ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• สมมติฐานสำคัญอย่างไร

การวิจัยกับสมมติฐาน
ในการทำวิจัยในแต่ละครั้งนั้น นักวิจัยมักประสบปัญหากับการตั้งสมมติฐาน ซึ่งโดยทั่วไปนักวิจัยมักจะตั้งสมมติฐานเพื่อเป็นการคาดคะเนคำตอบ แต่นักวิจัยในทางสังคมศาสตร์นั้นเห็นว่าการเขียนสมมติฐานไม่มีความจำเป็นเนื่องจากว่าการวิจัยทางสังคมศาสตร์เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพผู้ทำการวิจัยต้องเก็บข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อนำข้อมูลที่ได้มาเขียนในเชิงพรรณนาความ แต่นักวิจัยเชิงปริมาณเห็นว่าการตั้งสมมติฐานนั้นมีความสำคัญเพราะมีกรอบแนวคิดที่ชัดเจน จึงทำให้นักวิจัยเชิงปริมาณต้องตั้งสมมติฐานขึ้นเพื่อให้การวิจัยในแต่ละครั้งสามารถเก็บข้อมูลได้ตามตัวแปรที่กำหนด
ดังนั้นการตั้งสมมติฐานจึงขึ้นอยู่กับงานวิจัยที่จะต้องใช้ข้อมูลพิสูจน์ตามแนวความคิด ทฤษฎีที่นักวิจัยสร้างขึ้น ผู้วิจัยจึงควรทำความเข้าใจและมีความรู้เกี่ยวกับ สมมติฐานว่าสมมติฐานคือ อะไร เกี่ยวข้องกับงานวิจัยของตนหรือไม่อย่างไร
สมมติฐาน (Hypothesis)
สมมติฐานในการวิจัยคือ คำตอบสรุปผลการวิจัย คาดการณ์ หรือพยากรณ์ไว้ล่วงหน้าก่อนการเก็บรวบรวมข้อมูล คำตอบดังกล่าวได้มาจากการไตร่ตรองโดยใช้หลักเหตุผลที่น่าจะเป็นไปได้ให้มากที่สุด โดยมีรากฐานของทฤษฎี ผลจากการศึกษาค้นคว้าหรือผลการวิจัยในหัวข้อต่างๆที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆผู้วิจัยมั่นใจว่าผลการวิจัยน่าจะตรงกับสมมติฐานที่กำหนดไว้(บุญชม ศรีสะอาด,2545;34)
ความหมายของสมมติฐาน(Hypothesis) ที่ใช้กันทั่วไป หมายถึง คำตอบที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า โดยเน้นคำตอบที่มีเหตุผล มีหลักการหรือมีทฤษฎีรองรับและไม่จำเป็นต้องถูกต้องเสมอไป ซึ่งจะต้องรอการพิสูจน์ในแง่ของการวิจัย(สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์,2548: 8)

หลักการเขียนสมมติฐาน
1. ใช้ข้อความที่เฉพาะเจาะจงกะทัดรัดชัดเจนและสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของการวิจัย
2. เขียนสมมติฐานหลังจากที่ได้ศึกษา เอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยครบถ้วนแล้ว
3. โดยทั่วไปจะเขียนสมมติฐานก่อนการรวบรวมข้อมูล แต่มีการวิจัยบางประเภท เช่น การวิจัยเชิงคุณลักษณะที่ผู้วิจัยไม่จำเป็นต้องตังสมมติฐานในการวิจัยไว้ก่อนที่จะมีการสำรวจ แต่อาจเริ่มจากการสังเกตรวบรวมข้อมูลแล้วสร้างสมมติฐานจากข้อมูล หรือพัฒนามาเป็นทฤษฎีเพื่ออธิบายข้อมูลนั้น
4. เขียนในรูปที่สามารถทดสอบได้จากข้อมูลที่จะไม่รวบรวมมาก
5. กรณีที่มีความซับซ้อน ควรแยกสมมติฐานออกเป็นข้อๆ ซึ่งในการวิจัยครั้งนั้นจะทำการทดสอบเป็นรายข้อต่อไป (บุญชม ศรีสะอาด,2545: 37)
ลักษณะของสมมติฐานที่ดี
ลักษณะ ของสมมติฐานที่ดีมีดังนี้ (พิชิต ฤทธิ์จรูญ,2547.94)
1. มีความเกี่ยวข้องกับปัญหา (relevance) สมมติฐานต้องเขียนเป็นประโยคบอกเล่าที่
ระบุถึงความสัมพันธ์เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการวิจัย สะท้อนถึงแนวคิดที่ชัดเจนไม่คลุมเครือ ครอบคลุมเนื้อหาและตัวแปรโดยอาศัยหลักการ แนวคิด ทฤษฎีมาสนับสนุน ไม่ตั้งสมมติฐานที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือนอกกรอบปัญหาวิจัย
2. ขอบเขตของสมมติฐาน (scope) ไม่กว้างหรือแคบเกินไป สมมติฐานที่ดีควรเขียน
เป็นประโยคสั้นๆ กะทัดรัดขัดเจน เข้าใจง่าย อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม ถ้ากว้างเกินไปจะทำให้ได้งานวิจัยที่ใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า
3.ต้องแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร (relationship) สมมติฐานที่ตั้งขึ้นต้องแสดง
ถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอย่างชัดเจน ในเชิงของความเป็นเหตุเป็นผล ไม่ตั้งขึ้นจากสามัญสำนึก เมื่อตั้งขึ้นแล้วต้องต้องเห็นได้อย่างชัดเจนว่าตัวแปรตัวหนึ่งมีความสัมพันธ์กับตัวแปรอีกคัวหนึ่งอย่างไร
4.สามารถทดสอบได้ (testability) สมมติฐานที่ตั้งขึ้นต้องทดสอบได้ทุกข้อ หรือหา
ข้อมูล หลักฐานเกี่ยวกับตัวแปรมาเป็นข้อยืนยันสนับสนุนด้วยวิธีการทางสถิติ
5.สามารถทดสอบซ้ำได้ (repeatability) สมมติฐานที่ตั้งขึ้นต้องสามารถทดสอบได้
หลายๆครั้ง ไม่ว่าจะใช้ข้อมูลปัจจุบันหรืออนาคตก็ตาม สามารถนำมาทดสอบซ้ำได้เสมอ
6.สามารถสรุปอ้างอิงได้ (generalization) สมมติฐานที่ตั้งขึ้น เมื่อทดสอบแล้วต้องสามารถ
อ้างอิง หรือนำไปอธิบายปรากฏการณ์หรือสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันได้
7.มีการนำเสนอที่ดี ( presentation) สมมติฐานที่ตั้งขึ้นควรมีการนำเสนอหรือเขียน
ให้ผู้อ่านเข้าใจปัญหาวิจัยในเรืองนั้นๆ อาจเขียนสมมติฐานได้หลายๆข้อ
ประโยชน์ของสมมติฐาน (ผศ.ดร.บัญญัติ ชำนาญกิจ)
ในการตั้งสมมติฐานเป็นการคาดคะเนคำตอบที่รอผลการพิสูจน์และสรุปผลการวิจัย
ที่อาจไม่ตรงกับสมมติฐานที่กำหนดไว้ แต่สมมติฐานก็มีประโยชน์ต่อการทำวิจัย ดังนี้
1. ช่วยให้เห็นปัญหาการวิจัยได้ชัดเจนขึ้น เนื่องจากสมมติฐานเป็นการคาดคะเนคำตอบ
ของปัญหาในทุกด้านดังนั้น สมมติฐานจึงช่วยบอกให้ทราบว่าปัญหานั้นๆจะศึกษาอะไรในแง่มุมใดบ้าง
2. ช่วยกำหนดขอบเขตของการวิจัยเพราะสมมติฐานช่วยขมวดปัญหาให้ตรงจุดจะทำให้
เห็นขอบเขตการวิจัยในแง่เนื้อหาหรือประเด็นที่ศึกษา ตัวแปรที่ศึกษา ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
3. ช่วยให้นักวิจัยมีความคิดแจ่มแจ้งในเรื่องที่จะวิจัยทั้งนี้เพราะสมมติฐานช่วยชี้ให้เห็น
ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรว่าอะไรเป็นตัวแปรต้น อะไรเป็นตัวแปรตาม หรืออะไรเป็นเหตุเป็นผล
4. ช่วยชี้แนะแนวทางในการวางแผนการวิจัย สมมติฐานจะเกี่ยวข้องกับตัวแปรและ
กลุ่มตัวอย่าง ซึ่งจะช่วยชี้ให้เห็นว่าจะใช้กลุ่มตัวอย่างชนิดใดจะเก็บข้อมูลอย่างไร จะใช้เครื่องมือชนิดใดและควรเลือกใช้สถิติประเภทใด
5.ช่วยให้ผู้วิจัยสามารถแปลความหมายของข้อมูลได้ชัดเจนและเป็นแนวทางในการสรุปและเขียนรายงานการวิจัยได้อย่างชัดเจน ในลักษณะของการคัดค้านหรือสนับสนุนสมมติฐานที่ตั้งไว้
6. เป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ หากสมมติฐานได้รับการยอมรับเนื่องจากมมติฐสามารถสร้างทฤษฎีใหม่ขึ้นมาได้ รวมทั้งเป็นการตรวจสอบทฤษฎีเดิมด้วยและหากสมมติฐาได้รับการคัดค้านหรือปฏิเสธก็จะทำให้นักวิจัยมีความเข้าใจในเรื่องที่ศึกษาได้ลึกซึ้งกว่าการศึกษาโดยไม่มีสมมติฐาน
เอกสารอ้างอิง
บัญญัติ ชำนาญกิจ, วารสารวิชาการบัณฑิตศึกษา, มหาวิทยาลัยราชภัฎนครสวรรค์,สวรรค์วิถีการพิมพ์,นครสวรรค์.2550.
บุญชม ศรีสะอาด, การวิจัยเบื้องต้น, สุวีริยาสาส์น,กรุงเทพ,2545.
พิชิต ฤทธิ์จรูญ,ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์. เฮ้าออฟเคอร์มิสท์,กรุงเทพมหานคร,2547.
สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์.ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์.เฟื่องฟ้าพรินติ้งจำกัด,2544.

โพสต์โดย ดรุณี ศรีอินทร์ : [12 ต.ค. 2551]
อ่าน [18163] ไอพี : 125.24.25.92
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม