ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานวิชาการ เกมส์ game เกม เกมส์มากมาย รวมเกมส์
ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์

บทคัดย่อ

ชื่องานวิจัย : การพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้แบบฝึก
ทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์ ชุด Parts of the Body สำหรับ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ชื่อผู้วิจัย : นางสาวรัชนีภรณ์ ศรีหวัง
ปีที่ทำวิจัย : 2554

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้ แบบฝึกทักษะการอ่าน และการเขียนคำศัพท์ ชุด My Body Parts มาช่วยในการ
จัดกิจกรรมการเรียนการสอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เรื่อง Parts of the Body ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนชุมชนวัดไทรม้า อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี จำนวน 15 คน
ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการจดจำคำศัพท์ เรื่อง Parts of the Body เพราะอ่านไม่ออก และเขียนไม่ได้ โดยให้นักเรียนใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์ ชุด My Body Parts ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนซ่อมเสริมช่วงพักกลางวันทุกวันประมาณ 30 นาที ใช้เวลาในการทดลอง 3 สัปดาห์ หลังจากนั้นให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน วิเคราะห์ความแตกต่างของผลคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน พร้อมทั้งให้นักเรียนทำแบบประเมินความพึงพอใจหลังการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์ ชุด My Body Parts
จากผลการวิเคราะห์ความแตกต่างของคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน วิเคราะห์ด้วยค่า
t – test ปรากฏค่า 68.9 ซึ่งมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.01 จึงอาจกล่าวได้ว่า คะแนนหลังเรียนมีค่าสูงกว่าก่อนเรียน หมายความว่า หลังจากที่ครูดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนซ่อมเสริมตามแผนโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์ ชุด My Body Parts มาช่วยในการพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียน ปรากฏว่า ผลสัมฤทธิ์การเรียนเรื่อง Parts of the Body ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 (จำนวน 15 คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการจดจำคำศัพท์ เรื่อง Parts of the Body เพราะอ่านไม่ออก และเขียนไม่ได้ ) สูงขึ้น
หมายเหตุ....
คำว่า “ มีนัยสำคัญ ” หมายความว่า คะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนมีความแตกต่างกัน ซึ่งความแตกต่างกันนี้มี 2 ระดับ ที่นิยมใช้คือที่ 0.05 และ 0.01
คำว่า “ ไม่มีนัยสำคัญ ” หมายความว่าคะแนนก่อนเรียนหลังเรียนไม่มีความแตกต่างกันบางครั้งอาจพูดได้ว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนมีระดับเท่ากันหรือใกล้เคียงกันจนไม่เกิดความแตกต่างกัน

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาการวิจัย
ในการเรียนภาษาไม่ว่าภาษาใดและระดับชั้นใดก็ตาม นักเรียนจำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับ
ตัวภาษาทั้งในด้านเสียง คำศัพท์และโครงสร้าง ถึงแม้ประเทศไทยจะให้ความสำคัญกับการเรียน
การสอนภาษาอังกฤษมาเป็นระยะเวลาหลายสิบปีก็ตาม แต่การเรียนการสอนก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร สาเหตุมาจากเด็กอ่านคำศัพท์ไม่ออก เขียนคำศัพท์ไม่ถูกต้อง สะกดคำศัพท์ไม่ได้ และเด็กนักเรียนคิดว่าภาษาอังกฤษยากเกินไป จึงไม่ให้ความสนใจเท่าที่ควร ดังนั้นการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษจึงจำเป็นต้องใช้สื่อการสอนเพื่อช่วยสร้างบรรยากาศ ให้มีการกระตุ้นการเรียนรู้ เร้าความสนใจ จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจบทเรียนและจดจำบทเรียนได้ดี และจะส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น สภาพปัญหาในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ พบว่า เรื่อง คำศัพท์ การออกเสียงและโครงสร้างทางภาษา เป็นปัญหาในการพัฒนาความรู้และความเข้าใจในภาษาอังกฤษเป็นอย่างมาก เพราะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาการเรียนภาษาอังกฤษในด้าน ทักษะการฟัง การพูด การอ่านและการเขียนโดยตรง
จากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เรื่อง Parts of the Body ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนชุมชนวัดไทรม้า อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี พบว่ามีนักเรียนจำนวน 15 คน ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการจดจำคำศัพท์ เพราะอ่านไม่ออก และเขียนไม่ได้ ถึงแม้จะมีการท่องคำศัพท์ทุกวัน แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้นักเรียนจดจำคำศัพท์ได้ดี เนื่องจากความจำกัดของเวลา และปริมาณของคำศัพท์ที่มีมากเกินไป ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้คิดหาวิธีการที่จะช่วยให้นักเรียนจดจำคำศัพท์ได้มากขึ้น และนำไปใช้ในการเรียนได้ดียิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1. เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เรื่อง Parts of the Body ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนชุมชนวัดไทรม้า อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี จำนวน 15 คน ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการจดจำคำศัพท์ เพราะอ่านไม่ออก และเขียนไม่ได้ โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์ ชุด My Body Parts
2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การอ่านและการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เรื่อง Parts of the Body ก่อนการใช้แบบฝึกทักษะ และหลังการใช้แบบฝึกทักษะ
วิธีดำเนินการวิจัย
1. กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างเป็นเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนชุมชนวัดไทรม้า อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี จำนวน 15 คน ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการจดจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษเรื่อง Parts of the Body เพราะอ่านไม่ออก และเขียนไม่ได้
2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
2.1 แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์ ชุด My Body Parts
2.2 แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้นและตรวจสอบค่าความยากง่าย ( p ) และอำนาจจำแนก ( r ) ของแบบทดสอบแล้ว
2.3 แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง Parts of the Body สำหรับจัดกิจกรรมสอนซ่อมเสริมให้นักเรียนที่มีปัญหาเรื่องการจดจำคำศัพท์ จำนวน 15 คน
3. การดำเนินการทดลอง
ดำเนินการทดลองโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์ ชุด My Body Parts ช่วยในการสอนซ่อมเสริมช่วงพักกลางวัน วันจันทร์ – วันพฤหัสบดี วันละ 30 นาที ใช้เวลาในการทดลอง 3 สัปดาห์
การวิเคราะห์ข้อมูล
1. วิเคราะห์ค่าความยากง่าย ( p ) และอำนาจจำแนก ( r ) ของแบบทดสอบ
ก่อนเรียน / หลังเรียน
2. เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์การอ่านและการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เรื่อง Parts of the Body ก่อนและหลังการเรียนโดยใช้ แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์ ชุด My Body Parts โดยการทดสอบค่าที ( t - test )

ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
1. ค่าความยากง่าย ( p ) ของแบบทดสอบก่อนเรียน / หลังเรียน จำนวน 20 ข้อ มีค่าอยู่ระหว่าง 37 % - 58 % ซึ่งเมื่อนำไปเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ ค่าความยากง่ายที่ดีควรอยู่ที่ 50 % และค่าความยากง่าย ( p ) ระหว่าง 20 – 80 % ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี จึงกล่าวได้ว่า แบบทดสอบฉบับนี้มีค่าความยากง่าย ( p ) อยู่ในเกณฑ์ที่ดีทุกข้อ
ส่วนค่าอำนาจจำแนก ( r ) ของแบบทดสอบก่อนเรียน / หลังเรียน จำนวน 20 ข้อ มีค่าอยู่ระหว่าง 0.61 – 0.80 ซึ่งเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ ค่าอำนาจจำแนกที่ดีมีค่าอยู่ระหว่าง 0.20 – 1.00 จึงกล่าวได้ว่า แบบทดสอบก่อนเรียน / หลังเรียน ฉบับนี้มีค่าอำนาจจำแนก ( r ) อยู่ในเกณฑ์ดี
2. ผลสัมฤทธิ์การอ่านและการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เรื่อง Parts of the Body ของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์ ชุด My Body Parts สูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 แสดงว่าแบบฝึกทักษะนี้ทำให้นักเรียนมีพัฒนาการด้านการอ่านและการเขียนคำศัพท์ในเนื้อหาที่เรียนเรื่อง Parts of the Body สูงขึ้น
อภิปรายผล
1. การใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์ ชุด My Body Parts นี้ ผู้วิจัยนำหลักจิตวิทยาเข้ามาใช้ ซึ่งได้แก่ การเรียนรู้โดยการให้ผู้เรียนมีกิจกรรมการเรียนรู้ หลาย ๆ กิจกรรม หลาย ๆ แบบ การเสริมแรงเพื่อให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพ การเพิ่มความคงทนถาวร การใช้แรงจูงใจ โดยการใช้รูปภาพและเกมที่น่าสนใจ ใช้กฎการฝึกของธอร์นไดค์ เมื่อมีการฝึกหรือกระทำซ้ำ ๆ อยู่เสมอจะทำให้สิ่งเร้าและการตอบสนองมีความสัมพันธ์กันอย่างมั่นคง ใช้กฎแห่งผลของ ธอร์นไดค์ที่ว่าการกระทำใด ๆ ก็ตามเป็นสิ่งที่ดีพึงพอใจจะทำให้คนทำพฤติกรรมนั้นซ้ำอีก
2. ผลสัมฤทธิ์ผลสัมฤทธิ์การอ่านและการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เรื่อง Parts of the Body ของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์ ชุด My Body Parts สูงกว่าก่อนได้รับการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 เป็นไปตามสมมติฐาน แสดงให้เห็นว่าแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์ ชุด My Body Parts นี้ สามารถช่วยพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เรื่อง Parts of the Body ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 15 คน ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการจดจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ซึ่งผลการวิจัย พบว่า คะแนนทดสอบก่อนเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีค่าเฉลี่ย 6.80 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.14 ส่วนการทดสอบหลังเรียนมีค่าเฉลี่ย 17.53 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.91 ผลรวมของความแตกต่างของคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน มีค่า D = 161 และ D2 = 1,735 เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนการสอบ ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยค่าสถิติ t – test พบค่า t = 59.07 ซึ่งนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จึงกล่าวได้ว่าผลสัมฤทธิ์ก่อนการเรียนและหลังเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่เชื่อมั่นได้ถึง 99 % ซึ่งยอมรับสมมติฐานที่ว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์ ชุด My Body Parts ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนชุมชนวัดไทรม้า อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี จำนวน 15 คน ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการจดจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษเรื่อง Parts of the Body มีความแตกต่างกัน ผลของการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่าการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์ ชุด My Body Parts สามารถช่วยพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และช่วยให้ผลสัมฤทธิ์การอ่านและการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เรื่อง Parts of the Body หลังเรียน สูงขึ้นกว่าก่อนเรียน

ข้อเสนอแนะ
1. ข้อเสนอแนะในการสร้างเครื่องมือ จากการวิจัยครั้งนี้
1.1 ภาพในแบบฝึกทักษะควรชัดเจนสามารถสื่อความหมายให้นักเรียนเข้าใจได้ โดยไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติม
1.2 การเขียนคำอ่านภาษาอังกฤษสำหรับให้นักเรียนได้ฝึกอ่านด้วยตนเอง ต้องระวังให้มากเพราะ การเขียนเทียบเสียงคำอ่านภาษาอังกฤษกับภาษาไทยมักไม่ตรงกัน และบางคำศัพท์ในภาษาอังกฤษก็ไม่สามารถเขียนเทียบเสียงเป็นภาษาไทยได้ ทั้งนี้ผู้เขียนใช้ความเข้าใจและประสบการณ์ที่มีเขียนเทียบเสียงคำศัพท์ขึ้นซึ่งอาจจะไม่ตรงเท่าที่ควร ก็ขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วย
1.3 สื่อการสอนที่เป็นรูปภาพที่ใช้ประกอบกับคำศัพท์ เพื่อบอกความหมายของบัตรคำศัพท์ควรชัดเจน สื่อความหมายได้ถูกต้อง

2. ข้อเสนอแนะในการนำแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์
ชุด My Body Parts ไปใช้
2.1 แบบฝึกทักษะชุดนี้ใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อเป็นตัวช่วยในการพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เรื่อง Parts of the Body ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
2.2 ระยะเวลาในการสอนและให้ทำแบบฝึกหัดแต่ละครั้ง ไม่ควรใช้ระยะเวลาสั้นหรือนานเกินไป เพราะถ้าระยะเวลาสั้นเกินไปนักเรียนไม่เกิดการเรียนรู้ในเรื่องนั้น ๆ และถ้าระยะเวลานานเกินไปจะทำให้นักเรียนเกิดความเบื่อหน่ายได้
2.3 ในการทำกิจกรรมแต่ละครั้ง ครูต้องกำหนดระยะเวลาในการทำแบบฝึกทักษะแต่ละเรื่อง และอาจยืดหยุ่นได้ แล้วแต่ความเหมาะสม และเมื่อนักเรียนทำเสร็จ ครูต้องเฉลยแบบฝึกทักษะทุกครั้งเพื่อให้นักเรียนแก้ไข และจดจำคำศัพท์ที่ถูกต้อง พร้อมทั้งให้นักเรียนนำเสนอผลงานของตนเองเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อน ๆ จะได้พัฒนาความสามารถในการอ่านและการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษของตนเองให้ดียิ่งขึ้น

3. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป
3.1 ควรศึกษาความคงทนในการเรียนรู้คำศัพท์ จากการทำแบบฝึกหัด หรือ แบบฝึกทักษะ ของกรมวิชาการ
3.2 ควรศึกษาการหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้เกณฑ์การหาประสิทธิภาพ 80 / 80 เกี่ยวกับเนื้อหาในบทเรียนให้ถูกต้อง เพื่อนำไปสู่การศึกษาพัฒนาการด้านการอ่านและการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษในเรื่องอื่นๆ และในระดับชั้นอื่น ๆ ต่อไป
3.3 ควรศึกษาการสร้างแบบฝึกหัดการอ่านและการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ในระดับชั้นประถมศึกษาให้เข้าใจถ่องแท้ เพื่อจะได้รวบรวมและจัดทำแบบฝึกหัดในบทเรียนอื่นๆ และระดับชั้นอื่น ๆ เพื่อนำไปเป็นตัวช่วยในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้กับนักเรียนให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


โพสต์โดย รัตน์ : [6 ส.ค. 2556 เวลา 17:00 น.]
อ่าน [667] ไอพี : 27.130.216.40
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ท่องเที่ยวไทย
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าใน

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com
Email2 : kroobannokdotcom@gmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม