ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานวิชาการ เกมส์ game เกม เกมส์มากมาย รวมเกมส์
ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนาชุดฝึกทักษะโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึก

วัตถุประสงค์ / เป้าหมายของการดำเนินงาน
1. เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพ ชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอน แบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ รายวิชวัตถุประสงค์ / เป้าหมายของการดำเนินงาน
1. เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพ ชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอน แบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80
2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ก่อนการเรียนและ หลังการเรียน ด้วยชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ และศึกษาผลการทดลองโดย
3. เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิค การสอนแบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

7. กระบวนการพัฒนานวัตกรรม
ชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีขั้นตอนการสร้างและหาคุณภาพ ของเครื่องมือ ดังนี้
7.1 ศึกษาหลักสูตรและเอกสารประกอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551 หลักสูตรสถานศึกษา คู่มือครู หนังสือเรียน
7.2 ศึกษาเอกสาร ตำรา งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับชุดฝึกทักษะ เทคนิคการสอนแบบ KWDLและองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ต้องนำมาใช้ในการสร้างชุดฝึกทักษะเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เรียน
7.3 วิเคราะห์เนื้อหาและคัดเลือกบทเรียนในการสร้างชุดฝึกทักษะ ซึ่งผู้รายงานได้คัดเลือกบทเรียน เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ใช้เวลาในการเรียนการสอน 14 ชั่วโมง (ไม่รวมเวลาการทดสอบก่อนและหลังเรียน 2 ชั่วโมง) โดยยึดโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาของ โรงเรียนศรีบัวบานวิทยาคม ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2553 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
7.4 จัดแบ่งเนื้อหาการสอน รูปแบบการจัดการเรียนการสอนและเวลาที่ใช้ในการสอน เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ จำนวน 5 หน่วยย่อย ซึ่งผู้รายงานได้จัดทำเป็นชุดฝึกทักษะ จำนวน 3 ชุด
7.5 สร้างชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ โดยพิจารณาเนื้อหาของบทเรียน เวลาที่ใช้ ตัวชี้วัด และการจัดกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์
7.6 นำชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL เสนอผู้เชี่ยวชาญผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่าน พิจารณาตรวจสอบคุณภาพหาข้อบกพร่องของชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL ในด้านความเหมาะสมเนื้อหา ภาษาที่ใช้และด้านอื่น ๆ โดยจัดระดับผลการประเมินออกเป็น 5 ระดับ จากการประเมินชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL โดยผู้เชี่ยวชาญสรุปได้ว่า ชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL มีความเหมาะสมในระดับมาก และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากผู้เชี่ยวชาญ คือ ควรเพิ่มกิจกรรมการเรียนรู้ที่แปลกใหม่และมีวิธีการนำเสนอที่หลากหลาย
7.7 ปรับปรุงแก้ไขชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL ตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ แล้วนำชุดฝึกทักษะที่ได้ปรับปรุงแก้ไขแล้ว เสนอผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ อีกครั้ง พร้อมที่จะนำไปทดลองใช้เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพต่อไป
7.8 นำชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL ที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขแล้วเสนอผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอีกครั้ง แล้วนำมาปรับปรุงแก้ไข พร้อมที่จะนำไปทดลองใช้กับนักเรียนกลุ่มเป้าหมายต่อไป

8. ผลการดำเนินการ / ผลสัมฤทธิ์ / ประโยชน์ที่ได้รับ
1. ชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและ ร้อยละ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้รายงานพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ 84.73/81.52 แสดงว่า ชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อกิจกรรมการเรียนด้วย ชุดฝึกทักษะ การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อยู่ในระดับมาก
ประโยชน์ที่ได้รับ
1. ได้ชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและ ร้อยละ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ที่กำหนด
2. นักเรียนที่เรียนด้วยชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น
3. เป็นแนวทางให้ครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ นำไปพัฒนาชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องอื่น ๆ เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

9. บทเรียนที่ได้รับ
1. ชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและ ร้อยละ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้รายงานพัฒนาขึ้น สร้างอย่างมีระบบ คือ มีการศึกษาสาระและมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษา เนื้อหาสาระการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้อัตราส่วนและร้อยละจากคู่มือครู เอกสารตำราต่าง ๆ วิเคราะห์ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังและจุดประสงค์การเรียนรู้ เวลาที่ใช้ในการเรียนการสอนในแต่ละหน่วย มีการพัฒนาชุดการสอน โดยผ่านกระบวนการตรวจสอบกลั่นกรองจากผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์ และทดลองใช้ จนได้ชุดการสอนที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เนื่องมาจากสาเหตุก่อนที่นักเรียนได้ศึกษาเนื้อหา นักเรียนได้ทราบผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ซึ่งระบุไว้ในชุดการเรียนการสอน ได้ทำแบบฝึกหัดระหว่างเรียนด้วยตนเองมีครูผู้สอนคอยดูแลเอาใจใส่ และให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด นักเรียนได้ทราบความก้าวหน้าของตนเองในการเรียนอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดความกระตือรือร้นที่จะเรียน เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน ทั้งในส่วนการเล่นเกม และการเรียนร่วมกับ เพื่อน ๆ นักเรียนได้แสดงความเป็นตัวของตัวเอง มีความพึงพอใจในการเรียน ได้โต้ตอบทั้งกับตนเอง เพื่อน และครู โดยปราศจากความกังวล เมื่อจบบทเรียนแล้วสามารถทบทวนซ้ำบ่อย ๆ ได้อีก
าคณิตศาสตร์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80
2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ก่อนการเรียนและ หลังการเรียน ด้วยชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ และศึกษาผลการทดลองโดย
3. เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิค การสอนแบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

7. กระบวนการพัฒนานวัตกรรม
ชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีขั้นตอนการสร้างและหาคุณภาพ ของเครื่องมือ ดังนี้
7.1 ศึกษาหลักสูตรและเอกสารประกอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551 หลักสูตรสถานศึกษา คู่มือครู หนังสือเรียน
7.2 ศึกษาเอกสาร ตำรา งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับชุดฝึกทักษะ เทคนิคการสอนแบบ KWDLและองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ต้องนำมาใช้ในการสร้างชุดฝึกทักษะเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เรียน
7.3 วิเคราะห์เนื้อหาและคัดเลือกบทเรียนในการสร้างชุดฝึกทักษะ ซึ่งผู้รายงานได้คัดเลือกบทเรียน เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ใช้เวลาในการเรียนการสอน 14 ชั่วโมง (ไม่รวมเวลาการทดสอบก่อนและหลังเรียน 2 ชั่วโมง) โดยยึดโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาของ โรงเรียนศรีบัวบานวิทยาคม ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2553 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
7.4 จัดแบ่งเนื้อหาการสอน รูปแบบการจัดการเรียนการสอนและเวลาที่ใช้ในการสอน เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ จำนวน 5 หน่วยย่อย ซึ่งผู้รายงานได้จัดทำเป็นชุดฝึกทักษะ จำนวน 3 ชุด
7.5 สร้างชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ โดยพิจารณาเนื้อหาของบทเรียน เวลาที่ใช้ ตัวชี้วัด และการจัดกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์
7.6 นำชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL เสนอผู้เชี่ยวชาญผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่าน พิจารณาตรวจสอบคุณภาพหาข้อบกพร่องของชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL ในด้านความเหมาะสมเนื้อหา ภาษาที่ใช้และด้านอื่น ๆ โดยจัดระดับผลการประเมินออกเป็น 5 ระดับ จากการประเมินชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL โดยผู้เชี่ยวชาญสรุปได้ว่า ชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL มีความเหมาะสมในระดับมาก และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากผู้เชี่ยวชาญ คือ ควรเพิ่มกิจกรรมการเรียนรู้ที่แปลกใหม่และมีวิธีการนำเสนอที่หลากหลาย
7.7 ปรับปรุงแก้ไขชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL ตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ แล้วนำชุดฝึกทักษะที่ได้ปรับปรุงแก้ไขแล้ว เสนอผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ อีกครั้ง พร้อมที่จะนำไปทดลองใช้เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพต่อไป
7.8 นำชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL ที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขแล้วเสนอผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอีกครั้ง แล้วนำมาปรับปรุงแก้ไข พร้อมที่จะนำไปทดลองใช้กับนักเรียนกลุ่มเป้าหมายต่อไป

8. ผลการดำเนินการ / ผลสัมฤทธิ์ / ประโยชน์ที่ได้รับ
1. ชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและ ร้อยละ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้รายงานพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ 84.73/81.52 แสดงว่า ชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อกิจกรรมการเรียนด้วย ชุดฝึกทักษะ การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อยู่ในระดับมาก
ประโยชน์ที่ได้รับ
1. ได้ชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและ ร้อยละ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ที่กำหนด
2. นักเรียนที่เรียนด้วยชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น
3. เป็นแนวทางให้ครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ นำไปพัฒนาชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องอื่น ๆ เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

9. บทเรียนที่ได้รับ
1. ชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและ ร้อยละ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้รายงานพัฒนาขึ้น สร้างอย่างมีระบบ คือ มีการศึกษาสาระและมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษา เนื้อหาสาระการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้อัตราส่วนและร้อยละจากคู่มือครู เอกสารตำราต่าง ๆ วิเคราะห์ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังและจุดประสงค์การเรียนรู้ เวลาที่ใช้ในการเรียนการสอนในแต่ละหน่วย มีการพัฒนาชุดการสอน โดยผ่านกระบวนการตรวจสอบกลั่นกรองจากผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์ และทดลองใช้ จนได้ชุดการสอนที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ KWDL เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เนื่องมาจากสาเหตุก่อนที่นักเรียนได้ศึกษาเนื้อหา นักเรียนได้ทราบผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ซึ่งระบุไว้ในชุดการเรียนการสอน ได้ทำแบบฝึกหัดระหว่างเรียนด้วยตนเองมีครูผู้สอนคอยดูแลเอาใจใส่ และให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด นักเรียนได้ทราบความก้าวหน้าของตนเองในการเรียนอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดความกระตือรือร้นที่จะเรียน เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน ทั้งในส่วนการเล่นเกม และการเรียนร่วมกับ เพื่อน ๆ นักเรียนได้แสดงความเป็นตัวของตัวเอง มีความพึงพอใจในการเรียน ได้โต้ตอบทั้งกับตนเอง เพื่อน และครู โดยปราศจากความกังวล เมื่อจบบทเรียนแล้วสามารถทบทวนซ้ำบ่อย ๆ ได้อีก

โพสต์โดย ปาริชาติ ชาชุมวงศ์ : [18 พ.ย. 2556 เวลา 14:16 น.]
อ่าน [332] ไอพี : 202.29.179.176
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.

Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าใน

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com
Email2 : kroobannokdotcom@gmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม