ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานวิชาการ เกมส์ game เกม เกมส์มากมาย รวมเกมส์
ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• บทเรียนสำเร็จรูปเรื่องการสังเคราะห์ด้วยแสง รายวิชาชีววิทยา


บทเรียนสำเร็จรูป
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ รายวิชา ชีววิทยา
บทที่ 12 การสังเคราะห์ด้วยแสง
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5











โดย
นายปานทอง เฉวียงหงส์
ตำแหน่งครู วิทยฐานะชำนาญการ

โรงเรียนหนองผึ้งวิทยาคาร
อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 27




คำนำ

บทเรียนสำเร็จรูปเล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นสื่อประกอบการเรียนการสอนใน รายวิชา ชีววิทยา รหัสวิชา ว 32243 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนหนองผึ้งวิทยาคาร บทที่ 12 การสังเคราะห์ด้วยแสง หน่วยย่อยที่ 1 การค้นคว้าที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง จำนวน 3 ชั่วโมง โดยบทที่ 12 ได้จัดแผนการจัดการเรียนรู้ไว้ 11 แผน ใช้เวลา 18 ชั่วโมง และมีบทเรียนสำเร็จรูปประกอบในแต่ละแผน จำนวน 10 เล่ม ดังนี้
เล่มที่ 1 เรื่อง การค้นคว้าที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง
เล่มที่ 2 เรื่อง โครงสร้างของคลอโรพลาสต์
เล่มที่ 3 เรื่อง สารสีในปฏิกิริยาแสง
เล่มที่ 4 เรื่อง ปฏิกิริยาแสง
เล่มที่ 5 เรื่อง ปฏิกิริยาตรึงคาร์บอนไดออกไซด์
เล่มที่ 6 เรื่อง โฟโตเรสไพเรชัน
เล่มที่ 7 เรื่อง กลไกการเพิ่มความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในพืช C4
เล่มที่ 8 เรื่อง กลไกการเพิ่มความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ของพืช CAM
เล่มที่ 9 เรื่อง ปัจจัยบางประการที่มีผลต่ออัตราการสังเคราะห์ด้วยแสง
เล่มที่10 เรื่อง การปรับตัวของพืชเพื่อรับแสง
ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทเรียนสำเร็จรูปเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา
และสร้างเสริมศักยภาพการเรียนการสอน ให้ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ขอขอบพระคุณผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษาทุกท่าน ที่ให้คำชี้แนะทำให้บทเรียนสำเร็จรูปชุดนี้สำเร็จไปด้วยดี


ปานทอง เฉวียงหงส์








คำชี้แจง

บทเรียนสำเร็จรูปฉบับนี้สร้างขึ้น เพื่อใช้ประกอบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ รายวิชาชีววิทยา เรื่อง การค้นคว้าที่เกี่ยวข้องกับ กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง
โดยนักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเองหรือเรียนเป็นกลุ่ม นักเรียนจะได้รับความรู้อย่างครบถ้วน
ถ้านักเรียนทำตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด
ส่วนประกอบของบทเรียนสำเร็จรูป
1. คำแนะนำการใช้
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
3. แบบทดสอบก่อนเรียน
4. เนื้อหา
5. แบบฝึกหัด
6. แบบทดสอบหลังเรียน

คำแนะนำการใช้
1. บทเรียนสำเร็จรูปนี้แบ่งเนื้อหาเป็นตอนๆ แต่ละตอนเรียกว่า 1 กรอบ
2. อ่านจุดประสงค์การเรียนรู้
3. ทำแบบทดสอบก่อนเรียนลงในกระดาษคำตอบที่ครูแจกให้ทำเสร็จแล้วนำส่งครู
4. ในกรอบหนึ่งๆ จะมีเนื้อหาหรือคำอธิบาย มีคำถามในลักษณะเขียนให้ตอบ
โดยนักเรียนตอบในกระดาษคำตอบที่แนบมาให้ เสร็จแล้วให้นักเรียนตรวจดูคำตอบในกรอบถัดไปซึ่งอยู่หลังกรอบเนื้อหาของกรอบถัดไป
5. นักเรียนต้องคิดให้รอบคอบก่อนตอบคำถาม
6. ถ้านักเรียนตอบถูกให้ให้นักเรียนเปิดไปศึกษาในกรอบต่อไปได้ แต่ถ้าตอบผิด ให้ทบทวนเนื้อหาและหาคำตอบจนตอบถูก
7. เพื่อเป็นการทดสอบความรู้นักเรียนต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองโดยไม่ดูคำตอบก่อน
8. หลังจากนักเรียนศึกษาครบถ้วนทุกกรอบแล้วให้ส่งกระดาษคำตอบจากการทำกิจกรรมและทำแบบทดสอบหลังเรียน
9 . ไม่ขีดเขียนข้อความใดๆ ในเอกสารนี้
10. หากมีปัญหา หรือสงสัยประการใดให้ถามครู หรือผู้ควบคุมชั้นเรียนได้ตลอดเวลา




บทเรียนสำเร็จรูป
เรื่อง การค้นคว้าที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

ผลการเรียนรู้
สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ และสรุปผลการค้นคว้า ของนักวิทยาศาสตร์
ในอดีตจนถึงปัจจุบันเกี่ยวกับกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

จุดประสงค์การเรียนรู้
1.เพื่อให้นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ และสรุปผลการค้นคว้าของนักวิทยาศาสตร์ ในอดีตจนถึงปัจจุบันเกี่ยวกับกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงได้
2.เพื่อให้นักเรียนสามารถอภิปรายและสรุปลำดับขั้นตอนกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงได้
3.เพื่อให้นักเรียนสามารถชื่นชมผลงานของนักวิทยาศาสตร์ ที่ศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงได้
















































รายวิชาชีววิทยา
แบบทดสอบก่อนเรียน ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง การค้นคว้าเกี่ยวกับ
การสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช เวลา 10 นาที

คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว แล้วกากบาท ( X) ลงในกระดาษคำตอบ
1. ในสมัยของ แจน อินเก็น ฮูซ ทราบว่าการสังเคราะห์ด้วยแสงต้องใช้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์แสงสว่างและได้แก๊สออกซิเจนกับสารใด
ก. กลูโคส และโปรตีน
ข. แป้ง และน้ำตาล
ค. สารอินทรีย์
ง. กลูโคส
2. การทดลองของ แวน เฮลมองต์ (Van helmont) โดยการปลูกต้นหลิว และรดน้ำอย่างเดียว เขาสรุปว่าอย่างไร
ก. พืชเจริญเติบโตโดยอาศัยน้ำอย่างเดียว
ข. เจริญเติบโตโดยอาศัยน้ำ และแร่ธาตุในดิน
ค. พืชเจริญเติบโตโดยอาศัยน้ำ แร่ธาตุและอากาศ
ง. พืชเจริญเติบโตได้เอง
3. CO2 + 2H2S CH2O + 2S + H2O ปฏิกิริยาเคมีนี้พบในกระบวนการใดและ ในสิ่งมีชีวิตใด
ก. การสังเคราะห์ด้วยแสงในพืชชั้นต่ำ
ข. การสังเคราะห์ด้วยแสงในแบคทีเรีย
ค. การหายใจโดยไม่ใช้ออกซิเจนในแบคทีเรีย
ง. การหายใจโดยไม่ใช้แก๊สออกซิเจนในพืชชั้นต่ำ
4. ภายในครอบแก้วที่มีต้นไม้และหนู ซึ่งมีแสง อุณหภูมิ อาหารและน้ำ ครบบริบูรณ์
ครอบแก้วนี้ปิดสนิท เมื่อทิ้งไว้ประมาณ 10 วัน พบว่าทั้งต้นไม้และหนูไม่ตาย ผลการทดลอง
สรุปว่าอย่างไร
ก. ทั้งต้นไม้และหนูพึ่งพากัน
ข. หนูได้ออกซิเจนจากต้นไม้
ค. ต้นไม้ใช้ออกซิเจนน้อยจึงไม่แย่งหนู
ง. มีอากาศเพียงพอในครอบแก้วสำหรับ 10 วัน








5. สิ่งที่ไม่มีความสำคัญต่อการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช คือ
ก. CO2
ข. H2O
ค. NADP+
ง. O2
6. สิ่งมีชีวิตที่มีคลอโรฟีลล์และสามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้เรียกว่าอะไร
ก. photosynthetic heterrotroph
ข. chemosynthetic heterrotroph
ค. photosynthetic autotroph
ง. chemosynthetic autotroph
7. ออกซิเจนในน้ำตาลกลูโคสที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสงมาจากโมเลกุลของสารใด
ก. โมเลกุล H2O
ข. โมเลกุลของ CO2
ค. โมเลกุลของคลอโรฟีลล์
ง. โมเลกุล CO2 และ H2O
8. นักวิทยาศาสตร์ที่พบว่าพืชสามารถให้แก๊สออกซิเจนได้ คือ นักวิทยาศาสตร์คนใด
ก. โจเซฟ พริสต์ลีย์
ข. แวน เฮลมองท์
ค. แจน อินเก็น ฮูซ
ง. สตีเฟน เฮล
9. การหายใจของสัตว์เป็นการทำให้อากาศดีเป็นอากาศเสีย และพืชสีเขียวสามารถทำให้อากาศ เสียกลายเป็นอากาศดีได้ ต่อมาทราบว่าอากาศเสียและอากาศดี คือ อะไร
ก. อากาศเสีย คือ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ อากาศดี คือ ออกซิเจน
ข. อากาศเสีย คือ ออกซิเจน อากาศดี คือ คาร์บอนไดออกไซด์
ค. อากาศเสีย คือ คาร์บอนไดออกไซด์ อากาศดี คือ ออกซิเจน
ง. อากาศเสีย คือ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ อากาศดี คือ คาร์บอนไดออกไซด์







10. เพราะเหตุใดจึงตั้งตู้เลี้ยงปลาไว้ริมหน้าต่าง และปลูกสาหร่ายไว้ในตู้เลี้ยงปลา
ก. ทำให้ตู้ปลาสวยเหมือนธรรมชาติ
ข. เมื่อพืชสังเคราะห์ด้วยแสงจะให้ O2 แก่ปลา
ค. ปลาและพืชจะแลกเปลี่ยน O2 และ CO2 ซึ่งกันและกัน
ง. พืชจะใช้ CO2 ที่ปลาหายใจออกมาเพื่อสังเคราะห์ด้วยแสง






















ฌอง แบบติสท์ แวน เฮลมองท์ (Jean Baptiste Van Helmont) ปี พ.ศ.2120 – 2178 (ปี ค.ศ. 1577 - 1644) นักวิทยาศาสตร์ชาวเบลเยียมได้ทดลองเกี่ยวกับการสังเคราะห์ด้วยแสง โดยชั่งดินที่อบให้แห้ง หนัก 200 ปอนด์ และรดด้วยน้ำฝนหรือน้ำกลั่นอย่างเดียวเป็นเวลา 5 ปี ต้นหลิวเจริญเติบโตขึ้นมาก ถอนต้นหลิวแล้วนำไปชั่ง ปรากฏว่าต้นหลิวหนัก 169 ปอนด์ 3 ออนซ์ ดินที่เหลือนำไปอบแห้งและชั่งน้ำหนักดูพบว่าน้ำหนักดินหายไปเพียง 2 ออนซ์เท่านั้น แวน เฮลมองท์ ทำการทดลองดังนี้




รดด้วยน้ำฝนและน้ำกลั่น








รูปที่ 1.1 แผนภาพสรุปการทดลองของ แวน เฮลมองท์
(ที่มา : คู่มือชีววิทยา ม.5 เล่ม 4. 2549 : 144)


แวน เฮลมองท์ ได้ปิดกระถางที่ปลูกต้นหลิว เพื่อป้องกันการสูญหายของดินในกระถางและจากการทดลองพบว่า น้ำหนักของดินลดลงน้อยมาก เขาจึงสรุปว่าน้ำเป็นสาเหตุที่ทำให้พืชเจริญเติบโตเพียงอย่างเดียว โดยเขาลืมไปว่า พืชยังมีสิ่งแวดล้อมอื่นนอกจากดินและน้ำ คือ อากาศ แสง อุณหภูมิ ซึ่งมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชเช่นเดียวกัน การที่เขาใช้น้ำกลั่นหรือน้ำฝนรดต้นหลิวก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าน้ำที่ใช้นั้นไม่มีสารต่าง ๆ เจือปนอยู่ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหนักของดินเปลี่ยนแปลง เนื่องมาจากน้ำที่ใช้รดต้นหลิวมีสารหรือพวกแร่ธาตุปนอยู่ และเป็นการแสดงให้เห็นด้วยว่าน้ำเท่านั้นที่ทำให้พืชเจริญเติบโต



























คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ์

1. เหตุใดจึงต้องปิดฝาถังตลอดเวลาจะเปิดเฉพาะตอนรดน้ำเท่านั้น
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. แวน เฮลมองท์ สรุปว่าน้ำหนักของต้นหลิวที่เพิ่มขึ้นมาจากน้ำเท่านั้น นักเรียนเห็นด้วย กับข้อสรุปนี้หรือไม่ เพราะเหตุใด
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

















คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ์

1. เหตุใดจะต้องปิดฝาถังตลอดเวลาจะเปิดเฉพาะตอนรดน้ำเท่านั้น
ตอบ เพื่อควบคุมปริมาณดินไม่ให้สูญหายไปโดยวิธีอื่น ๆ เช่น ลมพัด สัตว์คุ้ยเขี่ย
เป็นต้น หรือป้องกันให้ปริมาณดินคงที่ โดยไม่ให้ใบไม้หรือสิ่งอื่นใดปะปน
ลงไปในดิน ซึ่งจะทำให้สรุปผลการทดลองได้ถูกต้อง

2. แวน เฮลมองท์ สรุปว่าน้ำหนักของต้นหลิวที่เพิ่มขึ้นมาจากน้ำเท่านั้น นักเรียนเห็นด้วย กับข้อสรุปนี้หรือไม่ เพราะเหตุใด
ตอบ ไม่เห็นด้วย ถึงแม้รดน้ำอยู่ตลอดเวลา แต่อากาศก็น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
เพราะพืชได้รับแก๊สอยู่ตลอดเวลา























โจเซฟ พริสต์ลีย์ (Joseph Priestley) ปี พ.ศ.2276 – 2347 (ปี ค.ศ.1733 - 1804)
นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ได้ทำการทดลองเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าพืชสีเขียวเป็นตัวทำให้เกิดปฏิกิริยาที่กลับกันกับการหายใจของสัตว์และการลุกไหม้ของสารได้ทำการทดลองเป็นขั้นตอนดังนี้

การทดลองที่ 1







รูปที่ 1.2 แสดงการทดลองของโจเซฟ พริสต์ลีย์
(ที่มา : หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐานและเพิ่มเติม ชีววิทยา 4. 2549 : 55)

การทดลองที่ 1 ทำการทดลองดังนี้
1. จุดเทียนไขในครอบแก้ว สักครู่เทียนไขดับ
2. ใส่หนูเข้าไปในครอบแก้วที่เทียนไขดับแล้ว สักครู่หนูก็ตาย
3. จุดเทียนไขใส่ในครอบแก้วที่หนูตาย พบว่าเทียนไขดับทันที


การทดลองที่ 2







รูปที่ 1.3 แสดงการทดลองของโจเซฟ พริสต์ลีย์ เมื่อมีพืชเข้ามาเกี่ยวข้อง
(ที่มา : หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐานและเพิ่มเติม ชีววิทยา 4. 2549 : 55)

การทดลองที่ 2 ทำการทดลองดังนี้
1. ใส่พืชสีเขียวเข้าไปในครอบแก้วที่เคยจุดเทียนไขซึ่งดับแล้วและปล่อยไว้ 10 วัน
พบว่าเมื่อจุดเทียนไขใหม่ เทียนไขจะลุกไหม้อยู่ได้ระยะหนึ่งโดยไม่ดับทันที
2. เอาหนูที่ตายออกจากครอบแก้วแล้วใส่พืชสีเขียวเข้าไปในครอบแก้วปล่อยไว้ 10 วัน
ใส่หนูเข้าไปใหม่พบว่าหนูไม่ตาย
3. แบ่งอากาศจากครอบแก้วที่จุดเทียนไขและปล่อยให้ดับแล้วแบ่งออกเป็น 2 ส่วน
ส่วนที่ 1 ใส่พืชสีเขียวและปล่อยไว้ระยะหนึ่งจุดเทียนไขใส่ใหม่พบว่าเทียนไขไม่ดับ
หรือถ้าใส่หนู หนูก็จะไม่ตาย
ส่วนที่ 2 ปล่อยอากาศไว้ในครอบแก้วเฉย ๆ และปล่อยไว้ระยะหนึ่งเช่นกัน เมื่อจุด
เทียนไข เทียนไขจะดับทันที หรือถ้าใส่หนู หนูจะตาย
จากการทดลองนี้ โจเซฟ พริสต์ลีย์ สรุปว่า
1. การลุกไหม้ของเทียนไขเป็นการทำให้อากาศดี กลายเป็นอากาศเสีย และพืชสีเขียว
สามารถเปลี่ยนอากาศเสียนี้ให้กลับมาเป็นอากาศดีได้
2. การหายใจของสัตว์ (หนู) เป็นการทำให้อากาศดีกลายเป็นอากาศเสีย และพืชสามารถ
เปลี่ยนอากาศเสียให้เป็นอากาศดีได้
พืชสีเขียว
อากาศเสีย อากาศดี













คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ์

1. จากการทดลองนี้ โจเซฟ พริสต์ลีย์ สรุปว่าแก๊สที่ทำให้เทียนไขดับเป็นแก๊สที่ทำให้หนูตายและแก๊สที่ทำให้เทียนไขลุกไหม้เป็นแก๊สที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของหนู นักเรียนเห็นด้วยกับข้อสรุปของ โจเซฟ พริสต์ลีย์ หรือไม่ เพราะเหตุใด
ตอบ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
2. จากการทดลองนี้ โจเซฟ พริสต์ลีย์ น่าจะตั้งสมติฐานว่าอย่างไร ถ้าอากาศที่ทำให้หนูตายและอากาศที่ทำให้เทียนไขดับ เรียกว่าอากาศเสีย
ตอบ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. สมติฐานการทดลองของ โจเซฟ พริสต์ลีย์ น่าจะเป็นอย่างไร
ตอบ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
4. เพราะเหตุใดจึงแบ่งอากาศที่ได้จากเทียนไขลุกไหม้และดับแล้วออกเป็น 2 ส่วนแล้วจึง
จุดเทียนไข
ตอบ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
5. สรุปการทดลองนี้ได้ว่าอย่างไร
ตอบ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...












คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้สมบูรณ์

1. จากการทดลองนี้ โจเซฟ พริสต์ลีย์ สรุปว่าแก๊สที่ทำให้เทียนไขดับเป็นแก๊สทีทำให้หนูตายและ
แก๊สที่ทำให้เทียนไขลุกไหม้เป็นแก๊สที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของหนู นักเรียนเห็นด้วยกับข้อสรุปของ โจเซฟ พริสต์ลีย์ หรือไม่ เพราะเหตุใด
ตอบ เห็นด้วย เพราะหนูตายทันทีเมื่อใส่เข้าไปในครอบแก้วที่เทียนไขดับ แสดงว่า
แก๊สที่ทำให้เทียนไขดับเป็นแก๊สที่ทำให้หนูตาย

2. จากการทดลองนี้ โจเซฟ พริสต์ลีย์ น่าจะตั้งสมมติฐานว่าอย่างไร ถ้าอากาศทำให้หนูตายและอากาศที่ทำให้เทียนไขดับ เรียกว่าอากาศเสีย
ตอบ ถ้าอากาศที่ทำให้หนูตายและอากาศที่ทำให้เทียนไขดับ เรียกว่าอากาศเสีย
ดังนั้น อากาศเสียที่ทำให้หนูตายและเทียนไขดับ น่าจะเป็นแก๊สชนิดเดียวกัน

3. สมมติฐานการทดลองของ โจเซฟ พริสต์ลีย์ น่าจะเป็นอย่างไร
ตอบ พืชที่อยู่ในครอบแก้ว จะให้แก๊สที่ทำให้เทียนไขลุกไหม้ได้

4. เหตุใด โจเซฟ พริสต์ลีย์ จึงแบ่งอากาศที่ได้จากเทียนไขลุกไหม้และดับแล้วออกเป็น 2 ส่วน
แล้วจึงจุดเทียนไข
ตอบ เพื่อควบคุมตัวแปรให้แน่ใจว่าเทียนไขจะลุกไหม้เมื่อมีพืชอยู่ด้วยเท่านั้น ถ้าไม่มีพืช
จะไม่สามารถจุดเทียนไขให้ลุกไหม้ได้

5. สรุปการทดลองที่ 2 ได้ว่าอย่างไร
ตอบ พืชสามารถเปลี่ยนอากาศเสียให้เป็นอากาศดีได้จึงทำให้เทียนไขลุกไหม้









แจน อิน เก็น ฮูซ (Jan Ingen Houze) ปี พ.ศ.2273 – 2342 (ปี ค.ศ.1730 - 1799) ได้ศึกษา ต่อจาก โจเซฟ พริสต์ลีย์ และอีก 7 ปีต่อมา คือ ปี พ.ศ.2322 นายแพทย์ชาวดัทซ์ พบว่าพืชจะสามารถทำให้อากาศเสียกลายเป็นอากาศดีได้ในขณะที่มีแสงสว่างเท่านั้น ดังภาพที่ 1.4







รูปที่ 1.4 แสดงการทดลอง แจน อิน เก็น ฮูซ
(ที่มา : หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐานและเพิ่มเติม ชีววิทยา 4. 2549 : 56)

สรุปการทดลอง

แสง
อากาศเสีย อากาศดี
พืชสีเขียว

พ.ศ. 2325 ฌอง ซีนีบิเยร์ (Jean Senebier) ค้นพบว่า แก๊สที่เกิดจากการลุกไหม้
และแก๊สที่เกิดจากการหายใจของสัตว์คือแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ส่วนแก๊สที่ช่วยในการลุกไหม้และแก๊สที่ช่วยในการหายใจของสัตว์คือแก๊สออกซิเจน



และต่อมาแจน อิน เก็น ฮูซ พบว่า อากาศเสีย คือ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอากาศดี คือ แก๊สออกซิเจน (O2) และเสนอว่า พืชเก็บธาตุคาร์บอน ซึ่งได้มาจากแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ ในรูปของสารอินทรีย์บางชนิด ดังสมการ

แสง
CO2 สารอนินทรีย์ + O2
พืชสีเขียว



































คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ์

1. นักเรียนสรุปการทดลองของ แจน อิน เก็น ฮูซ ได้ว่าอย่างไร
ตอบ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
2. จากข้อเสนอของ แจน อิน เก็น ฮูซ นักเรียนสามารถเขียนแผนภาพของการเปลี่ยนแปลงอากาศเสียให้เป็นอากาศดีได้อย่างไร
ตอบ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
3. คาร์บอนที่อยู่ในรูปของสารอินทรีย์มาจากไหน
ตอบ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...















คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ์

1. นักเรียนสรุปการทดลองของแจน อิน เก็น ฮูซ ได้ว่าอย่างไร
ตอบ การที่พืชจะเปลี่ยนอากาศเสียให้เป็นอากาศดีได้พืชต้องได้รับแสงด้วย

2. จากข้อเสนอของ แจน อิน เก็น ฮูซ นักเรียนสามารถเขียนแผนภาพของการเปลี่ยนแปลงอากาศเสียให้เป็นอากาศดีได้อย่างไร
ตอบ
แสง
แก๊สออกซิเจน
คาร์บอนไดออกไซด์ สารอินทรีย์


3. คาร์บอนที่อยู่ในรูปของสารอินทรีย์มาจากไหน
ตอบ คาร์บอนที่อยู่ในรูปของสารอินทรีย์ได้มาจากแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์




















นิโคลาส ธีโอดอร์ เดอ โซซูร์ (Nicolas Theodore de Saussure) ได้ศึกษา ปี พ.ศ. 2347
(ปี ค.ศ.1804) นักวิทยาศาสตร์ชาวสวิส ได้พิจารณาการค้นพบของ แวน เฮลมองท์ ที่แสดงให้เห็นว่าน้ำหนักของพืชที่เพิ่มขึ้นมากกว่าน้ำหนักของพืชที่ได้รับ เขาสันนิษฐานว่าน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นบางส่วนเป็นน้ำหนักของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ดังสมการ
แสง
CO2 + H2O สารอินทรีย์ + O2
คลอโรฟีลล์

ความรู้ทางเคมีต่อมาทำให้ทราบว่า สารอินทรีย์ที่พืชสร้างคือน้ำตาลกลูโคส (C6H2O6)
ซึ่งเป็นสารคาร์โบไฮเดรต และเรียกกระบวนการสร้างคาร์โบไฮเดรตของพืชที่อาศัยแสงนี้ว่า กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง (photosynthesis) ดังสมการ

แสง
CO2 + H2O (CH2O)n + O2
คลอโรฟีลล์















คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ์

คำถาม ถ้าข้อสันนิษฐานของ นิโคลาส ธีโอดอร์ เดอ โซซูร์ เป็นจริง นักเรียนจะสรุปแผนภาพ
การสร้างอาหารของพืชเมื่อได้รับแสงได้อย่างไร
ตอบ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...


























คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ์

คำถาม ถ้าข้อสันนิษฐานของ นิโคลาส ธีโอดอร์ เดอ โซซูร์ เป็นจริง นักเรียนจะสรุปแผนภาพ
การสร้างอาหารของพืชเมื่อได้รับแสงได้อย่างไร
ตอบ

แสง
น้ำ แก๊สออกซิเจน
คาร์บอนไดออกไซด์ สารอินทรีย์



















เองเกลมัน ( T.W. Engelmann) ปี พ.ศ. 2438 ได้ทำการทดลองโดยใช้ปริซึม เพื่อแยกแสงออกป็นสเปกตรัมให้แก่สาหร่ายสไบโรไจราซึ่งเจริญอยู่ในน้ำที่มีแบคทีเรีย จากการทดลองพบว่าแบคทีเรียที่ต้องการออกซิเจนมารวมกลุ่มกันที่บริเวณสาหร่ายได้รับแสงสีแดงและ สีน้ำเงิน เพราะทั้งสองบริเวณนี้สาหร่ายจะให้แก๊สออกซิเจนมากกว่าในบริเวณอื่น ๆ













ภาพที่ 1.5 แสดงการรวมกลุ่มของแบคทีเรียในภาชนะที่มีสาหร่ายสไปโรไจราเมื่อได้รับแสงสีต่าง ๆ
(ที่มา : หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐานและเพิ่มเติม ชีววิทยา 4. 2549 : 57)














คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ์

คำถาม แสงสีใดที่สาหร่ายสไปโรไจราใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสงมากที่สุด เหตุใดจึงคิดเช่นนั้น
ตอบ......................................................................................................................................
..............................................................................................................................................






























คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ์

คำถาม แสงสีใดที่สาหร่ายสไปโรไจราใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสงมากที่สุด เหตุใดจึงคิดเช่นนั้น
ตอบ แสงสีแดงและแสงสีน้ำเงิน เพราะแบคทีเรียที่ชอบแก๊สออกซิเจนมารวมกลุ่มอยู่มากที่สุด แสดงว่ามีปริมาณแก๊สออกซิเจนเกิดขึ้นจากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงมากที่สุดในบริเวณที่สาหร่ายได้รับแสงสีแดง และแสงสีน้ำเงิน




















แวน นีล (Van neil) ปี พ.ศ.2473 (ปี ค.ศ.1930) นักจุลชีววิทยาชาวสหรัฐอเมริกา แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ทดลองเลี้ยงแบคทีเรียสีม่วง(purple sulfure bacteria) ที่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้โดยไม่ใช้น้ำแต่ใช้ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) แทน พบว่าผลที่ได้จาก การสังเคราะห์ด้วยแสงแทนที่จะเกิดแก๊สออกซิเจนกลับเกิดซัลเฟอร์ ( S ) ขึ้นแทนดังสมการ
แสง
CO2 + 2H2S (CH2O) + 2S + H2O
Bactreiochlorophyll
จากสมการนี้จะเห็นได้ว่า H2S แตกตัวออกเป็น (H) และซัลเฟอร์ (S) โดยที่ไฮโดรเจน ที่ได้ออกมาจะรวมตัวกับออกซิเจนกลายเป็นโมเลกุลของน้ำ ส่วนซัลเฟอร์อยู่ในสภาพอิสระ
แวน นีล เสนอว่าการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชใช้ CO2 และ H2O ถ้าหากปฏิกิริยา เป็นแบบเดียวกับแบคทีเรีย ดังนั้นแก๊สออกซิเจนอิสระที่ปล่อยออกมาจึงต้องมาจากโมเลกุลของน้ำ ไม่ใช่มาจากโมเลกุลของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ แต่แก๊สออกซิเจนที่ปล่อยออกมามีถึง 6 โมเลกุลหรือ 12 อะตอม ดังนั้นโมเลกุลของน้ำจึงต้องเป็น 12 โมเลกุล สมการการสังเคราะห์ด้วยแสง ที่สมบูรณ์ ควรเป็นดังนี้

แสง
6CO2 + 12H2O C6H12O6 + 6H2O + 6O2
คลอโรฟีลล์

โมเลกุลของน้ำที่ใช้ 12H2O และโมเลกุลของน้ำที่เกิดขึ้น 6H2O เป็นน้ำคนละตัวกัน จึงต้องคงอยู่ในสมการทั้งคู่และหักลบกันไม่ได้ (ใช้น้ำ 12 โมเลกุลเกิดขึ้นใหม่ 6 โมเลกุล)
















คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ์

1. ซัลเฟอร์ (S) มาจากการสลายตัวของสารใด
ตอบ......................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
2. จากการทดลองของ แวน นีล เป็นไปได้หรือไม่ที่จะกล่าวว่าแก๊สออกซิเจนที่ได้จาก การสังเคราะห์ด้วยแสงมาจากน้ำ
ตอบ......................................................................................................................................
..............................................................................................................................................


























คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ์

1. ซัลเฟอร์ (S) มาจากการสลายตัวของสารใด
ตอบ ซัลเฟอร์มาจากการสลายตัวของไฮโดรเจนซัลไฟด์

2. จากการทดลองของ แวน นีล เป็นไปได้หรือไม่ที่จะกล่าวว่าแก๊สออกซิเจนที่ได้จาก การสังเคราะห์ด้วยแสงมาจากน้ำ
ตอบ เป็นไปได้ ออกซิเจนน่าจะมาจากน้ำเหมือนกับซัลเฟอร์มาจาก
ไฮโดรเจนซัลไฟด์






















แซม รูเบน (Sam Ruben) และมาร์ติน คาเมน (Mratin Kamen) ปี พ.ศ.2484 (ปี ค.ศ.1941) นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียได้ทดลองโดยใช้เซลล์ของสาหร่าย
คลอเรลลา (chlorella) ซึ่งเป็นสาหร่ายสีเขียวชนิดหนึ่ง เป็นตัวสังเคราะห์ด้วยแสง การทดลองนี้ ใช้ไอโซโทป (isotope) ของออกซิเจน คือ O18 และ O16 ซึ่งเป็นไอโซโทปปกติของออกซิเจน การทดลองนี้แบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ
ชุด ก ใช้น้ำที่มีออกซิเจนเป็น O18 (H2 O18) ใช้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีออกซิเจนเป็น O16 (CO16)
ชุด ข ใช้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีออกซิเจนเป็น O18 (CO18) ใช้น้ำที่มีออกซิเจนเป็น O16 (H2O16)









รูปที่ 1.6 แสดงการทดลองของแซม รูเบน และ มาร์ติน คาเมน
(ที่มา : หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐานและเพิ่มเติม ชีววิทยา 4. 2549 : 58)

เมื่อให้ชุดการทดลองทั้งสองชุดนี้ได้รับแสงและตรวจแก๊สออกซิเจนที่ปล่อยออกมาพบว่า
ชุด ก แก๊สออกซิเจนที่ปล่อยออกมาเป็น O18
ชุด ข แก๊สออกซิเจนที่ปล่อยออกมาเป็น O16





เขาจึงสรุปได้ว่าแก๊สออกซิเจนได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสงเป็นแก๊สออกซิเจนที่มาจากโมเลกุล ของน้ำไม่ได้มาจากโมเลกุลของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จึงเขียนสมการได้ดังนี้

แสง
ชุดที่ 1 CO2 + 12H2O18 C6H12O6 + 6H2O + 6O218
คลอโรฟีลล์
แสง
ชุดที่ 1 CO218 + 12H2O C6H12O6 + 6H2O + 6O2
คลอโรฟีลล์

จากการทดลองของแซม รูเบน และมาร์ติน คาเมน เป็นการสนับสนุน สมมติฐาน
ของ แวน นีล ที่ว่ากระบวนการสร้างคาร์โบไฮเดรตของพืชนั้น น่าจะคล้ายคลึงกับการสร้างคาร์โบไฮเดรตของแบคทีเรียที่สังเคราะห์ด้วยแสงได้คือ การสร้างอาหารของพืชโมเลกุลของน้ำ
จะแยกสลายและให้แก๊สออกซิเจนออกมาเป็นอิสระ
































คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ์

คำถาม การทดลองของ แซม รูเบน และมาร์ติน คาเมน สนับสนุนสมมติฐานของ แวน นีล หรือไม่ อย่างไร
ตอบ......................................................................................................................................
..............................................................................................................................................































คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ์

คำถาม การทดลองของ แซม รูเบน และมาร์ติน คาเมน สนับสนุนสมมติฐานของ แวน นีล
หรือไม่ อย่างไร
ตอบ สนับสนุนสมมติฐานของ แวน นีล เนื่องจากเมื่อให้ออกซิเจนในโมเลกุลน้ำ
เป็นออกซิเจนชนิดใด แก๊สออกซิเจนที่ปล่อยออกมาก็เป็นออกซิเจนชนิดเดียวกัน


























โรบิน ฮิลล์ (Robin Hill) ปี พ.ศ.2475 (ปี ค.ศ. 1932) แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริคจ์ ประเทศอังกฤษได้ทดลองผ่านแสงลงไปในของผสม ทำการทดลองโดยสกัดคลอโรพลาสต์จากผักโขม กับน้ำแล้วแบ่งการทดลองออกเป็น 2 ชุด ชุดหนึ่งเติมเกลือเฟอริก ( Fe3+ ) อีกชุดหนึ่งไม่เติมเกลือเฟอริก และให้แสงทั้งสอง ดังนี้














ภาพที่ 1.7 แสดงการทดลองของ โรบิน ฮิลล์
ก. เติมเกลือเฟอริกและให้แสง
ข. ไม่เติมเกลือเฟอริกแต่ให้แสง
(ที่มา : หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐานและเพิ่มเติม ชีววิทยา 4. 2549 : 59)


จากการทดลองเขียนแผนภาพได้ดังนี้
แสง
1 คลอโรพลาสต์ + น้ำ + เกลือเฟอริก แก๊สออกซิเจน + เกลือเฟอรัส


และถ้าหากไม่มีเกลือเฟอริกอยู่ด้วยจะไม่เกิดแก๊สออกซิเจน

แสง
2 คลอโรพลาสต์ + น้ำ ไม่มีออกซิเจนเกิดขึ้น

ปฏิกิริยาที่ 1 เนื่องจากเกลือเฟอริก ( Fe3+ ) รับไฮโดรเจนจากโมเลกุลของน้ำแล้วเปลี่ยนเป็นเกลือเฟอรัส ( Fe2+ ) ส่วนออกซิเจนที่ได้จากการแตกตัวของน้ำจะถูกปล่อยออกมาเป็นแก๊สออกซิเจนอิสระ แสดงว่ามีการแตกตัวของโมเลกุลน้ำเป็นไฮโดรเจนและออกซิเจน
ปฏิกิริยาที่ 2 การที่ไม่มีเกลือเฟอริก ( Fe3+ ) ซึ่งเป็นตัวรับไฮโดรเจนอยู่ด้วยทำให้
ไม่มีการแตกตัวของโมเลกุลของน้ำ จึงไม่มีแก๊สออกซิเจนเกิดขึ้น ดังนั้นถ้าหากขาดตัวรับออกซิเจนปฏิกิริยานี้จึงเกิดไม่ได้ ตัวรับไฮโดรเจนมีหลายชนิด เช่น เฟอร์ริกไซนาไนด์ (ferric cyanidde) เมทีลีนบลู (methylene blue) ตัวรับไฮโดรเจนในพืช คือสารประกอบซึ่งเปลี่ยนแปลงมาจากวิตามินบีห้า (niacin) คือ นิโคทินาไมด์ อะดีนีน ไดนิวคลีโอไทด์ฟอสเฟต (nicotinamide adenine dinucleotide phosptate) เขียนย่อว่า NADP+ สารตัวนี้มีความสำคัญในการสร้างน้ำตาลกลูโคส ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

























คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ์

1. เกลือเฟอริก (Fe3+) เปลี่ยนไปเป็นเกลือเฟอรัส(Fe2+) ได้ เพราะเหตุใด และเกลือเฟอริก ทำหน้าที่เป็นสารใด
ตอบ......................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
2. ถ้าไม่มีตัวรับอิเล็กตรอน น้ำจะแตกตัวให้แก๊สออกซิเจนหรือไม่
ตอบ......................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
3. ในการแตกตัวของน้ำเพื่อให้ได้แก๊สออกซิเจนจำเป็นต้องมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์มาเกี่ยวข้องหรือไม่ และจำเป็นต้องใช้แสงหรือไม่
ตอบ......................................................................................................................................
..............................................................................................................................................


















คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ์

1. เกลือเฟอริก (Fe3+) เปลี่ยนไปเป็นเกลือเฟอรัส (Fe2+) ได้ เพราะเหตุใด และเกลือเฟอริก
ทำหน้าที่เป็นสารใด
ตอบ เกลือเฟอริก (Fe3+) เปลี่ยนไปเป็นเกลือเฟอรัส (Fe2+) ได้ เพราะได้รับอิเล็กตรอน
มา 1 อิเล็กตรอน และเกลือเฟอริกทำหน้าที่เป็นตัวรับอิเล็กตรอนจากการแตกตัวของ
โมเลกุลของน้ำ

2. ถ้าไม่มีตัวรับอิเล็กตรอน น้ำจะแตกตัวได้แก๊สออกซิเจนหรือไม่
ตอบ ไม่ได้

3. ในการแตกตัวของน้ำเพื่อให้ได้แก๊สออกซิเจนจำเป็นต้องมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์มาเกี่ยวข้องหรือไม่ และจำเป็นต้องใช้แสงหรือไม่
ตอบ ไม่จำเป็นต้องมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ แต่จำเป็นต้องมีแสง

















แดเนียล อาร์นอน (Danial Arnon) และคณะ ปี พ.ศ.2494 (ปี ค.ศ.1951) แห่งมหิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ที่เบิร์กเลย์ ได้ศึกษารายละเอียดของ โรบิน ฮิลล์ โดยที่ อาร์นอน คิดว่า ถ้าให้สารต่าง ๆ เช่น ADP หมู่ฟอสเฟต NADPH + H+ CO2 และแสงแก่สารละลายคลอโรพลาสต์ จะเกิดการสังเคราะห์ด้วยแสง และได้น้ำตาลเกิดขึ้น แต่ถ้าไม่ให้ CO2 พบว่ามีปฏิกิริยาเกิดขึ้นแต่ไม่ได้น้ำตาล ดังนี้
การทดลองที่ 1











ภาพที่ 1.9 แสดงการทดลองของ แดเนียล อาร์นอน เมื่อให้แสงแต่ไม่ให้ คาร์บอนไดออกไซด์
ก. เติม NADP+ และ ADP + Pi
ข. เติมเฉพาะ ADP และ Pi
(ที่มา : หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐานและเพิ่มเติม ชีววิทยา 4. 2549 : 60)


สรุปการทดลองดังแผนภาพ
แสง
คลอโรพลาสต์ + H2O + NADP+ + ADP + Pi NADPH + H+ + ATP + O2

การทดลองที่ 2

แดเนียล อาร์นอนได้ทดลองต่อโดยไม่ให้ NADP+ และ CO2 พบว่า มี ATP เกิดขึ้น
แต่ไม่มีน้ำตาล และ O2 ดังนี้










ภาพที่ 1.10 แสดงการสังเคราะห์น้ำตาลของคลอโรพลาสต์จากผักโขม
เมื่อเติม และ CO2 ATP และ NADPH
(ที่มา : หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐานและเพิ่มเติม ชีววิทยา 4. 2549 : 60)
สรุปการทดลองดังแผนภาพ
แสง
คลอโรพลาสต์ + H2O + ADP + Pi ATP

จากการทดลองที่ (1) และ (2) สรุปได้ว่า เมื่อมีแสงคลอโรพลาสต์สามารถสร้าง ATP
และ NADPH + H+ หรือ ATP อย่างเดียวก็ได้ ซึ่งก็แล้วแต่ปัจจัยที่มีอยู่ในคลอโรพลาสต์



การทดลองที่ 3

ต่อมา แดเนียล อาร์นอน ได้ทดลองต่อโดยให้ CO2 , NADPH + H+ และ ATP โดยไม่ให้แสง พบว่าเกิดน้ำตาลได้ดังนี้

คลอโรพลาสต์ + CO2 + NADPH + H+ + ATP น้ำตาล + ADP + NADP+

จากการทดลอง สรุปได้ว่า ถ้าหากมีสารต่างๆ คือ CO2 , NADPH + H+ , ATP
อย่างเพียงพอ และมีคลอโรพลาสต์อยู่ด้วยสามารถสร้างน้ำตาลได้โดยไม่ต้องใช้แสง ดังนั้น
แสงจึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างสารบางอย่างโดยดูได้จากการทดลองที่ (1) และ (2)
โดยถ้าใส่ NADP+ ADP และ Pi จะได้ NADPH + H+ ATP และ O2 แต่ถ้าใส่เฉพาะ ADP และ Pi จะได้เฉพาะ ATP อย่างเดียว ซึ่งสารเหล่านี้จำเป็นในการสร้างน้ำตาล ดังการทดลอง ที่ (3)


























คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ์

1. พืชจะให้ NADPH และ O2 ถ้ามีสารใด
ตอบ………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………...
2. ขั้นตอนการทดลองนี้ต้องใช้ CO2 หรือไม่
ตอบ………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………...
3. ปัจจัยที่ใช้ในการสังเคราะห์น้ำตาลคืออะไร
ตอบ………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………...
4. ขั้นตอนการสังเคราะห์ด้วยแสงประกอบด้วยขั้นตอนใหญ่ ๆ อะไรบ้าง และแต่ละขั้นตอน
มีความสำคัญอย่างไร สรุปเป็นแผนภาพได้ว่าอย่างไร
ตอบ………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………...













คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ์

1. พืชจะให้ NADPH และ O2ถ้ามีสารใด
ตอบ ถ้ามี NADP+ และ H2O อยู่ด้วย
2. ขั้นตอนการทดลองนี้ต้องใช้ CO2 หรือไม่
ตอบ ไม่ต้องใช้
3. ปัจจัยที่ใช้ในการสังเคราะห์น้ำตาลคืออะไร
ตอบ NADPH ATP และ CO2
4. ขั้นตอนการสังเคราะห์ด้วยแสงประกอบด้วยขั้นตอนใหญ่ ๆ อะไรบ้าง และแต่ละขั้นตอน
มีความสำคัญอย่างไร สรุปเป็นแผนภาพได้ว่าอย่างไร
ตอบ การสังเคราะห์ด้วยแสงประกอบด้วย 2 ขั้นตอนคือ
1. ขั้นตอนใช้แสง จะได้ออกซิเจนและไฮโดรเจนไอออน
2. ขั้นตอนตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นขั้นตอนการสังเคราะห์น้ำตาลโดยใช้ ATP NADPH และคาร์บอนไดออกไซด์

สรุปเป็นแผนภาพได้ดังนี้
แสง
คาร์บอนไดออกไซด์ แก๊สออกซิเจน
น้ำ น้ำตาล

































รายวิชาชีววิทยา แบบทดสอบหลังเรียน ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง การค้นคว้าเกี่ยวกับการ
สังเคราะห์ด้วยแสงของพืช เวลา 10 นาที

คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว แล้วกากบาท ( X) ลงในกระดาษคำตอบ

1. การทดลองของ แวน เฮลมองท์ (Van helmont) โดยการปลูกต้นหลิว และรดน้ำอย่างเดียว เขาสรุปว่าอย่างไร
ก. พืชเจริญเติบโตได้เอง
ข. พืชเจริญเติบโตโดยอาศัยน้ำอย่างเดียว
ค. พืชเจริญเติบโตโดยอาศัยน้ำ และแร่ธาตุในดิน
ง. พืชเจริญเติบโตโดยอาศัยน้ำ แร่ธาตุและอากาศ
2. ในสมัยของ แจน อินเก็น ฮูซ ทราบว่าการสังเคราะห์ด้วยแสงต้องใช้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์แสงสว่างและได้แก๊สออกซิเจนกับสารใด
ก. กลูโคส
ข. สารอินทรีย์
ค. แป้ง และน้ำตาล
ง. กลูโคส และโปรตีน
3. CO2 + 2H2S CH2O + 2S + H2O ปฏิกิริยาเคมีนี้พบในกระบวนการใดและ
สิ่งมีชีวิตใด
ก. การสังเคราะห์ด้วยแสงในแบคทีเรีย
ข. การสังเคราะห์ด้วยแสงในพืชชั้นต่ำ
ค. การหายใจโดยไม่ใช้ออกซิเจนในแบคทีเรีย
ง. การหายใจโดยไม่ใช้แก๊สออกซิเจนในพืชชั้นต่ำ









4. ภายในครอบแก้วที่มีต้นไม้และหนู ซึ่งมีแสง อุณหภูมิ อาหารและน้ำ ครบบริบูรณ์
ครอบแก้วนี้ปิดสนิท เมื่อทิ้งไว้ประมาณ 10 วัน พบว่าทั้งต้นไม้และหนูไม่ตาย ผลการทดลอง
สรุปว่าอย่างไร
ก. หนูได้ออกซิเจนจากต้นไม้
ข. ทั้งต้นไม้และหนูพึ่งพากัน
ค. ต้นไม้ใช้ออกซิเจนน้อยจึงไม่แย่งหนู
ง. มีอากาศเพียงพอในครอบแก้วสำหรับ 10 วัน
5. สิ่งมีชีวิตที่มีคลอโรฟีลล์และสามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้เรียกว่าอะไร
ก. photosynthetic heterotroph
ข. chemosynthetic heterotroph
ค. photosynthetic autotroph
ง. chemosynthetic autotroph
6. นักวิทยาศาสตร์ที่พบว่าพืชสามารถให้แก๊สออกซิเจนได้ คือ นักวิทยาศาสตร์คนใด
ก. สตีเฟน เฮล
ข. แวน เฮลมองท์
ค. แจน อินเก็น ฮูซ
ง. โจเซฟ พริสต์ลีย์
7. สิ่งที่ไม่มีความสำคัญต่อการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช คือ
ก. CO2
ข. H2O
ค. O2
ง. NADP+
8. ออกซิเจนในน้ำตาลกลูโคสที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสงมาจากโมเลกุลของสารใด
ก. โมเลกุล H2O
ข. โมเลกุลของ CO2
ค. โมเลกุลของคลอโรฟีลล์
ง. โมเลกุล CO2 และ H2O







9. เพราะเหตุใดจึงตั้งตู้เลี้ยงปลาไว้ริมหน้าต่าง และปลูกสาหร่ายไว้ในตู้เลี้ยงปลา
ก. ทำให้ตู้ปลาสวยเหมือนธรรมชาติ
ข. เมื่อพืชสังเคราะห์ด้วยแสงจะให้ O2 แก่ปลา
ค. ปลาและพืชจะแลกเปลี่ยน O2 และ CO2 ซึ่งกันและกัน
ง. พืชจะใช้ CO2 ที่ปลาหายใจออกมาเพื่อสังเคราะห์ด้วยแสง
10. การหายใจของสัตว์เป็นการทำให้อากาศดีเป็นอากาศเสีย และพืชสีเขียวสามารถทำให้อากาศ เสียกลายเป็นอากาศดีได้ ต่อมาทราบว่าอากาศเสียและอากาศดี คือ อะไร
ก. อากาศเสีย คือ คาร์บอนไดออกไซด์ อากาศดี คือ ออกซิเจน
ข. อากาศเสีย คือ ออกซิเจน อากาศดี คือ คาร์บอนไดออกไซด์
ค. อากาศเสีย คือ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ อากาศดี คือ ออกซิเจน
ง. อากาศเสีย คือ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ อากาศดี คือ คาร์บอนไดออกไซด์
























เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน/หลังเรียน

ข้อที่ เฉลยก่อนเรียน เฉลยหลังเรียน
1 ค ข
2 ก ข
3 ข ก
4 ก ข
5 ง ค
6 ค ง
7 ข ค
8 ก ข
9 ค ง
10 ง ก











บรรณานุกรม

เชาวน์ ชิโนรักษ์. ชีววิทยาเล่ม 3. กรุงเทพมหานคร : อมรการพิมพ์, 2528.
ประสงค์ หลำสะอาด. ชีววิทยา ม.5 เล่ม 4. กรุงเทพมหานคร : เพิ่มทรัพย์การพิมพ์, 2549.
_______. เฉลยข้อสอบ Entrance 15 พ.ศ. กรุงเทพมหานคร : รุ่งเรืองสาสน์การพิมพิ์, 2546.
ปิยะดา ธีระกุลพิศุทธิ์. ชีววิทยาชองพืช. ขอนแก่น : มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2540.
ปรีชา สุวรรณพินิจ. ชีววิทยา ม.5 เล่ม 3. กรุงเทพมหานคร : ไฮเอ็ดพับลิสชิ่ง จำกัด, ม.ป.ป.
_______. โจทย์ชีววิทยา ม.4-5-6. กรุงเทพมหานคร : เทพเนรมิตรการพิมพ์, 2521.
มูลนิธิ สอวน. โครงการตำราวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : ด่านสุทธาการพิมพ์,
2549.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. คู่มือครูสาระการเรียนรู้พื้นฐานและเพิ่มเติม
ชีววิทยา เล่ม 4. กรุงเทพมหานคร : คุรุสภา ลาดพร้าว, 2547.
_______. คู่มือครูรายวิชาเพิ่มเติม ชีววิทยา เล่ม 3. กรุงเทพมหานคร : สกสค. ลาดพร้าว, 2554.
_______. หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐานและเพิ่มเติม ชีววิทยา เล่ม 4. กรุงเทพมหานคร :
คุรุสภา ลาดพร้าว, 2547.
_______. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ชีววิทยา เล่ม 3. กรุงเทพมหานคร : สกสค. ลาดพร้าว,
2554.
สมาน แก้วไวยุทธ. ชีววิทยา ม.5 เล่ม 4. กรุงเทพมหานคร : อมรการพิมพ์, 2544.

โพสต์โดย ปาน : [28 ม.ค. 2557 เวลา 08:22 น.]
อ่าน [1443] ไอพี : 106.0.192.8
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.

Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าใน

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com
Email2 : kroobannokdotcom@gmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม