ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การเปลี่ยนแปลงมโนมติทางวิทยาศาสตร์เรื่องสารรอบตัวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้วิธีการสอนแบบทำนาย-สังเกต-อธิบายร่วมกับวิจัยในชั้นเรียน

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถประสงค์ 1.เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงมโนมติทางวิทยาศาสตร์ (science concept) เรื่อง สารรอบตัว ก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้วิธีสอนแบบ Predict-Observe-Explain (POE) 2. ศึกษาพัฒนาการกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Predict-Observe-Explain (POE) เรื่องสารรอบตัว มัธยมศึกษาปีที่ 1 2) to develop activity กลุ่มเป้าหมายในการทำการวิจัยครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียนช้างบุญวิทยา อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 33 ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวนนักเรียนทั้งหมด 22 คน โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากห้องเรียนที่ผู้วิจัยทำการสอนจำนวนทั้งหมด 3 ห้องเรียน ทำการจับสลากแบบสุ่มเลือกห้องเรียนมา 1 ห้องจากห้องเรียนที่ทำการสอน รูปแบบวิจัย เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการวิจัยดังนี้ คือ 1.ขั้นวางแผน เป็นขั้นที่ผู้วิจัยและผู้ร่วมวิจัยศึกษาสภาพปัญหา ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง และสร้างแผนการจัดการเรียนรู้แบบ Predict-Observe-Explain (POE) 2. ขั้นปฏิบัติการ ทำการทดสอบก่อนเรียนด้วบแบบวัดมโนมติที่คลาดเคลื่อน และผู้วิจัยดำเนินการสอนตามแผนที่การสอนที่วางไว้ 3. ขั้นการสังเกต โดยผู้วิจัยสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน สัมภาษณ์นักเรียนเละผู้ช่วยวิจัยจะสังเกตการสอนของครู 4. ขั้นสะท้อนผลการปฏบัตการ เป็นขั้นที่ผู้วิจัยและผู้ช่วยวิจัยนำข้อมูลที่ได้จากการสังเกต การสัมภาษณ์ มาวิเคราะห์แก้ไขปัญหาและปรับปรุงแต่ละวงจร แล้วรายงานผลในลักษณะการบรรยายผลและดูว่ามีนักเรียนที่เปลี่ยนแปลงมโนมติจากก่อนเรียนมาเป็นมโนมติในระดับที่สมบูรณ์หลังเรียนจำนวนกี่คน

ผลการวิจัยพบว่า

1. นักเรียนมีความเข้าใจมโมนตินระดับที่สมบูรณ์หลังเรียนเพิ่มขึ้นมากกว่าก่อนเรียน

2. เมื่อสิ้นสุดแต่ละวงจรแล้วก็พัฒนาแก้ไขข้อผิดพลาดของวงจรที่แล้ว เพื่อวงจรต่อไปจะได้มีกระบวนการเรียนการสอนให้ดีขึ้น

3. ขั้นทำนาย(Predict) จะมีคำถามเพื่อทดสอบว่านักเรียนมีความเข้าใจมโนมติก่อนเรียนคลาดเคลื่อนอย่างไร เมื่อทราบว่านักเรียนมีมโนมติที่คลาดเคลื่อนที่ตรงไหนและเวลาสอนจะได้แก้ไขมโนมติที่คลาดเคลื่อนได้ถูกวิธี

4. ขั้นสังเกต(Observe) ในขั้นนี้นักเรียนในกลุ่มจะได้ช่วยกันออกแบบวิธีการทดลองให้เสร็จก่อนจึงจะลงมือปฏิบัติการทดลองได้ พบว่าในแผนที่1 ที่สอนนั้นนักเรียนจะออกแบบวิธีการทดลองไดช้า แต่พอมาเริ่มแผนที่ 3 นักเรียนเริ่มออกแบบการทดลองเองได้อย่างรวดเร็วและสามารถปฏิบัติการทดลองได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง

5. ขั้นอธิบาย(Explain)ในขั้นนี้ครูจะสุ่มนักเรียนประมาณ 1-2 กลุ่มออกมานำเสนอผลการการทดลองและสรุปผลการทดลองหน้าชั้นเรียน แล้วเปรียบเทียบกับกลุ่มอื่นว่ามีความแตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไร แล้วครูจะเป็นผู้สรุปผลการทดลองและสรุปผลการทดลองทั้งหมดว่าแบบไหนถึงเป็นมโนมติที่ถูกต้องสมบูรณ์ทางวิทยาศาสตร์ได้

6. การใช้วิธีการสอนแบบทำนาย-สังเกต-อธิบายร่วมกับวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนทำให้ผู้วิจัยได้พัฒนาวิธีการสอนได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะได้รับคำชี้แนะจากอาจารย์พี่เลี้ยงผู้ซึ่งเป็นผู้ร่วมวิจัย และยังได้รับรู้ผลสะท้อนการสอนของผู้วิจัยจากนักเรียนซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาการเรียนการสอนของผู้วิจัยต่อไป

โพสต์โดย โน้ต : [8 ก.ค. 2563 เวลา 12:26 น.]
อ่าน [617] ไอพี : 182.232.34.36
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ