ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนารูปแบบการสอนแบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคการปฏิบัติเครื่องดนตรีประกอบ แบบฝึกทักษะเรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลป

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการสอนแบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคการปฏิบัติเครื่องดนตรีประกอบ

แบบฝึกทักษะเรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ

สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนหนองโกวิชาประสิทธิ์พิทยาคม

ผู้ศึกษา นางปราณี บุญจิ่ม

พุทธศักราช 2563

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีความมุ่งหมาย เพื่อ สร้าง หาประสิทธิภาพ ทดลองใช้และประเมินผล

การพัฒนารูปแบบการสอนแบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคการปฏิบัติเครื่องดนตรีประกอบแบบฝึกทักษะ เรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 สร้างรูปแบบการสอนแบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคการปฏิบัติเครื่องดนตรีประกอบแบบฝึกทักษะ เรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มผู้ให้ข้อมูลคือ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ แบบบันทึกการศึกษา ขั้นตอนที่ 2 หาประสิทธิภาพของรูปแบบการสอนแบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคการปฏิบัติเครื่องดนตรีประกอบแบบฝึกทักษะ เรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มผู้ให้ข้อมูลคือ 1)ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน ชุดเดิม2) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนหนองโกวิชาประสิทธิ์พิทยาคม ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 33 คน เครื่องมือที่ใช้ 1)แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.60 – 1.00 2) แบบประเมินแบบฝึกทักษะ เรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์ ซึ่งมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.80 – 1.00 ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคการปฏิบัติเครื่องดนตรีประกอบแบบฝึกทักษะ เรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 นักเรียนกลุ่มตัวอย่าง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนหนองโกวิชาประสิทธิ์พิทยาคม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 จำนวน 18 คน เครื่องมือที่ใช้ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 10 แผน 12 ชั่วโมง ซึ่งมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.60 – 1.00 2) แบบฝึกทักษะ เรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์ จำนวน 10 ชุด ซึ่งมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.80 – 1.00 3) แบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนเรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์ เป็นข้อสอบแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบแบบ 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ ซึ่งมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.80 – 1.00 4) แบบประเมินพฤติกรรมการฝึกปฏิบัติหลังเรียน ขั้นตอนที่ 4 ประเมินผลของรูปแบบการสอนแบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิคการปฏิบัติเครื่องดนตรีประกอบแบบฝึกทักษะ เรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้เชี่ยวชาญ (ชุดเดิม) เครื่องมือที่ใช้ 1) แบบสัมภาษณ์ 2) แบบประเมินความคิดเห็นด้านความเหมาะสม ด้านความเป็นไปได้ ด้านความถูกต้อง และด้านการนำไปใช้ ซึ่งมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.80 – 1.00

ผลการศึกษาพบว่า

1. รูปแบบการสอนแบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคการปฏิบัติเครื่องดนตรีประกอบแบบฝึก

ทักษะเรื่องการบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีความเหมาะสม ประกอบด้วย

1.1 แผนการจัดการเรียนรู้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคการปฏิบัติเครื่องดนตรีประกอบแบบฝึกทักษะเรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 10 แผน ดังนี้ 1) เรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์(ทฤษฎีโน้ตดนตรีไทยเบื้องต้น) 2) เรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์(ทฤษฎีโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้น)3) เรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์(การบรรเลงซอด้วง) 4) เรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์(การบรรเลงซออู้) 5) เรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์(การบรรเลงระนาดเอก) 6) เรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์(การเป่าขลุ่ย) 7) เรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์ (การบรรเลงกีตาร์) 8) เรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์(การบรรเลงกีต้าร์เบส) 9) เรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์(การบรรเลงคีย์บอร์ด) 10) เรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์(การปฏิบัติเครื่องกำกับจังหวะ)แต่ละแผนมีองค์ประกอบดังนี้คือ 1) สาระสำคัญ 2) มาตรฐานการเรียนรู้

ช่วงชั้น 3) จุดประสงค์การเรียนรู้ 4) สาระการเรียนรู้ 5) บูรณาการกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง 6) กระบวนการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน (เตรียมการ) ขั้นตอนที่ 2 ขั้นสอน (เสนอบทเรียน,ศึกษากลุ่มย่อย,พัฒนาทักษะ) ขั้นตอนที่ 3 ขั้นสรุปบทเรียนและตัดสินผลงานกลุ่ม 7) สื่อและแหล่งเรียนรู้ และ8) การวัดผลประเมินผล

1.2 แบบฝึกทักษะเรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

เลือกเนื้อหาที่จะนำมาสอนในครั้งนี้ คือ เรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์ โดยแบ่งเนื้อหาที่ จะสอนออกเป็นตอนย่อย ๆ โดยกำหนดสาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างแบบฝึกทักษะ 10 ชุด ซึ่งแต่ละชุดประกอบด้วย ดังนี้ 1)คำแนะนำในการใช้แบบฝึก 2) คำชี้แจงสำหรับนักเรียน 3) จุดประสงค์การเรียนรู้ 4) กรอบการเรียนรู้แบบฝึกทักษะ(เนื้อหาสาระ) 5) แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน/แบบทดสอบหลังเรียน/ทดสอบปฏิบัติ 6) เฉลยแบบทดสอบ และ7) บรรณานุกรม

2. ประสิทธิภาพของรูปแบบการสอนแบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคการปฏิบัติเครื่องดนตรีประกอบแบบฝึกทักษะเรื่องการบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะสำหรับ นัก เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง 3 : 9 : 21 ได้ประสิทธิภาพ 84.17/83.33 , 83.06/82.22, 83.75/83.10 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด คือ 80/80

3. การทดลองใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคการปฏิบัติเครื่องดนตรีประกอบแบบฝึกทักษะเรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะสำหรับนัก เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กับกลุ่มตัวอย่าง พบว่า มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด ค่าดัชนีประสิทธิผลมีค่าเท่ากับ 0.6934 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4. การประเมินผลของรูปแบบการสอนโดยใช้เทคนิคการปฏิบัติเครื่องดนตรีประกอบแบบฝึกทักษะ เรื่อง การบรรเลงเครื่องดนตรีไทยประยุกต์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ด้านความเหมาะสม ด้านการนำไปใช้ ด้านความถูกต้องและด้านประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน ( x̄ = 4.60, S.D.= 0.65, (x̄ = 4.57, S.D. = 0.54), (x̄ = 4.90, S.D.= 0.67),( x̄ = 4.90, S.D. = 0.62) รวมทั้ง 4 ด้านอยู่ในระดับมากที่สุด ( x̄ = 4.72, S.D.= 0.78) เช่นเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่าการสอนในรูปแบบดังกล่าวมีความถูกต้อง เหมาะสม เป็นประโยชน์สามารถนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้เป็นอย่างดียิ่ง

Title: The Development of a Collaborative Learning Method by Using the

Techniques of Playing Musical Instruments with the Skill Exercises

about Performing the Thai Contemporary Musical Instruments; Learning

Area of Art for the Grade 11 Students of Nonggowichaprasitpitayakom

School

Researcher: Mrs. Pranee Boonyim

Year: 2020

Abstract:

The research aimed to create, to find the efficiency of, to trial and to evaluate the development of a collaborative learning method by using the techniques of playing musical instruments with the skill exercises about performing the Thai contemporary musical instruments; learning area of art for the grade 11 students. The study consisted of 4 steps as follows. Step 1; To create a collaborative learning method by using the techniques of playing musical instruments with the skill exercises about performing the Thai contemporary musical instruments; learning area of art for the grade 11 students. The sample group was made up of 5 experts. The tools used for the research were the learning record forms. Step 2; To find the efficiency of the collaborative learning method by using the techniques of playing musical instruments with the skill exercises about performing the Thai contemporary musical instruments; learning area of art for the grade 11 students; learning area of art for the grade 11 students. The sample group consisted of 1) the same 5 experts and 2) the 33 grade 11 students in the first semester in the academic year 2018 of Nonggowichaprasitpitayakom School whom were not in the sample group. The tool used for the research were 1) the evaluation form of the lesson plans which its IOC valve was 0.60 – 1.00 and 2)the evaluation form of the skill exercises about performing the Thai contemporary musical instrument which its IOC value was 0.80 – 1.00. Step 3; To test the collaborative learning method by using the techniques of playing musical instruments with the skill exercises about performing the Thai contemporary musical instruments; learning area of art for the grade 11 students; learning area of art for the grade 11 students. The sample group of students contained the 18 grade 11 students of Nonggowichaprasitpitayakom School in the first semester in the academic year 2019. The tools used for the research were 1)the ten lesson plans for 12 hours with the IOC value about 0.60 – 1.00, 2) the 10 sets of skill exercises about performing the Thai contemporary musical instruments with IOC value about 0.80 – 1.00 and 3)the pre and the post learning achievement test forms about performing the Thai contemporary musical instruments which each form consisted of 20 questions and each question contained 4 answer choices with IOC about 0.80 – 1.00. Step 4; to evaluate the collaborative learning method by using the the techniques of playing musical instruments with the skill exercises about performing the Thai contemporary musical instruments; learning area of art for the grade 11 students; learning area of art for the grade 11 students. The sample group consisted of the same 5 experts.The tools used for the study were 1)the questionnaires and 2)the estimate form of comments about suitability, probability, correctness and application with the IOC value of 0.80 – 1.00.

The results of the research showed as follows.

1. The collaborative learning method by using the the techniques of playing musical instruments with the skill exercises about performing the Thai contemporary musical instruments; learning area of art for the grade 11 students; learning area of art for the grade 11 students was of suitability and it consisted of the following items.

1.1 The 10 lesson plans for the collaborative learning method by using the techniques

of playing musical instruments practical techniques with the skill exercises about performing the Thai contemporary musical instruments; learning area of art for the grade 11 students; learning area of art for the grade 11 students include the topics as follows. 1) Performing the Thai contemporary musical instruments (The basic theory of Thai music notations)2)Performing the Thai contemporary musical instruments (The basic theory of Western music notations) 3)Performing the Thai contemporary musical instruments (How to play a Sor-Duang or a high-pitch Thai fiddle) 4) Performing the Thai contemporary musical instruments (How to play a Sor-Au or a low-pitch Thai fiddle) 5)Performing the Thai contemporary musical instruments (How to play a Ranad - Ake or a high-pitch Thai xylophone) 6)Performing the Thai contemporary musical instruments (How to play a Klui or a Thai flute) 7)Performing the Thai contemporary musical instruments (How to play a guitar) 8)Performing the Thai contemporary musical instruments (How to play a bass guitar) 9)Performing the Thai contemporary musical instruments (How to play an electric keyboard) 10)Performing the Thai contemporary musical instruments (How to play rhythm instruments). Each lesson plan comprised the topics as follows.1) A main concept, 2)Learning criteria of the learning area, 3)Learning objectives, 4)A learning concept, 5)An adoption of the concept of sufficiency economy and 6)Learning processes which consisted of 3 steps as follows. Step1; A lesson approach (A preparation) Step2; Teaching (A lesson introduction, Subgroup studying, Skill improvement) Step3;A Lesson conclusion and making a decision about the work of the subgroup 7)Learning media and sources and 8)Evaluation

1.2 The selected contents of the skill exercises about performing the Thai contemporary musical instruments; learning area of art for the grade 11 students were about performing the Thai contemporary musical instruments and the contents were divided into parts by specifying main concepts, learning criteria and expected learning results so that the parts would be guidelines for creating 10 skill exercises. Each exercise included 1)a suggestion about how to use the exercises, 2)information for the students, 3)learning objectives, 4)learning limitation of the skill exercises (contents), 5)pre and post tests/posts tests/performing tests, 6)the test answers and 7)bibliography.

2. The efficiency values of the collaborative learning method by using the the techniques

of playing musical instruments with the skill exercises about performing the Thai contemporary musical instruments; learning area of art for the grade 11 students who were not in the sample groups of 3,9,21 students were 84.17/83.33, 83.06/82.22 and 83.75/83.10 which met the criteria of 80/80.

3. The trial of the collaborative learning method by using the the techniques of playing

musical instruments with the skill exercises about performing the Thai contemporary musical instruments; learning area of art for the grade 11 students with the sample groups showed that the method met the criteria. The effectiveness index value was 0.6934. The post-learning achievement was higher than pre-learning achievement with statistical significance at the .05 level.

4. Each of the suitability, application, correction and usefulness evaluations of the

collaborative learning method by using the techniques of playing musical instruments with the skill exercises about performing the Thai contemporary musical instruments; learning area of art for the grade 11 students was at the highest level. ( = 4.60, S.D.= 0.65, ( x̄ = 4.57, S.D. = 0.54), (x̄ = 4.90, S.D.= 0.67),(x̄ = 4.90, S.D. = 0.62)The total of all evaluations was also at the highest level( x̄ = 4.72, S.D.= 0.78) The experts suggested that the teaching method was of accuracy, suitability and usefulness and it can be used as a learning activity properly.

โพสต์โดย คีตามณี : [31 มี.ค. 2563 เวลา 02:35 น.]
อ่าน [369] ไอพี : 223.206.250.140
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ