ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานวิชาการ เกมส์ game เกม เกมส์มากมาย รวมเกมส์
ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนาทักษะการอ่านตีความ โดยใช้ชุดการเรียนรู้ทักษะการอ่านตีความ จากสื่อสิ่งพิมพ์ กลุ่มสาระการเรีย

สุดารัตน์ เจนชัย. 2556. การพัฒนาทักษะการอ่านตีความ โดยใช้ชุดการเรียนรู้ทักษะการอ่านตีความ
จากสื่อสิ่งพิมพ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
โรงเรียนสมเด็จพระธีรญาณมุนี อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 31
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. [ 175 หน้า ]

บทคัดย่อ

การสอนภาษาไทยในสาระที่เป็นการอ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ่านตีความนั้น เป็นขั้นตอน
สำคัญที่ทำให้เข้าใจงานเขียนทุกชนิด เพราะเป็นการอ่านละเอียดที่ต้องอาศัยทั้งความรู้ ประสบการณ์ การสังเกต และการวิเคราะห์ของผู้อ่าน ผู้วิจัยจึงมีความสนใจในการสร้างชุดการเรียนรู้ทักษะการอ่านตีความจากสื่อสิ่งพิมพ์ มาเป็นสื่อในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาไทย เพื่อพัฒนาทักษะ
การอ่านตีความ เพื่อช่วยให้ผู้เรียน มีทักษะในการอ่าน ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานของการเรียนรู้วิชาต่าง ๆ ตอบสนองตามแนวทางการจัดการศึกษาที่กำหนด
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลการใช้ชุดการเรียนรู้ทักษะการอ่านตีความจาก
สื่อสิ่งพิมพ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 2) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนโดยใช้ชุดการเรียนรู้ทักษะการอ่านตีความจากสื่อสิ่งพิมพ์ โดยผ่านเกณฑ์เฉลี่ยร้อยละ 75 และจำนวนนักเรียนที่ ผ่านเกณฑ์ดังกล่าวไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และ 3) ศึกษาสภาพของความสามารถของนักเรียนด้านทักษะการอ่านตีความ โดยใช้ชุดการเรียนรู้ทักษะการอ่านตีความจากสื่อสิ่งพิมพ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ตามแนวคิดของ Kermis and
Mc Taggart ตามขั้นตอนการดำเนินการ 4 ขั้นตอน (PAOR) ประกอบด้วย ขั้นวางแผน (Planning) ขั้นปฏิบัติการ (Action) ขั้นสังเกตการณ์ (Observation) และขั้นสะท้อนผลการปฏิบัติ (Reflection) โดยมีสมมติฐานการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้ชุดแบบฝึกทักษะการอ่านตีความจากสื่อสิ่งพิมพ์ ที่ผู้วิจัย สร้างขึ้น มีทักษะการอ่านตีความและสภาพความสามารถของนักเรียนด้านทักษะการอ่านตีความผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้
กลุ่มเป้าหมาย เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 โรงเรียนสมเด็จพระธีรญาณมุนี อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 43 คน เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการวิจัย ได้แก่ ชุดการเรียนรู้ทักษะการอ่านตีความจากสื่อสิ่งพิมพ์ จำนวน 9 ชุด และแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการสอนด้วยชุดการเรียนรู้ทักษะการอ่านตีความจากสื่อสิ่งพิมพ์ จำนวน 9 แผน เวลา 18 คาบ เครื่องมือที่ใช้ในการสะท้อนผลการปฏิบัติ ได้แก่ แบบบันทึกผลหลังสอนและแบบบันทึกผล
การปฏิบัติกิจกรรมการเรียนของนักเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการสะท้อนผลการเรียนรู้ ได้แก่
แบบประเมินผลการเรียนรู้และแบบทดสอบหลังเรียนแต่ละชุด แบบฝึกหัดทักษะการอ่านตีความจากสื่อสิ่งพิมพ์ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินผลทักษะการอ่านตีความ คือ แบบทดสอบทักษะการอ่านตีความ วิเคราะห์ข้อมูลโดย ข้อมูลเชิงคุณภาพนำมาวิเคราะห์เชิงเนื้อหา สรุปผล แล้วนำผลมาปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่เป็นปัญหาและอุปสรรค เพื่อให้ผลการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านตีความอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลเชิงปริมาณ วิเคราะห์โดยใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป
สถิติที่ใช้ได้แก่ การหาค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัย พบว่า
1) การสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้
การดำเนินการวิจัยครั้งนี้ พบว่า การพัฒนาทักษะการอ่านตีความโดยใช้ชุดการเรียนรู้
ทักษะการอ่านตีความจากสื่อสิ่งพิมพ์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสมเด็จพระธีร-ญาณมุนี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 31 ตามขั้นตอนการสอน 5 ขั้นตอน คือ 1) ขั้นเตรียมการอ่าน 2) ขั้นอ่านในใจ 3) ขั้นจับใจความสำคัญ 4) ขั้นฝึกทักษะตีความ และ
5) ขั้นสรุป เป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีลำดับขั้นตอนชัดเจนในแต่ละขั้นตอนมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการอ่านตีความทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้จนบรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้ ของแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ที่กำหนด
2) การสะท้อนผลจากแบบบันทึกผลการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนของนักเรียน
จากผลการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนของนักเรียนในวงจรที่ 3 อยู่ในระดับดี ซึ่งจะเห็น
ได้ว่าแต่ละวงจรปฏิบัติการ การปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียนจะพัฒนาขึ้นตามลำดับ สรุปผลการสังเกตการปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน อยู่ในระดับดี (ร้อยละ 87.12) ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ
ร้อยละ 75
3) การสะท้อนผลจากแบบประเมินผลการเรียนรู้
จากการประเมินผลการจัดการเรียนรู้แต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ทั้ง 3 วงจร จะเห็น
ได้ว่าการจัดการเรียนรู้มีการพัฒนาขึ้นตามลำดับ สรุปผลการประเมินผลการจัดการเรียนรู้การพัฒนาทักษะการอ่านตีความ โดยใช้ชุดการเรียนรู้ทักษะการอ่านตีความจากสื่อสิ่งพิมพ์ อยู่ในระดับดีมาก (ร้อยละ 90.23) ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ร้อยละ 75
4) ผลการทดสอบท้ายบทแต่ละชุดการเรียนรู้ทักษะการอ่านตีความจากสื่อสิ่งพิมพ์
ผลการทดสอบท้ายบทแต่ละชุดการเรียนรู้ทักษะการอ่านตีความจากสื่อสิ่งพิมพ์ นักเรียน
ที่เรียนโดยใช้สื่อสิ่งพิมพ์เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและกระบวนการคิด ตามรูปแบบการจัดกระบวน การเรียนรู้ที่ผู้วิจัยได้สร้างขึ้น ดังนั้นสรุปผลหลังการทดลอง คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 25.52 คิดเป็น
ร้อยละ 83.57 มีนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้คือร้อยละ 75 จำนวน 37 คน คิดเป็นร้อยละ 86.05 สรุปได้ว่า นักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดการเรียนรู้ทักษะการอ่านตีความจากสื่อสิ่งพิมพ์ประกอบ การจัดการเรียนรู้ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสมเด็จพระธีรญาณมุนี สูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ย ร้อยละ 75 และจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80
5) ผลการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทักษะการอ่านตีความ
จากผลการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทักษะการอ่านตีความของนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็น
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 ปีการศึกษา 2555 โรงเรียนสมเด็จพระธีรญาณมุนี จำนวน 43 คน ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้ชุดการเรียนรู้ทักษะการอ่านตีความจากสื่อสิ่งพิมพ์ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือร้อยละ 75 คือ นักเรียนกลุ่มเป้าหมายมีคะแนนเฉลี่ย 33.47 (คะแนนเต็ม 40 คะแนน) คิดเป็นร้อยละ 83.66 นักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้คือร้อยละ 75 จำนวน 39 คน คิดเป็นร้อยละ 90.70 ซึ่งสูงกว่าสมมติฐานที่ตั้งไว้ คือ จำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ดังกล่าวไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
กล่าวโดยสรุปได้ว่า การพัฒนาทักษะการอ่านตีความ โดยใช้ชุดการเรียนรู้ทักษะการอ่านตีความ
จากสื่อสิ่งพิมพ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสมเด็จพระธีรญาณมุนี ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นสามารถทำให้นักเรียนมีพัฒนาการด้านการอ่านตีความเพิ่มขึ้นและ ทำให้ได้นวัตกรรมการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรที่มีประสิทธิภาพ

โพสต์โดย สุดารัตน์ : [16 มิ.ย. 2556 เวลา 15:52 น.]
อ่าน [384] ไอพี : 110.77.245.182
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.

Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าใน

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com
Email2 : kroobannokdotcom@gmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม