ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเร

ความเป็นมา/แนวคิด

กระทรวงศึกษาธิการมีภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพของประชากรซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าในการพัฒนาประเทศ ตระหนักถึงความสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา เพื่อปรับปรุงแก้ไขปัญหา อุปสรรคในการจัดการศึกษาที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ทางการศึกษา พัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่อนาคต ยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษาให้เข้าสู่ระดับสากล การดำเนินการปฏิรูปการศึกษาให้เหมาะสมกับสภาพความเปลี่ยนแปลงและบริบทของสังคมไทย โดยเน้นการปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอนหลักสูตรวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา และระบบบริหารและการจัดการเพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์และความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 และพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มุ่งเน้นการพัฒนาระบบการศึกษาไทยเพื่อการพัฒนาคุณภาพ และยกระดับการศึกษาของไทยให้สูงขึ้น ต้องการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงการศึกษาไทยทั้งในด้านคุณภาพ และประสิทธิภาพให้ทัดเทียมกับนานาอายประเทศซึ่งการปฏิรูปการศึกษานี้เป็นภารกิจที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่ทุกคน ทุกหน่วยงานองค์กรจะต้องร่วมคิด ร่วมทำ และช่วยตัดสินใจ การปฏิรูปการศึกษาเป็นกระบวนการของการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมทั้งในเชิงความคิด ความเชื่อ และการปฏิบัติ ซึ่งต้องอาศัยการมีส่วนร่วม ความร่วมมือใน การดำเนินงานอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งจำเป็นต้องสร้างแนวคิดร่วม สร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจ และเจตคติให้กับบุคลากรทุกระดับที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา การปฏิรูปการศึกษาจึงเป็นไปเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะของผู้เรียนที่ได้มาตรฐานสูงในระดับสากลให้สามารถเผชิญปัญหา การเปลี่ยนแปลง และดำรงตนในสังคมได้อย่างมีความสุขและร่วมรับผิดชอบพัฒนาชุมชนในประเทศชาติและสังคมโลกต่อไป

การวิจัยเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้การปฏิรูปการเรียนรู้ประสบความสำเร็จ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 24(5) ระบุให้ใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ผู้สอนสามารถใช้การวิจัยเพื่อศึกษาค้นคว้าหาคำตอบหรือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น การวิจัยจึงสัมพันธ์กับกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งจะช่วยฝึก กระบวนการคิด วิเคราะห์ หาเหตุผลในการตอบปัญหา และแก้ไขปัญหา มาตรา 30 ระบุให้ครูผู้สอนทำการวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เหมาะสมกับผู้เรียน นอกจากจัดกระบวนการเรียนการสอนแล้ว ยังใช้การวิจัยเพื่อศึกษาปัญหาหรือสิ่งที่ต้องการรู้คำตอบเพื่อพัฒนาควบคู่กันไปอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการกระบวนการจัดการเรียนการสอนและทำการวิจัยให้เป็นกระบวนการเดียวกัน (กระทรวงศึกษาธิการ. 2542: 23)

การเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ในโรงเรียนเป็น การปลูกฝังความมีระเบียบวินัย คุณธรรม ความซื่อสัตย์ ความเป็นมนุษย์ ความกตัญญู รักเกียรติภูมิแห่งตน เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม รู้จักคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นกลุ่ม เคารพสิทธิของผู้อื่น เสียสละ รักประเทศชาติ เห็นคุณค่าการอนุรักษ์และพัฒนาศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ศรัทธาในศาสนาจึงทำให้การพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรมจริยธรรม และเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เป็นไปได้ยาก เพราะขัดกับหลักจิตวิทยาและธรรมชาติการเรียนรู้ ผู้เรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกันในด้านสติปัญญา ความถนัดคุณธรรมจริยธรรม ความสามารถและประสบการณ์ เป็นผลทำให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องที่เรียนแตกต่าง ๆ กัน ถ้าครูสอนเร็วผู้เรียนที่เรียนอ่อนจะตามไม่ทัน ครูสอนซ้ำอธิบายมาก ๆ ผู้เรียนจะเกิดความเบื่อหน่ายและถ้าผู้เรียนเป็นเด็กเล็ก ๆ การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมจึงเป็นไปได้ยาก ครูผู้สอนต้องออกแบบวิธีสอนหลาย ๆ อย่าง สื่อประกอบการเรียนก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญที่ช่วยให้ครูผู้สอน และผู้เรียนได้สามารถค้นหาความรู้ได้ด้วยตนเอง การแก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอน ครูผู้สอนจึงจำเป็นต้องทำการวิจัยและศึกษาค้นคว้าเพื่อคิดและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนที่ตรงบริบทของผู้เรียน สามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยังปลูกฝังระเบียบวินัยคุณธรรมจริยธรรมให้ดีขึ้น มาบูรณาการกับวิธีการสอนของครู เพื่อให้การเรียนการสอนดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ เอกสารประกอบการเรียนถือเป็นสื่อชนิดหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจถึงเนื้อหาที่เรียน ตลอดจนสามารถใช้เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าเพื่อเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง กิดานันท์ มลิทอง (2543 : 112) ได้กล่าวถึงข้อดีที่จะเป็นประโยชน์ของเอกสารประกอบการเรียนไว้ว่า ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามอัตราความสามารถของแต่ละบุคคล เหมาะสำหรับการอ้างอิงหรือทบทวน สะดวกในการแก้ไขและปรับปรุงเนื้อหาใหม่ เหมาะสำหรับการเรียนรู้ที่ดีวิธีหนึ่ง ช่วยลดบทบาทของครูในการสอน มุ่งการสอนโดยยึดนักเรียนเป็นสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งหมายของหลักสูตรในปัจจุบัน ช่วยพัฒนาความคงที่ของเนื้อหา เพื่อเป็นแหล่งความรู้ เป็นเครื่องกำหนดบทบาท เป็นสื่อการเรียนการสอน เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนการสอน เป็นตัวเชื่อมระหว่างครูกับนักเรียนที่จะทำให้ความเข้าใจในเนื้อหาตรงกัน และถ่ายทอดเข้าสู่ตัวนักเรียน

ผู้รายงานซึ่งทำหน้าที่รับผิดชอบการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ได้ตระหนักและให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมและปลูกฝังให้ผู้เรียนได้เข้าใจและสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้อย่างมีความสุขและสร้างคุณประโยชน์ที่ดีงามให้เกิดขึ้นในสังคมได้ แต่สภาพการจัดการเรียนการสอนในปี พุทธศักราช 2558 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม ซึ่งได้รับผลสัมฤทธิ์ระดับ 62.45 ต่ำกว่าเป้าหมายของสถานศึกษา จากการสรุปผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนบ้านตันหยง ปีพุทธศักราช 2558 (โรงเรียนบ้านตันหยง, 2558 : 28)

ด้วยสภาพการจัดการเรียนการสอนดังกล่าว ผู้รายงานสนใจที่จะศึกษาค้นคว้าจากแนวคิดเอกสารทางวิชาการและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จนพบว่าการใช้เอกสารประกอบการเรียนสามารถแก้ปัญหาเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมของนักเรียนได้ ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของ พิมพา พันธุ์ลำยอง (2557 : 86); ดวงพร แซ่แต้ (2556: 69) และ ฐิตานันท์ ทองอุ่น (2555 : บทคัดย่อ) ที่ได้กล่าวในทำนองเดียวกันว่า การใช้เอกสารประกอบการเรียน เพื่อเป็นสื่อประกอบการจัดการเรียนรู้ของครูให้แก่นักเรียนย่อมสามารถสร้างแรงจูงใจ สร้างความสนใจใคร่รู้ และสร้างความอยากเรียนรู้ให้เกิดขึ้น ทั้งยังสอดคล้องกับงานวิจัยของ นายสมศักดิ์ สมตน (2557 : บทคัดย่อ) และ อภิรัฐ แซะอามา (2558 : 73) ที่ต่างศึกษาเกี่ยวกับการใช้เอกสารประกอบการเรียนเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน ผลการศึกษาพอสรุปให้เห็นว่าการใช้เอกสารประกอบการเรียนส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและนักเรียนยังมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด จึงเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าการใช้วิธีการดังกล่าวส่งผลถึงนักเรียนอย่างแท้จริง

ดังนั้นด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว จึงเป็นเหตุให้ผู้รายงานดำเนินการศึกษา เรื่อง การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านตันหยง เพื่อประโยชน์ทางการเรียน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน และยังเป็นแนวทางสำหรับครูผู้สอน สถานศึกษา และหน่วยงานอื่นทางการศึกษาที่มีความสนใจในวิธีการดังกล่าวได้นำไปใช้เพื่อการพัฒนานักเรียนในความรับผิดชอบ ให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นตลอดไป

โพสต์โดย วาริด : [15 ต.ค. 2561 เวลา 18:00 น.]
อ่าน [767] ไอพี : 113.53.212.156
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ