ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานวิชาการ เกมส์ game เกม เกมส์มากมาย รวมเกมส์
ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• รายงานการใช้แบบฝึกทักษะการเล่นกีฬาเปตอง สำหรับนักเรียนระดับชั้นป๖

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะการเล่นกีฬาเปตอง สำหรับนักเรียนระดับชั้น
ประถมศึกษาปีที่ ๖โรงเรียนบ้านซับนกแก้ว จังหวัดสระแก้ว เพื่อสร้างเกณฑ์มาตรฐาน ในทักษะการเล่นกีฬาเปตอง โดยใช้แบบฝึกทักษะการเล่นกีฬาเปตองที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ซึ่งประกอบไปด้วย แบบฝึกการอบอุ่นร่างกายก่อนเรียนและหลังการเรียน แบบฝึกทักษะการเล่นเปตอง ๖ ทักษะ คือ ทักษะการโยนลูกเลียด ทักษะการโยนลูกกึ่งดร็อป ทักษะการโยนลูกดร็อป ทักษะการยิงด้วยลูกเรียด ทักษะการยิงแบบสองจังหวะและทักษะการยิงแบบถึงตัว และและกติกาการเล่น
แบบฝึกทักษะการเล่นกีฬาเปตอง เล่มที่ ๑ เรื่องการอบอุ่นร่างกาย ก่อนการเรียนและหลังการเรียน ผลการวิจัยพบว่า การอบอุ่นร่างกายก่อนการเรียน มีค่าเฉลี่ย ( ) ๖.๓๒ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) ๐.๙๑ คิดเป็นร้อยละ ๖๓.๒๓ สำหรับการอบอุ่นร่างกายหลังการเรียน มีค่าเฉลี่ย ( ) ๘.๓๕ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D) ๐.๕๕ คิดเป็นร้อยละ ๘๓.๕๕
แบบฝึกทักษะการเล่นกีฬาเปตองเล่มที่ ๒ และ ๓ ผู้วิจัยหาค่าความเที่ยงตรงของแบบฝึกทักษะการเล่นกีฬาเปตอง โดยใช้การพิจารณาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content validity) จากผู้เชี่ยวชาญ และหาค่าความเชื่อมั่นของแบบฝึกทักษะโดยวิธีของ Rovinelli และ Hambleton ผลการวิจัยพบว่า แบบฝึกทักษะการเล่นกีฬาเปตองที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น สำหรับใช้ทดสอบนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ตามแบบฝึกทักษะการโยนลูกเลียด ทักษะการโยนลูกกึ่งดร็อป ทักษะการโยนลูกดร็อป ทักษะการยิงด้วยลูกเลียด ทักษะการยิงแบบสองจังหวะ และทักษะการยิงแบบถึงตัว มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ ๐.๘๔, ๐.๘๔, ๐.๘๘, ๐.๘๔, ๐.๘๔ และ ๐.๘๖ ตามลำดับ เมื่อหาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบฝึกทักษะการเล่นกีฬาเปตองทั้ง ๖ ทักษะ มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ ๐.๘๖ พบว่าแบบฝึกการเล่นกีฬาเปตอง ทุกทักษะมีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา
แบบฝึกทักษะการเล่นกีฬาเปตอง เล่มที่ ๔ เรื่องกติกาการเล่น ผลการวิจัยพบว่า แบบทดสอบก่อนการเรียนมีค่าเฉลี่ย ( ) ๒๘.๙๖ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) ๓.๙๖ คิดเป็นร้อยละ ๕๙.๖๑ สำหรับแบบ -
ทดสอบหลังการเรียนมีค่าเฉลี่ย ( ) ๓๔.๗๗ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) ๓.๙๔ คิดเป็นร้อยละ ๗๒.๔๕ ในเรื่องของพฤติกรรมนักเรียนในการอบอุ่นร่างกายก่อนการเรียนและหลังการเรียน พบว่า พฤติกรรมนักเรียนก่อนการเรียนมีค่าเฉลี่ย ( ) ๘.๔๕ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) ๐.๕๑ คิดเป็นร้อยละ ๘๔.๕๒

สำหรับพฤติกรรมหลังการเรียนมีค่าเฉลี่ย ( ) ๘.๕๒ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) ๐.๕๑ คิดเป็นร้อยละ ๘๕.๑๖
ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแบบทดสอบการเล่นเปตองก่อนเรียนและหลังเรียนระดับ
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบ้านซับนกแก้ว ซึ่งผลของการทดสอบในแต่ละทักษะมีค่าเฉลี่ยและส่วน - เบี่ยงเบนมาตรฐานของแบบทดสอบการเล่นกีฬาเปตองก่อนเรียน มีค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ในแต่ละทักษะค่อนข้างต่ำ หลังจากนำแบบฝึกทักษะการเล่นกีฬาเปตองมาจัดการเรียนการสอน ผลปรากฏว่ามีค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานดีขึ้น แสดงว่านักเรียนมีการพัฒนาทักษะการเล่นกีฬาเปตองได้ดีขึ้น
ผลการวิจัยพบว่า การทดสอบความแตกต่างของคะแนน แบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน
มีค่าความแตกต่างของคะแนนก่อน และหลังเรียน ที่ระดับนัยสำคัญที่ ๐.๐๕ แสดงว่านักเรียนมีพัฒนา
ทางด้านทักษะการเล่นกีฬาเปตองไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ
ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการประเมินความพึงพอใจ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา
ปีที่ ๖ หลังการใช้ แบบฝึกทักษะการเล่นกีฬาเปตอง ประเด็นที่นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุดได้แก่ ขนาดตัวอักษรมีความชัดเจน อ่านง่าย และแบบฝึกทักษะทำให้นักเรียนเข้าใจในวิธีการบริหารร่างกาย มีค่าเฉลี่ย
( ) ๕.๐๐ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) ๐.๐๐ รองลงมาได้แก่ แบบฝึกทักษะทำให้นักเรียนเข้าใจในกติกาเปตอง มีค่าเฉลี่ย ( ) ๔.๙๗ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D ๐.๑๘) นักเรียนมีความรู้เมื่อได้ปฏิบัติแบบฝึกทักษะ ปฏิบัติแบบฝึกทักษะทำให้นักเรียนเข้าใจวิชาเปตองมากขึ้น ภาษาที่ใช้อ่านแล้วเข้าใจง่าย เมื่อนักเรียนปฏิบัติแบบฝึกทักษะทำให้เกิดความรักภาคภูมิใจ ในตนเอง มีค่าเฉลี่ย ( ) ๔.๙๔ ค่าส่วนเบี่ยงเบน-มาตรฐาน (S.D ๐.๒๕) แบบฝึกทักษะทำให้นักเรียนเข้าใจในวิธีการเล่นกีฬาเปตอง มีค่าเฉลี่ย ( ) ๔.๙๐ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D ๐.๓๐) ประเด็นที่นักเรียนมีความพึงพอใจอันดับสุดท้ายได้แก่ นักเรียนชอบแบบฝึกทักษะ มีค่าเฉลี่ย ( ) ๔.๖๑ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D ๐.๕๖) ในภาพรวมความพึงพอใจทั้ง ๑๐ ข้อ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๙๐ และมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ ๐.๓๗ แสดงว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด
ดังนั้น แบบฝึกทักษะการเล่นกีฬาเปตองที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น มีความเหมาะสมของแบบฝึกที่ดี สามารถนำไปใช้ฝึกทักษะการเล่นกีฬาเปตองกับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาและนักกีฬาได้

โพสต์โดย ไสว สมัยกุล : [19 ส.ค. 2556 เวลา 08:12 น.]
อ่าน [415] ไอพี : 182.52.105.8
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.

Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าใน

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com
Email2 : kroobannokdotcom@gmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม