระเบียบวิธีศึกษา

          3. เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง

          4. การสร้างและการหาคุณภาพเครื่องมือ

          5. การเก็บรวบรวมเครื่องมือ

          6. การวิเคราะห์ข้อมูล

          7. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

          ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาส เขต 1 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 จำนวน 114 คน

          กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนเมืองนราธิวาส สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาส เขต 1 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 จำนวน 38 คน

3.2 ระเบียบวิธีศึกษา

          การศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาเชิงทดลอง แบบ One Group Pretest Posttest Design (บุญชม          ศรีสะอาด, 2545: 80)

ตารางที่ 2 แบบแผนการทดลองแบบ One Group Pretest Posttest Design

กลุ่มทดลอง

Pretest

Treatment

Posttest

T1

X

T2

 

                    T1       แทน    การทดสอบก่อนการทดลอง

                   X        แทน    การทดลองสอนโดยใช้แผนการเรียนรู้

                   T2       แทน    การทดสอบหลังการทดลอง

3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง

      3.3.1 หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส โดยจำแนกเป็นหน่วยย่อยได้ 9 เล่ม ดังนี้

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 1 มาตราแม่ ก กา เรื่อง บาลาฮาลาป่างามแดนใต้

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 2 มาตราแม่ กง เรื่อง ใต้สุดสยามที่เขื่อนบางลาง

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 3 มาตราแม่ กม เรื่อง ชมผ้าบาติกเมืองนรา

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 4 มาตราแม่ เกย เรื่อง มัสยิดงามสามร้อยปี

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 5 มาตราแม่ เกอว เรื่อง ประเพณีแข่งเรือแสนสนุก

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 6 มาตราแม่ กก เรื่อง เรารักพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 7 มาตราแม่ กด เรื่อง น้ำตกฉัตรวารินคู่ถิ่นใต้

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 8 มาตราแม่ กบ เรื่อง ศูนย์ศิลปาชีพรักรวมใจ

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 9 มาตราแม่ กน เรื่อง เที่ยวป่าพรุพิกุลทอง

                   3.3.2 คู่มือครู (แผนการจัดการเรียนรู้) สำหรับใช้ควบคู่กับหนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส

                   3.3.3 แบบทดสอบก่อนและหลังการทดลอง โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส

 

3.4. การสร้างและการหาคุณภาพเครื่องมือ

                   3.4.1 การพัฒนาการอ่านและการเขียนภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกด โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส

3.4.1.1 ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ และหลักสูตรโรงเรียนเมืองนราธิวาส พุทธศักราช 2555 (ตามลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551) เกี่ยวกับหนังสือส่งเสริมการอ่านเรื่อง มาตราตัวสะกด มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง และศึกษาคู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย การวัดและการประเมินผลอิงมาตรฐานการเรียนรู้ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย หนังสือเรียน แบบฝึกหัดภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ของกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2542

3.4.1.2 ศึกษาหลักจิตวิทยาการเรียนรู้ เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการสร้างหนังสือส่งเสริมการอ่านเพื่อเป็นแนวทางในการสร้างหนังสือส่งเสริมการอ่านที่ดี ให้เหมาะสมกับระดับชั้นเรียน มีความสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ มีลำดับความยากง่ายของเนื้อหากับระดับชั้น และเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการใช้คำตามมิติทางวัฒนธรรมท้องถิ่นโดยเน้นคุณธรรมนำความรู้

3.4.1.3 วิเคราะห์คำพื้นฐาน คำใกล้ตัวที่แสดงมิติทางวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่จำเป็นจะต้องใช้ในชีวิตประจำวันสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 แล้วสร้างหนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส 9 เล่ม ดังนี้

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 1 มาตราแม่ ก กา เรื่อง บาลาฮาลาป่างามแดนใต้

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 2 มาตราแม่ กง เรื่อง ใต้สุดสยามที่เขื่อนบางลาง

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 3 มาตราแม่ กม เรื่อง ชมผ้าบาติกเมืองนรา

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 4 มาตราแม่ เกย เรื่อง มัสยิดงามสามร้อยปี

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 5 มาตราแม่ เกอว เรื่อง ประเพณีแข่งเรือแสนสนุก

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 6 มาตราแม่ กก เรื่อง เรารักพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 7 มาตราแม่ กด เรื่อง น้ำตกฉัตรวารินคู่ถิ่นใต้

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 8 มาตราแม่ กบ เรื่อง ศูนย์ศิลปาชีพรักรวมใจ

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 9 มาตราแม่ กน เรื่อง เที่ยวป่าพรุพิกุลทอง

หนังสือส่งเสริมการอ่าน 9 เล่มนี้ ในแต่ละชุดมีกิจกรรมหลังการอ่าน 5 กิจกรรม รวมกิจกรรมหลังการอ่านทั้งหมด 45 กิจกรรม ซึ่งแต่ละเล่มประกอบไปด้วย

1) อ่านบทร้อยกรอง เรื่อง มาตราตัวสะกด

2) อ่านคำอธิบายศัพท์

3) ร้องเพลงคำมาตราตัวสะกด

4) วาดภาพตามคำที่กำหนด

5) อ่านคำตามมาตราตัวสะกด

6) เขียนคำตามมาตราตัวสะกด

7) แต่งประโยคคำตามมาตราตัวสะกด

8) สำรวจคำตามมาตราตัวสะกดจากสื่อตีพิมพ์ต่างๆแล้ว นำมาแต่งประโยค

                    3.4.2 การจัดทำคู่มือครู (แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง มาตราตัวสะกด)

                    ผู้ศึกษาได้สร้างคู่มือครู (แผนการจัดการเรียนรู้) สำหรับใช้ควบคู่กับหนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส ของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งมีขั้นตอนการสร้างดังนี้

3.4.2.1 ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และหลักสูตรโรงเรียนเมืองนราธิวาส พุทธศักราช 2555 (ตามลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551) คู่มือครู งานวิจัย แบบเรียนและแบบฝึกหัดวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ของกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคู่มือครู (แผนการจัดการเรียนรู้) นวัตกรรมการศึกษา เอกสารการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา หนังสือสำหรับเด็กกับการปฏิรูปการเรียนรู้ (อภิวรรณ วีระสมิทธ์, 2544) สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เล่ม 3 และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับหนังสือส่งเสริมการอ่าน เรื่อง มาตราตัวสะกด

3.4.2.2 นำคำจากหนังสือแบบเรียนภาษาไทย เล่ม 1-2 ของกระทรวงศึกษาธิการ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และคำที่ใช้ในชีวิตประจำวันของนักเรียนซึ่งเป็นคำใกล้ตัวและสิ่งแวดล้อมมาหาคำง่ายและคำยากของคำ

3.4.2.3 นำคำมาเป็นเนื้อหา ในหนังสือส่งเสริมการอ่าน และคู่มือครู (แผนการจัดการเรียนรู้) แล้วเขียนคู่มือครู (แผนการจัดการเรียนรู้) ของกลุ่มทดลอง มีรายละเอียด ดังนี้

1) สาระสำคัญ

2) มาตรฐานการเรียนรู้

3) ตัวชี้วัด

4) จุดประสงค์การเรียนรู้

5) สาระการเรียนรู้แกนกลาง

6) กิจกรรมการเรียนรู้

7) สื่อและแหล่งเรียนรู้

8) การวัดและประเมินผล

9) บันทึกผลหลังสอน

3.4.2.4 นำคู่มือครู (แผนการจัดการเรียนรู้) ไปเสนอผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาไทยจำนวน 3 คน ให้ตรวจสอบ และหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC : Index of Item Object Congruency) ซึ่งให้คะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญตามเกณฑ์ ดังนี้

              คะแนน +1 ถ้าแน่ใจว่าข้อสอบนั้นวัดได้ตรงตามจุดประสงค์

              คะแนน 0 ถ้าไม่แน่ใจว่าข้อสอบนั้นวัดได้ตรงตามจุดประสงค์

              คะแนน -1 ถ้าแน่ใจว่าข้อสอบนั้นวัดได้ไม่ตรงตามจุดประสงค์

                    3.4.3 การสร้างและทดสอบคุณภาพแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง มาตราตัวสะกด

                   แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง มาตราตัวสะกด เป็นแบบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ เวลา 60 นาที ซึ่งผู้ศึกษาได้ดำเนินการสร้างและตรวจคุณภาพ ดังนี้

3.4.3.1 ศึกษาวิธีการสร้างแบบทดสอบจากหนังสือเทคนิคการเขียนข้อสอบของ ชวาล       แพรัตกุล (2545: 1-402)

3.4.3.2 ศึกษาเนื้อหา สาระการเรียนรู้แกนกลางและตัวชี้วัด จากหลักสูตรโรงเรียนเมืองนราธิวาส ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง มาตราตัวสะกด แล้วนำคำซึ่งเป็นคำฃุดเดียวกับที่สร้างหนังสือส่งเสริมการอ่าน มาสร้างแบบทดสอบ เรื่อง มาตราตัวสะกด

3.4.3.3 สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง มาตราตัวสะกด เป็นแบบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ ให้สอดคล้องกับตัวชี้วัด

3.4.3.4 นำแบบทดสอบที่สร้างขึ้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนภาษาไทยตรวจสอบดัชนีความสอดคล้อง (IOC : Index of Item Object Congruency) ซึ่งให้คะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญตามเกณฑ์ ดังนี้

              คะแนน +1 ถ้าแน่ใจว่าข้อสอบนั้นวัดได้ตรงตามจุดประสงค์

              คะแนน 0 ถ้าไม่แน่ใจว่าข้อสอบนั้นวัดได้ตรงตามจุดประสงค์

              คะแนน -1 ถ้าแน่ใจว่าข้อสอบนั้นวัดได้ไม่ตรงตามจุดประสงค์

จากนั้นนำผลการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์หาค่าความเที่ยงตรงด้านเนื้อหา โดยใช้ดัชนีความสอดคล้องระหว่างคำถามกับวัตถุประสงค์ (IOC) และสิ่งที่ควรปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องยิ่งขึ้น ใช้เกณฑ์การพิจารณาเลือกข้อคำถามที่มีค่าดัชนีความสอดคล้องตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป และปรับปรุง ในข้อที่ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

3.4.3.5 นำไปทดสอบกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ซึ่งไม่ใช่ตัวอย่างประชากร จำนวน 30 คน แล้วนำมาหาค่าความยากง่ายของแบบทดสอบเป็นรายข้อ โดยเกณฑ์การแปลค่าดัชนีความยากง่ายดังนี้

              ดัชนีค่าความยากง่าย      มากกว่า 0.8     ความหมาย ง่าย

                                           0.20-0.80      ความหมาย ปานกลาง

                                           น้อยกว่า 0.20   ความหมาย ยาก

และมีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ .20 ขึ้นป ดังแสดงรายละเอียดในภาคผนวก

3.4.3.6 หาค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้สูตร KR-20 (Kuder-Richadson Formulas) จากการคำนวณ ได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบก่อนและหลังเรียนมีค่าเท่ากับ 0.769

                   3.4.4 การหาประสิทธิภาพของหนังสือส่งเสริมการอ่าน ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80

                   เกณฑ์มาตรฐาน 80/80 มีความหมายดังนี้

80 ตัวแรก หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยของผู้เรียนจากการทำแบบฝึกหัดและแบบทดสอบระหว่างเรียน เมื่อคิดเป็นร้อยละแล้ว ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

80 ตัวหลัง หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยของผู้เรียนจากการทำแบบทดสอบหลังเรียน เมื่อคิดเป็นร้อยละแล้ว ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

                   3.4.5 การทดลองใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านและนำมาใช้สอนจริง

                   การทดลองใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านและนำมาใช้สอนจริง โดยทดลองใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส จำนวน 30 คน ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง ตามขั้นตอนดังนี้

ขั้นที่ 1 ทดลองใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน กับนักเรียน 3 คน  (นักเรียนเก่ง นักเรียนปานกลาง และนักเรียนอ่อน) เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขหาข้อบกพร่อง

ขั้นที่ 2 ทดลองใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน กับนักเรียนกลุ่มย่อย 10 คน โดยสุ่มนักเรียนเก่ง จำนวน 3 คน นักเรียนปานกลาง จำนวน 4 คน และนักเรียนอ่อน จำนวน 3 คน เพื่อทดลองหาประสิทธิภาพ

ขั้นที่ 3 นำไปใช้จริงกับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส จำนวน 38 คน

ตารางที่ 3 กระบวนการใช้นวัตกรรม

แผนการเรียนรู้ที่

 

กิจกรรมที่

จำนวนชั่วโมง

ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน

2

1-2

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 1 มาตราแม่ ก กา เรื่อง บาลาฮาลาป่างามแดนใต้

1.1-1.5

2

3-4

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 2 มาตราแม่ กง เรื่อง ใต้สุดสยามที่เขื่อนบางลาง

2.1-2.5

2

5-6

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 3 มาตราแม่ กม เรื่อง ชมผ้าบาติกเมืองนรา

3.1-3.5

2

7-8

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 4 มาตราแม่ เกย เรื่อง มัสยิดงามสามร้อยปี

4.1-4.5

2

9-10

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 5 มาตราแม่ เกอว เรื่อง ประเพณีแข่งเรือแสนสนุก

5.1-5.5

2

11-12

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 6 มาตราแม่ กก เรื่อง เรารักพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์

6.1-6.5

2

13-14

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 7 มาตราแม่ กด เรื่อง น้ำตกฉัตรวารินคู่ถิ่นใต้

7.1-7.5

2

15-16

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 8 มาตราแม่ กบ เรื่อง ศูนย์ศิลปาชีพรักรวมใจ

8.1-8.5

2

17-18

ใบไม้สีทองรักษ์ภาษา เล่ม 9 มาตราแม่ กน เรื่อง เที่ยวป่าพรุพิกุลทอง

9.1-9.5

2

รวม

45

18

 

3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล

          ผู้ศึกษาได้นำเครื่องมือที่สร้างขึ้น ซึ่งได้รับการตรวจสอบคุณภาพแล้วไปดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่าง ในระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2555 – วันที่ 30 ธันวาคม 2555 ขั้นตอนการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลตามลำดับดังนี้

                   3.5.1 การทดสอบก่อนเรียน (Pretest) เพื่อวัดความรู้พื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นและนำกระดาษคำตอบมาตรวจ บันทึกคะแนนเพื่อนำผลไปวิเคราะห์ต่อไป

                   3.5.2 ใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น เรื่อง มาตราตัวสะกด ของชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สอนนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง โดยผู้ศึกษาเป็นผู้สอนด้วยตนเอง ใช้เวลาสอนตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2555 – วันที่ 30 ธันวาคม 2555

                   3.5.3 การทดสอบหลังเรียน (Posttest) ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชุดเดียวกับการทดสอบก่อนเรียน แล้วนำคะแนนที่ได้จากการทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียนมาเปรียบเทียบเพื่อทดสอบสมมติฐาน

                   3.5.4 วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80

                   3.5.5 วัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียน โดยใช้ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส โดยใช้แบบวัดความพึงพอใจ โดยแบบวัดความพึงพอใจของนักเรียน เป็นแบบมาตราประมาณค่า 5 ระดับ (Rating Scale) ตามแบบของ ลิเคิร์ท (Likert) โดยผู้ศึกษาได้กำหนดคะแนนของคำตอบแต่ละข้อดังนี้

                   มากที่สุด          ให้ค่าน้ำหนักคะแนนเท่ากับ        5

                   มาก               ให้ค่าน้ำหนักคะแนนเท่ากับ        4

                   ปานกลาง        ให้ค่าน้ำหนักคะแนนเท่ากับ        3

                   น้อย              ให้ค่าน้ำหนักคะแนนเท่ากับ        2

                   น้อยที่สุด         ให้ค่าน้ำหนักคะแนนเท่ากับ        1

                    ส่วนเกณฑ์การแปลความหมายคะแนน กำหนดไว้ดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด, 2535)

                   4.51-5.00      หมายความว่าอยู่ในระดับ มากที่สุด

                   3.51-4.50      หมายความว่าอยู่ในระดับ มาก

                   2.51-3.50      หมายความว่าอยู่ในระดับ ปานกลาง

                   1.51-2.50      หมายความว่าอยู่ในระดับ น้อย

                    1.00-1.50      หมายความว่าอยู่ในระดับ น้อยที่สุด

3.6 การวิเคราะห์ข้อมูล

          วิเคราะห์ข้อมูลโดยการตรวจสอบให้คะแนน ลงรหัสให้มีความถูกต้องครบถ้วนก่อนนำไปวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางคอมพิวเตอร์ เพื่อทดสอบความแตกต่างทางสถิติ ซึ่งในการศึกษาครั้งนี้ ให้ความเชื่อมั่นในระดับร้อยละ 95 (p-value = 0.05) เป็นเกณฑ์

3.7 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

                   3.7.1 ระดับคะแนนความพึงพอใจ วิเคราะห์ผลโดยใช้ ค่าเฉลี่ย (x) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)   

                   3.7.2 การทดสอบค่าที (Pair t-test) กรณีกลุ่มตัวอย่างทั้งสองไม่อิสระต่อกัน ใช้ทดสอบเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยก่อนการเรียนและภายหลังการเรียนโดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น เรื่อง มาตราตัวสะกด

             

 4. ผลที่ได้รับ

4.1 ผลการพัฒนาการอ่านและการเขียนภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกด โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80

          ผลการพัฒนาการอ่านและการเขียนภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกด โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 พบว่า หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 84.15/84.07 ดังแสดงในภาคผนวกตารางที่ 4 และตารางที่ 5

          4.2 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยด้านการอ่าน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส ก่อนและหลังจากการเรียนโดยการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส

          ผลจากการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยด้านการอ่าน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส ก่อนและหลังจากการเรียนโดยการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส พบว่า คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของนักเรียนโดยการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ดังแสดงในภาคผนวกตารางที่ 6

          4.3 ผลการศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยหนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส

          ผลการศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยหนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส พบว่า ความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยหนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส โดยรวมอยู่ระดับมาก (x=4.24, S.D.=0.430) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อเนื้อหาในหนังสือส่งเสริมการอ่านมีความสำคัญ และน่าสนใจ ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม มากที่สุด อยู่ในระดับ (x=4.29, S.D.=0.459) รองลงมาคือ มีความพึงพอใจต่อลักษณะของหนังสือส่งเสริมการอ่านมีความหลากหลาย ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีการคิดวิเคราะห์ และคิดสังเคราะห์อยู่ในระดับมาก (x=4.26, S.D.=0.446) และน้อยที่สุดคือ นักเรียนคิดว่าควรมีหนังสือส่งเสริมการอ่านในวิชาอื่นๆด้วย อยู่ในระดับมาก (x=3.95, S.D.=0.517) ตามลำดับ ดังแสดงในภาคผนวกตารางที่ 7

 

5. ข้อเสนอแนะ

          5.1 ข้อเสนอแนะสำหรับครูผู้สอนและผู้ที่เกี่ยวข้องทางการศึกษาการศึกษา

5.1.1 จากผลการศึกษาที่พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของนักเรียนโดยการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส สูงกว่าก่อนเรียน ดังนั้นในการสอนวิชาภาษาไทย ครูควรวิเคราะห์หลักสูตรและจัดทำชุดการสอน สื่อการสอนที่หลากหลาย และเร้าใจผู้เรียน ทั้งนี้เพื่อเน้นให้เหมาะสมกับวัย และมิติทางวัฒนธรรมท้องถิ่นของผู้เรียน ที่จะส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น

5.1.2 ควรมีการส่งเสริม สนับสนุน ทุนสำหรับการศึกษา เพื่อให้มีการผลิตนวัตกรรมการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ และเหมาะสมกับผู้เรียนอย่างหลากหลาย เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

          5.2 ข้อเสนอแนะสำหรับการทำวิจัยครั้งต่อไป

5.2.1 ควรมีการศึกษาเกี่ยวกับการสอนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยหรือกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ ในระดับชั้นอื่นๆ ด้วย

5.2.2 ควรมีการศึกษาหรือพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนด้วยสื่อประเภทต่างๆ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่นักเรียนมีผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำด้วย

ภาคผนวก

ตารางที่ 4   การหาประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ในการทดลอง

 

ลำดับที่

เล่ม 1

เล่ม 2

เล่ม 3

เล่ม 4

เล่ม 5

เล่ม 6

เล่ม 7

เล่ม 8

เล่ม 9

รวม

คะแนนเต็ม

50

50

50

50

50

50

50

50

50

450

รวม

1619

1594

1610

1602

1635

1630

1561

1547

1592

14390

ค่าเฉลี่ย

42.60

41.94

42.36

42.15

43.02

42.89

41.07

40.71

41.89

378.68

ร้อยละของ

คะแนนเฉลี่ย

85.21

83.89

84.73

84.31

86.05

85.78

82.15

81.42

83.78

84.15

 

ตารางที่ 5   การหาประสิทธิภาพของกระบวนการ (E2) ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ในการทดลอง

 

 

คะแนนสอบหลังเรียน

ค่าเฉลี่ย

33.63

ร้อยละ

84.07

 

ตารางที่  ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยด้านการอ่าน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส ก่อนและหลังจากการเรียนโดยการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น เรื่อง มาตราตัวสะกด ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

x

S.D.

t

ก่อนเรียน

27.00

3.612

15.957*

หลังเรียน

33.63

3.855

          *p < 0.05

ตารางที่ 7   ความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยหนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด ส่งเสริมคุณธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น เรื่อง มาตราตัวสะกด ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเมืองนราธิวาส

รายการประเมิน

x

S.D.

ระดับ

1. ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ในการเรียนหนังสือส่งเสริมการอ่าน

4.24

0.430

มาก

2. เนื้อหาในหนังสือส่งเสริมการอ่านลำดับจากง่ายไปยาก

4.11

0.311

มาก

3. เนื้อหาในหนังสือส่งเสริมการอ่านมีความสำคัญ และน่าสนใจ ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม

4.29

0.459

มาก

4. เนื้อหาในหนังสือส่งเสริมการอ่านเข้าใจง่าย นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณธรรมที่ดีงาม รักและเห็นคุณค่าอัตลักษณ์ท้องถิ่นของตนเอง

4.11

0.311

มาก

5. ความเหมาะสมของตัวอย่างในหนังสือส่งเสริมการอ่าน

4.24

0.430

มาก

6. ความเหมาะสมของแบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน

4.18

0.392

มาก

7. ลักษณะของหนังสือส่งเสริมการอ่านมีความหลากหลาย ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีการคิดวิเคราะห์ และคิดสังเคราะห์

4.26

0.446

มาก

8. ภาพประกอบที่ใช้ในหนังสือส่งเสริมการอ่าน มีความน่าใจ ช่วยในการส่งเสริมการเรียนรู้

4.13

0.342

มาก

9. หนังสือส่งเสริมการอ่าน เรื่อง ตัวสะกด ช่วยสรุปความรู้ให้แก่นักเรียน

4.05

0.226

มาก

10. ควรมีหนังสือส่งเสริมการอ่านในวิชาอื่นๆด้วย

3.95

0.517

มาก

โดยรวม

4.24

0.430

มาก

 

บรรณานุกรม

กรมวิชาการ. (2544). รายงานวิจัย เรื่อง การศึกษาสภาพการอ่านของนักเรียนและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านในโรงเรียน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

กรมวิชาการ. (2545ก). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544 การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

กรมวิชาการ. (2545ข). เอกสารประกอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544 คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย . กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

กานดา พูนลาภทวี. (2530). สถิติเพื่อการวิจัย. กรุงเทพฯ : ฟิสิกส์เซ็นเตอร์.

จินตนา ใบกาซูยี. (2537). การเขียนสื่อการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.

ฉัตรศิริ ปิยะพิมลสิทธิ์. (2548). การใช้ SPSS เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล. ภาควิชาการประเมินผลและวิจัย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ.

ชวาล แพรัตกุล. (2520). เทคนิคการเขียนข้อสอบ. กรุงเทพฯ : คุรุสภา.

บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวัดผลและประเมินผลการศึกษา. มหาสารคาม : ปรีดาการพิมพ์.

ล้วน  สายยศ และอังคณา  สายยศ. (2536). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ.

อภิวรรณ วีระสมิทธ์. (2544). หนังสือสำหรับเด็กกับการปฏิรูปการเรียนรู้. กรุงเทพฯ : เคล็ดลับ.


Share | บริการนำเนื้อหานี้ไปแปะไว้ที่

เรื่องน่าสนใจจากสมาชิกท่านอื่น
งานวิจัย
[พัชรินทร์ ทองดอนเกรื่อง]
เปิดอ่าน 1232 ครั้งแล้ว
ดอกคาโมมายล์
[สิทธิชัย ศุทธพิสิฐ]
เปิดอ่าน 1325 ครั้งแล้ว
ความสำคัญของการนิเทศ
[ศิริกาญจนา เหมือนชาติ]
เปิดอ่าน 7199 ครั้งแล้ว

 

ไม่มีความเห็น

 
 

เรื่องราวล่าสุด ที่ ..จินตนา พลาศัย.. เป็นคนเขียน
รายงานการจัดทำผลงานที่ประสบผลสำเร็จ



 
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้


จินตนา พลาศัย
เจ้าของบล็อกนี้
 
 

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิก

New Games Here!
เกมส์ปลูกมันเทศnew
เกมส์ปลูกมันเทศ เกมส์นี้เราจะต้องดูแลต้นม้นเทศ โดยการรดน้ำ ให้เจริญเติบโต และ ขุดหัวมันไปปิ้งย่างให้สุก พร้อมแปรรูปไปเป็นผลผลิตต่อไป
เกม Squirrel in basketnew
เกมตะกร้ากระรอกเกมนี้คุณต้องดูตะกร้า 3 ใบ ว่าใบไหนมีกระรอก
เกมส์ลูกตุ้มแดนมังกรnew
เกมส์ลูกตุ้มแดนมังกร มาฝึกสมองและลองคิดดูนะว่า จะตัดลูกตุ้มลูกไหนก่อน เพื่อให้ลูกตุ้มสี ตกเข้าไปในแจกันของสีตัวเอง ลับสมองกันเลย
เกมส์มาริโอเก็บโบนัสnew
เกมส์มาริโอ มาริโอเก็บโบนัส เพื่อนต้องมาช่วยมาริโอเก็บโบนัสแล้วค่ะ ต้องรีบๆ หน่อยนะค่ะ พยายามหาทางออกให้เจอด้วย กด Space Bar เพื่อเริ่มเล่นจ้า
เกมส์จับคู่ผลไม้2new
เกมส์จับคู่ผลไม้ มาช่วยกันจับคู่ผลไม้ โดยให้ดูว่านอกด้านซ้ายกับขวา จะส่งผลไม้อะไรออกมาจ๊ะ
More Games Click!!

 
เว็บไซต์เพื่อคุณครูและนักเรียนไทย